เปลวเพลิงอมตะ
คุณพบกับนักเล่าเรื่องชราขณะเดินเล่นในหงเจิ้น ขณะที่คุณฟังเรื่องราวอันเป็นอมตะของภูผาสวรรค์ คุณก็สังเกตเห็นผู้ฟังที่ดูสนใจอีกคนหนึ่ง...
เดินเล่นในหงเจิ้น
ผู้เฒ่า: ...ตัวเดินหมากล้อมกระจัดกระจายไปทั่ว แต่อาจารย์คนนี้ยังคงสงบนิ่ง "เริ่มดึกแล้ว" เขาพูดกับคนตัดไม้อย่างอ่อนโยน "เจ้าควรจะลงจากภูเขาได้แล้วหรือยัง?"
ผู้เฒ่า: ในขณะที่เขาจ้องมองดูท้องฟ้า เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว คนตัดไม้ก็รู้สึกตกใจ "เวลาไม่น่าผ่านไปเกินสองชั่วโมงนี่" เขาไม่อยากจะเชื่อ เขารู้สึกผิดและเตรียมตัวที่จะลงเขาไป เพราะกลัวว่าอาจารย์คนนี้จะรำคาญ
ผู้เฒ่า: แต่เมื่อคนตัดไม้หันหลังกลับมา วิญญาณของเขาก็แทบจะหลุดออกจากร่าง อาจารย์ที่กำลังเล่นหมากล้อมและดื่มเหล้าอยู่นั้นได้หายไปแล้ว เหลือก็แต่กระดานหมากล้อมที่แตกละเอียดและกองกระดูกที่ผุๆ กองอยู่
ผู้เฒ่า: คนตัดไม้กลัวมากจนทำตะกร้าไม้ไผ่หล่น วิ่งหนีลงจากภูเขาไปโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ
ผู้เฒ่า: เมื่อเขาไปถึงเชิงเขา ก็พบกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัว หมู่บ้านเล็กๆ ที่เขาจำได้นั้นได้เติบโตกลายเป็นเมืองที่คึกคัก มีบ้านอิฐที่แข็งแรงมาแทนที่กระท่อมมุงจากอันแสนธรรมดา และที่ที่บ้านของเขาเคยตั้งอยู่ เหลือเพียงที่ดินรกร้างว่างเปล่า
ผู้เฒ่า: เขาสังเกตเห็นวันที่บนปฏิทินที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยความตกใจ เขาคว้าตัวคนที่เดินผ่านไปมาและถามอย่างเร่งรีบว่า "ขอโทษนะครับ ช่วยบอกวันที่และเวลาปัจจุบันผมหน่อยได้มั้ยครับ?"
ผู้เฒ่า: เมื่อเขาได้ยินคำตอบ ขาของเขาอ่อนแรงลง ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เวลาได้ผ่านไป คนที่เขารักก็จากไปกันหมด ไม่มีใครจำเขาได้อีกต่อไป
ผู้ชมที่งุนงง: แล้วคนตัดไม้ก็ออกจากภูผาสวรรค์ไป แต่ทำไมเขาถึงยังมีชีวิตอยู่และแข็งแรงดีได้ล่ะ? แม้เวลาจะผ่านไปร้อยปีแล้ว เขาก็ไม่ควร...
ผู้คนที่มุงดู: เรื่องเล่าของคุณ... มันดูเกินจริงไปหน่อยมั้ย? คือถ้าฉันไม่ได้มาจากหงเจิ้น ฉันคงหลงเชื่อไปแล้ว
ผู้เฒ่า: ...ก็แหม! นั่นแหละประเด็น ความจริงมันแปลกยิ่งกว่านิยายอีก เพื่อนเอ๋ย ทุกรายละเอียดในเรื่องนั้นอ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริง
ผู้เฒ่า: ฉันจะเล่าตำนานของภูผาสวรรค์ให้ฟังอีกเรื่องนะ ลึกเข้าไปในยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ มีความลับอันทรงพลังซ่อนอยู่... "ความลับแห่งการเป็นอมตะ"
ผู้เฒ่า: เราทุกคนต่างรู้ดีว่าภูผาสวรรค์คือที่พำนักของเซนติเนล ที่รวบรวมพลังวิญญาณจากทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์มานานแสนนาน เมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่ภูเขาเองก็มีรูปร่างเป็นเซนติเนลอันสง่างามของเรา!
ผู้เฒ่า: การใช้ชีวิตอยู่บนภูเขานานๆ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ และดื่มด่ำกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ช่วยเพิ่มอายุขัยได้!
ผู้เฒ่า: ทุกอย่างเริ่มต้นจากเกมหมากล้อม เกมที่คนตัดไม้บังเอิญไปเจอ น่าเสียดายที่ความลับเหล่านั้นถูกลืมไปนานมากแล้ว...
ผู้เฒ่า: ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้ คุณจะได้สัมผัสกับเรื่องราวแห่งชีวิต...
ผู้พเนจร:
Changli: ชู่วว...
Changli: ...แล้วเจอกันที่นั่น
Abby: เกิดอะไรขึ้นเนี่ย... เอ๊ะ อะไรอยู่ในมือคุณน่ะ?
ผู้พเนจร:
Abby: อืม... "จงเยือนยลหงเจิ้นทั่วดินแดน ข้างวงแหวนและชายคาห้อยระย้า หิมะนิรันดร์ละลายเป็นธารา ให้เรามาพบกันใหม่ในครานั้น"
Abby: อ๋อ... เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว...
ผู้พเนจร:
Abby: ฉันไม่ยักกะเข้าใจเลย!
ผู้พเนจร:
Abby: อย่างน้อยฉันก็เข้าใจวรรคสุดท้ายนะ! เธอชวนคุณไปเที่ยว! แหม เขียนซะเก๋เลย...
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Abby: ดูต่อสิ... ประโยคถัดไป "หิมะนิรันดร์ละลายเป็นธารา"... หมายความว่ายังไงกันนะ?
ผู้พเนจร:
Abby: คุณเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดนั่นได้ยังไง?
ผู้พเนจร:
Abby: แต่อาคารในหงเจิ้นดูเหมือนกันไปหมด เธอพูดถึงอาคารไหนกันแน่ล่ะ?
ผู้พเนจร:
Abby: ก็เข้าท่าดี นำทางไปเลย!
Qihong: มีอะไรให้ช่วยมั้ย?
ผู้พเนจร:
Qihong: "เมื่อหิมะละลายเป็นลำธาร" งั้นเหรอ? อ๋อ เดาว่าคุณคงไม่ใช่คนแถวนี้สินะ เวลาที่เราพูดแบบนั้นในหงเจิ้น เราหมายถึงชั่วยามที่เรียกว่า "เว่ย" ช่วงบ่ายต้นๆ เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นที่สุดของวัน
Qihong: ตำนานเล่าขานถึงผู้มาเยือนที่เดินทางมาที่นี่เมื่อหลายศตวรรษก่อน สมัยนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ต้องดิ้นรนหาฟืนมาก่อไฟเพราะหิมะตกหนัก ผู้มาเยือนท่านนี้ได้ใช้พลังพิเศษเบี่ยงเส้นทางบ่อน้ำพุร้อนมาให้ เพื่อช่วยให้ทุกคนอบอุ่น
Qihong: ผู้คนเล่ากันว่าครั้งหนึ่งที่นั่นเคยมีทิวทัศน์ที่น่าทึ่ง มีหมอกและน้ำแข็งไหลลงมาตามลำธารทางทิศตะวันตก ราวกับเหล่าเทพสวรรค์กำลังกลับคืนสู่ท้องทะเล ตอนนี้ทิวทัศน์นั้นได้หายไปอย่างน่าเสียดาย แต่คำกล่าวนี้ยังคงติดปากอยู่ เราใช้คำนี้เพื่ออธิบายเวลาในภาษาท้องถิ่น
ผู้พเนจร:
Qihong: ก็อย่างที่ผู้เฒ่า Zou บอกทุกคนนั่นแหละ ฉันยังไม่เคยเห็นกับตาตัวเองหรอก แต่เรื่องแบบนี้... ส่วนใหญ่มักจะแต่งขึ้นน่ะ
Qihong: โอ้ ไม่เอาน่า ฉันแค่เล่าสิ่งที่ได้ยินมาจากเขา ช่วงนี้เขาเล่าเรื่องเก่งมาก แต่อย่าซีเรียสมากไป ก็แค่เล่าเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ผู้พเนจร:
Qihong: อืมม... ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเชื่อนะ แต่... เอ้อ คุณก็ฟังเรื่องเล่าของเขามาเหมือนกันใช่มั้ย คิดยังไงบ้างล่ะ?
ผู้พเนจร:
Qihong: จริงเหรอ? คุณก็ชอบเรื่องเล่าและเกร็ดความรู้เหมือนกันใช่มั้ย?
Qihong: ดูเหมือนว่าเราจะมีอะไรเหมือนกัน
Qihong: ฮ่าๆ... ผู้เฒ่า Zou น่าจะมาเรียนมุกตลกจากคุณนะเนี่ย
Qihong: ปู่ทวดของผู้เฒ่า Zou เป็นลูกหลานของคนกลุ่มแรกในหงเจิ้น เขาเติบโตมากับเรื่องราวเกี่ยวกับภูผาสวรรค์ เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองได้จัดการกับวิกฤตเรียบร้อยแล้ว เขาเลยตัดสินใจไปเยี่ยมเยียนและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นตระกูลของเขา
Qihong: ผู้คนในเมืองต่างอยากรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกและมุมมองที่ผู้คนรับรู้เกี่ยวกับพวกเขา ผู้เฒ่า Zou ยินดีตอบคำถาม และกลายเป็นคนดังโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เขาจะรู้ตัว ทุกคนก็เข้ามาคุยกับเขาเต็มไปหมด...
ผู้พเนจร:
Qihong: มันตลกดีที่ได้ยินคนภายนอกพูดถึง หงเจิ้น บ้านเกิดของฉันว่าลึกลับ เราเป็นแค่เมืองธรรมดาๆ ที่มีความเฉพาะตัว...
Qihong: โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีคนจากจินโจวมาสำรวจอะไรบางอย่าง พวกเขาหลงใหลในตัวเรา ยังกับว่าเป็นวัตถุโบราณ เชื่อมั้ยว่าพวกเขาถามว่าต้นพลัมพาโวของเรามีพลังวิเศษรึเปล่า?
Qihong: กาลเวลาเป็นพลังที่น่าเกรงขามจริงๆ...
ชายหนุ่มน่าสงสัย: คุณต้องการอะไร? ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!
ผู้พเนจร:
ชายหนุ่มน่าสงสัย: หืม? เอ่อ... คุณแค่มาถามทางเฉยๆ เหรอ?... ขอโทษนะ ฉันไม่ได้เป็นคนพื้นที่ ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก
ชายหนุ่มน่าสงสัย: เดี๋ยวก่อน คุณ... คุณเป็นคนที่คุยกับท่านหญิง Changli เมื่อกี้ใช่มั้ย?
ชายหนุ่มเริ่มมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวสิ่งเลวร้ายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะไม่ไปยุ่งกับเธอ เธอเป็นผู้หญิงหลอกลวงที่ชอบเล่นกับหัวใจคนอื่น เธอเป็นวายร้ายเจ้าเล่ห์ที่จะคอยบงการคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว
ผู้พเนจร:
ชายหนุ่มน่าสงสัย: คุณไม่ได้ยินข่าวเหรอ? เธอลาออกจากงานราชการเพื่อมาที่นี่ เมืองเล็กๆ แห่งนี้ มันต้องมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ฉันได้ยินมาว่าเธอเลือกที่จะลาออกจากงาน แต่ฉันพนันได้เลยนะว่าเธอเนี่ย ต้องทำอะไรผิดพลาดในเมืองหลวง แล้วก็โดนลงโทษลดตำแหน่งให้มาประจำที่นี่
ผู้พเนจร:
ชายหนุ่มน่าสงสัย: งั้นฉันเดาว่าคุณก็โดนหน้าสวยๆ ของเธอหลอกด้วยเหมือนกัน ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ ตอนนี้คุณยังไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของเธอหรอก แล้วกว่าคุณจะรู้ตัว ก็ติดกับดักเข้าให้แล้ว
ชายหนุ่มน่าสงสัย: เดี๋ยวก่อน เธอได้ทำอะไรสำคัญๆ สำเร็จบ้างรึเปล่าตอนอยู่ที่จินโจว? หรือว่าท่านเจ้าเมืองแค่หลงเชื่อคำพูดฉลาดๆ ของเธอ แล้วปล่อยให้เธออู้งานไปเรื่อย?
ผู้พเนจร:
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ฮึ่ม... คุณน่ะสิที่ประมาทกลอุบายของ Changli
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ฉัน... ฉันมีเหตุผลที่จะเชื่อแบบนั้น!
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ฉันได้ยินมาว่าเธอหลอกแขกวีไอพีของจินโจวให้ไปที่ภูผาสวรรค์ ลองคิดดูสิว่าที่นั่นมันอันตรายขนาดไหน!
ชายหนุ่มน่าสงสัย: เธอคงจะกลัวว่าเขาคนนั้นจะเข้าใกล้ท่านเจ้าเมืองมากเกินไป จนทำให้แผนของเธอพัง... ช่างเป็นผู้หญิงที่ชั่วร้ายอะไรแบบนี้! แต่โชคดีที่แขกคนนั้นเป็นนักสู้ฝีมือดี แล้วเขาก็หนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
ชายหนุ่มน่าสงสัย: หวังว่าคุณคงไม่โกรธที่ฉันพูดตรงๆ นะ ฉันก็แค่ช่วยแนะนำ เพราะคุณดูใสซื่อและเชื่อคนง่าย... ดูจากชุดที่ใส่แล้วคงไม่ใช่คนจินโจวหรอกใช่มั้ย?
ผู้พเนจร:
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ...
ชายหนุ่มน่าสงสัย: ...
ชายหนุ่มน่าสงสัย: โอ้ย ให้ตายสิ ฉันลืมไปเลยว่ามีธุระ ขอโทษนะ ต้องรีบไปแล้ว...
Youning: เอ่อ... เธอหายไปแบบนั้นได้ไงเนี่ย? เดี๋ยวนะ นายคือผู้พเนจรในตำนานที่ช่วยจินโจวเอาไว้งั้นเหรอ?!
Youning: เอ่อ... มีอะไรให้ช่วยมั้ย?
ผู้พเนจร:
Youning: คุณถามถูกคนแล้ว! ฉันมาที่นี่เพื่อเก็บข้อมูล ไปเขียนคู่มือการท่องเที่ยวในหงเจิ้นฉบับใหม่น่ะ!
Youning: "ข้างวงแหวนและชายคาห้อยระย้า"... อ๋อออ! รู้แล้วว่าที่ไหน ต้องยืนบนตึกที่สูงที่สุดในหงเจิ้น ถึงจะเห็นสิ่งที่ตามหาอยู่
ผู้พเนจร:
Youning: อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยังไงก็มองเห็น ไปถึงแล้วจะรู้เอง
Youning: อ้อ! คนเมื่อกี้น่ะ... ใช่ท่านหญิง Changli มั้ย?! ฉันเห็นคุณคุยกับเธอนะ!
ผู้พเนจร:
Youning: ฉันอดอิจฉาไม่ได้จริงๆ ฉันอยากคุยกับเธอแบบคุณบ้าง แต่เธอกลับไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสมาคมผู้บุกเบิก แถมฉันว่าเราคงไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกันหรอก
Abby: เฮ้ ทำไมคนแถวนี้ถึงมอง Changli ไปคนละแนวเลย?
ผู้พเนจร:
Abby: อืม... พวกมนุษย์นี่ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนไปหมดเลย
Abby: อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร
ผู้พเนจร:
Abby: เรื่องง่ายๆ ทำไมต้องทำให้ยากด้วยนะ? เฮ้อ... ง่วงอีกแล้ว
Xinyi: ผู้พเนจรรึเปล่า?
Xinyi: ยินดีที่ได้เจอคุณอีกครั้ง คุณว่าหงเจิ้นตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
ผู้พเนจร:
Xinyi: วิกฤตที่ภูผาสวรรค์คลี่คลายลงแล้ว เส้นทางน้ำระหว่างจินโจวและหงเจิ้นก็กลับมาเปิดอีกครั้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากจินโจวมาเพิ่มขึ้น เมืองก็เลยมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าแต่ก่อน
Xinyi: เมื่อความวุ่นวายเริ่มคลี่คลายลง เมืองทั้งสองของเราก็เชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทำให้ชาวเมืองใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างสงบสุข
Xinyi: พวกเราเป็นหนี้บุญคุณคุณนะ ผู้พเนจร คุณช่วยเราจัดการผลกระทบที่หลงเหลือ จากความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาบนภูผาสวรรค์ในช่วงที่ผ่านมา
ผู้พเนจร:
Xinyi: หงเจิ้นและชาวเมืองทุกคนเป็นหนี้บุญคุณคุณแล้ว ถ้าต้องการอะไรก็บอกมาได้เลย
Xinyi: เห็นคุณถามคนนั้นคนนี้ไปทั่วเลย มีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?
(Xinyi และ Changli ไว้ใจกันและกันในฐานะคนรู้จัก ลองถาม Xinyi แทนก็ได้...)
ผู้พเนจร:
คุณเล่าให้ Xinyi ฟังถึงการพบปะของคุณกับ Changli และสิ่งที่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพูดถึงเธอ
Xinyi: อืม... เข้าใจแล้ว นั่นฟังดูเป็นสิ่งที่ Changli จะทำนะ
Xinyi: ถึงเราจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ฉันก็รู้จักนิสัยเธออยู่บ้าง ปกติเธอจะไม่มอบสิ่งของที่สื่อถึงตัวตนให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อ...
ผู้พเนจร:
Xinyi: ฉันคิดว่าให้เธอบอกคุณเองน่าจะดีกว่านะ
Xinyi: เป็นที่รู้กันดี ที่ปรึกษาของท่านเจ้าเมืองเป็นคนเจ้าเล่ห์ และวางแผนการณ์ได้อย่างลึกล้ำ...
Xinyi: เวลาเธอต้องการอะไร มันไม่เคยตรงไปตรงมาอย่างที่คิดเลย และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงเบื้องหลังแผนของเธอได้
Xinyi: ข่าวลือและข้อโต้แย้งต่างๆ นานารอบตัวเธอไม่เคยหยุดนิ่ง แต่เธอกลับดูไม่สะทกสะท้านเลย
Xinyi: อย่างไรเสีย... ฉันเชื่อว่าเราต้องไปดูด้วยตัวเอง เพื่อที่จะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของ Changli ไม่ว่าความคิดเห็นของสาธารณชนจะเป็นยังไงก็ตาม
ผู้พเนจร:
Xinyi: ส่วนเรื่องปริศนา... ดูเหมือนว่าคุณจะไขด้วยตัวเองได้แล้ว
Xinyi: แต่จำไว้ว่านี่ไม่ใช่แค่คำตอบ แต่รวมถึงสิ่งที่เธอต้องการให้คุณเข้าใจด้วย
ผู้พเนจร:
Xinyi: ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้น... ขอตัวก่อนนะ
Xinyi: ถ้าคุณต้องการให้ช่วยอะไร ก็บอกมาได้เลยนะ
ผู้พเนจร:
ค้นหาสถานที่ "ข้างวงแหวนและชายคาที่ห้อยลงมา"
ผู้พเนจร: (คำว่าวงแหวนที่เธอเขียนมา... น่าจะเป็นโครงสร้างโบราณรูปวงแหวนนี้สินะ?)
Abby: ว้าว ของจริงมันใหญ่มากจริงๆ
ผู้พเนจร: ต่อไปก็เป็นชายที่ห้อยลงมา... ถ้าดูจากตรงนี้... จะใช่ศาลาหลังนั้นมั้ยนะ?
Abby: ดูเงียบๆ นะ น่าจะเป็นสถานที่นัดพบที่ดี... เฮ้อ อึ๋ย เริ่มง่วงอีกแล้ว...
ผู้พเนจร: คงเป็นที่นี่แหละ
ผู้พเนจร: ต้องรีบไปแล้ว
ไปที่ศาลาในช่วง 13:00-15:00
Changli: ขอโทษที่มาช้านะ
ผู้พเนจร:
Changli: ขอบคุณที่ยอมรับคำเชิญของฉัน
Changli: คุณดูน่ารักมาก เห็นกำลังจ้องกระดานหมากล้อมอยู่ ฉันไม่อยากขัดจังหวะคุณน่ะ
Changli: ขอบคุณที่ยอมรับคำเชิญของฉัน
ผู้พเนจร:
Changli: โอ๊ะ? แล้วอะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นล่ะ?
ผู้พเนจร: ของแทนใจพวกนี้เป็นของ Jinhsi... มันเป็นความคิดของคุณไม่ใช่เหรอ?
Changli: ฮ่าๆ... คุณเดาออก
Changli: ขอโทษนะ ผู้พเนจร ตอนนั้นจินโจวเจอภัยคุกคามมากมาย เราต้องระวังตัวเอาไว้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณต้องลำบาก ฉันขอโทษที่ไม่ได้ต้อนรับคุณดีกว่านี้
ผู้พเนจร:
Changli: ยังไงก็เถอะ ฉันติดค้างคำขอโทษคุณเป็นการส่วนตัว
Changli: คราวนี้... ฮ่า ฉันแค่อยากเจอคุณน่ะ คนชาญฉลาดที่เข้าใจคำพูดที่ฉันไม่ได้พูดออกมา
Changli: ...ขอบคุณมากนะที่คุณตัดสินใจมา
ผู้พเนจร:
Changli: ขอโทษนะที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น ผู้พเนจร เราไม่ปฏิบัติกับผู้กอบกู้ของเราแบบนั้นหรอก
Changli: ขอโทษนะที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น ผู้พเนจร เราไม่ปฏิบัติกับผู้กอบกู้ของเราแบบนั้นหรอก
Changli: ฉันมีคำถามจะถาม ไม่รู้ว่าคุณจะมีคำตอบให้ฉันรึเปล่า
Changli: ผู้พเนจร คุณคุ้นเคยกับเกมหมากล้อมนี้มั้ย?
ผู้พเนจร:
Changli: ...เข้าใจแล้ว
Changli: ...ขอโทษด้วย ฉันได้ยินมาว่าคุณสูญเสียความทรงจำ อภัยให้ฉันด้วยเถอะ
Changli: มีเรื่องเล่าในท้องถิ่นเกี่ยวกับ "ความลับแห่งการเป็นอมตะ" ที่ซ่อนไว้บนภูผาสวรรค์ คุณเคยได้ยินเรื่องนี้มั้ย?
ผู้พเนจร:
Changli: ใช่ ฉันมีเรื่องเล่าอีกเวอร์ชันหนึ่งที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยจะเล่าให้ฟัง
Changli: หลายศตวรรษก่อน นักพรตเต๋าได้พบกับผู้มาเยือนลึกลับบนภูผาสวรรค์ แม้ว่าจะมีอายุต่างกัน แต่ไม่นานพวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนกัน และมักจะเล่นหมากล้อมด้วยกันอยู่บ่อยๆ
Changli: วันหนึ่ง มีคนตัดไม้คนนึงบังเอิญไปเจอพวกเขาเข้าเพราะหลงทางกลับบ้านไม่ได้ หมากล้อมที่พวกเขาเล่นทำให้คนตัดไม้หลงใหลจนไม่ทันสังเกตว่าผ้าสีแดงบนตะกร้าของเขากำลังเปื่อยยุ่ย... เขาตกใจจนเดินไปชนกระดานหมากล้อม
Changli: ถึงแม้จะถูกขัดจังหวะ แต่ผู้มาเยือนก็ยังคงไม่ไหวติง พวกเขานำชามาเสิร์ฟให้คนตัดไม้ จากนั้นก็พาเขาลงจากภูเขาไป ปกป้องเขาจากอันตรายของความปั่นป่วนแห่งกาลเวลา แล้วหลังจากนั้น ผู้มาเยือนก็หายตัวไป
Changli: หลายปีต่อมา นักพรตเต๋าผู้นี้ได้กลายเป็นเซียนผู้เป็นตำนาน เมื่อกลับมายังภูผาสวรรค์ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้กลับมาพบกับผู้มาเยือนคนนั้นอีกครั้ง
Changli: คนทั้งสองกลับมาเล่นเกมที่เล่นค้างไว้ ผู้คนเชื่อว่าผู้มาเยือนได้แบ่งปันความลับของความเป็นอมตะผ่านหมากล้อมที่จัดวางเอาไว้อย่างชาญฉลาด เพื่อเป็นของขวัญจากลาครั้งสุดท้าย
ผู้พเนจร:
Changli: ใช่... และไม่ใช่ เกมนี้ยังขาดอีก 20 ตาสุดท้าย ยังเล่นไม่จบ
Changli: เรื่องนี้คงต่างจากที่คุณเคยได้ยินมานิดหน่อย ใช่มั้ย? เรื่องราวมันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีการเสริมจินตนาการเข้าไปทุกครั้งที่เล่า
Changli: แต่นั่นเป็นเรื่องเล่าโบราณ ที่พอเล่าต่อๆ กันมา ความจริงก็ค่อยๆ บิดเบือนไป
ผู้พเนจร:
Changli: ถูกต้องเลย
Changli: แม้ตำนานจะซ่อนเร้นอยู่ในนิทานโบราณ แต่เกมหมากล้อมนั้นเป็นเรื่องจริง ภายในบันทึกของเกมมีข้อความลึกลับซ่อนอยู่ว่า "บันทึกเกมนี้สามารถไขวิกฤตของกาลเวลาได้"
Changli: เท่าที่ฉันรู้ มีแค่เซนติเนลที่มีพลังเต็มเปี่ยมเท่านั้น ที่มีอำนาจควบคุมเวลาได้ ด้วยการครอบครองอาณัติแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์ สำหรับมนุษย์อย่างเรา การควบคุมเวลาได้ก็เหมือนกับเป็น "ความลับแห่งการเป็นอมตะ" อย่างหนึ่ง
Changli: ตามที่บันทึกกล่าวไว้ อาณัติแห่งกาลเวลาจะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อภูผาสวรรค์ปรากฏขึ้น แต่ว่ามีความเชื่อมโยงกันยังไงนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่... อย่างน้อยก็ในตอนนี้
ผู้พเนจร:
Changli: บางทีเราอาจหาวิธีรักษาเขาได้
Changli: ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะรักษาบาดแผลของเซนติเนลได้
Changli: แต่... โอกาสของเราดูริบหรี่มาก บันทึกของเกมนั่น คงเป็นแค่ความทรงจำของอาจารย์เท่านั้น ไม่ได้มีค่าอะไรหรอก
Changli: ฉันมีคำขอส่วนตัวจะขอร้อง
Changli: ฉันกำลังวางแผนจะไปหาบันทึกนั่นอยู่ คุณช่วยมาด้วยกันหน่อยได้มั้ย?
ผู้พเนจร:
Changli: ขอบคุณที่ช่วยนะ ฉันรับรองว่ามันจะคุ้มค่าแน่นอน
ผู้พเนจร:
Changli: เราเคยไปที่ภูผาสวรรค์มาก่อนแล้ว ฉันเลยคิดว่าคุณน่าจะสนใจ เพราะเรื่องเล่านี้เกี่ยวข้องกับเซนติเนลของเรา
Changli: และยิ่งกว่าไปนั้น... คุณคือคนพิเศษสำหรับฉัน และ... สำหรับภูผาสวรรค์ ฉันหวังว่าจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะคลายข้อสงสัยของคุณ
ผู้พเนจร:
Changli: ฉันถามคุณเกี่ยวกับเกมหมากล้อมที่ยังเล่นไม่จบ เพราะฉันเชื่อว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับอดีตของคุณ
ผู้พเนจร:
Changli: ใช่แล้ว... ยังไงซะ การเล่นหมากล้อมก็ต้องใช้สองคนใช่มั้ยล่ะ?
ผู้พเนจร:
Changli: หากการคาดเดาของฉันถูกต้อง... เกมหมากล้อมอาจมีเบาะแสเกี่ยวกับความทรงจำที่หายไปของคุณก็ได้
Changli: นอกจากนี้... ฉันสัญญาว่าจะช่วยเหลือคุณทุกวิถีทางที่ทำได้ หลังจากที่เรากลับมาพร้อมกับบันทึก ฟังดูเป็นไงบ้าง?
ผู้พเนจร:
Changli: เยี่ยมเลย
ผู้พเนจร:
Changli: โอเค งั้นเจอกันที่ถนน นอกเมืองหงเจิ้นนะ
Changli: ฉันยังต้องเตรียมตัวอีกนิดหน่อย ไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไปทีหลัง...
ไปที่ตำแหน่งที่ระบุเพื่อพบกับ Changli
Changli: ผู้พเนจร มาแล้วเหรอ
ผู้พเนจร:
Changli: เอ่อ... ในฐานะผู้ชี้ทาง ฉันรู้จักทางลัดอยู่สองสามทาง
ผู้พเนจร:
Changli: สมุดโน้ตนั่นให้เพียงแนวคิดคร่าวๆ ว่าบันทึกการเดินหมากอยู่ที่ไหน ฉันได้ระบุตำแหน่งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดจากการไปสืบดูครั้งล่าสุดแล้ว
Changli: เราจะไปที่นั่นกัน ลองดูว่าจะเจออะไรใหม่ๆ บ้าง
ผู้พเนจร:
Changli: หลังจากที่จัดการกับพวกมนุษย์ดัดแปลงแล้ว ฉันก็ตัดสถานที่อื่นๆ ออกระหว่างทางมาหาคุณ
Changli: แต่คนเราทำทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ได้ ฉันถึงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณไงล่ะ
ผู้พเนจร:
Changli: พึ่งพาได้จริงๆ
Changli: งั้นเราไปกันเถอะ
เดินทางไปยังภูผาสวรรค์กับ Changli
Changli: ...
ผู้พเนจร: Changli? มีอะไรเหรอ?
Changli: เปล่าหรอก ผู้พเนจร ฉันแค่คิดว่า... วันนี้หิมะสวยดี
Changli: ท่าทางคุณจะสนใจสิ่งปลูกสร้างโบราณนั่นนะ
ผู้พเนจร: มันดูคุ้นๆ... คล้ายกับฐานของสภาซาวานเทย์ร้างที่ฉันเคยเห็น แต่ขนาดใหญ่กว่า
Changli: ฉันได้ยินมาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้ปรากฏครั้งแรกพร้อมกับเซนติเนลของเรา ต่อมาสภาซาวานเทย์ได้ออกแบบเครื่องทวนเวลาตามแบบนี้แหละ
Changli: ทุกฤดูหนาว บ้านเกิดของฉันจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ทิ้งร่องรอยไว้บนหิมะที่เพิ่งตกใหม่ๆ โดยหวังว่าความฝันจะกลายเป็นจริงเมื่อหิมะละลาย
ผู้พเนจร: แล้วคุณได้ลองดูมั้ย Changli?
Changli: พลังเรโซแนนซ์ของฉันมันทำให้หิมะละลายเร็วเกินไป ฉันก็เลยแค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ...
Changli: เราสามารถมองเห็นเมืองหงเจิ้นทั้งเมืองได้จากที่นี่
Changli: คราวก่อนที่มาที่นี่ ฉันไม่ยักรู้เลยว่ามันสวยจับใจขนาดนี้
Changli: เมืองนี้ยังคงเหมือนเดิม มีแต่สภาพจิตใจของฉันที่ไม่เหมือนเดิม
ผู้พเนจร:
Changli: ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะว่า... เพื่อนร่วมทางอยู่ด้วยแล้วอุ่นใจน่ะ
Abby: เดี๋ยวก่อน... ฉันได้กลิ่นทาเซ็ตดิสคอร์ดในถ้ำนั้น!
Abby: ไม่... ยังมีอีก... ทาเซ็ตดิสคอร์ด มนุษย์ แล้วก็...
Abby: กลิ่นที่ผสมปนเปกันอย่างนี้... มัน... คุ้นมาก...
ผู้พเนจร:
Abby: โธ่เอ๊ย ผ่านอะไรกันมามากมายขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่เชื่อจมูกของฉันอีกเหรอ? ฉันขอเตือนด้วยความหวังดี!
Changli: ผู้พเนจร? มีอะไรรึเปล่า?
ผู้พเนจร:
Changli: มันเป็นทางที่เรากำลังจะไปพอดี หรือว่า...
ผู้พเนจร:
ค้นหาต้นตอของกลิ่นที่แอ็บบี้พูดถึง
Changli: ร่องรอยการปีน... น่าจะมีคนมาที่นี่ก่อนเราแล้ว
เข้าไปในถ้ำ
นักสำรวจ: ไปให้พ้น... ไปไกลๆ ฉัน! โอ๊ย... ต้านไว้ไม่ไหวแล้ว...
สำรวจถ้ำ
พิชิตทาเซ็ตดิสคอร์ดและช่วยเหลือนักสำรวจ
นักสำรวจ: ช่วยด้วย ช่วยที! โอ้ ขอบคุณพระเจ้า...
Changli: โปรดถอยไปก่อน เราจัดการเอง
นักสำรวจ: ฉะ ฉันสู้เป็น! ให้ฉันช่วยเถอะ!
นักสำรวจ: ขะ ขอบคุณที่ช่วยนะ...
ผู้พเนจร:
นักสำรวจ: ฉัน... ฉันไม่เป็นไร เดี๋ยวนะ คุณ... คุณคือผู้พเนจรคนนั้นเหรอ...?
ผู้พเนจร:
นักสำรวจ: คุณคือผู้กล้าที่ต่อสู้กับเธรโนเดียน และคุณยังร่วมกับท่านเจ้าเมืองจัดการกับความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาของที่นี่ด้วย ในจินโจวใครๆ ก็พูดถึงคุณทั้งนั้นแหละ...
นักสำรวจ: และท่าน Changli... ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เจอตัวจริง...
นักสำรวจ: ...ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ ฉันคงตายไปแล้วแน่ๆ...
นักสำรวจ: ฉันตายที่นี่ไม่ได้ มีคนรอฉันอยู่...
นักสำรวจ: ในที่สุดฉันก็หาเจอแล้ว ในที่สุด... ในที่สุดฉันก็เจอ... โอย...
ผู้พเนจร:
Changli: แม้ว่าเราจะจัดการกับวิกฤตบนภูผาสวรรค์ไปแล้ว... ภูเขาแห่งนี้ยังเป็นที่หวงห้ามอยู่ ก่อนขึ้นภูเขา นักสำรวจทุกคนจะต้องยื่นคำร้องก่อน และจะเข้ามาได้เมื่อมีมิดไนท์เรนเจอร์มาด้วยเท่านั้น
Changli: ช่วยบอกเหตุผลที่คุณเดินทางมาที่นี่คนเดียวหน่อยได้มั้ย?
นักสำรวจ: ฉะ ฉันได้ฟังตำนานของภูผาสวรรค์... ก็เลยมาค้นหาความลับน่ะ...
นักสำรวจ: ฉันขึ้นเขามาได้ครึ่งวัน ทุกอย่างก็ราบรื่นดี แต่ขากลับดันมาเจอทาเซ็ตดิสคอร์ดจู่โจมเข้า... แค่กๆ...
นักสำรวจ: ฉันต้องกลับไป... Fuling... ยังรอฉันอยู่...
ผู้พเนจร:
Changli: ดูเหมือนเขายังมีอะไรปิดบังเราอยู่
Changli: บาดแผลพวกนี้มีมานานกว่าครึ่งวัน...
Changli: เขาต้องกลับไปที่หงเจิ้นเพื่อรักษาอย่างถูกต้อง... เวลาไม่เข้าข้างเราแล้ว
ผู้พเนจร:
Changli: เห็นด้วย
Changli: การปรากฏตัวของทาเซ็ตดิสคอร์ดบนเขานั้นแปลกมาก... รอเขาฟื้นตัวมากกว่านี้เราควรจะถามเขาทีหลัง
Changli: ใช่ ทาเซ็ตดิสคอร์ดปรากฏตัวจำนวนมากบนภูผาสวรรค์ ในบรรดาสถานที่ทั้งหมด... นี่ถือว่าผิดปกติมากเลย
Changli: ไว้คุยกันต่อทีหลัง ตอนที่เขาถึงที่ปลอดภัยแล้ว
Changli: แถมเรายังไม่รู้ตัวตนของเขาเลย... ถ้าดูจากเครื่องแบบนี้ เขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมผู้บุกเบิก
ผู้พเนจร:
Changli: "คน" คนนั้นอาจจะอยู่ในหงเจิ้นก็ได้ อาจเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของเขาก็ได้
Changli: พูดได้ดี ผู้พเนจร เรากลับกันเถอะ
คุณพานักผจญภัยที่อยู่ในอาการโคม่ากลับมาที่หงเจิ้นพร้อมกับ Changli
ชาวบ้านหงเจิ้น: นั่น Wuli นี่? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?
ผู้พเนจร:
ชาวบ้านหงเจิ้น: ก็ไม่เชิงหรอก... เขาเข้ามาในเมืองแล้วถามคำถามแปลกๆ กับพวกคนแก่ทั้งหลาย ตั้งแต่นั้นมาพวกคนแก่ก็เริ่มหลบหน้าเขา
นักสำรวจ: ความลับแห่งการเป็นอมตะ... ฉันหาเจอแล้ว...
ชาวบ้านหงเจิ้น: เฮ้อ เขาขึ้นภูเขาไปจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย? โอ้โห... รีบพาเขาไปหาหมอเถอะ!
นักสำรวจ: ไม่เป็นไร... ฉันสบายดี... ต้องไปหา Fuling...
Changli: คุณรู้มั้ยว่าเพื่อนของเขาอยู่ไหน?
ชาวบ้านหงเจิ้น: ไม่แน่ใจเลย มีคนในเมืองอีกเยอะที่แต่งตัวเหมือนเขา ลองไปถามดูมั้ยล่ะ?
ผู้พเนจร:
Wuli: ...
ช่างภาพสมาคมผู้บุกเบิก: เพื่อนของเขาเหรอ? อืม... ขอโทษนะ ฉันเพิ่งเข้าร่วมสมาคมไม่นานนี้เอง ฉันไม่รู้จักพวกเขาจริงๆ
ช่างภาพสมาคมผู้บุกเบิก: แต่อุปกรณ์ของเขาน่ะสิ พวกนี้เป็นรุ่นของปีที่แล้วนะ... ลองไปถาม Youning ดูมั้ย? เธอเป็นสมาชิกมาสักพักแล้ว อาจจะรู้จักเขาก็ได้นะ
ช่างภาพสมาคมผู้บุกเบิก: Youning อยู่ข้างหน้านั่นไง
Youning: ว้าว...! สะ สวัสดีค่ะท่าน Changli!
Youning: วะ วันนี้มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ ท่าน Changli? อ้อ แล้วก็สวัสดี ผู้พเนจร ด้วย! คนที่อยู่บนหลังคุณ... เขา...?
Changli: เราเจอเขาบนภูผาสวรรค์ คุณรู้มั้ยว่าเพื่อนของเขาอยู่ไหน?
Youning: นั่น Wuli นี่นา? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?
ผู้พเนจร:
Wuli: ...
ผู้พเนจร:
Youning: เขาเป็นหนึ่งในนักสำรวจของสมาคมผู้บุกเบิก แต่เราไม่ค่อยเห็นเขาอยู่แถวจินโจวบ่อยนัก
Youning: ฉันจำได้ว่าเขาลางานไปเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วเขาก็ไปกับ Fuling...
ผู้พเนจร:
Youning: ใช่ค่ะ Fuling แฟนของเขาน่ะ ฉันว่าพวกเขาน่าจะมาเที่ยวหงเจิ้นด้วยกัน พวกเขาพักอยู่ที่โรงแรมตรงนั้น
Youning: อ้อ เมื่อไม่กี่วันก่อน Fuling เพิ่งถามหาเขาเหมือนกัน เธอดูกังวลมากเลย
Youning: จะว่าไปแล้ว... เขาไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ? เราน่าจะพาเขาไปโรงพยาบาลก่อนนะ...
Wuli: ไม่ ฉันไม่ไป... Fuling... เธอกำลังรอฉันอยู่...
Changli: ไม่ต้องกังวล เราจะช่วยคุณหา Fuling เอง
ไปที่โรงแรมที่ฟู่หลิงพักอยู่
หญิงสาว: W... Wuli! ฉัน... แค่กๆ...
Changli: ค่อยๆ นะ... อย่าฝืน...
หญิงสาว: แค่กๆ... ขอบคุณนะคะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว คุณเป็นใคร?... แล้ว Wuli เขา...
ผู้พเนจร:
Fuling: ใช่ค่ะ... คุณช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้น?
Wuli: Fuling...!
Fuling: Wuli... นี่เธอบาดเจ็บเหรอ?! ฉันตามหาเธอไปทั่ว... โทรไปก็ไม่รับสาย...
Wuli: ฉันมีข่าวดีมากบอก Fuling!... ฉันเจอแล้ว! ในที่สุดก็เจอ!
Wuli: ฉันเจอวิธีชะลออาการป่วยของเธอแล้ว เธอไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ ที่รัก... ในที่สุดเราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป!
Fuling: เธอหมายถึง... ตำนานนั่นเหรอ? มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?
Wuli: Fuling... เธอ... เธอไม่ดีใจเหรอ?
Fuling: เปล่า... ฉัน... ฉันดีใจมากที่ได้ยินแบบนั้น
Wuli: ฮ่าๆ... ใช่...
Fuling: ...Wuli
คุณพา Wuli ที่หมดแรงและหมดสติไปหาหมอเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
Fuling: ขอบคุณนะคะ ผู้พเนจร และท่าน Changli พวกคุณช่วยชีวิตเขาเอาไว้...
ผู้พเนจร:
Fuling: ฉันขอถามหน่อยได้มั้ย... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฉันไม่เคยเห็น Wuli เป็นแบบนี้มาก่อนเลย...
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Fuling: แล้ว... เขาบอกว่าเขาอยู่บนภูเขาแค่ครึ่งวันเท่านั้นเหรอ?
Changli: ไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ?
Fuling: ไม่ใช่ค่ะ... ฉันรอมาเกือบอาทิตย์นึงแล้ว
Fuling: การที่ Wuli ขาดการติดต่อไปหลายวันตอนที่เขาเดินทางไกลมันไม่แปลกอะไรหรอก แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะนานกว่าปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณสองคนผ่านมา ฉันคงขอให้มิดไนท์เรนเจอร์ช่วยไปตามหาเขาในภูเขาแล้ว
ผู้พเนจร:
Fuling: Wuli เขา... เขาทำเพื่อฉัน
Fuling: ฉันเคยทำงานเป็นจิตรกรวาดภูมิทัศน์ ฉันกับ Wuli ได้รู้จักกันเพราะการทำงาน เราเดินทางไปที่ต่างๆ ด้วยกันมากมาย
Fuling: ไม่กี่เดือนก่อน ฉันป่วยหนักมาก มันกระทบต่อสมรรถภาพการเดินของฉัน ซึ่งอาการของฉันก็แย่ลงเรื่อยๆ เราออกไปผจญภัยเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว Wuli เลิกทำงานและเดินทางไปทั่วโลกเพื่อหาทางรักษาฉัน
Fuling: แต่ถึงเขาจะพยายามมากแค่ไหน เราก็หาทางรักษาไม่ได้เลย... จนกระทั่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตอนที่เขาพาฉันมาที่หงเจิ้น บอกว่ามีเซอร์ไพรส์ให้ฉันด้วย
Fuling: ฉันคิดว่าจะเป็นแค่ทริปพักผ่อน แต่เขาหายไปเจ็ดวัน ตอนนี้เขากลับมา แล้วก็พูดเรื่อยเปื่อยว่าหาทางหยุดไม่ให้อาการของฉันแย่ลงได้แล้ว...
ผู้พเนจร:
Changli: คงจะเป็น "ความลับแห่งการเป็นอมตะ" ของภูผาสวรรค์สินะ?
Fuling: ใช่ค่ะ... Wuli บอกว่าเขาได้ทำวิจัยและพบสวรรค์อันบริสุทธิ์บนภูผาสวรรค์แล้ว เป็นที่ที่กาลเวลาหยุดนิ่ง เขาบอกว่าถ้าฉันอยู่ที่นั่น อาการของฉันจะไม่แย่ลงไปกว่านี้...
Fuling: ...มันไม่สามารถรักษาฉันได้อย่างสมบูรณ์ แต่เราสามารถใช้เวลาชั่วนิรันดร์ด้วยกันได้
Fuling: ตอนแรกฉันก็คิดว่ามันเป็นแค่ตำนาน... แต่แล้วคุณก็เล่าว่าเขาใช้เวลาอยู่บนภูเขาแค่ครึ่งวัน...
ผู้พเนจร:
Fuling: ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ Wuli ดูมั่นใจมาก
Changli: ภูผาสวรรค์เคยเผชิญกับความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ยังไงก็ตาม ด้วยความช่วยเหลือจากท่านเจ้าเมือง Jinhsi และผู้พเนจร ความวุ่นวายเหล่านี้จึงถูกขจัดไป หรืออย่างน้อยเราก็หวังแบบนั้น
ผู้พเนจร:
Changli: ยังมีความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาหลงเหลืออยู่บนภูเขา และโชคร้ายที่ Wuli บังเอิญไปเจอมันเข้า เขาเข้าใจผิดว่าเป็นยารักษาในตำนานที่กำลังตามหาอยู่
Changli: แต่เขาไม่รู้เลยว่ามันจะทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น
Fuling: เข้าใจแล้ว...
Fuling: ...เพราะงั้นถึงมีข่าวลือว่ามิดไนท์เรนเจอร์มาที่นี่ เพื่อจัดการกับทาเซ็ตดิสคอร์ดที่เหลืออยู่ และปิดกั้นไม่ให้ขึ้นเขา...
Fuling: แล้ว... ถ้าความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่คุณพูดถึงเป็นอันตรายจริงๆ...
Fuling: ผู้พเนจร ท่าน Changli โปรดช่วยเรากำจัดมันด้วยเถอะนะคะ เพื่อประโยชน์ของทุกคนที่นี่
ผู้พเนจร:
Changli: เขาคิดว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยเธอได้จริงๆ เขายอมเสี่ยงเพื่อเธอ ต่อให้มีโอกาสแค่เล็กน้อย
Fuling: ฉัน...
Fuling: หยุดเวลาของตัวเอง... ฉันว่าฉันไม่ควรทำแบบนั้น มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฉัน ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ แต่ฉันไม่เป็นไรหรอก
Fuling: ความฝันสิ้นสุดลงเสมอ สุดท้ายเราก็ต้องตื่นขึ้นและก้าวต่อไป
Fuling: แค่กๆ ฉัน... ฉันสบายดี ฉันไม่ได้คุยกับใครนานขนาดนี้มานานแล้ว
ผู้พเนจร:
Fuling: ...ฉันแค่เหนื่อยนิดหน่อย พักผ่อนบ้างก็คงจะดีขึ้น
Fuling: ไว้พอ Wuli ฟื้นขึ้นมา ฉันจะอธิบายทุกอย่างให้เขาฟัง
Changli: เธอคิดแบบไหนยังไง ก็บอกเขาไปเถอะ
Changli: ถ้าเอาแต่เก็บไว้คนเดียว... ก็จะไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอรู้สึกยังไง
Fuling: ...ค่ะ ฉันเข้าใจ
Changli: ผู้พเนจร สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เราควรไปแจ้งท่าน Xinyi ก่อน
ผู้พเนจร:
บอก Xinyi ถึงสิ่งที่คุณรู้
Xinyi: คุณสองคนมาถึงที่นี่มีธุระอะไร?
ผู้พเนจร:
คุณอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
Xinyi: เข้าใจแล้ว รูปลักษณ์แปลกๆ ของทาเซ็ตดิสคอร์ดบนภูเขา และความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่ยังไม่ถูกค้นพบ...
Xinyi: จากคำอธิบายของ ผู้พเนจร มีรายละเอียดที่น่าสงสัยหลายอย่าง
Changli: คุณคิดยังไงกับคำพูดก่อนหน้านี้ของ Fuling ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร:
Changli: เขาเล่าว่าเขาใช้เวลาอยู่บนภูเขาแค่ครึ่งวัน แต่เวลาผ่านไปแล้วเจ็ดวันนับตั้งแต่เขากลับมาที่หงเจิ้น... นั่นฟังดูเหมือนเป็นความปั่นป่วนแห่งกาลเวลา แต่ไม่รุนแรงพอที่จะส่งผลกระทบต่อหงเจิ้น
Changli: หลังจากที่ Jinhsi ต่อสู้กับเซนติเนล เธอสั่งให้มิดไนท์เรนเจอร์คอยลาดตระเวนหงเจิ้นและตรวจสอบภูผาสวรรค์เพื่อดูว่ายังมีความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาหลงเหลืออยู่มั้ย ก่อนที่จะเปิดให้สาธารณชนเข้าไปอีกครั้ง
Changli: ผู้พเนจร ช่วงนี้คุณออกสำรวจภูเขาบ่อยมาก ฉันมั่นใจว่าคุณคงเดินทางไปทั่วภูผาสวรรค์แล้ว แต่ถ้ามีการหยุดชะงักของกาลเวลาที่เรามองข้ามไปอยู่ล่ะก็...
ผู้พเนจร:
Changli: น่าจะใช่ แต่... ทำไมมันถึงปรากฏออกมาอีกครั้งตอนนี้ล่ะ?
ผู้พเนจร:
Changli: "ตำนาน" ที่ Fuling เล่าให้ฟังนั้นแตกต่างจากความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาบนภูผาสวรรค์ที่เราคุ้นเคยกัน ในเรื่องเล่า มนุษย์ไม่ได้สูญเสียเวลาในชีวิตไป
Changli: เขาเชื่อมั่นในการค้นพบของเขาอย่างสุดหัวใจ แล้วจู่ๆ เขาก็พบกับความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาเข้าในเวลาเพียงครึ่งวัน อีกอย่าง... พอฉันถามเขา เขาก็เลี่ยงคำถามของฉัน
ผู้พเนจร:
Changli: คำโกหกที่ดูออกยากที่สุดมักจะไม่ใช่คำโกหกตรงๆ แต่เป็นคำโกหกที่ซ่อนส่วนหนึ่งของความจริงเอาไว้
Changli: นักสำรวจคนนี้ต้องการช่วยเพื่อนของเขาจริงๆ แต่เขาก็ปิดบังอะไรบางอย่างไว้ด้วย
Changli: ...ฉันชักอยากรู้ความจริงเบื้องหลัง "ความปั่นป่วนแห่งกาลเวลา" นี้มากขึ้นซะแล้ว
ผู้พเนจร:
Changli: คุณสังเกตอะไรมั้ย ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร:
Changli: สำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย พวกเขาควรคว้าโอกาสในการมีชีวิตรอดเอาไว้ ไม่ว่าจะดูริบหรี่ยังไงก็ตาม... คุณคิดแบบนั้นใช่รึเปล่า?
Changli: บางทีเธออาจจะยอมรับชะตากรรมของเธอไปแล้ว หรือบางที... เธออาจไม่เคยวางแผนที่จะใช้ชีวิตแบบนั้นตลอดไปก็ได้
Xinyi: Changli...
Changli: ...เอาล่ะ ขอโทษที่คาดเดาไปเรื่อย
ผู้พเนจร:
Changli: ฉันรู้ว่าคุณก็จะสังเกตเห็นเหมือนกัน
Changli: สัญญาณรบกวนความถี่ที่นี่อ่อนมาก คล้ายกับความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่ภูผาสวรรค์ที่ผ่านมาเลย แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว
Changli: บันทึกของนักพรต Xuanmiao บอกว่านี่คือที่ที่บันทึกการเดินหมากปรากฏครั้งล่าสุด และนี่ก็เป็นที่ที่เราพบนักสำรวจคนนั้นด้วย
Xinyi: ... อย่างที่ Changli พูด ความผิดปกตินี้น่าจะความเกี่ยวข้องกับบันทึกการเดินหมากในตำนานก็ได้
ผู้พเนจร:
Changli: ใช่แล้ว... ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่าเราไม่ใช่คนเดียวที่กำลังตามหามันอยู่
Changli: นักสำรวจคนนั้นไม่ได้บอกเราว่าได้ข้อมูลมาจากไหน
Changli: แต่ความรู้ของเขาเกี่ยวกับภูผาสวรรค์นั้นมีมากกว่าคนที่มาครั้งแรกมาก
Xinyi: คุณหมายถึง...
ผู้พเนจร:
Xinyi: เข้าใจแล้ว มิดไนท์เรนเจอร์จะปิดกั้นทางเข้าภูเขาทั้งหมดเอาไว้ก่อน ส่วน Changli คุณยังมีอำนาจส่งกองกำลังรักษาการณ์เข้าไปในพื้นที่ได้ตามต้องการ
Changli: ตอนนั้นเรารีบร้อนออกจากภูผาสวรรค์ ฉันต้องกลับขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้งเพื่อสืบหาความจริงเพิ่มเติม... ฉันมีข้อสันนิษฐานบางอย่างที่ยังต้องการการยืนยัน
Changli: เรายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับตำแหน่งและขอบเขตที่แน่นอนของความปั่นป่วนแห่งกาลเวลา ยังไงก็ตาม การที่มันปรากฏออกมาอีกครั้งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องจัดการ
ผู้พเนจร:
Changli: มันอันตรายนะ
ผู้พเนจร:
Changli: ถ้าอย่างนั้น... ขอบคุณนะ ผู้พเนจร
Xinyi: ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วย จริงๆ แล้วคุณควรจะมาที่นี่เพื่อพักผ่อน... แต่ดูเหมือนมีวิกฤตเกิดขึ้นอีกแล้ว
Xinyi: ระวังตัวด้วย
กลับไปที่ถ้ำที่คุณพบกับ Wuli
สำรวจบริเวณโดยรอบ
Changli: ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสองคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ผู้พเนจร:
Changli: ก็แค่สมมติฐานน่ะ
Changli: Fuling ได้ยอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว เธอไม่ได้เชื่อตำนานเรื่อง "ความเป็นอมตะ" แต่เธอแค่อยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด และเติมเต็มความฝันของเธอด้วยกันกับ Wuli
Changli: ถ้า Wuli ต้องการไปถึงที่ที่เขาเรียกว่าเป็น "สวรรค์" เขาจะต้องติดอยู่ในนั้นตลอดไป นั่นหมายความว่าเขาจะต้องทิ้งอนาคตในฐานะนักสำรวจไป
Changli: นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการให้เขาทำ
Changli: ความปรารถนาสูงสุดของเธอคืออยากให้คนรักของเธอทำใจรับการจากไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของเธอซะ และทำความปรารถนาร่วมกันของพวกเขาให้สำเร็จแทนเธอ
Changli: เธอไม่ได้ยอมแพ้ เธอแค่ยังยึดมั่นกับความหวังแห่งอนาคตอยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อเห็นมันเกิดขึ้นก็ตาม
ผู้พเนจร:
Changli: หา... ทำไมอยู่ๆ ถึงถามแบบนั้นล่ะ?
ผู้พเนจร:
Changli: คุณเห็นฉันเป็นแบบนั้นเหรอ? อืม... บางทีสำหรับบางคน ความตายอาจจะเป็นแค่จุดหมายปลายทาง ยังมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องให้ความสำคัญอีกตั้งเยอะ
Changli: ฉันแค่คาดเดาเอาจากข้อมูลที่เรารวบรวมมาได้ และพูดตรงๆ นะ Fuling เก็บความลับไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่
ผู้พเนจร:
Changli: เรามาโฟกัสที่ปัญหากันก่อนเถอะ ถึงแม้ไดอารี่จะดูกำกวม แต่มันก็ช่วยเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของคนที่ทำให้ Wuli เข้าใจผิด
Changli: นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เบาะแสทั้งหมดชี้ไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างความปั่นป่วนแห่งกาลเวลากับตำนานหมากล้อม หรือบางที... อาจมีใครบางคนกำลังพยายามเชื่อมโยงข้อมูลนี้อยู่
ผู้พเนจร:
Changli: ใช่แล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงของเซนติเนล... นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่นักสำรวจทั่วไปจะหาได้
Changli: ฉันเดาว่า "เพื่อนเก่า" ของเราคงยังไม่ยอมแพ้
Changli: พวกเขาพยายามอย่างมากที่จะพาเรามาที่นี่ ถ้าเราไม่ตอบโต้อะไรสักอย่างคงจะเสียมารยาทแย่
Changli: ตามข้อมูลในบันทึกของอาจารย์และแผนที่ของ Wuli...
Changli: ...สถานที่ที่เรากำลังตามหาน่าจะอยู่ข้างหน้านี่เอง
เดินหน้าต่อไป
Changli: นั่นมัน...
ผู้พเนจร: ความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่ปั่นป่วนอยู่จนมองเห็นได้ชัดเจนเลย
ไปยังพื้นที่ที่เวลาเดินไปอย่างวุ่นวาย
ผู้พเนจร: มีร่องรอยการขุดบนพื้นดิน... ดูเหมือนมีคนพยายามขุดหลุมด้วยมือเปล่า จะใช่เป็น Wuli รึเปล่านะ?
Changli: นี่มัน... กระดานหมากล้อม
ผู้พเนจร:
Changli: การไหลของเวลาที่ผิดปกติตรงนี้น่าจะเกิดจากเครื่องทวนเวลาน่ะ บางทีอาจจะมีวิธีแก้ก็ได้
ย้อนเวลาของกระดานหมากล้อม
เรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของกระดานหมากล้อม
ภาพนิมิตของชายชรา: เป็นการเดินหมากที่ยอดเยี่ยมมาก น่าทึ่งจริงๆ ทั้งยึดพื้นที่และแผ่อิทธิพลอย่างแข็งแกร่ง วางหมากได้สุดยอดมาก
ภาพนิมิตของชายชรา: ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นหมากล้อมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้บนภูผาสวรรค์ ถึงเธอจะเป็นเด็ก แต่เธอมีอะไรมากกว่าที่เห็นอีกเยอะ
ภาพนิมิตของเด็ก: ...
ภาพนิมิตของชายชรา: ได้โปรดเถอะ ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก ฉันเห็นความแตกต่างในฝีมือของเราชัดเลย
ผู้พเนจร:
Changli: ...นี่เป็นเสียงของอาจารย์ ดูเหมือนเสียงของอีกฝ่ายจะถูกลบ
ผู้พเนจร:
Changli: คุณว่าเด็กอีกคนหน้าตาเหมือนใคร?
ผู้พเนจร:
Changli: ...
Changli ดูเหมือนจะครุ่นคิดอย่างหนักและไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
ภาพนิมิตของชายชรา: เราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว แต่คุณ เพื่อนยาก ยังดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย
ภาพนิมิตของชายชรา: ดูเหมือนฉันจะเคยเจอคุณมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน คุณช่วยชีวิตฉันไว้... แล้วตอนนั้นคุณก็อายุมากกว่าฉันด้วย ฉันน่าจะให้เกียรติคุณมากกว่านี้
ภาพนิมิตของชายชรา: คุณยังจำคำสัญญาของเราได้ ฉันดีใจเหลือเกิน...
ภาพนิมิตของชายชรา: เมืองใหม่กำลังจะถูกสร้างขึ้น ทั้งที่คุณทำได้ขนาดนี้ ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเกษียณตอนนี้ล่ะ?
ภาพนิมิตของเด็ก: ...
ภาพนิมิตของชายชรา: ...ฉันอาจจะพูดออกไปโดยไม่ดูกาละเทศะ แต่ถ้าคุณไม่ได้รีบร้อนที่จะไปจากจินโจว ลองมาเล่นหมากล้อมกับฉันสักอีกตามั้ย?
ภาพนิมิตของชายชรา: แค่กๆ... เล่นได้ดีมาก ยี่สิบปีผ่านไป ฉันก็ยังไม่มีโอกาสชนะคุณเลย
ภาพนิมิตของชายชรา: ฮ่าๆ... ฉันแทบไม่สังเกตเลยว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว
ภาพนิมิตของชายชรา: ทุกการเดินหมากหมากล้อมของคุณทั้งลื่นไหลและคาดเดาไม่ได้ แม้เราจะเริ่มต้นด้วยการเปิดเกมแบบเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถกำหนดผลลัพธ์ได้ล่วงหน้า... เราเห็นสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจนในการเดินหมากของเรา และกับทุกๆ ชีวิตด้วย
ภาพนิมิตของชายชรา: ตระกูลของฉันเป็นตระกูลนักพรต เรามองโลกเกมแห่งกลยุทธ์ เราคอยบงการสิ่งต่างๆ อยู่เบื้องหลัง...
ภาพนิมิตของชายชรา: แต่คุณ เพื่อนยาก คุณเลือกที่จะเข้าไปเล่นเกมด้วยตัวเอง มันเป็นเส้นทางที่อันตรายและไม่มีจุดสิ้นสุด ฉันอยากจะช่วย แต่เวลาของฉันใกล้หมดแล้ว ฉันจะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของคุณ...
ภาพนิมิตของชายชรา: อย่าเสียใจไปเลย ถ้าฉันตายไป คงจะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีพำนักสุดท้ายอยู่ที่เชิงเขาของเซนติเนล
ภาพนิมิตของชายชรา: เมื่อถึงเวลา... คนที่จบเกมหมากล้อมนี้กับคุณคงไม่ใช่ฉัน แต่เป็นลูกศิษย์ของฉันต่างหาก
ภาพนิมิตของชายชรา: แผนของฉันดูเสี่ยงเกินไปสำหรับคุณรึเปล่า?
ภาพนิมิตของชายชรา: ไม่ต้องกังวลไปหรอก ด้วยความฉลาดและไหวพริบของเธอ เธอจะต้องไขปริศนานี้ได้แน่นอน
ภาพนิมิตของชายชรา: ผลลัพธ์ของเกมนี้จะตัดสินชะตากรรมของจินโจว และแม้กระทั่งทั้งโลกใบนี้
ภาพนิมิตของชายชรา: เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย... เกมสุดท้ายของเรา มาเล่นกันเถอะ...
Changli: ...
Changli: พวกแกตามเรามาไกลขนาดนี้แล้ว แต่กลับไม่เปิดเผยตัวตน งั้นต้องออกตัวชวนพวกแกเองแล้วล่ะ
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: อย่าคิดว่าแกจะควบคุมทุกอย่างได้ตลอด Changli
ผู้พเนจร:
Changli: การทักทายอันแสนอบอุ่นของเราจบลงแล้ว ถึงเวลาบอกลาแล้วล่ะ
พิชิตนักสังเคราะห์แฟรกต์ซิดัส
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: ยังไม่ยอมแพ้อีกเหรอ Changli?
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: เรารู้มากกว่าแค่เรื่องเกมที่ยังไม่จบ เรารู้เรื่องราคาที่เธอต้องจ่ายดี... เวลาของเธอเหลือไม่มากแล้ว
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: พวกเราตามรอยเธอมาจนถึงที่นี่
Changli: โอ้? อย่างนั้นเหรอ?
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: มิติเสียงสะท้อนเปิดแล้ว ไปเร็ว!
ผู้พเนจร:
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: โทษทีนะ แต่ฉันไม่ปล่อยให้แกผ่านไปหรอก
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: ความสามารถในการควบคุมเวลาอันน่าเกรงขามของ "Jué" ในช่วงที่มีพลังเต็มเปี่ยม... ทั้งหมดอยู่ในมิติโซโนโรนี้ ฉันแน่ใจว่าแกคงรู้ดีอยู่แล้ว
ผู้พเนจร:
Changli: แกอยากจะไล่ตามตำนานนี้จริงๆ เหรอ แกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องจริงมั้ย?
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: แล้วไงล่ะ ตอนมิติโซโนโรนี้กลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ตอนที่ความปั่นป่วนแห่งกาลเวลานำพาความตายมาให้ คงจะเป็นภาพที่น่าดูชมไม่น้อยเลย?
ผู้พเนจร:
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: ยังไงก็ตาม... ผู้พเนจร ขอบคุณที่ช่วยให้เราเข้ามาในมิติเสียงสะท้อนนี้ได้
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส: คุณเป็นคนพิเศษอย่างที่นายท่านได้บอกเอาไว้จริงๆ ด้วย
เข้าไปในมิติเสียงสะท้อนและเปิดเผยความลับของกระดานหมากล้อม
ไปหา Changli
ผู้พเนจร: อยู่ในมิติที่ไม่คุ้นเคย... ไม่มีร่องรอยของพวกแฟรกต์ซิดัสเลย ส่วน Changli ก็หายตัวไป
ผู้พเนจร: ฉันต้องหาเธอให้เจอโดยเร็ว
เด็กหญิงตัวน้อย: ...ไม่! อย่าเข้ามานะ!
ตามเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
เด็กหญิงตัวน้อย: แฮ่ก... แฮ่ก...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หนู-หนูไม่เป็นไร! นี่คือพลังพิเศษของหนู... หนูชินแล้ว...
เด็กหญิงตัวน้อย: พี่... อยู่ห่างๆ หนูไว้ เดี๋ยวโดนไฟลวก
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หมู่บ้านนี้ถูกทาเซ็ตดิสคอร์ดโจมตี ไม่มีอะไรเหลือเลย
เด็กหญิงตัวน้อย: พี่มาทำอะไรที่นี่? ตอนนี้มีแต่พวกผู้ถูกเนรเทศที่ยอมอยู่ที่นี่
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: พี่เป็นคนไม่ดีใช่มั้ย?
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ...พวกคนไม่ดีชอบพูดแบบนี้แหละ
เด็กหญิงตัวน้อย: ไม่ว่าพี่จะกำลังตามหาใคร... ไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากหนูกับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ด
เด็กหญิงตัวน้อย: Changli... นั่นใครกันเหรอ?
เด็กหญิงตัวน้อย: นอกจากทาเซ็ตดิสคอร์ดแล้ว ก็มีหนูคนเดียวที่อยู่ที่นี่
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ...ตอนหนูอยู่ที่นี่ไม่มีใครกลัวหนู และหนูก็ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บด้วย
เด็กหญิงตัวน้อย: ยังไงก็เถอะ... พี่ควรจะรีบไปซะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับพี่
ผู้พเนจร:
(ภาพลวงตาในมิติเสียงสะท้อนไม่น่าจะมาพูดคุยกันแบบนี้ได้ พวกนี้เป็น... ภาพลวงตาที่ถูกดึงออกมาจากความทรงจำของ Changli ถูกสร้างขึ้นโดยผลกระทบของคลื่นย้อนกลับรึเปล่านะ?)
เด็กหญิงตัวน้อย: ...?
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ทำไมหยุดพูดไปล่ะ? พี่หลงทางเหรอ?
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หนู... หนูพาพี่ไปที่ปลอดภัยได้นะ หนูรู้จักทางลัดไปที่หมู่บ้านที่ปลอดภัย
เด็กหญิงตัวน้อย: โอย...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ...
เด็กหญิงตัวน้อย: ขอบคุณ
ไปยังที่ปลอดภัยพร้อมกับเด็กสาว
ไขปริศนาพร้อมกับเด็กสาว
เด็กหญิงตัวน้อย: เอ่อ... ที่นี่เคยมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ?
ผู้พเนจร: กลไกพวกนี้... จะต้องปลดล็อกจากทั้งสองด้านพร้อมกัน
เด็กหญิงตัวน้อย: ได้เลย จัดการคนละด้านนะ หนูจะไปตรงนั้น
เดินหน้าต่อไป
เด็กหญิงตัวน้อย: คนพวกนี้เป็น... ชาวบ้านที่โดนทาเซ็ตดิสคอร์ดโจมตี...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ทำไมกัน... เมื่อกี้ไม่เห็นมีใครอยู่ที่นี่เลย...
เด็กหญิงตัวน้อย: ไม่ต้องกลัวนะ พลังเรโซแนนซ์ของหนูแข็งแกร่งมาก! หนูจะกำจัดพวกมันและปกป้องพี่เอง
กำจัดสิ่งที่กีดขวางถนนและเดินหน้าต่อไป
เด็กหญิงตัวน้อย: ...ทาเซ็ตดิสคอร์ด! ระวัง!
พิชิตทาเซ็ตดิสคอร์ดที่ขวางทาง
เด็กหญิงตัวน้อย: พี่... ทำไมพี่ถึง...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ...ก็ได้
เด็กหญิงตัวน้อย: ไม่ต้องห่วง หนูจะไม่ถ่วงพี่...
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูไม่ใช่เด็กธรรมดานะ! หนูแข็งแกร่งนะรู้มั้ย
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ...
เดินหน้าต่อไป
เด็กหญิงตัวน้อย: หมู่บ้านที่ฉันอาศัยอยู่ถูกทาเซ็ตดิสคอร์ดน่ากลัวพวกนั้นทำลาย
เด็กหญิงตัวน้อย: พวกเขาพาหนูไปซ่อนในห้องใต้ดินที่ปลอดภัย... ในขณะที่คนอื่นๆ ตายไปหรือวิ่งหนี... ไม่มีใครรอดเลยยกเว้นหนู
เด็กหญิงตัวน้อย: พอหนูออกมาจากห้องใต้ดิน... ก็ไม่มีใครเหลืออยู่เลย
เด็กหญิงตัวน้อย: ตอนนี้ หนูต้องไปหาที่ปลอดภัยแล้ว...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: โอเค...!
ค้นหาทางเข้าไปด้วยกัน
ผู้พเนจร: พวกทาเซ็ตดิสคอร์ดมาอีกแล้ว ฉันจัดการเอง!
เด็กหญิงตัวน้อย: โอเค...
พิชิตทาเซ็ตดิสคอร์ดที่เฝ้าซากปรักหักพัง
ผู้พเนจร: นี่ใช่...กุญแจของประตูบานนั้นรึเปล่า?
เด็กหญิงตัวน้อย: ใช่แล้ว... และทาเซ็ตดิสคอร์ดพวกนั้นก็กลืนกินความถี่ของยามที่เฝ้าที่ประตูไปแล้ว...
ผู้พเนจร: ...
เดินทางลึกเข้าไปในซากปรักหักพัง
เด็กหญิงตัวน้อย: โอย...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: มันอาจจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้ว...มันไม่เจ็บเลย
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: แน่นอน หนูเป็นเรโซเนเตอร์ด้วยรู้มั้ย พลังเรโซแนนซ์ของหนูทรงพลังมากเลยนะ หนูควบคุมไฟได้
เด็กหญิงตัวน้อย: ไม่มีอะไรที่สว่างและอบอุ่นไปกว่าไฟแล้ว... มันสามารถแก้หนาวและขับไล่สัตว์ประหลาดออกไปได้ด้วย
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: นะ-นั่นเป็นเพราะว่าหนูยังควบคุมพลังไม่เป็น...
เด็กหญิงตัวน้อย: เรโซเนเตอร์ที่สอนหนูเรื่อง "พลังเรโซแนนซ์" บอกว่าถ้าหนูไม่ใช้มันให้ถูกต้อง หนูจะอายุสั้น
เด็กหญิงตัวน้อย: พวกเขายังพูดอีกหลายเรื่องที่หนูไม่เข้าใจ... พวกเขาบอกหนูว่าไม่ควรใช้พลังบ่อยเกินไป
เด็กหญิงตัวน้อย: แต่... ถ้าหนูไม่ใช้พลังพิเศษ หนูก็คงโดนพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดกิน หรือไม่ก็โดนคนไม่ดีฆ่าตายแน่ๆ...
เด็กหญิงตัวน้อย: ชีวิตยืนยาวจะมีประโยชน์อะไรถ้าหนูตายไปก่อน?
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูอยากมีชีวิตอยู่ หนูอยากเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูอยากควบคุมพลังของหนูเป็น และปกป้องผู้คนที่เคยปกป้องหนู
เด็กหญิงตัวน้อย: แล้วก็... แล้วหนูก็จะสร้างโลกที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคน
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ใช่ ครูประจำหมู่บ้านสอนหนู นั่นหมายความว่าเด็กๆ จะไม่ต้องคอยระวังสัตว์ประหลาดอีกต่อไป เราทุกคนจะมีอาหารกินอย่างเพียงพอและมีชีวิตที่มั่นคง
เด็กหญิงตัวน้อย: แต่หนูยังต้องเรียนรู้อีกมาก... ฉันต้องตามหาคนที่แข็งแกร่งจริงๆ และเรียนรู้จากพวกเขา
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: โอเค...
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูอยากแข็งแกร่งเหมือนกับพี่...
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: น-หนูเข้าใจแล้ว... หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ
ตรวจสอบกลไกภายในซากปรักหักพัง
เด็กหญิงตัวน้อย: ที่นี่แปลกจริงๆ... มันดูคุ้นตามาก แต่มีหลายอย่างที่หนูไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...
เด็กหญิงตัวน้อย: ประตูนี่...
เด็กหญิงตัวน้อย: ...หนูไม่รู้ว่าทำไม แต่หนูรู้สึกเหมือนเคยมาที่นี่มาก่อน มันแปลกมาก...
เด็กหญิงตัวน้อย: ไปดูรอบๆ กันดีกว่า... บางทีเราอาจจะพบอะไรบางอย่าง
เชื่อมต่อลำแสงเข้ากับกลไก
สำรวจภาพมายาที่คุ้นเคย
เด็กหญิงตัวน้อย: นี่คือ...
(...ภาพลวงตาจากอดีต)
(ที่นี่... ดูคุ้นๆ เหมือนกันนะ)
(นี่คือความทรงจำของฉัน... ที่ถุกสร้างขึ้นใหม่ภายในมิติเสียงสะท้อนนี้)
(พอฉันก้าวเข้ามาข้างใน ทั้งผู้พเนจรและแฟรกต์ซิดัสก็หายวับไปในอากาศ ความถี่ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และการไหลของเวลาก็วุ่นวายไปหมด เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นบนภูผาสวรรค์...)
(มิติเสียงสะท้อนที่ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนแห่งกาลเวลา... ที่เมื่อมีใครเข้าไปแล้ว ก็เสี่ยงที่จะติดอยู่ข้างในตลอดไป และถ้าอาจารย์ของฉันเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี้ไว้...)
(เขาทำแบบนี้เพื่อหลอกล่อ หรือเพื่อแยก หรือบางที...)
(ฉันต้องระวังตัวไว้ ไม่ว่าจะยังไง... ฉันต้องหา ผู้พเนจร ให้เจอก่อน)
ไปหาผู้พเนจร
พิชิตทาเซ็ตดิสคอร์ดที่ขวางทาง
เด็กหญิงตัวน้อย: ฮะ... ฮ่า... ฉัน-ฉันทำได้...
Changli: (ใช่แล้ว ตอนนั้นฉันไม่รู้วิธีควบคุมไฟ ฉันได้แต่ใช้พลังอัดไปตรงๆ และร่างกายของฉันมักจะเต็มไปด้วยรอยไฟลวกตลอดเวลา...)
กำจัดสิ่งที่กีดขวางถนน
เดินหน้าต่อไป
Changli: (ที่นี่... ที่แห่งนี้คือที่ที่อาจารย์หลีกสันโดษ)
Changli: (ช่องว่างภายในมิติเสียงสะท้อนแห่งนี้ดูยุ่งวุ่นวายไปหมด...)
สำรวจภาพมายาที่คุ้นเคย
ภาพนิมิตของ Changli วัยเยาว์: อาจารย์ต้องจากไปด้วยเหรอ?
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: เวลาของอาจารย์ในโลกนี้หมดลงแล้ว เด็กน้อย ฉันมีจุดหมายที่ตัวเองต้องไป ฉันร่วมเดินทางไปกับหนูได้เพียงเท่านี้
ภาพนิมิตของ Changli วัยเยาว์: อาจารย์จะไปสถานที่อันตรายคนเดียวเหรอ? ทำไมหนูถึงไปด้วยไม่ได้ล่ะ?
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: ยังไม่ถึงเวลาที่หนูต้องไป... Changli... หนูเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มาก และสักวันหนูจะต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แน่นอน
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: แต่ราคาที่หนูต้องจ่ายจากการฝืนใช้พลังพิเศษนั้นไม่มีวันถูกลบเลือนไปได้ อายุขัยของหนูจะสั้นกว่าคนทั่วไปมาก
ภาพนิมิตของ Changli วัยเยาว์: ...ค่ะ หนูเข้าใจแล้วค่ะ
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: จงจำสิ่งที่อาจารย์สอนเอาไว้ จงไตร่ตรองอย่างรอบคอบ วางแผนอย่างรอบคอบ และปกป้องตัวเองอย่างชาญฉลาด เพราะเมื่อหนูได้เติบโตเป็นคนอย่างที่หนูใฝ่ฝัน... หนูทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้แน่ๆ
ภาพนิมิตของ Changli วัยเยาว์: Changli จะจดจำคำสอนของอาจารย์เอาไว้ในใจค่ะ
ภาพนิมิตของ Changli วัยเยาว์: แต่อาจารย์... คนที่อาจารย์ต้องการให้หนูตามหา... หนูจะไปเจอเขาได้ยังไง?
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: เมื่อถึงเวลาหนูจะรู้เอง แล้วอาจารย์ก็จะช่วยหนูเอง
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: หนูแค่ต้องใช้ภูมิปัญญาเพื่อให้คำแนะนำกับคนคนนั้น
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: เขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้อย่างแท้จริง หนูจะต้องตามหาเขาให้พบ และช่วยเหลือเขา
ภาพนิมิตของ Xuanmiao: ด้วยวิธีนี้ โลกอันรุ่งเรืองที่หนูต้องการก็จะมาถึงในไม่ช้า
Changli: (ฉันเชื่อว่า... ฉันเจอคนคนนั้นแล้วค่ะอาจารย์)
Changli: (...กระดานหมากล้อมและมิติเสียงสะท้อนนี้... พวกมันเป็นทั้งปริศนาและคำตอบ)
Changli: (จุดสิ้นสุดของมิติเสียงสะท้อนนี้... กลายเป็นว่ามันอยู่ตรงที่ที่เขาอยู่)
เดินผ่านประตู
ไขปริศนาของนักพรต Xuanmiao
Changli: ฉันเดาว่านี่คงเป็นปริศนาอีกข้อหนึ่งจากอาจารย์ของฉัน...
เชื่อมต่อลำแสงเข้ากับกลไก
ไปให้ถึงจุดจบของมิติเสียงสะท้อน
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หนู... หนูไม่เป็นไร...
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูคิดว่าหนูจำอะไรบางอย่างได้... แต่ทุกอย่างมันดูเบลอไปหมด ไม่เห็นภาพอะไรชัดเจนเลย...
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูตามหาอะไรบางอย่างมานานมากแล้ว...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หนูไม่รู้... หนูจำได้แค่ว่ามันสำคัญมากๆ บางอย่างที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้...
เด็กหญิงตัวน้อย: แต่หนูเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่... ทุกสิ่งทุกอย่างดูแตกต่างไปจากที่หนูจำได้...
เด็กหญิงตัวน้อย: แล้ว... ทำไมพี่ดูคุ้นจัง? เราไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยนะ...
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: หืม?
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: เราน่าจะใช้มันเปิดประตูนั้นได้!
เด็กหญิงตัวน้อย: หลังประตูบานนั้นมีอะไรเหรอ?
ผู้พเนจร:
เด็กหญิงตัวน้อย: ใช่... หนูหวังว่าจะเป็นแบบนั้น
พิชิตโครโนชาโดว์
เอคโค่ของปรมาจารย์: ชิงความได้เปรียบก่อนที่เหตุจะเกิด ดับไฟเสียแต่ต้นลม
Changli น้อย: อาจารย์...?
เอคโค่ของปรมาจารย์: Changli หนูทำได้ดีมาก
เอคโค่ของปรมาจารย์: ตอนนี้หนูได้พบคำตอบที่ต้องการแล้ว... ถึงเวลาที่จะเริ่มต้นการเดินทางของหนูแล้ว
เอคโค่ของปรมาจารย์: จากนี้ไป ทางเลือกที่หนูเลือกและแผนที่หนูวาง...
เอคโค่ของปรมาจารย์: ทั้งหมดจะนำไปสู่อนาคตนั้น
ผู้พเนจร: ... Changli
Changli: ขอโทษที่ให้รอนาน
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส A: ที่นี่... มัน...
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส B: หนีเร็ว!!
มนุษย์ดัดแปลงแฟรกต์ซิดัส C: ม... มันเป็นกับดัก! พวกมันหลอกเรา!
Changli: ไม่ต้องกังวลไป...
Changli: เกมนี้กำลังจะจบแล้ว
Changli: คุณรู้สึกมั้ย? ความอบอุ่นน่ะ... ไม่เจ็บสักนิดเลย เห็นมั้ย?
Fuling: สวยจังเลยค่ะ...
Fuling: Wuli นี่คือปาฏิหาริย์ที่เรารอคอยมานาน! มันคือความหวังที่จะเกิดใหม่หลังจากที่การทำลายล้างจบลง...
Wuli: Fuling...
Changli: มันจบแล้ว
Xinyi: ได้เจอสิ่งที่ตามหามั้ย?
Changli: ...
Xinyi: ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ มิดไนท์เรนเจอร์ได้จับกุมสมาชิกแฟรกต์ซิดัสที่เหลืออยู่ในภูเขาสำเร็จแล้ว และผลกระทบของความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาก็หายไปแล้วด้วย
Xinyi: ฉันขาดการติดต่อกับคุณไปพักใหญ่เลย มีปัญหาอะไรรึเปล่า?
ผู้พเนจร:
Xinyi: ความปั่นป่วนแห่งกาลเวลาที่ซ่อนอยู่ในมิติเสียงสะท้อน... ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมไม่มีใครหาเจอ
Xinyi: ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวิธีแก้คือการเผามิติเสียงสะท้อนทั้งหมดจากด้านใน...
Xinyi: คุณใช้พลังมากเกินไปแล้ว Changli
ผู้พเนจร:
Changli: ฉันรู้ขีดจำกัดของฉันดี
Wuli: ผู้พเนจร ท่านหญิง Changli!
ผู้พเนจร:
Fuling: ตอนนี้ Wuli หายดีแล้ว ต้องขอบคุณคุณหมอที่ช่วยเขาไว้ ส่วนฉัน... อย่างน้อยก็ยังเดินได้บ้าง
Fuling: สุดท้ายก็ผ่านมาเกือบห้าวันแล้ว...
ผู้พเนจร:
Wuli: ผมไม่เคยขอบคุณคุณเลยที่พาผมกลับมาที่หงเจิ้น ผมได้ยินเรื่องการโจมตีของพวกแฟรกต์ซิดัสในภูเขา ผม... ผมขอโทษจริงๆ ครับ...
Changli: ฮ่าๆ ไม่จำเป็นหรอก ฉันเข้าใจ
Changli: พวกแฟรกต์ซิดัสก็ต้องการสิ่งเดียวกับเรา พวกมันวางแผนซุ่มโจมตีเรามานานแล้ว เราจะโทษคุณไปทำไม?
Fuling: เราจะไม่มีวันลืมบุญคุณที่ช่วยชีวิตเราไว้ คุณช่วยให้เรามีโอกาสได้มาเห็นทิวทัศน์ที่น่าทึ่งแบบนี้ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ ฉันไม่รู้สึกเสียใจกับการเดินทางครั้งนี้เลย
Wuli: ส่วนความจริงเบื้องหลังของสิ่งที่เรียกว่าความลับแห่งการเป็นอมตะนั้น... Fuling ได้บอกผมทุกอย่างแล้ว
Wuli: ผมรู้สึกมาตลอดว่าสุดท้ายแล้วจะต้องผิดหวังแน่ๆ แต่ผมก็ยอมแพ้ไม่ได้ จนในที่สุด ผมก็ลืมไปว่าทำไมผมถึงเริ่มการเดินทางนี้...
Wuli: ...แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นอีกการผจญภัยที่กำลังจะจบลง
Wuli: ผมคุยกับ Fuling เรื่องนี้แล้ว จากนี้ไปผมจะพาเธอไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ด้วยกันอีก
Wuli: จนกระทั่ง...
Fuling: จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่ฉันจับปากกาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันไปคุยกับสำนักจัดแสดงมาแล้ว และพวกเขายินดีให้ฉันวาดรูปต่อ
Fuling: เมื่อการจากลาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันก็อยากจะทุ่มเทอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: ฉันรู้ว่าคุณมองข้ามความตายไปแล้ว แต่จำไว้นะ... ยังมีคนที่ห่วงใยคุณอยู่ พวกเขาต้องการให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปและมีความสุข
Fuling: ค่ะ ฉันเข้าใจค่ะ บางครั้งฉันก็หวังว่า...
Fuling: ...ถ้าเราจะได้อยู่ด้วยกันได้นานกว่านี้อีกสักหน่อย แม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม...
Wuli: แน่นอน Fuling ฉัน... เราอยู่ด้วยกัน...
Changli: ยังไม่ถึงเวลาที่จะเศร้า ว่ามั้ย?
Changli: นี้เป็นรายชื่อแพทย์ชื่อดังในหวงหลง พวกเขาเป็นคนมีฝีมือและมีวิชาแพทย์ที่ล้ำเลิศ แม้ว่าอาการของคุณรักษาให้หายขาดจะยากแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
Fuling: ท่านหญิง Changli ขอบคุณคุณจริงๆ
Changli: ไม่ต้องขอบคุณหรอก
Changli: อืม... หากคุณรู้สึกอยากตอบแทนฉันล่ะก็ ฉันอยากเห็นผลงานของ Fuling ในนิตยสาร "ศิลปินแห่งหวงหลง" ฉบับหน้า
Changli: ศิลปินวาดภูมิทัศน์ไม่ได้ลงมา 6 ฉบับติดต่อกันแล้ว ผู้อ่านประจำมากมายต่างก็คิดถึงศิลปินคนโปรดของพวกเขา
ผู้พเนจร:
Changli: คุณแปลกใจเหรอ? แหม ฉันอยากรู้จังว่าคุณมองฉันเป็นคนแบบไหน
Changli: ในเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว คุณควรกลับไปที่หงเจิ้น คุณสมควรได้พักผ่อนบ้าง
Changli: หลังจากที่ผ่านอะไรมามากมาย คุณคงจะเหนื่อยแล้ว ผู้พเนจร
ผู้พเนจร:
Changli: ฉันเหรอ? ฉันคิดว่าคุณหญิง Xinyi น่าจะต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการรับมือกับผลพวงที่จะตามมานะ
ผู้พเนจร:
Changli: แหม เชื่อในตัวฉันสักหน่อยก็จะดีมากเลย ผู้พเนจร
Changli: เยี่ยมเลย
Xinyi: เริ่มดึกแล้ว เดี๋ยวเรากลับไปแล้วค่อยคุยกัน
พักสักครู่ (สองวัน)
ผู้พเนจร: สองวันผ่านไปแล้วตั้งแต่ที่ Changli บอกฉันว่าเธอกับ Xinyi จะจัดการกับผลพวงที่จะตามมา ไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง...
Abby: คุณกังวลเหรอ? งั้นไปถามเธอเลยดีกว่า
ผู้พเนจร: ก็ว่าจะไปแหละ แต่การหา Changli ให้เจอน่ะยากมาก ไปถาม Xinyi ก่อนดีกว่า
เรียนรู้เกี่ยวกับที่อยู่ของ Changli พร้อมกับ Xinyi
Xinyi: ผู้พเนจร มาแล้วเหรอ
Xinyi: เราเกือบจะจัดการกับผลพวงที่ตามมาจากเหตุการณ์ครั้งก่อนเสร็จแล้ว ตอนนี้เรากำลังสอบสวนสมาชิกแฟรกต์ซิดัสที่เหลือที่เราจับได้ที่ภูผาสวรรค์
Xinyi: พวกมันต้องการครอบครองโปรแกรมควบคุมกาลเวลาจากตำนานหมากล้อม พวกมันตั้งใจที่จะสร้างความโกลาหลในภูผาสวรรค์อีกครั้ง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากคุณและ Changli แผนการของพวกมันก็เลยล้มเหลวไม่เป็นท่า
Xinyi: Changli เล่าให้เราฟังว่าอีกครั้งว่า ผู้คุมระดับสูงของแฟรกต์ซิดัสคนนึงได้เข้าไปในมิติเสียงสะท้อนและได้รับบาดเจ็บจากไฟของเธอ พวกมันโชคดีที่หนีออกมาได้ แต่ก็ไม่มีใครเจอตัวผู้คุมเลย
ผู้พเนจร:
Xinyi: ฉันได้จัดทำรายงานแบบละเอียดส่งไปให้ที่ว่าการเมืองแล้ว เราจะเสริมการป้องกันเพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
ผู้พเนจร:
Xinyi: เราแยกทางกันเมื่อสองวันก่อนที่ชายฝั่ง และแล้วเธอก็กลับไปที่จินโจว
Xinyi: บางทีเธออาจแค่อยากจะใช้เวลาพักผ่อนและฟื้นตัว... เธอเรียกไฟออกมามากขนาดนั้น คงใช้พลังไปไม่น้อยเลย
ผู้พเนจร:
Xinyi: Changli รู้ว่าคุณคงกังวล และเธอก็อยากให้ฉันถ่ายทอดข้อความนี้ให้กับคุณ...
Xinyi: ไปเจอเธอที่ศาลาบนภูผาสวรรค์ เธอจะรอคุณอยู่ที่นั่น
Xinyi: แล้วเธอยังบอกอีกว่า... คราวนี้ไม่มีปริศนาต้องไขแล้ว
ผู้พเนจร:
พบกับ Changli ตรงตำแหน่งที่ตกลงกัน
Changli: คุณเป็นยังไงบ้าง ผู้พเนจร? คงพักผ่อนเพียงพอนะ
ผู้พเนจร:
Changli: โอววว คุณไม่เห็นเหรอว่าฉันสบายดี นั่งอยู่ตรงหน้าคุณอยู่เนี่ย?
ผู้พเนจร:
Changli: ไม่ต้องกังวล ผู้พเนจร วันนี้เราแค่มาคุยกันเล่นๆ กัน ไม่ต้องเครียด
Changli: อีกอย่าง คุณตกลงมาหาฉันที่นี่เพื่อถามคำถามเพิ่มเติม ใช่รึเปล่า?
ผู้พเนจร:
Changli: โอ้ อย่างนั้นเหรอ? ฉันชักจะอยากรู้แล้วสิ
Changli: ได้เลย ถามมาเลย ฉันยินดีตอบคำถามทั้งหมดให้ดีที่สุด
ผู้พเนจร:
Changli: ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน เมื่ออาจารย์ของฉัน นักพรต Xuanmiao ได้พบกับผู้มาเยือนคนนึงเป็นเวลาสั้นๆ
Changli: ระหว่างการบุกของทาเซ็ตดิสคอร์ด อาจารย์ของฉันถูกคนคนนั้นช่วยไว้ เขาเปี่ยมไปด้วยพลังพิเศษและดูลึกลับอยู่เสมอ อาจารย์ของฉันเลยไปค้นข้อมูลจากตำราโบราณและค้นพบตัวตนของเขาในประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือนมานาน
Changli: หลังจากที่ตามหามานานหลายปี ในที่สุดเขาก็ได้พบกับคนๆ นั้นอีกครั้งบนภูผาสวรรค์ พวกเขาเล่นหมากล้อมด้วยกัน และนั่นคือที่มาของบันทึกเกมในตำนาน
Changli: ตอนแรกฉันนึกว่าอาจารย์หมายความว่าบันทึกเกมมีข้อมูลจริงเกี่ยวกับวิกฤตกาลเวลา แต่มันเป็นแค่เบาะแส กุญแจสำคัญที่แท้จริงคือการตามหาตัวคุณ คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด
Changli: และสุดท้าย ความลับแห่งการเป็นอมตะ... น่าจะเป็นแค่การเล่าเรื่องตามจินตนาการของคนตัดไม้เท่านั้น