ปักษานิลสวรรค์ขับขานประโลมขวัญ
หลังจากวิกฤตหุ่นกลผ่านพ้นไป สถานการณ์ในแดนเสวียนฟางก็สงบลงชั่วคราว...
หารือแผนการต่อไปกับ Liangyu
Liangyu: ร่องรอยความถี่มาถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือของขุนเขาเสวียนโยวแล้วก็ขาดหายไป... อาจเป็นเพราะเรามาถึงพื้นที่ที่ "วงแหวนส่องนภา" ตรวจจับไม่ได้แล้ว หรือไม่ก็...
ผู้พเนจร: เหมือนจะมีอะไรอยู่หลังจดหมายนะ...
ผู้พเนจร: ร่องรอยพวกนี้... มาจากกระแสพลังงั้นเหรอ...?
ผู้พเนจร: โรงกล...กลาง...นภา...?
Liangyu: โรงกลกลางนภา? Yangyang เขียนไว้อย่างนั้นเหรอ?
ผู้พเนจร:
Liangyu: ที่นั่นคือโรงงานที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาฟางฉิง เป็นที่ผลิตหุ่นกลของเมืองเสวียนฟาง แล้วก็เป็นที่ "กำจัด" พวกทาเซ็ตดิสคอร์ดด้วย
Liangyu: จากข้อมูลของกระทรวงการสงคราม ตอนนี้โรงกลกลางนภากลายเป็นแหล่งรวมตัวของหุ่นกลวิกลจริตไปแล้ว แม้แต่หน่วยพิทักษ์เสวียนฟางหรือกระทรวงการพัฒนาก็เข้าใกล้ไม่ได้
Liangyu: คุณคิดว่า... Yangyang ไปที่โรงกลกลางนภางั้นเหรอ?
ผู้พเนจร: เธอทิ้งข้อความไว้แบบนี้ แถมยังใช้วิธีแปลกๆ ด้วย... ฉันต้องไปที่นั่น
ผู้พเนจร: แล้วเธอคิดจะทำยังไงต่อเหรอ?
Liangyu: ตอนนี้เมืองเสวียนฟางถูกโจมตีทุกทิศทาง ทีแรกผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางตั้งใจว่าจะส่งฉันผ่านประตูขุนเขาของลานแกนวิถีกล ไปขอความช่วยเหลือที่จินโจว
Liangyu: แต่ตอนนี้ประตูถูกปิดตาย แถมยังหาทางออกอื่นไม่เจอ... ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คงได้แต่นั่งรอความตายน่ะสิ
Liangyu: ฉันไปกับคุณดีกว่า ถ้า Yangyang ไปที่โรงกลกลางนภาจริง ก็แสดงว่าเธอสัมผัสได้ว่าที่นั่นมีอะไรบางอย่าง
Liangyu: อีกอย่างฉันก็ยังติดหนี้บุญคุณเธออยู่ด้วย
Liangyu: แต่ตอนนี้โรงกลกลางนภาอันตรายเกินไป... ถ้ามีแค่เราสองคน คงรับมือลำบาก...
ผู้พเนจร: ปรับตัวตามสถานการณ์เอาแล้วกัน
Liangyu: ...นั่นสินะ
ออกจากลานแกนวิถีกล
ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้เธอบอกว่า ติดต่อเซนติเนลแห่งเมิ่งโจวไม่ได้เลยใช่ไหม?
Liangyu: ใช่ ในเมืองเสวียนฟางมีตำหนักไว้ต้อนรับเซนติเนลโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้ที่นั่นกลับปิดเงียบ...
Liangyu: ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางพยายามติดต่อไปหลายครั้งแล้ว แต่เซนติเนลก็ไม่เคยตอบกลับเลย
ผู้พเนจร: ตอนนี้ยังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้
Liangyu: อืม ที่โรงกลกลางนภาน่าจะมีเบาะแสมากกว่านี้นะ
Liangyu: ว่าแต่... คุณมาที่นี่คนเดียวเหรอ?
ผู้พเนจร: เปล่าหรอก มีเพื่อนร่วมทางอีกคนด้วย แต่พลัดหลงกันไปก่อนจะมาเจอเธอน่ะ
Liangyu: เพราะหมอกพรางชีวางั้นเหรอ... คุณไม่เป็นห่วงเพื่อนเหรอ?
ผู้พเนจร: ห่วงสิ... แต่เราตกลงกันไว้แล้วว่าถ้าไม่อับจนหนทางจริงๆ เราต้องทำตามเป้าหมายเดิมไปก่อน
ผู้พเนจร: เธอมีฝีมือมากพอ หมอกพรางชีวาคงทำอะไรเธอไม่ได้หรอก
Liangyu: อย่างนี้นี่เอง... งั้นเรารีบไปกันเถอะ
มุ่งหน้าไปยังทิศทางของโรงกลกลางนภา
ตรวจสอบซากหุ่นกล
ผู้พเนจร: แกนของหุ่นกลพวกนี้...
ผู้พเนจร: Abby
Abby: มีอะไรเหรอ?
ผู้พเนจร:
Abby: ไม่เอาด้วยหรอก! สภาพแบบนี้เห็นแล้วกระเดือกไม่ลง!
Abby: กระเพาะฉันไม่ใช่ถังขยะนะ!
ผู้พเนจร:
Abby: เอ่อ... ถ้าจะพูดขนาดนั้น ก็คงต้องยอมแล้วละ...
Abby: ถือว่าทำเพื่อ Yangyang ก็แล้วกัน ต่อให้จู๊ดๆ Abby ก็ไม่หวั่น...
Abby: อึ๋ย... รสชาติแย่ชะมัด...
ผู้พเนจร: พอลอง "ชิม" แล้ว... เจออะไรบ้างไหม?
Abby: อืม... บอกไม่ถูกเหมือนกัน โครงสร้างความถี่ของมันซับซ้อนมาก... ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ ก็คงเหมือนสูตรคณิตศาสตร์มากมายที่พันกันมั่วไปหมด... แค่เห็นก็ปวดสมองแล้ว...
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Abby: แปลกจัง... นอกจากชุดตัวเลขที่เรียงยาวเป็นพรืดพวกนั้นแล้ว... ก็มีอารมณ์ความรู้สึกปะปนเต็มไปหมดเลย...
Abby: ความโกรธ ความเสียใจ ความสิ้นหวัง...
ผู้พเนจร: เครื่องจักร... ไม่น่าจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้นะ
ผู้พเนจร: หรือว่า... นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้หุ่นกลผิดปกติ?
Abby: อุ้บ... กินพลังด้านลบเยอะเกินไป... รู้สึกเหมือนท้องไส้จะปั่นป่วนขึ้นมาแล้วสิ...
Abby: ขอตัวก่อนละกัน... ถ้ามีอะไรค่อยเรียกฉันนะ...
Liangyu: ร่องรอยพวกนี้... แปลว่ามีคนต่อสู้กับหุ่นกลจำนวนมากที่นี่
ผู้พเนจร: ร่องรอยบนซากพวกนั้น... Yangyang ทิ้งเบาะแสเอาไว้
Liangyu: จริงเหรอ! งั้นเราน่าจะตามความถี่ที่หลงเหลืออยู่ไปได้นะ
ผู้พเนจร: (Yangyang... รอฉันก่อนนะ...)
ผู้พเนจร: (ความรู้สึกพวกนี้... ถูกฝังเข้าไป หรือว่า...)
Liangyu: ฉันขอถามหน่อยสิ.. เมื่อกี้นี้... คืออะไรเหรอ?
ผู้พเนจร: หืม? หมายถึง Abby น่ะเหรอ? เขาเป็นเอคโค่ของฉันเองน่ะ เรื่องกินขอให้บอก
Liangyu: (ดูเหมือนว่า ไม่ถามลึกจะดีกว่านะ...)
มุ่งหน้าต่อไป
Liangyu: ...ในแกนของหุ่นกลมีความรู้สึกคล้ายมนุษย์ด้วยเหรอ... ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ
Liangyu: สำหรับกระทรวงการพัฒนาแล้ว เทคโนโลยีของหุ่นกลก็เป็นเหมือนกล่องดำที่มาจากเซนติเนล ไม่ต่างจากเมืองเสวียนฟางแห่งนี้เลยละ
ตรวจสอบร่องรอยที่หลงเหลือบริเวณใกล้เคียง
กำจัดหุ่นกลที่เหลืออยู่
Liangyu: ...
ผู้พเนจร: เธอเป็นอะไรไหม?
Liangyu: ไม่เป็นไร... หลายวันก่อนใช้พลังเรโซแนนซ์ตลอด เลยเหนื่อยนิดหน่อยน่ะ...
Liangyu: แต่คุณนี่สิ... ดูคล่องแคล่วจังเลยนะ
ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้ที่ลาไฮรอย ฉันเคยรับมือกับอาวุธร่างมนุษย์มาก่อนน่ะ
Liangyu: เอ๊ะ...!?
ผู้พเนจร: ...ถ้าเทียบกับปัญหาอื่นแล้ว การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
Liangyu: นี่ชีวิตคุณผ่านอะไรมาบ้างเนี่ย...?
Liangyu: ร่องรอยการต่อสู้ ลากยาวมาจนถึงที่นี่เลย...
Liangyu: Yangyang... สู้กับพวกมันคนเดียวเลยสินะ...
ผู้พเนจร: ระวัง! หุ่นกลพวกนี้ยังต่อสู้ได้อยู่!
มุ่งหน้าต่อไป
กำจัดหุ่นกลตามทาง
ผู้พเนจร: มีคนเคยทำแผลอยู่ตรงนี้... Yangyang... น่าจะได้รับบาดเจ็บ...
Liangyu: แต่ไม่น่าจะหนักมาก... เธอคงหยุดพักที่นี่แค่ชั่วคราว
Liangyu: เธอสู้กับหุ่นกลกี่ตัวกันนะ... ถึงหุ่นกลจะโจมตีมนุษย์ก็จริง แต่เธอไม่น่าเป็นฝ่ายหาเรื่องพวกมันก่อน...
ผู้พเนจร: เธอต้องเจออะไรบางอย่างแน่ๆ... หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่หุ่นกลคลุ้มคลั่ง
Liangyu: ร่องรอยบนพื้น... เป็นรอยของยานยนต์ล่องเมฆา เธอขี่ไปที่โรงกลกลางนภาแล้วละ
ผู้พเนจร: รีบตามไปกันเถอะ
ไปยังโรงกลกลางนภา
Liangyu: สายลมนี่...
ผู้พเนจร: Yangyang น่ะ... เธอทิ้งเอาไว้ให้เรา
Liangyu: นี่มัน... ยานยนต์ล่องเมฆาของ Yangyang...
Liangyu: แต่ว่า... เธอไม่ได้อยู่ที่นี่...
ผู้พเนจร: นี่มัน... หมวกของ Yangyang นี่...
???: ไม่นึกเลยว่า จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือนในเวลานี้
???: หรือว่า... วิหคสานนภาของยัยซื่อบื้อนั่นพาพวกแกมา
Liangyu: ผู้ชายคนนี้...
???: เอ๊ะ... มีพลอัศวินเงารอดมาได้ด้วยเหรอ ฉันคงดูถูกจอมอัศวินรักษ์เสวียนฟางเกินไปสินะ
Liangyu: แก...
ผู้พเนจร: Yangyang อยู่ที่ไหน!?
Muyu: Yangyang... หล่อนชื่อนี้งั้นเหรอ
ผู้พเนจร:
Muyu: น่าเสียดายจังเลยนะ ทั้งที่หล่อนควรจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองอันยิ่งใหญ่นี้ แต่กลับเลือกที่จะทำลายล้างตัวเอง
Muyu: น่าสนใจดีนี่... ผมสีดำ ตาสีทอง ตรงกับลักษณะที่ผู้หญิงชุดแดงพูดไว้ไม่มีผิด
Muyu: แต่น่าเสียดายจัง "ฮีโร่" จอมปลอมที่เสแสร้งว่ากำลังกอบกู้โลก... แกมาช้าไปหน่อยนะ
ผู้พเนจร: ...!?
Muyu: การทดลองกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว พอถึงตอนนั้น "กล่องของเล่น" ของเซนติเนลอย่างเมืองเสวียนฟาง ก็จะแสดงคุณค่าที่แท้จริงออกมา
Liangyu: อึ้ก...
Liangyu: ขอร้องล่ะ... มีอะไรที่ใช้ได้อีกไหม!?
ค้นหาเส้นทางอื่นเพื่อไปยังโรงกลกลางนภา
Liangyu: เจ้าหมอนั่น... คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์หุ่นกลอาละวาดงั้นเหรอ!?
ผู้พเนจร: รีบตามไป! อย่าให้เขาหนีไปได้!
มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของโรงกลกลางนภา
Liangyu: ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้น... จะรู้จักคุณนะ คุณเคยเจอเขาหรือเปล่า?
ผู้พเนจร: ...ไม่นะ ฉันไม่คุ้นเลย
ผู้พเนจร: (ผู้หญิงชุดแดง... หรือว่าจะเป็นผู้คุมของแฟรกต์ซิดัส...?)
กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดในบริเวณนี้
ผู้พเนจร: คนพวกนั้นคือ...
Liangyu: จับขังไว้ในกรงกักกันเลยเหรอ...!
ผู้พเนจร: รีบช่วยพวกเขาออกมากันเถอะ
ช่วยเหลือผู้คนที่ถูกขังในกรงกักกัน
ลุง Dong: ขอบคุณสวรรค์... ขอบคุณสวรรค์... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว...
ผู้พเนจร: ฉันจำคุณได้... คุณคือลุง Dong จากจินโจวใช่ไหม?
ลุง Dong: เอ๊ะ... ธะ ธะ เธอคือ ผู้พเนจร นี่นา!? เยี่ยมไปเลย ผู้พเนจร มาช่วยเราแล้ว!
Liangyu: พวกคุณ... ก็คือชาวจินโจวที่ Yangyang พูดถึงสินะ...
ลุง Dong: แม่หนู Yangyang ก็มาด้วยเหรอ?
ผู้พเนจร:
ลุง Dong: คือว่า... เฮ้อ! เรื่องมันยาวน่ะ ฉันแค่จะไปเยี่ยมญาติที่เมิ่งโจว แต่พอผ่านแดนเสวียนฟาง ก็เจอคนสวมหน้ากากกลุ่มหนึ่ง...
ลุง Dong: อ้อๆ...! ไม่ใช่แค่เรานะ เหมือนพวกมันยังลักพาตัวชาวบ้านในแดนเสวียนฟางด้วย...
Liangyu: บ้าเอ๊ย... เจ้าหมอนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่...
ผู้พเนจร:
ลุง Dong: มีสิ! พวกเธอต้องรีบเลยนะ! ฉันเคยเห็นพวกมันขนผู้คนเข้าไปในโรงงาน หลังจากนั้นก็ไม่เห็นพวกเขาอีกเลย...
Liangyu: ...เข้าใจแล้ว เราจะพยายามช่วยทุกคนออกมาให้ได้
ไปยังส่วนลึก
Muyu: ตามหลอกหลอนไม่เลิกเลยนะ
Muyu: แต่ตัวแปรแค่นี้ ฉันควบคุมได้อยู่แล้ว
Muyu: อยากเล่นบทอัศวินที่พุ่งชนกังหันลมงั้นเหรอ ฉันจะสนองให้เอง
Muyu: มาสิ มาโค่นมันเลย ความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของพวกแก ก็คือการเพ้อฝันว่าตัวเองกำลังกอบกู้โลก
ผู้พเนจร: Yangyang...!
รีบไปหา Yangyang
ทำลายม่านพลัง
ผู้พเนจร: นั่นมัน...
Yangyang: พี่...!?
???: ...ผู้มอบประกาศิต
???: สิ่งนี้มิใช่สิ่งที่ท่านพึงใช้...
???: เพราะเหตุนี้ ข้าจึงต้องการคำมั่นจากท่าน
???: เมื่อท่านได้ตัดสินใจทำลายครรลองที่ควรจะเป็นแล้ว...
???: ท่านต้องพร้อม... ที่จะจ่ายราคาตอบแทน... อีกทั้ง...
???: จะต้องไม่... จะต้องไม่ทอดทิ้งเมืองแห่งนี้เด็ดขาด
ใช้พลังใหม่ เอาชนะ Myriad Snare
Yangyang: ในที่สุด... ก็โค่นมันได้...
Yangyang: ผู้พเนจร...
ผู้พเนจร: Yangyang...
ผู้พเนจร: ฟื้นแล้วเหรอ
Yangyang: ฉัน...
Yangyang: เธอนี่เอง... ที่พา ผู้พเนจร มาหาฉัน...
Yangyang: นี่คง... ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม...
Yangyang: ถ้าเป็นความฝัน... มันก็คง...
ผู้พเนจร: วางใจเถอะ ไม่ใช่ความฝันหรอก ฉันอยู่ตรงนี้แล้วจริงๆ
Yangyang: งั้นเหรอคะ... เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้มากเลยนะ
ผู้พเนจร: แต่สำหรับฉันมันช้าเกินไปหน่อยนะ
Yangyang: ขอโทษนะคะ ฉันหยุดเขาไว้ไม่ได้...
ผู้พเนจร: "พวกเรา" ต่างหากที่หยุดเขาไว้ไม่ได้ จริงไหม?
Yangyang: ...จริงสิ! คุณได้ไปหา Chixia ที่จินโจวไหมคะ? เธอเป็นยังไงบ้าง? ก่อนหน้านี้เธอได้รับบาดเจ็บตอนสู้กับทาเซ็ตดิสคอร์ด...
ผู้พเนจร:
Yangyang: ดีจังเลย...
ผู้พเนจร: ครั้งหน้าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวอีกนะ
Yangyang: ...ฉันคงเคยตัวจนเสียนิสัยไปแล้วละมั้งคะ
Yangyang: ก็เพราะมี "บุคคลต้นแบบ" อยู่คนหนึ่งที่เดินทางรอนแรมไปทั่ว แล้วก็คอยบอกเล่าเรื่องราวพวกนี้ให้ฉันฟังอยู่ตลอดน่ะสิ
Yangyang: จะให้เปลี่ยนนิสัยไปแบบนี้... คงต้องใช้เวลาสักหน่อยนะ
ผู้พเนจร:
Yangyang: แต่คุณก็พูดถูกนะคะ พอกลับไป ฉันคงต้องไปขอโทษทุกคน
Yangyang: รวมถึงตอนนี้ด้วย... ขอโทษนะคะ ผู้พเนจร ที่ทำให้เป็นห่วง
ผู้พเนจร: คราวหน้าอย่าทำหายอีกล่ะ?
Liangyu: พวกเธอสองคน...
Yangyang: Liangyu!? นี่เธอก็อยู่ด้วยเหรอ...
Liangyu: (ฉันอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้วนะ...)
Liangyu: ไม่เป็นไรมากใช่ไหม Yangyang?
Yangyang: อืม... อืม... ฉันไม่เป็นไร Liangyu ทุกคนกลับเข้าเมืองกันอย่างปลอดภัยแล้วใช่ไหม?
Liangyu: ใช่ เพราะได้เธอช่วยไว้นั่นแหละ
Liangyu: (ไม่เห็น Yanlang กับ Mingyu เลย หรือว่าพวกเขาจะ...)
Yangyang: ขอโทษนะ Liangyu ที่ฉัน...
Liangyu: ไม่เป็นไรหรอก Yangyang เธอจะขอโทษใครก็ได้ แต่อย่าขอโทษฉันเลย ฉันจะรับผิดชอบในหน้าที่และความผิดพลาดของฉันเอง
Liangyu: ในเมื่อตัวต้นเรื่องที่ทำให้หุ่นกลอาละวาดไม่อยู่ที่นี่แล้ว เราก็มาวางแผนกันต่อเถอะ
Yangyang: ว่าแต่นกที่มอบของแทนตัวให้คุณเมื่อกี้... ผู้พเนจร อย่าบอกนะว่า...
ผู้พเนจร:
Yangyang: พี่...
Liangyu: แบบนี้นี่เอง ดูเหมือนว่าเพื่อนร่วมทางของเธอจะพบอะไรบางอย่างเหมือนกันนะ
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Liangyu: ถ้างั้นเรากลับไปเมืองเสวียนฟางกันก่อนเถอะ
Liangyu: ฉันต้องไปรายงานสถานการณ์ของโรงกลกลางนภาให้ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางทราบ แล้วก็จัดหาที่พักให้ชาวบ้านที่ช่วยออกมาด้วย
Yangyang: ฉันเห็นด้วยนะ เราควรรวบรวมข้อมูลของทุกคนให้ครบถ้วนก่อนดีกว่า
ผู้พเนจร:
Liangyu ติดต่อหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางที่ประจำการอยู่แถวนั้น หลังจัดการเรื่องคุ้มกันชาวบ้านเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังเมืองเสวียนฟาง
เตรียมตัวไปยังเมืองเสวียนฟาง
ไปยังเมืองเสวียนฟาง
Yangyang: ว่าแต่ ผู้พเนจร ก่อนหน้านี้คุณอยู่ที่ลาไฮรอยไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมจู่ๆ ถึง...
ผู้พเนจร: พอได้อ่านจดหมายของเธอ ฉันก็เลยอยากกลับมาน่ะ
ผู้พเนจร: แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพอมาถึงจินโจว ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...
Yangyang: พูดเหมือนฉันลากคุณมาเดือดร้อนด้วยเลยนะ...
ผู้พเนจร: ฉันชินกับเรื่องแบบนี้แล้วละ อีกอย่าง...
ผู้พเนจร: ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ฉันได้รู้ว่าเธอปลอดภัยดีแล้วละ
Yangyang: ...น่าจะใกล้ถึงเมืองเสวียนฟางแล้วละ
ผู้พเนจร: นั่นสิ... ไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในเมืองเป็นยังไงบ้าง
Yangyang: ...ผู้พเนจร คะ
ผู้พเนจร: มีอะไรเหรอ?
Yangyang: เปล่าค่ะ แค่เมื่อกี้ไม่มีโอกาสพูด แต่พูดตอนนี้ ก็ดูเหมือนจะสายไปหน่อย...
ผู้พเนจร: ไม่เป็นไร พูดมาได้เลย
Yangyang: คือว่า...ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ผู้พเนจร
ผู้พเนจร: ไม่เจอกันนานเลยนะ Yangyang
ไปตามเส้นทางของ Suisui ต่อ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน...
ค้นหาทางออกในหมอก
Suisui: แค่กๆ... หมอกนี่... แปลกจัง...
Suisui: เจ้าเกี๊ยวต้ม เธอไม่เป็นไรเลยเหรอ?
Suisui: ดูเหมือน... จะมีผลต่อประสาทสัมผัสของมนุษย์เท่านั้น...
Suisui: เกี๊ยวต้ม ลองหาทางออกหน่อยสิ
Suisui: ออกมาได้สักที...
Suisui: เหมือนจะติดต่อ ผู้พเนจร ไม่ได้แล้ว
Suisui: หมอกพวกนี้ปิดกั้นเส้นทางไปประตูขุนเขา... เหมือนจงใจให้เป็นแบบนั้นเลยแฮะ...
Suisui: เครื่องระบุตำแหน่ง... ก็ปกติดี ฝีมืออย่างเขาน่าจะออกไปได้อย่างปลอดภัย
Suisui: สำหรับตอนนี้ คงทำได้แค่เดินหน้าต่อไปละนะ
มุ่งหน้าต่อไป
Suisui: หมู่บ้านนี้... มีร่องรอยของพวกทาเซ็ตดิสคอร์ด...
Suisui: แต่ไม่เห็นคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต คงอพยพออกไปก่อนแล้วสินะ
ตรวจสอบสถานการณ์ในหมู่บ้าน
Suisui: ที่นี่ก็มีหมอกแบบเดียวกันเลย... เพื่อความปลอดภัย อ้อมไปดีกว่า...
Suisui: นี่มัน...
Suisui: ช่างรู้เวลาจริงนะ...
???: เฮ้! มาทางนี้เร็ว!
???: ฉันถ่วงเวลาพวกมันได้ไม่นานหรอกนะ ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบเข้าไปในหมอกซะ!
Suisui: อึก...
???: เอ้า รับนี่ไว้สิ จะได้ไม่ถูกหมอกรบกวน
???: ฉันซื้อมาจากหมอดูที่เมิ่งโจวน่ะ หมอดูบอกว่ามันจะช่วยให้จิตใจสงบ ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นพวกต้มตุ๋นนั่นแหละ แต่กลับกลายเป็นว่ามันใช้งานได้ดีเกินคาดซะงั้น
???: เฮ้อ... ในที่สุดก็มาถึงจนได้ งานนี้ลำบากจริงๆ ถ้ารู้ว่าแดนเสวียนฟางวุ่นวายขนาดนี้ น่าจะฟังท่านอาจารย์ตั้งแต่แรก เก็บเงินให้พอค่าโลงแล้วก็วางมือไปซะเลย...
Suisui: นายคือ...
???: เฮ้ๆ อย่าบอกนะว่าจำคนที่ตัวเอง "จ้างไว้" ไม่ได้แล้ว
???: หรือว่า... เธอเป็นคนขี้ระแวง? คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง นี่ไง ฉันมีน้ำเต้าเป็นหลักฐานนะ
Suisui: ...ฝังข้อมูลความถี่เฉพาะไว้ล่วงหน้า พอเข้าใกล้กัน เทอร์มินัลก็จะแจ้งเตือน
Suisui: แค่กๆ... งั้นนายก็คือ... เอ่อ... "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" สินะ?
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ตัวจริงเสียงจริงเลยละ ส่วนเธอก็คงเป็นคุณ "เนตรจรัสปลิดมาลี" ใช่ไหม
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": เธอไม่เคยเปิดเผยตัวจริงเลยนะ คงไม่สะดวกให้คนนอกรู้ แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมถึงเลือกมาแดนเสวียนฟางล่ะ?
Suisui: นาย "น่าจะ" พอรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเกิดอะไรขึ้นในแดนเสวียนฟางบ้าง?
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ถ้าอย่างนั้น... เธอก็สงสัยว่าเรื่องที่หุ่นกลคลุ้มคลั่งกะทันหัน จะเกี่ยวข้องกับคนของ "สำนักจั๋วจวิน" ใช่ไหม?
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ทางฝั่งเมิ่งโจว... หัวหน้าสำนักจั๋วจวิน "หุ่นบุปผา" ไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย หล่อนดูไม่ค่อยสนใจแดนเสวียนฟางสักเท่าไหร่
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": สิบปีที่ผ่านมา ฉันตรวจสอบคนของสำนักจั๋วจวินที่ส่งมายังกระทรวงการพัฒนาหมดแล้ว ยกเว้นแต่...
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ...ขอโทษนะ ถ้าพูดต่อ มีหวัง "ทางทำมาหากิน" ของฉันต้องพังเอาแน่ๆ
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": อีกอย่างฉันก็สำรวจโครงสร้างของตำหนักม่านหมอก ตามที่เธอเขียนไว้ในจดหมายเรียบร้อยแล้วนะ
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ถ้าไม่มีเรื่องอื่น ก็ขอตัวก่อนนะ ฉันยังมีงานที่ต้องรับผิดชอบต่ออีก
Suisui: เดี๋ยวก่อนสิ ฉันอยากถามอะไรอีกสักอย่าง
Suisui: ก่อนหน้านี้นายเคยเห็นเด็กสาวใส่หมวกสีน้ำเงิน มีปลายผมเป็นขนนกอยู่แถวนี้บ้างไหม
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ลักษณะเด่นขนาดนี้... ถ้าเคยเห็นคงลืมไม่ลงแน่ แต่ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่คุ้นเลย
Suisui: งั้นเหรอ...
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ทำไมล่ะ เด็กสาวที่ว่าเป็นคนสำคัญของเธอเหรอ?
Suisui: เธอเป็นน้องสาวของฉันเอง เธอ... ไม่ควรมาที่นี่
Suisui: ส่วนฉันเอง... ก็ไม่ควรมา "ที่นี่" เหมือนกัน
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": มีคำพังเพยประโยคหนึ่งพูดไว้ว่าอะไรนะ... "แม้ขุนนางผู้เที่ยงธรรม ก็มิอาจตัดสินปัญหาครอบครัวได้" คนธรรมดาสามัญอย่างฉัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ฉันคงหมดหน้าที่ตรงนี้แล้วละนะ... ขอตัวก่อนนะ คุณ "เนตรจรัสปลิดมาลี"
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ถ้าอยากเข้าไปในตำหนักม่านหมอก ทางเข้าจะอยู่ที่ม่านนำวิถีทางทิศเหนือนะ
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ไม่รู้ว่าเธอคิดจะเข้าไปตามหาคนหรือสิ่งของอะไร แต่ฉันรู้สึกว่าไหนๆ ก็เตรียมตัวมาขนาดนี้แล้ว อย่าล้มเลิกกลางคันจะดีกว่า
"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": หากมัวแต่พะวงว่าต้องเสียอะไรไป เราจะมองไม่เห็นโอกาสที่รออยู่... เอ๊ะ ประโยคนี้เฉียบคมดีจังแฮะ ต้องจดไว้สักหน่อย...
Suisui: ...พี่สาวอย่างฉัน ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย
Suisui: ...ไปตามที่ที่เขาพูดถึงดีกว่านะ
เข้าสู่ตำหนักม่านหมอกผ่านม่านนำวิถีทางทิศเหนือ
เข้าสู่ภายในตำหนักม่านหมอก
Suisui: (เข้ามาได้แล้ว)
Suisui: (สถานที่ที่นัดกับ "ท่าน" ไว้คือ... ดูเหมือนยังต้องตามหาต่ออีกหน่อยนะ)
ค้นหาเบาะแสภายในห้องโถง
Suisui: พวกนี้... คงไม่ใช่แค่ฉากตกแต่งธรรมดา น่าจะซ่อนกลไกอะไรเอาไว้ด้วย
Suisui: วิธีปลดล็อก... อืม กุญแจสำคัญน่าจะอยู่ที่ "ภาพสะท้อน" บนผิวน้ำกับใต้น้ำนี่แหละ
Suisui: เงาใต้น้ำไม่ตรงกัน...
Suisui: ลองขยับให้มันตรงกันดีกว่า
ไขปริศนาเงา
Suisui: สำเร็จแล้ว!
Suisui: ...ตรงนั้นน่าจะเป็น "ที่นัดหมาย" สินะ
เข้าสู่มิติโซโนโร
Suisui: ที่นี่คือ... ภายในของมิติโซโนโร
มุ่งหน้าต่อไป
Suisui: ไปข้างหน้าต่อดีกว่า
Suisui: นี่มัน...
ลองทำท่าทางที่เหมาะสม
???: มาแล้วหรือ "พันธมิตร" ของข้า
Suisui: นั่นคง... ไม่ใช่ตัวจริงของท่านหรอก ฉันพูดถูกใช่ไหมคะ... "Hsin" เซนติเนลแห่งเมิ่งโจว
???: ถูกต้อง นี่เป็นเพียงความถี่ส่วนหนึ่งที่ข้าทิ้งไว้ที่นี่เท่านั้น
???: เจ้ามาที่นี่ตาม "สัญญา" ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก... เช่นนั้นข้อตกลง "ขั้นแรก" ของเราก็ลุล่วงไปด้วยดี
???: "ขั้นที่สอง" ต่อจากนี้คือขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เจ้าจงตั้งใจฟังให้ดีเถิด...
Suisui: ช่วยรอสักครู่จะได้ไหมคะ ก่อนหน้านั้น ฉันอยากจะพูดอะไรหน่อย
Suisui: ในข้อตกลงก่อนหน้านี้ ไม่ได้บอกไว้ว่า ถ้าเกิด "เหตุสุดวิสัย" ขึ้น ข้อตกลงจะดำเนินต่อไปยังไง
Suisui: ในฐานะเซนติเนลแห่งเมิ่งโจว ท่านไม่คิดจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในแดนเสวียนฟางตอนนี้เลยเหรอคะ?
Suisui: ทำไมถึงเงียบไปล่ะคะ Hsin? ท่านเป็นเซนติเนลนะ หน้าที่สำคัญของท่านคือการปกป้องประชาชน เมื่อพวกเขาตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่เหรอ?
Suisui: "ปริซึมแห่งชะตา" ชิ้นนี้... เป็นส่วนหนึ่งของท่านใช่ไหม?
Suisui: ท่านให้ฉันมาที่แดนเสวียนฟาง เพื่อมารับมันกลับไปส่งให้ "ตัวตน" ของท่านซึ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
Suisui: หรือว่า... ตอนนี้ท่านกำลังสูญเสียอิสรภาพงั้นเหรอคะ?
???: เฮ้อ... นี่ข้าตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้อย่างงั้นหรือ? รู้อย่างนี้ ข้าน่าจะเลือกคนที่หัวช้ากว่านี้
Suisui: "ปริซึมแห่งชะตา" ชิ้นนี้ มีแค่ท่านที่ใช้งานได้เหรอคะ? ถ้าฉันอยากจะ...
???: ไม่ได้นะ เจ้าจะได้คืบเอาศอกเกินไปแล้ว อย่าโลภอยากได้ของผู้อื่นเช่นนั้นสิ
???: นี่เจ้า...
Suisui: ขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันเตรียม "กุญแจสำรอง" ไว้แล้วน่ะ
Jinhsi: ...คุณ Suisui หมายความว่า คุณมีข้อตกลงกับ Hsin งั้นเหรอคะ?
Suisui: ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำสัญญากับเซนติเนลลึกลับท่านนั้นโดยบังเอิญน่ะ
Suisui: ท่านเรียกฉันไปยังที่แห่งหนึ่งในแดนเสวียนฟางเพื่อคุยรายละเอียด และมอบความถี่ที่เข้ารหัสมาให้ฉันด้วย
Suisui: ทีแรก เรื่องนี้ควรเป็นความลับระหว่างฉันกับเซนติเนลนะ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ฉันจะไปเมืองเสวียนฟางโดยไม่รู้อะไรเลยไม่ได้
Suisui: ท่านเจ้าเมือง ความถี่นี้เหมือนกับที่คุณมอบให้ ผู้พเนจร ใช่ไหมคะ?
Jinhsi: ค่ะ... ลักษณะของสเปกตรัมตรงกันทั้งหมดเลย
Suisui: งั้นเรื่องของเซนติเนลแห่งเมิ่งโจว... คุณรู้อะไรอีกหรือเปล่าคะ?
Jinhsi: ขอโทษด้วยค่ะ หลายปีมานี้ ฉันแทบไม่ได้ยินข่าวคราวของเซนติเนล Hsin จาก Jué เลย แล้วก็ไม่กล้ายืนยันด้วยว่าสิ่งที่ฉันรู้มานั้นจริงหรือเปล่า
Jinhsi: แต่ว่า... ถ้าท่านประสงค์ให้คุณไปแดนเสวียนฟาง แปลว่าที่นั่นต้องมีความหมายพิเศษต่อท่านอย่างแน่นอน
Jinhsi: Jué เคยบอกฉันว่า Hsin เคยแยก "หาง" ของตัวเองออกมา เพื่อสร้างเป็น "ปริซึมแห่งชะตา" หลายชิ้น ตามหลักแล้ว ปริซึมพวกนั้นจะต้องมีพลังอำนาจส่วนหนึ่งของเซนติเนลอยู่ ถ้าในเมืองเสวียนฟางมีสิ่งนั้นซ่อนอยู่สักชิ้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก...
Jinhsi: เพียงแต่... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมเป้าหมายของ Hsin ถึงคลุมเครือขนาดนี้ คงต้องรอให้คุณ Suisui ไปถึงที่นั่นก่อน ถึงจะรู้อะไรมากกว่านี้
Jinhsi: คุณ Suisui กำลังคิดว่า "ปริซึมแห่งชะตา" ชิ้นนั้นอาจจะใช้ตามหา Yangyang ได้ใช่ไหมคะ?
Suisui: มันใช้ไม่ได้เหรอคะ?
Jinhsi: ปกติแล้ว วัตถุที่ผนึกพลังอำนาจของเซนติเนลเอาไว้ จะต้องถูกร่ายอาคมต้องห้ามเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน คงมีแค่ Hsin กับเรโซเนเตอร์ของท่านเองที่ใช้งานได้
Jinhsi: ไม่สิ... น่าจะมีข้อยกเว้นนะ
???: Jué... กับสาวน้อยที่ Jué เคยช่วยเอาไว้...
Suisui: ก่อนหน้านี้ฉันเป็นคนผิดสัญญาก่อน จะถือเป็นโมฆะก็ได้นะคะ แต่ตอนนี้ฉันขอยื่นข้อเสนอใหม่ เซนติเนล Hsin คะ ท่านจะลองพิจารณาดูก่อนไหม?
???: เจ้าเล่ห์จริงๆ นะ... ถึงขั้นไปดึง Jué กับเรโซเนเตอร์ของท่านมาเป็นไพ่ต่อรอง เจ้านี่เหมือนจิ้งจอกยิ่งกว่าข้าเสียอีก
Suisui: ขอโทษด้วยนะคะ สถานการณ์บีบบังคับให้ฉันต้องทำ แต่ฉันว่านี่เป็นทางเลือกที่เราจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ขอแค่ท่าน...
???: ...ไม่ได้หรอก ต่อให้ไล่เจ้าออกไปไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าข้าจะตอบรับข้อเสนอของเจ้าโดยง่าย
???: เจ้าไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังคำพูดของเจ้าน่ะ มันแฝงไปด้วย "ความรับผิดชอบ" ที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
Suisui: ถ้าอยากโน้มน้าวท่าน... ฉันคงต้องพยายามให้มากกว่านี้สินะ...
สอบถามสถานการณ์จากผู้คนรอบข้าง
Suisui: เกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอคะ?
สมาชิกที่เข้าร่วมประชุม: นี่ๆ... วันนี้เป็นงานสมาคมการค้าที่เซนติเนลเป็นเจ้าภาพเลยนะ... แต่ไม่รู้ว่าใครกัน ที่กล้าดีมาขโมยของแทนตัวของเซนติเนลไป...
สมาชิกที่เข้าร่วมประชุม: ถ้าเซนติเนลเกรี้ยวโกรธขึ้นมาละก็...
Suisui: ("สมาคมการค้า"... อย่างนี้นี่เอง...)
Suisui: (น่าจะเป็นงานที่ฉันเคยเข้าร่วมที่เมิ่งโจว...)
Suisui: (ตอนนั้นฉันทำสัญญากับ Hsin ไปแล้วนะ... นี่กำลังเตือนฉันอยู่เหรอ?)
สมาชิกที่เข้าร่วมประชุม: ทำยังไงดี... ใครกันนะกล้าลบหลู่แบบนี้...
Suisui: ของแทนตัวของเซนติเนลหายไปจากที่ไหนเหรอคะ?
สมาชิกที่เข้าร่วมประชุม: หายไปจากแท่นตรงนั้นน่ะ แต่ไม่มีใครเห็นว่าหายไปได้ยังไง... ตอนนั้นจู่ๆ ห้องโถงก็มืดลง...
Suisui: ขอบคุณนะ ฉันจะลองไปดูหน่อย เผื่อเจอเบาะแสอะไรบ้าง
ตรวจสอบสถานการณ์ของแท่นแสดง
Suisui: ตรงนี้แหละ
Suisui: นี่มัน... หรือว่า... เป็น "อุปกรณ์ทดสอบ" ที่เตรียมไว้ให้ฉันกันนะ?
???: หากเจ้าไม่ต้องการ ข้าเก็บกลับไปก็ได้นะ
Suisui: งั้นท่านอยากให้ฉันเลือกคำตอบแบบไหนล่ะคะ...?
Suisui: ...หรือแค่อยากให้ฉันตัดสินใจเหมือนท่าน?
???: วิธีนี้เห็นผลเร็วกว่าการพูดออกมาตรงๆ ไม่ใช่หรือไง?
ใช้ "ไอเทม" ที่ Hsin ทิ้งไว้
Suisui: ดูเหมือน "หัวขโมย" จะหนีไปทางซ้ายนะ
ติดตามเบาะแส
มุ่งหน้าต่อไป
Suisui: ภาพเมื่อกี้หยุดที่ตรงนี้...
Suisui: ...
Suisui: เหมือนแจกันดอกไม้จะมีเบาะแสอยู่นะ...
มองหาเบาะแสใหม่ๆ
Suisui: หนีไปทางนั้นงั้นเหรอ?
Suisui: ไม่สิ... เหมือนจะไม่ง่ายขนาดนั้น
Suisui: ถึงกับปลอมรอยเท้าเพื่ออำพรางตัวเลยเหรอ เกือบโดนหลอกแล้วสิ
Suisui: งั้นทางที่ถูกต้อง... คงจะเป็นทิศทางตรงข้ามสินะ
ติดตามทิศทางที่ถูกต้อง
Suisui: ในประตูนี้เหมือนจะมีอะไรบางอย่าง...
เข้าสู่ห้องจัดแสดง
Suisui: นี่คือ... หน้ากากที่หัวขโมยคนนั้นใส่... ในที่สุดก็เผยพิรุธจนได้
Suisui: หนีออกไปทางนี้งั้นเหรอ?
Suisui: (รูบนกำแพง... เชื่อมไปถึงห้องก่อนหน้านี้...)
Suisui: (หน้ากากบนพื้น... อาจจะมีประโยชน์ก็ได้...)
ตรวจสอบเบาะแส
หาทางเข้าไปในห้องข้างๆ
คุยกับทหารยาม
ทหารยาม: เดี๋ยวก่อนครับ คุณผู้หญิง ต้องมี "บัตรเชิญ" ถึงจะเข้าไปได้นะ
Suisui: "บัตรเชิญ" ที่คุณพูดถึง ใช่หน้ากากนี้หรือเปล่า?
ทหารยาม: ขออภัยด้วยครับ... เชิญด้านในได้เลย
เข้าสู่ห้องรับรองแขกพิเศษ
Suisui: คนคนนี้มีพิรุธจริงๆ ด้วย...
ไล่ตามคนร้าย
Suisui: เกมแมวจับหนูกำลังจะจบลงแล้ว... ไม่สิ จับจิ้งจอกต่างหาก... เดี๋ยวนะ นี่ฉันคือแมวงั้นเหรอ?
Suisui: ช่างเถอะ รีบตามไปก่อนละกัน
เข้าไปในห้องลับ
Suisui: ตรงนี้มองเห็นทุกการเคลื่อนไหวในห้องโถงเลย...
Suisui: งั้นก็แปลว่า ฉันถูกจับตามองอยู่สินะ?
Suisui: นี่มัน...
มุ่งหน้าต่อไป
Suisui: ...หมายความว่ายังไม่จบงั้นเหรอ?
Suisui: สภาพที่น่าเวทนาของที่นี่... ก็เป็นส่วนหนึ่งของบททดสอบด้วยงั้นเหรอ...
ใช้นาฬิกาทรายย้อนเวลากับหุ่นเชิด
Suisui: แบบนี้นี่เอง... ผู้คนที่นี่ถูก...
คืนสภาพฉาก
Suisui: นี่คือ... ย้อนกลับมาตอนที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ...
Suisui: ถ้าอย่างนั้น... เราจะหลีกเลี่ยงตอนจบแบบเดิมได้ยังไง...
Suisui: เสาเรโซแนนซ์ตรงนั้น... อาจจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง
คุยกับทหารยามใกล้เสาเรโซแนนซ์
Suisui: (มีทหารยามอยู่... คงต้องโชว์ฝีมือการแสดงสักหน่อยแล้วละ)
Suisui: (ถ้าบอกเขาตรงๆ แบบนี้ เขาต้องไม่สนใจแน่เลย)
Suisui: ช่วยด้วยค่ะ! ขะ...ขอถามหน่อยสิคะ เสาเรโซแนนซ์ตรงนั้น ใช้ติดต่อสื่อสารได้ไหม?
ทหารฝึกหัด: หยุดตรงนั้นก่อน อย่าเข้าไปใกล้นะ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?
ทหารฝึกหัด: ตอนนี้เสาเรโซแนนซ์พังอยู่ ถ้าคนที่ไม่ใช่ช่างซ่อมเข้าไปใกล้ อาจจะได้รับบาดเจ็บเอานะ
Suisui: (คงใช้เสาเรโซแนนซ์ติดต่อไม่ได้แล้วสินะ...)
ทหารฝึกหัด: คุณพอจะใจเย็นลงแล้วใช่ไหม? เมื่อกี้เห็นบอกว่าช่วยด้วย... ไปเจอทาเซ็ตดิสคอร์ดมางั้นเหรอ?
Suisui: ไม่ใช่หรอกค่ะ กลุ่มผู้ถูกเนรเทศต่างหาก... เหมือนพวกเขาจะโจมตีที่นี่นะคะ!
ทหารฝึกหัด: อะไรนะ!? รุ่นพี่ออกลาดตระเวนกันหมดแล้ว... ฉันต้องรีบไปแจ้งพวกเขา!
ทหารฝึกหัด: เธออยู่ที่นี่ก่อนนะ ถ้าเรายังไม่กลับมา ให้ล็อกประตูหมู่บ้านไว้ ห้ามปล่อยใครเข้ามาเด็ดขาด!
ทหารยามฝึกหัดวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน
Suisui: ใจร้อนจริงๆ เลยนะ แต่แบบนี้ก็น่าจะ...
ปิดประตูหมู่บ้านเพื่อป้องกันพวกผู้ถูกเนรเทศบุกโจมตี
Suisui: สถานการณ์ราบรื่นขนาดนี้เชียวเหรอ...
Suisui: ...ลองไปดูสถานการณ์ของชาวบ้านหน่อยดีกว่า
พูดคุยกับชายชรา
ชายชรา: ยังซ่อมเสาเรโซแนนซ์ไม่เสร็จเลย... ไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นยังไงบ้าง...
Suisui: ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ก็แค่พวกผู้ถูกเนรเทศเร่ร่อนน่ะ สู้พวกทหารไม่ได้อยู่แล้ว
ชายชรา: อืม... ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิ
พูดคุยกับกลุ่มคนที่ยืนอยู่
ชายหนุ่มที่ชอบคุยโว: ฉันว่านะ ทหารยามพวกนั้น ฝีมือสู้ฉันไม่ได้สักคน!
ชายหนุ่มที่ประจบประแจง: ลูกพี่พูดถูก!
Suisui: (เวลาแบบนี้ อย่าทำให้พวกเขากังวลเพิ่มจะดีกว่านะ)
เปิดประตูหมู่บ้าน
???: เปิดประตูเร็วเข้า!
Suisui: เสียงนี้คือ...
เด็กหญิงตัวน้อย: พ่อคะ!
Suisui: ทหารยามลาดตระเวนกลับมาแล้วสินะ
พูดคุยกับทหารยามที่กลับจากการลาดตระเวน
ทหารอาวุโส: พวกเด็กๆ ปลอดภัยกันแล้วใช่ไหม?
ทหารวัยรุ่น: ครับ...
Suisui: ...
ทหารอาวุโส: เธอคือคนที่ไปแจ้งข่าวให้เขาสินะ? โชคดีที่ได้เธอกับเขาช่วยเอาไว้ เราถึงได้เจอผู้ถูกเนรเทศเร่ร่อนได้ทันเวลา
Suisui: เขาน่าจะแค่ไปแจ้งข่าวให้พวกคุณนี่คะ ทำไมถึง...
ทหารวัยรุ่น: เขาดันไปเจอกับพวกผู้ถูกเนรเทศซะก่อน พอได้ยินเสียงพวกเขาสู้กัน เราก็เลยรีบรุดเข้าไปทันที แต่ว่า..
ทหารวัยรุ่น: ถ้าไม่ได้พวกเธอสองคน... สถานการณ์คงต้องเลวร้ายกว่านี้แน่
Suisui: (ไม่... ไม่ใช่แบบนี้...)
Suisui: (ต้องมีวิธีอื่นอยู่อีกแน่...!)
ย้อนกลับไปยังจุดเชื่อมในอดีต และหยุดยั้งการโจมตีไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
Suisui: ...ขอลองใหม่อีกครั้ง
Suisui: ครั้งนี้จะปล่อยให้เขาไปเสี่ยงอีกไม่ได้แล้ว
คุยกับทหารฝึกหัด
ทหารฝึกหัด: หยุดตรงนั้นก่อน อย่าเข้าไปใกล้นะ
ทหารฝึกหัด: ตอนนี้เสาเรโซแนนซ์พังอยู่ ถ้าคนที่ไม่ใช่ช่างซ่อมเข้าไปใกล้ อาจจะได้รับบาดเจ็บเอานะ
Suisui: (จะบอกความจริงกับเขาไม่ได้...)
Suisui: ที่นี่มีเธอเป็นทหารยามแค่คนเดียวเหรอ?
ทหารฝึกหัด: เปล่าหรอก พวกรุ่นพี่ออกไปลาดตระเวนน่ะ ฉันเลยอยู่เฝ้าหมู่บ้าน
Suisui: อ๋อ... งั้น ฉันขอออกไปข้างนอกหน่อยได้ไหม?
Suisui: มีเด็กในหมู่บ้านบอกว่า ลูกจิ้งจอกที่เธอเลี้ยงไว้หายไป ฉันเลยว่าจะออกไปตามหาให้
ทหารฝึกหัด: จิ้งจอก...? เด็กสมัยนี้ทำไมชอบเลี้ยงสัตว์แปลกๆ กันนะ...
ทหารฝึกหัด: แต่คุณไปคนเดียว...
Suisui: ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นเรโซเนเตอร์ ปกป้องตัวเองได้อยู่แล้วละ
Suisui: ฉันจะออกไปหารอบๆ หมู่บ้าน เดี๋ยวก็กลับมา
ทหารฝึกหัด: ...ก็ได้ แต่ต้องกลับมาก่อนฟ้ามืดนะ
ออกไปนอกหมู่บ้าน เพื่อตามหาร่องรอยของผู้ถูกเนรเทศ
Suisui: (ฟู่ว... เราก็เนียนใช้ได้เหมือนกันนะ)
Suisui: (จากนี้... ก็ต้องพึ่งตัวเองแล้ว)
Suisui: แบบนี้ทุกคนก็น่าจะรอดแล้วละมั้ง
เอาชนะเหล่าผู้ถูกเนรเทศ
???: ความมุ่งร้ายหมายเอาชีวิต... มักจู่โจมเข้ามาในยามที่เจ้าชะล่าใจที่สุด
???: ตราบใดที่เจ้ายังไม่รู้ว่ามีอันตรายมากมายเพียงใดแฝงอยู่ คำถามนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์หรอก
???: ไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้าหรือทหารคนนั้น ต้องมีใครสักคนอยู่ที่ตำแหน่งนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ย่อมมีใครสักคน... ต้องเสียสละ และ "ปริซึมแห่งชะตา" ชิ้นนี้ ก็คือตัวแทนของภาระหน้าที่นั้น
???: หากว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสียสละคนเพียงคนเดียว ข้าจะไม่มีวันดึงคนที่สองเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอันขาด หวังว่าเจ้าจะเข้าใจนะ
Suisui: ไม่ค่ะ ฉันไม่เข้าใจ
???: นี่เจ้า... แสร้งโง่หรืออย่างไร?
Suisui: ถ้าท่านไม่อธิบายทุกอย่างให้ฉันฟัง ฉันจะเข้าใจได้ยังไงละคะ
Suisui: อีกอย่าง ตอนนี้ฉันก็ยังอยู่รอดปลอดภัย ครบสามสิบสองดีไม่ใช่เหรอ?
???: หากเมื่อกี้ข้าไม่ช่วยเจ้าไว้ เจ้าคง "ตายไปแล้ว"
Suisui: ถูกต้อง ก็เพราะมี "ท่าน" นี่แหละ ฉันถึงกล้าทุ่มสุดตัว กล้าลองพลิกชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
???: ...แต่ความเป็นจริงน่ะ ไม่ปล่อยให้เจ้าเล่นลูกไม้เอาตัวรอดได้ เหมือนในบททดสอบของข้าหรอกนะ
???: วิธีของเจ้า เป็นเพียงการเดิมพันแบบทุ่มสุดตัว
???: คนที่โลภมากจะสูญเสียทุกสิ่ง
Suisui: ถูกต้อง เว้นเสียแต่ว่า...
Suisui: หากในมือของเรายังมี...
Suisui: "ไพ่ตาย" ที่จะพลิกชะตาได้
สำเร็จภารกิจที่ Hsin มอบให้
Suisui: ท่านเจ้าเมืองเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นบนภูผาสวรรค์ให้ฉันฟังแล้ว ถ้าไม่มีเขาคนนั้น เรื่องราวก็คงเป็นอย่างที่ท่านพูด ต้องมีใครสักคนเสียสละ
Suisui: ท่านพูดถูก ฉันโลภมาก โลภจนอยากจะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่าง อยากให้ตอนจบสิ้นสุดลงโดยที่ทุกคนปลอดภัยดี
Suisui: แต่ฉันคิดว่า ผู้พเนจร... จะสามารถแบกรับความโลภนี้ได้ ท่านน่าจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าฉันนะคะ เซนติเนล Hsin
Suisui: ด้วยจุดยืนและสถานการณ์ของท่านในตอนนี้ ท่านอาจจะพูดความจริงกับฉันไม่ได้ แต่ฉันอยากให้ท่านลอง "เดิมพัน" กับฉัน เดิมพันกับ... อนาคตที่ท่านอาจจะเคยไม่กล้านึกฝันถึง
???: วาจาแพรวพราว... ถ้อยคำสวยหรู... เจ้าใช้คำพูดชวนฝันเหล่านี้โน้มน้าวใครมาบ้างแล้วล่ะ?
Suisui: อย่างน้อย ฉันก็ยังไม่เคยโน้มน้าวเซนติเนลนะ
???: เป็นเด็กสาวที่... ช่างเจรจาเสียจริง... แต่ข้าไม่ถือสาหรอก
???: "ผู้มอบประกาศิต" ก็มาที่นี่ด้วย... อย่างนั้นหรือ...
???: แต่เวลานี้ คนที่จะทำข้อตกลงกับข้าไม่ใช่เขา แต่เป็นเจ้าต่างหาก
???: ถ้าเจ้าอยากโน้มน้าวข้า เช่นนั้น... ก็มาเดิมพันกับข้าก่อนสิ
???: เราจะตัดสินแพ้ชนะในเกมเดียว
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
???: เช่นนั้น...
???: ข้าจักยอมรับผลเดิมพันแต่โดยดี
???: พันธมิตรของข้า... ไม่สิ Suisui...
???: ข้าจะลองฝาก "ความหวัง" ไว้กับพวกเจ้าดูก็แล้วกัน
เข้าสู่ตำหนักม่านหมอกจากม่านนำวิถีทางทิศเหนือ
บรรรลุข้อตกลงใหม่กับ Hsin
Suisui: ทางนั้นคือ...
Suisui: เกี๊ยวต้มจ๊ะ ถึงเวลาออกโรงแล้วนะ หลังจากนี้ถ้าเธออยากจะกินเกี๊ยวต้มสักกี่จานฉันก็จะทุ่มไม่อั้น เพราะฉะนั้น...
Suisui: รบกวนหน่อยนะ
Liangyu: Yangyang, ผู้พเนจร ฉันต้องไปรายงานผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางก่อน พวกเธอไปรวมตัวกับเพื่อนคนนั้นก่อนเถอะ
Yangyang: ตกลง ไว้เราจะไปหาเธอทีหลังนะ
Yangyang: ไม่รู้ว่า... พี่จะกลับมาอย่างปลอดภัยไหม
Yangyang: ...เอ่อ คือว่า ผู้พเนจร พอพี่สาวฉันมาแล้ว ฉันอยากคุยกับเธอตามลำพัง ยังไงคุณช่วย...
ผู้พเนจร:
Suisui: Yangyang~!
Yangyang: พะ...พี่!?
Suisui: เอ๊ะ... Yangyang ทำไมถึงผอมลงขนาดนี้ล่ะ! อยู่ที่จินโจวไม่มีคนคอยดูแล เลยกินข้าวเหมือนแมวดมหรือไงเนี่ย?
Suisui: แบบนี้ไม่ได้นะ... Yangyang ต้องกินเยอะๆ หน่อยสิ พี่จะได้กอดเต็มไม้เต็มมือไง~
Yangyang: พี่คะ... บอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่เด็ก... แล้วฉันก็กินข้าวตรงเวลาด้วยนะ...
Suisui: เป็นอะไรเนี่ย? Yangyang ขี้อายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
Yangyang: พี่... ก็...
Suisui: เฮ้อ... ไม่เจอกันตั้งหลายปี Yangyang ไม่ติดพี่ซะแล้ว ช่างน่าน้อยใจจังเลยนะ...
Yangyang: มั่วแล้ว พี่ต่างหากที่ไปไหนก็ต้องลากฉันไปด้วย จนฉันต้องโดดเรียนร้องเพลงตั้งหลายคาบ...
Suisui: อ้อ? งั้นเหรอ... เอ่อ พี่จำไม่ค่อยได้แล้วละ ว่าแต่ใครน้า... เคยงอแงอยากไปดูเรือบุปผา แล้วขอให้พี่แอบแม่พาออกไป
Yangyang: นั่นมัน... แต่พี่เองก็ชอบแอบออกไปดูงิ้วตอนดึกบ่อยๆ เหมือนกันนี่...
Suisui: งั้นขอถามหน่อยสิ ว่าใครขโมยกินขนมดอกหอมหมื่นลี้ของพี่ไปจนหมด? ใบ้ให้นิดนึงนะ ถ้าเป็นหนูคงไม่ใช้กระดาษเช็ดปากหลังกินเสร็จหรอกมั้ง?
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: ดูเหมือน... เธอจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ
Suisui: ก็ตอนแรกสถานการณ์มันตึงเครียดไง ตอนนี้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้ว ก็เลยรู้สึกสบายใจขึ้นน่ะสิ
Suisui: แต่ดูเหมือนว่าน้องสาวที่ฉันอุตส่าห์ฝ่าฟันมาจนได้เจอ จะไม่ค่อยสนิทกับฉันซะแล้วน่ะสิ...
Yangyang: อะแฮ่ม... ขอบคุณพี่นะ ที่สละเวลามาหาฉัน แต่ตอนนี้คุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า
ผู้พเนจร: ของที่เธอส่งมาให้ฉัน... มันคืออะไรกันแน่?
Suisui: คุณใช้งานมันได้จริงๆ ด้วย ไม่เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์โน้มน้าวยัยจิ้งจอกหัวรั้นนั่นจนปากเปียกปากแฉะ
Yangyang: จิ้งจอก... พี่หมายถึง...?
Suisui: ...ขอโทษนะ ผู้พเนจร, Yangyang ที่ก่อนหน้านี้ฉันปิดบังพวกเธอมาตลอด
Suisui: ถ้างั้นขอเริ่มจากตอนที่ฉันพลัดหลงกับ ผู้พเนจร ก็แล้วกัน
Yangyang: ไม่คิดเลยนะเนี่ย... ว่าพี่จะเคยทำข้อตกลงกับเซนติเนลแห่งเมิ่งโจว...
Suisui: ขอโทษนะ ผู้พเนจร ที่ฉันไม่ได้บอกคุณ ที่จริงข้อตกลงระหว่างฉันกับ Hsin ควรเป็นความลับ ก่อนจะเจอ Hsin ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าถ้าบอกคุณ มันจะยิ่งวุ่นวายหรือเปล่า...
Suisui: ขอบคุณนะที่ช่วยตามหา Yangyang จนเจอ กลายเป็นว่างานนี้ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย...
Yangyang: อย่าพูดแบบนั้นสิคะพี่ มันผ่านไปแล้วนะ พี่เองก็กดดันตัวเองมามากแล้ว
ผู้พเนจร:
Suisui: ...แต่ตอนนี้สิ่งของของเซนติเนลอยู่ในมือคุณแล้ว หมายความว่าชะตาของคุณกับจิ้งจอกจันทรา ผูกเข้าด้วยกันแล้วนะ ส่วนบทสรุปจะเป็นยังไง ฉันเองก็บอกไม่ได้เหมือนกัน
Suisui: ฉันพอจะรู้สึกได้ว่า... ท่านกำลังปิดบังอะไรอยู่ แต่ท่านไม่ยอมพูด... หรืออาจจะพูดความจริงกับฉัน "ไม่ได้" คุณคงต้องไปหาท่านเองแล้วละ
ผู้พเนจร:
Yangyang: แต่ก่อนอื่นเราต้องหยุดหุ่นกลคลุ้มคลั่งพวกนี้ก่อน
Yangyang: พี่คะ ที่พี่สงสัยสำนักจั๋วจวิน เพราะพี่รู้อะไรจากฝั่งเมิ่งโจวงั้นเหรอ?
Suisui: สำนักจั๋วจวินเป็นองค์กรจักรกลอัตโนมัติที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีอิทธิพลที่สุดในเมิ่งโจว ถ้าวัดกันแค่ระดับเทคโนโลยี ก็ไม่ด้อยกว่าสถาบันหัวซวีของเมิ่งโจวเลยนะ
Suisui: แต่สำนักจั๋วจวินเป็นองค์กรที่หละหลวมและไร้ระเบียบ ไม่มีหลักเกณฑ์ที่เป็นหนึ่งเดียว ส่วนหัวหน้าสำนักอย่าง "หุ่นบุปผา" ก็เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยปริศนา ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย...
Suisui: Yangyang, ผู้พเนจร พวกเธอน่าจะเคยได้ยินชื่อ "สมาคมเซอองซ์" นะ ถึงสมาคมจะล่มสลายไปแล้ว แต่ "ช่างทำตุ๊กตา" ที่เป็นหัวหน้า ก็มาจากสำนักจั๋วจวินนะ
ผู้พเนจร:
Yangyang: ชายที่เรียกตัวเองว่า Muyu คนนั้น... เมื่อสองร้อยปีก่อนเขาเคยเป็นคนของสำนักจั๋วจวินจริงๆ ด้วย... แต่ตอนนี้เหมือนจะตัดขาดจากที่นั่นแล้ว...
Suisui: สองร้อยปี... ต่อให้เป็นเรโซเนเตอร์ คนที่มีชีวิตอยู่ยาวนานขนาดนั้นมีน้อยมากเลยนะ ตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมา เขาอาจจะเปลี่ยนตัวตนมาแล้วนับไม่ถ้วน คงสืบหาที่มาของเขาได้ยากทีเดียว
ผู้พเนจร: ดูเหมือนว่าเขาจะจำฉันได้ด้วยนะ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันเคยทำอะไรมาบ้าง
ผู้พเนจร: แล้วก็พูดถึง "ผู้หญิงชุดแดง" คนหนึ่ง...
Yangyang: หรือว่าจะเป็นพวกเดียวกับ Scar ที่เคยปรากฏตัวในจินโจวก่อนหน้านี้?
ผู้พเนจร: ไม่... ไม่น่าใช่เธอหรอก... น่าจะเป็นผู้คุมที่ไม่เคยพบมาก่อน และซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในหวงหลงมากกว่า
Yangyang: สำนักจั๋วจวิน... แฟรกต์ซิดัส... ถ้าเขาเกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่ายล่ะ...
Yangyang: แถมยังมีพลังเรโซแนนซ์ที่เรายังไม่รู้นั่นอีก... การที่เขาจะแทรกแซงระบบของหุ่นกลเพื่อก่อเรื่องทั้งหมดในแดนเสวียนฟาง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
Yangyang: แต่ว่า... เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? แล้ว "การทดลอง" ที่เขาพูดอยู่ตลอด มันหมายถึงอะไรกันแน่?
ผู้พเนจร:
Yangyang: อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่า เราต้องหยุดใคร
Yangyang: เอาเบาะแสพวกนี้ไปเล่าให้ Liangyu กับผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางฟังกันเถอะ บางทีพวกเขาอาจจะวิเคราะห์เบาะแสเพิ่มเติมได้
ไปยังสถานที่ที่ Liangyu และผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางอยู่
ผู้พเนจร: จะว่าไป ก่อนหน้านี้ฉันเคยลองให้ Abby "วิเคราะห์" แกนของหุ่นกลวิกลจริตดูแล้ว...
ผู้พเนจร: เหมือนว่าข้างในจะมีอารมณ์ด้านลบปะปนอยู่เต็มไปหมด แล้วถ้ามันถูกฝังจากภายนอกล่ะ...
Yangyang: Muyu อาจจะใช้วิธีนี้ควบคุมพวกหุ่นกลก็ได้นะคะ...
Yangyang: (แต่ว่า... ต้นตอของอารมณ์พวกนั้น หรือว่า...)
Qiuhong: ...กระทรวงการสงคราม กระทรวงการพัฒนา และสถาบันหัวซวี ถ้ามีพื้นที่เหลือ ก็ให้ผู้สูงอายุและเด็กเข้าไปก่อน
Qiuhong: หลังจากอพยพเข้าเมืองหมดแล้ว ให้ถอนกำลังทหารที่เหลือทั้งหมด ยกเว้นหน่วยสอดแนมบางส่วน ถึงหุ่นกลในเมืองจะยังทำงานปกติ แต่ก็ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ถ้ายังไม่รู้สาเหตุของความผิดปกติ ห้ามส่งพวกมันไปต่อสู้เด็ดขาด
Liangyu: เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะส่งคนไปจัดการทันที... หืม? พวกเธอมาแล้วเหรอ
ผู้พเนจร:
Qiuhong: ...พวกคุณคงเป็นกำลังเสริมที่ Liangyu พูดถึงสินะ ตอนนี้เมืองเสวียนฟางกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤต ความช่วยเหลือของพวกคุณสำคัญกับเรามาก ฉันซาบซึ้งจริงๆ!
Yangyang: ผู้บัญชาการ Qiuhong เรามีเรื่องอยากปรึกษาคุณกับ Liangyu ค่ะ
Qiuhong: ฉันเพิ่งโยกย้ายกำลังคนเสร็จพอดี งั้นไปคุยกันที่หน้ากระทรวงการสงครามดีกว่า
ไปยังกระทรวงการสงคราม เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่อ
ทุกคนมาถึงหน้ากระทรวงการสงคราม และแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละฝ่าย
Qiuhong: Muyu... ช่างฝีมือที่แฝงตัวอยู่ในกระทรวงการพัฒนามาหลายปี พยายามจะแทรกแซงเทคโนโลยีของเซนติเนลงั้นเหรอ... เราประมาทเกินไปจริงๆ...
Qiuhong: ส่วนสำนักจั๋วจวิน... พวกเขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนของสมาชิก คงสืบได้ยาก...
Qiuhong: แต่ถ้าจะสืบจริงๆ เมืองเสวียนฟางอาจจะมีความหมายบางอย่างสำหรับสำนักจั๋วจวินที่คนทั่วไปไม่รู้ก็ได้นะ
Yangyang: คุณหมายความว่า...
Qiuhong: ฉันก็เพิ่งเห็นจากเอกสารที่ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางรุ่นก่อนทิ้งไว้เช่นกัน ตอนที่เธรโนเดียนแห่งทุ่งร้างนอร์ฟอลล์คืนชีพ และการแพร่กระจายของทาเซ็ตดิสคอร์ดทวีความรุนแรงขึ้น เซนติเนล Hsin ได้เตรียมการล่วงหน้าและตัดสินใจก่อตั้งเสวียนฟางขึ้นมา... นี่คือเรื่องที่ทุกคนรู้กันดี
Qiuhong: แต่เมืองเสวียนฟางไม่ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยพลังของเซนติเนลเพียงผู้เดียว ตอนนั้น Hsin ต้องคัดเลือกผู้ช่วยกลุ่มหนึ่ง
Qiuhong: สำนักจั๋วจวินมีประวัติยาวนานในเมิ่งโจว เป็นองค์กรจักรกลอัตโนมัติที่ล้ำหน้าที่สุด แล้วยังเป็นผู้ออกแบบเมืองเยวียนด้วย พวกเขาจึงอาสาสร้างเมืองเสวียนฟางด้วยตัวเอง
Qiuhong: แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร... สุดท้ายเซนติเนลกลับไม่เลือกสำนักจั๋วจวิน
Yangyang: แล้วสุดท้าย ใครเป็นคนช่วย Hsin สร้างเมืองเสวียนฟางเหรอคะ?
ผู้พเนจร: จำได้ว่า Xiangli Yao เคยเล่าให้ฉันฟังว่า... มีกลุ่มคนจากสภาซาวานเทย์เดินทางมาเมิ่งโจว...
Qiuhong: ใช่แล้วละ สภาซาวานเทย์เป็นคนช่วยสร้างเมืองเสวียนฟาง แต่หลังจากนั้น ก็ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับพวกเขาอีกเลย
Liangyu: หรือว่า... เพราะไม่เลือกสำนักจั๋วจวิน เขาถึงเคียดแค้นเซนติเนลกับเมืองเสวียนฟางมาตลอด...
Suisui: เก็บความแค้นไว้สองร้อยปีแล้วค่อยลงมือ เจ้า Muyu นี่มีความอดทนเป็นเลิศเหมือนกันนะ
Yangyang: ไม่น่าจะใช่นะ... ถึงแม้ว่าลางสังหรณ์ของฉันจะคลุมเครืออยู่บ้าง แต่เป้าหมายของเขาคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแบบนั้นหรอก
Yangyang: ควบคุมหุ่นกลให้ก่อความวุ่นวาย น่าจะเป็นแค่เพียงแผนการส่วนหนึ่ง ตอนนี้สถานที่ในแดนเสวียนฟางที่หุ่นกลวิกลจริตและทาเซ็ตดิสคอร์ดยังไม่เข้ายึดครอง ก็เหลือแค่...
Qiuhong: ...ตัวเมืองแห่งนี้เท่านั้น
Suisui: ที่นี่ "มีคุณค่า" มากที่สุดในแดนเสวียนฟางสินะ เขาต้องคิดอะไรแผลงๆ กับเมืองนี้แน่นอน
Qiuhong: ยังไงก็ตาม เราต้องเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา บางที... เราอาจจะต้องต่อสู้กับหุ่นกลวิกลจริตและทาเซ็ตดิสคอร์ดโดยไม่มีกำลังเสริม จนถึงวินาทีสุดท้ายเลยก็ได้
ผู้พเนจร: นับฉันด้วยคนสิ
Yangyang: ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง เราจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ค่ะ
Qiuhong: ผู้คนที่นี่ ปกป้องเมืองนี้มานานกว่าสองร้อยปีแล้ว...
Qiuhong: หวังว่าภารกิจที่สืบทอดกันมา จะไม่ขาดสะบั้นลงในวันนี้...
Liangyu: ก่อนหน้านี้การสื่อสารในแดนเสวียนฟางล้มเหลวโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้กระทรวงการพัฒนาเร่งผลิตจุดเชื่อมสัญญาณออกมาชุดหนึ่ง ถ้าติดตั้งทั่วเมืองเสวียนฟางเสร็จแล้ว การสื่อสารในเมืองจะกลับมาเป็นปกติ แล้วจะเชื่อมต่อกับระบบป้องกันของเมืองได้ด้วยค่ะ
Qiuhong: มันจะช่วยเรื่องการตั้งรับได้มาก แต่ตอนนี้เราขาดแคลนกำลังคน... ผู้พเนจร ไม่ทราบว่าคุณพอจะช่วยไปติดตั้งบางส่วนได้ไหม?
ผู้พเนจร:
Yangyang: ฉันจะไปกับคุณนะคะ ผู้พเนจร
ซ่อมแซมจุดเชื่อมสัญญาณที่ 1
Yangyang: จะว่าไป... ต้องเอาดาบเล่มนี้ไปคืนให้คนในหมู่บ้านด้วย...
ผู้พเนจร: นี่คือ?
Yangyang: เรื่องมันยาวน่ะค่ะ ชาวเสวียนฟางที่ฉันพบก่อนหน้านี้ ฝากให้ฉันช่วยดูแลชั่วคราว
Yangyang: แต่ว่า... ไม่รู้ทำไม ฉันรู้สึกว่าดาบเล่มนี้มีกลิ่นอายที่คุ้นเคยจัง...
Yangyang: บางครั้งมันก็ทำให้ฉันเห็นภาพในอดีตด้วย...
ผู้พเนจร: เหมือนตอนที่ฉันเห็นรูปปั้นของ Jué ใช่ไหม?
Yangyang: แต่นั่นเป็นเพราะ ผู้พเนจร มีความผูกพันกับ Jué น่ะสิ...
Yangyang: แต่ฉันไม่เคยมาแดนเสวียนฟางเลยนะ...
ผู้พเนจร: หรือว่าเธอก็สูญเสียความทรงจำเหมือนฉัน?
Yangyang: ผู้พเนจร นี่ล่ะก็... มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกันล่ะคะ
ผู้พเนจร: (ก็จริงแฮะ... มันคง... เป็นไปไม่ได้หรอก...)
ไปยังจุดเชื่อมสัญญาณจุดที่สอง
ซ่อมแซมจุดเชื่อมสัญญาณที่ 2
Yangyang: แบบนี้ก็ติดตั้งจุดเชื่อมสัญญาณทั้งสองจุดเสร็จแล้ว...
Yangyang: ยังพอมีเวลาอยู่ เราไปหาผู้ใหญ่บ้านกันเถอะค่ะ
ไปยังสถานที่ที่จัดให้ชาวบ้านเสียนหลิงอยู่
Qiankun: แม่หนู Yangyang...! กลับมาได้อย่างปลอดภัยสินะ!
Yangyang: ค่ะ ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ
Qiankun: ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว... โล่งอกจริงๆ เลยนะ...
Yangyang: จริงสิ ดาบที่ท่านฝากให้ Liangyu ดูแล... ถึงระหว่างทางจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ฉันนำกลับมาคืนให้ในสภาพที่สมบูรณ์แล้วนะคะ
Qiankun: โอ้... ขอบใจนะแม่หนู Yangyang...
Yangyang: ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านผู้ใหญ่ ฉันเคยบอกแล้วไงคะ ว่าดาบเล่มนี้จะมอบความกล้าให้ผู้คนลุกขึ้นยืนหยัด
Yangyang: ดาบเล่มนี้... จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราจะก้าวผ่านวิกฤตตรงหน้านี้ไปได้ค่ะ
ผู้พเนจร: เมื่อกี้นี้คือ...
Yangyang: ผู้พเนจร...?
ผู้พเนจร:
Yangyang: ผู้พเนจร คุณเองก็ได้ยินเหมือนกันเหรอคะ?
Yangyang: ที่นี่คือเมืองเสวียนฟาง... ดูเหมือนว่า... เราจะย้อนกลับมาอดีตอีกแล้ว
Yangyang: เพลงนี้คือ...
Yangyang: ผู้พเนจร ลองตามเสียงเพลงไปดูกันเถอะค่ะ
ไปยังสถานที่ที่เสียงเพลงดังขึ้น
Yangyang: นกพวกนี้… คือปักษานิลสวรรค์เหรอ?
Yangyang: ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอีก...
Yangyang: (ทำไมกันนะ... พอได้เห็นพวกมัน ในใจฉันก็รู้สึกเหมือน...)
คุยกับ Lingfang
???: ปักษานิลสวรรค์ เดี๋ยวข้าจะต้องไปแล้ว
???: ไยเจ้าดื้อดึงเช่นนี้นะ... นอกจากแดนเสวียนฟางแล้ว บนโลกนี้ ยังมีเสียงเพลงอีกมากมายที่เจ้าไม่เคยได้ยิน...
???: หืม?
Yangyang: คุณคือ... Liangyu...?
???: Liangyu? Liangyu... ชื่อไพเราะเสียจริง ฟังแล้วรื่นหูยิ่งนัก แต่น่าเสียดาย ที่ข้ามิได้ชื่อนี้
???: ข้าชื่อ Lingfang พวกเจ้าก็เพิ่งเข้ากองทัพเหมือนกันสินะ? ตอนนี้เราคงอับจนหนทางกันแล้วจริงๆ... แม้แต่ชุดทหาร กระทรวงการสงครามก็ไม่มีให้อีกแล้ว
Yangyang: (เธอ... คือคนที่เห็นในความทรงจำก่อนหน้านี้... หรือว่า... เธอคือ Liangyu...)
Yangyang: ถ้าฉันจำไม่ผิด คุณน่าจะเคยเป็นนักดนตรีมาก่อน...
Lingfang: เอ๊ะ... นี่ข้าออกมาจากเมิ่งโจวแล้ว ยังมีคนรู้จักข้าด้วยหรือ
Lingfang: น่าเสียดายที่ตอนนี้บรรเลงให้พวกเจ้าฟังไม่ได้ ข้าฝากคนอื่นขายพิณไปแล้วน่ะ เพราะถึงยังไงก็เอาไปลงสนามรบไม่ได้อยู่ดี
Lingfang: เหลือไว้เพียงขลุ่ยเลานี้ที่สามีข้าทำให้ข้าเองกับมือ... ก็เลยยังตัดใจทิ้งไม่ลง
Lingfang: แต่ข้าไม่เคยบอกเขาหรอกนะ ว่าฝีมือเขาย่ำแย่แค่ไหน ขลุ่ยนี่เป่าแล้วไม่มีเสียงด้วยซ้ำ...
ผู้พเนจร: ที่เธอเข้าร่วมกองทัพ ก็เพราะ...
Lingfang: ไม่มีเหตุผลสวยหรูอะไรทั้งนั้นแหละ ทาเซ็ตดิสคอร์ดสังหารคนรักของข้า ข้าจึงหยิบดาบขึ้นมาแก้แค้นให้เขาเท่านั้นเอง
Lingfang: ท่านพ่อของข้าเคยอยู่ในกระทรวงการสงครามของเมิ่งโจว ตอนเด็กๆ ข้าเคยฝึกวิชายุทธ์กับพ่ออยู่หลายปี แต่รู้สึกเบื่อ จึงแอบหนีออกไปเรียนศิลปะ พอตระเวนไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอกับเขาโดยบังเอิญ
Lingfang: สามีของข้า อาจไม่มีอะไรพิเศษในสายตาคนอื่น ก็แค่จิตรกรตกอับคนหนึ่ง แต่ข้ารู้ว่าเขาเคยมีโอกาสได้เข้าสำนักศิลป์หมิงถิง แต่เขากลับทำใจจากบ้านเกิดที่เลี้ยงดูเขามาจนโตไม่ได้
Lingfang: เขาชอบวาดปักษานิลสวรรค์มาก ก็เพราะปักษานิลสวรรค์เคยช่วยถ่ายทอดความรู้สึกให้ข้าได้รับรู้ เปรียบเสมือนตัวแทนคำพูดของคนที่แสดงออกไม่เก่งอย่างเขา
Lingfang: แต่ทุกอย่างกลับสลายหายไปราวกับควันหมอก เพราะทาเซ็ตดิสคอร์ด
Lingfang: แค่คิดว่าพวกมันจะมาที่นี่ มาเหยียบย่ำบ้านเกิดที่เขารัก...
Lingfang: ข้าก็... โกรธแค้นยิ่งนัก
Lingfang: ...บัดนี้ข้ากลับมาจับดาบอีกครั้ง ก็เหมือนได้ทำตามความปรารถนาของท่านพ่อ แต่อุดมการณ์เพื่อบ้านเมืองและเพื่อผู้คนที่เขาเคยปลูกฝังให้แก่ข้า ข้าก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี
Yangyang: ...มันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ
Yangyang: ไม่ว่าจะเพื่อใครสักคน เพื่อความปรารถนาบางอย่าง หรือเพื่อสิ่งที่ลึกซึ้งเกินบรรยาย...
Yangyang: ผู้คนต่างรู้สึกเศร้าโศก ดีใจ หวาดกลัว ละอายใจ หรือแม้แต่โกรธ ก็เพื่อ "สิ่งสำคัญ" ของตัวเอง
Yangyang: เพราะแบบนี้ มนุษย์จึงเลือกที่จะ "ปกป้อง"
Yangyang: สิ่งที่คุณปกป้องไม่ใช่แค่ความทรงจำของคุณทั้งสอง แต่ยังรวมถึงสถานที่ที่จะก่อเกิดความทรงจำและความรู้สึกอันล้ำค่าอีกมากมาย
Lingfang: ปกป้องงั้นเหรอ... ลูกของข้า... ข้าหวังจะได้ปกป้องลูกจนเติบโตเหมือนกัน...
Yangyang: ไม่ต้องกังวลนะคะ เธอจะต้องเติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัยแน่นอน
Yangyang: เธอจะได้เจอคนรัก ค้นพบอาชีพที่อยากทุ่มเททั้งชีวิต เธอจะมีครอบครัว มีลูกที่พร้อมจะปกป้องด้วยความรัก และสายสัมพันธ์นั้นก็จะส่งต่อไปยังรุ่นถัดไปเรื่อยๆ...
Yangyang: รวมถึงอนาคต และวันพรุ่งนี้ที่ไกลเกินเอื้อมด้วย
Lingfang: งั้นหรือ...
Lingfang: ถ้าเช่นนั้น... ขอให้เป็นจริงอย่างที่เจ้าพูดนะ
Lingfang: ข้าต้องไปแล้ว แม่นางนิรนาม ได้ฟังเจ้าพูดเช่นนี้ก่อนออกรบ ถือเป็นวาสนาของข้าแท้ๆ
Lingfang: ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทน เช่นนั้น... ขอมอบบทเพลงให้เจ้าสักบทก็แล้วกันนะ
กลับไปยังเมืองเสวียนฟางในอดีต
ปกป้องเมืองเสวียนฟางจากการโจมตีของหุ่นกลวิกลจริตและทาเซ็ตดิสคอร์ด
Liangyu: ผู้พเนจร, Yangyang ได้ยินไหม!
Liangyu: เมื่อกี้เพิ่งติดตั้งจุดเชื่อมสัญญาณจุดสุดท้ายเสร็จสิ้น การสื่อสารรอบเมืองเสวียนฟางน่าจะกลับมาใช้งานได้แล้ว
Liangyu: เรารวบรวมอาวุธหนักทุกอย่างที่ยังใช้ได้ออกมาแล้ว ผู้บัญชาการ Qiuhong ก็จัดแนวป้องกันเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ
Liangyu: แต่ว่า... ศัตรูมาถึงเร็วกว่าที่เราคิด
Liangyu: ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว รีบมารวมตัวกันที่ประตูหลักเถอะ!
Yangyang: ...ไปกันเถอะค่ะ ผู้พเนจร
Yangyang: คราวนี้ถึงเวลาที่เราจะปกป้องเมืองแห่งนี้บ้างแล้วละ
รวมตัวกับ Liangyu และคนอื่นๆ
ผู้พเนจร: ศัตรูมีเยอะเกินไป... ถ้าพวกมันบุกเข้ามาได้ เมืองเสวียนฟางต้องถูกยึดแน่...
ผู้พเนจร: Hsin... ขอยืมพลังแห่งจิ้งจอกจันทราหน่อยเถอะนะ...!
พลพิทักษ์เสวียนฟางที่ตื่นตระหนก: สุดยอดเลย...! สกัดพวกหุ่นกลกับทาเซ็ตดิสคอร์ดไว้ได้เยอะขนาดนี้เชียวเหรอ!
Qiuhong: เหล่าทหารทั้งหลาย บุกเลย!
พลพิทักษ์เสวียนฟางที่เลือดร้อน: ลุย!
กำจัดหุ่นกลวิกลจริตและทาเซ็ตดิสคอร์ด
กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดและหุ่นกลวิกลจริต
Yangyang: (ผู้พเนจร แบกรับแรงกดดันมากเกินไปแล้ว...)
Yangyang: (ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องเป็นภาระของเขาเด็ดขาด...!)
Yangyang: (กัดฟันสู้ซะสิ... แข็งแกร่งขึ้นอีกนิด...!)
Yangyang: (ฉันจะ... ปกป้องทุกคนให้ได้!)
Suisui: นี่สินะ... สนามรบที่แท้จริง...
Suisui: (Yangyang... ต้องอยู่ในที่แบบนี้มาตลอด)
พลพิทักษ์เสวียนฟางที่เลือดร้อน: ขอบคุณนะ! ช่วยได้เยอะเลย...!
ปราบหุ่นกลระดับอีลีท
Yangyang: ผู้พเนจร! ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ!?
Suisui: ศัตรูพวกนี้... กำจัดไปเท่าไหร่ ก็ยังโผล่มาไม่หยุด...
ผู้พเนจร: ตั้งสติไว้! ต้านการบุกครั้งนี้ไว้ให้ได้ก่อน!
Liangyu: บ้าชะมัด...! กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดพวกนี้ไม่หมดสักที!
Qiuhong: เราจะถอยไม่ได้... สู้จนถึงวินาทีสุดท้าย!
Liangyu: จอมอัศวิน Qingxiao!?
Qingxiao: ...ขอโทษนะ ฉันมาช้าไป
ผู้พเนจร: ลานกักกัน... กำลังเพิ่มจำนวน...
Yangyang: Muyu... น่าจะอยู่ในลานกักกันนั้น
Qingxiao: ศัตรูโจมตีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ค่ายกลกระบี่รับมือได้ไม่นาน ต้องรีบจบศึกให้เร็วที่สุด
Qingxiao: ถ้าเธอหาตำแหน่งของคนบงการเจอ ก็จงไปกำจัดต้นตอของความชั่วร้ายนี่เถอะ
Liangyu: จอมอัศวิน Qingxiao พูดถูก Yangyang, ผู้พเนจร พวกเธอไปเถอะ ทางนี้เราจะดูแลเอง!
Liangyu: ...เราจะปกป้องที่นี่ไว้ให้ได้ ก่อนพวกเธอจะกลับมา!
Suisui: ...Yangyang!
Suisui: ...ระวังตัวด้วยนะ
Yangyang: ...ค่ะ ผู้พเนจร เราไปกันเถอะ!
เข้าไปยังส่วนลึกของลานกักกัน และเผชิญหน้ากับ Muyu
Yangyang: (สัมผัสของกระแสพลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...)
Yangyang: นี่มัน...อะไรกัน...?
???: ... "ผู้สดับสุรเสียง" เอ๋ย เจ้า... กระจ่างแจ้งแล้วหรือยัง?
Yangyang: คุณคือ... ใครกัน...?
???: แม้ว่าสิ่งที่เจ้าเผชิญอยู่ในเวลานี้ จะเป็นเพียงก้อนหินเล็กๆ ที่ถูกโยนไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่...
???: แต่ "ระลอกคลื่น" ของมัน ก็ยังกระจายไปถึงชะตากรรมของโลกทั้งใบ
???: หากเจ้าหยุดเพียงเท่านี้ แล้วปล่อยให้■■■จัดการเรื่องที่เหลือ เจ้าก็จะได้ใช้ชีวิตเพื่อ "ตัวเอง" ต่อไป โดยไม่ต้องรับรู้อะไรเลย
???: หาก "สายลม" นี้พัดพาขึ้นมาเมื่อไร ก็ย่อมมิอาจหยุดนิ่งได้อีกต่อไป
Yangyang: ...
Yangyang: ขอโทษด้วยนะคะ... แต่ฉันไม่เข้าใจเลยว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร...
Yangyang: แต่ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เขาต้องเผชิญหน้าเพียงลำพังแน่
???: อย่างงั้นหรือ...
???: ขออภัยด้วย "พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะส่งเสียงนี้ไปยังผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แต่อย่างใด"
???: "เพราะในทุกๆ ตอนจบ พวกเขาทั้งหมดล้วนไม่มีใครกอบกู้อะไรไว้ได้เลย"
???: ไม่รู้ว่าครั้งนี้ จะต่างออกไปหรือไม่
???: ถ้านี่คือเจตจำนง ความปรารถนา และเส้นทางที่เจ้าเลือก...
???: เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเตรียมใจ... สำหรับการทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ให้ดี
ผู้พเนจร: Yangyang เป็นอะไรหรือเปล่า?
Yangyang: ...ไม่เป็นไรค่ะ
Yangyang: ไปกันเถอะค่ะ ผู้พเนจร เราจะ...
ผู้พเนจร: ไปยุติเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยกัน
เข้าสู่ส่วนลึกของลานกักกัน
Muyu: โอ้? ตามมาถึงนี่เชียวเหรอ เล่นพ่อแม่ลูกแบบเด็กๆ สนุกกันไหมล่ะ? โดยเฉพาะนาย มีรสนิยมประหลาดอะไรกันแน่ ถึงชอบเล่นบท "มนุษย์" ขนาดนั้น?
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Muyu: ไม่ได้หรอก หุ่นกลทั้งหมดกำลัง "ทำงานตามปกติ" โดยไม่มีข้อผิดพลาดเลยต่างหาก สิ่งที่เซนติเนลสร้างขึ้น มนุษย์ธรรมดาจะควบคุมง่ายๆ ได้ยังไงกัน?
Yangyang: ...เหลวไหล หุ่นกลของเซนติเนล จะทำร้ายผู้คนที่ท่านคอยปกป้องได้ยังไงกัน?
Muyu: หึ... เซนติเนลปกป้องมนุษย์... ช่างเป็นความเข้าใจที่... ไร้สาระสิ้นดี
Muyu: เพราะเซนติเนลเป็นผู้ชี้นำอารยธรรมเหรอ? เพราะหวงหลงเป็นดินแดนที่มนุษย์กับเซนติเนลปกครองร่วมกันงั้นเหรอ? เธอมาจากจินโจวสินะ แม่หนูที่สั่นพ้องกับเซนติเนลคนนั้น วาดฝันแสนสวยงามแบบนี้ให้เธอหรือไงกัน?
Muyu: ผังและโครงสร้างภายในของเซนติเนล... ทำไมเซนติเนลจึงมีความรู้ที่เหนือกว่าอารยธรรมมนุษย์... พวกมนุษย์อย่างเราไม่รู้อะไรเลย
Muyu: กฎที่ว่า "เซนติเนลปกป้องมนุษย์" เขียนไว้ในรหัสพื้นฐานของเซนติเนลงั้นเหรอ? เป็นกฎเหล็กที่เซนติเนลเคยบอกว่ายอมรับเหรอ?
Muyu: ไม่ ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ คำพูดนี้มาจากประสบการณ์ที่ตื้นเขิน เป็นแค่ความเคยชินของผู้ที่เพลิดเพลินกับการคุ้มครองจากเซนติเนล และคิดว่าตัวเองไม่ทุกข์ร้อน
Muyu: ทำไม... เซนติเนลต้องชี้นำอารยธรรมด้วย? บทสรุปที่พวกเขากำลังชี้นำมันคืออะไรกันแน่ ไม่มีใครรู้ได้เลย
Muyu: การเชื่อเอาเองว่าเซนติเนลจะปกป้องมนุษย์ เป็นเพราะพวกเซนติเนลมีสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้สึก" ต่อมนุษย์งั้นเหรอ?
ผู้พเนจร: ...ถ้าใช่แล้วยังไงล่ะ?
ผู้พเนจร: เซนติเนลที่ฉันเคยเจอ ต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อผู้คนที่เขาปกป้อง
ผู้พเนจร: ไม่ว่าแกจะดูหมิ่นพวกเขายังไง ความจริงก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปหรอก
Muyu: งั้นเหรอ... "ความรู้สึก" สินะ... ถ้านายจะบอกว่า โลกของเราตั้งอยู่บนสายสัมพันธ์ที่เปราะบางแบบนี้...
Muyu: งั้นก็พอดีเลย... ฉันจะได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้สึกมันหยิบไปใช้ได้ง่ายแค่ไหน... ด้วยการเข่นฆ่าและทำร้าย
เสียงกังวาน: ฆ่า... ฆ่าพวกมัน... ทาเซ็ตดิสคอร์ด ฆ่าให้หมด...
เสียงกังวาน: อย่าเหลือไว้... แม้แต่คนเดียว...!
Yangyang: เสียงพวกนี้คือ...!
Muyu: ฉันใช้เวลากว่าสองร้อยปี เรียนรู้วิธีเปลี่ยนแรงผลักดันที่ไร้ความหมายพวกนี้ ให้กลายเป็นของที่มีประโยชน์สำหรับฉัน
Muyu: ต้องยอมรับเลยว่า กระบวนการวิจัยพวกมันเนี่ย สนุกสุดๆ เลยละ
Muyu: ฉันแก้ไขการรับรู้ของเสียงกังวานพวกนี้ เปลี่ยนเป้าหมายความเกลียดชังและความโกรธที่มีต่อ "ทาเซ็ตดิสคอร์ด" ให้เป็น "มนุษย์" แล้วก็ฝังเข้าไปในหุ่นกล
Muyu: แล้วสิ่งที่ควรปกป้องก็กลายมาเป็นเป้าหมายที่หุ่นกลต้องไล่ล่า แค่ความยึดติดที่ไร้สาระเพียงนิดเดียว ก็ทำให้ตรรกะและคำสั่งที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันพังไม่เป็นท่า
Muyu: ความรู้สึก... เป็นสิ่งอันตราย เป็นศัตรูของเหตุผล เป็นจุดเริ่มต้นของความโกลาหล และเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องรู้จักควบคุม... ไม่สิ มันเป็นสิ่งที่เราต้องทิ้งมันไปซะ
Yangyang: ...ผิดแล้ว
Yangyang: เมื่อคนสำคัญต้องถูกฆ่า บ้านที่รักต้องถูกเหยียบย่ำ... ไม่ได้เห็นลูกของตัวเองเติบโต ถึงจะเกลียดการต่อสู้เพียงใด แต่ก็ยังต้องหยิบอาวุธขึ้นมาเพื่อเอาชีวิตรอด...
Yangyang: มันก็ต้องเศร้าโศก... เคียดแค้น... ไม่ยอมรับ... แล้วก็ต้องโกรธอยู่แล้วสิ!
Yangyang: มนุษย์ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ใครจะบงการได้ ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมา มนุษย์ก็เปล่ง "เสียง" ของตัวเองออกมา
Yangyang: ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ เสียงตะโกน หรือเสียงอาดูร... สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น "รากฐาน" ที่ก่อกำเนิดโลกใบนี้ขึ้นมา
Yangyang: คนที่บิดเบือนและเล่นสนุกกับเสียงเหล่านั้น คนที่เห็นว่ามันเป็นแค่ "เครื่องมือ" อย่างแก ไม่มีวันเข้าใจความหมายของมันหรอก
Yangyang: แกก็แค่คนขี้ขลาดที่ปิดหูปิดตาหลอกตัวเอง คนวิปริตที่คิดว่าความเพ้อฝันของตัวเองเป็นความจริง!
ผู้พเนจร: แกคิดว่าตัวเองมองทะลุทุกอย่าง แต่ที่จริงแล้วแกโง่เง่ากว่าคนที่ตัวเองดูถูกเหยียดหยามซะอีก
Yangyang: อีกอย่าง ท้ายที่สุดแล้ว...
ผู้พเนจร: "ความโกรธ" ที่แกสร้างขึ้นมากับมือ ก็จะกลืนกินแกเอง
เอาชนะ Thousand-Puppet Pavilion
Muyu: แค่เพิ่ม "ตัวแปรส่วนเกิน" บางอย่างเข้าไปนิดหน่อย ผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบ ก็จะกลายเป็นเพชฌฆาตที่น่าหวาดกลัวในพริบตา
Muyu: ถ้าเซนติเนลปกป้องมนุษย์เพียงเพราะ "ความรู้สึก" ถ้าอย่างงั้นต้องมีสักวันหนึ่ง สักช่วงเวลาหนึ่ง หรือเซนติเนลสักตนหนึ่ง ที่จะทำสิ่งตรงกันข้ามเพราะเหตุผลเดียวกัน
Yangyang: ยังดึงดันอยู่อีกเหรอ! แกก็แค่ไม่ยอมเปิดใจเชื่อ แล้วก็อยากพิสูจน์ว่าความคิดของตัวเองถูกต้องที่สุด
Yangyang: ทุกสิ่งที่แกทำลงไป... มันไม่คู่ควรแก่การพูดถึงด้วยซ้ำ!
ผู้พเนจร: ...Yangyang!
โจมตีส่วนแกน
Muyu: เสียงกังวานพวกนี้ ดังก้องอยู่ที่ก้นเหวมานานสองร้อยปี จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังขุดขึ้นมาไม่หมด
ได้เป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
โจมตีส่วนแกน
Muyu: เสียงที่แกเคยยอมรับ เคยไว้อาลัยให้ ตอนนี้กลับกำลังฝังกลบพวกแกเสียเอง ไม่คิดว่ามันน่าสมเพชหรอกเหรอ?
ได้เป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
โจมตีส่วนแกน
ท่องไปท่ามกลางเสียงกังวาน
เสียงกังวาน: เจ้าทาเซ็ตดิสคอร์ด... บัดซบ...
เสียงกังวาน: ต้อง... กำจัดพวกมันให้หมด... อย่าให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว...
ผู้พเนจร:
หลบการโจมตีของหน่วยพิทักษ์เสวียนฟาง
Muyu: หยุดแล้วเหรอ? เพราะสงสารเสียงกังวานพวกนี้หรือไงกัน?
Muyu: หึ... นี่น่ะเหรอ สิ่งที่พวกแกเรียกว่า "ความโกรธ"
ปลดปล่อยเสียงกังวานที่ดิ้นรนอย่างเจ็บปวด
เอาชนะ Thousand-Puppet Pavilion
Muyu: พลังนี้...?
Muyu: ฉันมองไม่ผิดเลย... เธอ "พิเศษ" จริงๆ ด้วย...
Muyu: ตอนอยู่ที่โรงกลกลางนภา ฉันดูดซับเสียงกังวานของเธอไม่ได้ แต่ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะ...
Yangyang: ...เพ้อเจ้อสิ้นดี!
Yangyang: แกจะไม่มีวัน... ได้เล่นสนุกกับชีวิตคนอีกต่อไป...!
Yangyang: ผู้พเนจร!
ผู้พเนจร: Yangyang... ร่างของเธอ...
Yangyang: ทุกคน… ฝากเสียงสุดท้ายไว้กับฉัน...
Yangyang: พวกเรา... ไปส่งพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะค่ะ ผู้พเนจร
Muyu: พวกแกแค่สองคน ยังต่อกรกับ Thousand-Puppet Pavilion ได้ขนาดนี้...
Yangyang: พวกเรากำลังแบกรับ กาลเวลาสองร้อยปีของแดนเสวียนฟางเอาไว้...
ผู้พเนจร: เจตจำนงที่แกเผชิญอยู่ แข็งแกร่งกว่าที่แกจินตนาการเอาไว้!
Muyu: ...ช่างน่าสมเพชและโง่เขลาจริงๆ พวกแกปกป้องเมืองนี้มาสองร้อยกว่าปี แต่กลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร
Muyu: อีกแค่ก้าวเดียวฉันก็จะถึง "ปลายทาง" แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ก็แค่ความบันเทิงระหว่างทางเท่านั้นแหละ
Yangyang: ...พวกเราทุกคนเข้าใจความหมายของเมืองนี้ได้ดีกว่าแก
Yangyang: คนที่เหยียบย่ำผู้อื่นจนเดินมาถึงตรงนี้อย่างแก...
Yangyang: จะไม่มีวันไปถึง "ปลายทาง" ที่แกเพ้อฝันได้หรอก
ผู้พเนจร: หุ่นเชิดงั้นเหรอ...?
Yangyang: ผู้พเนจร...
Yangyang: ฉัน...
ไปยังกระทรวงการสงคราม เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จากผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟาง
Qiuhong: ผู้พเนจร, Yangyang มากันแล้วเหรอ
Yangyang: ผู้บัญชาการ Qiuhong ทุกคนเป็นยังไงบ้างคะ?
Qiuhong: โดยรวมถือว่าคงที่แล้ว แต่งานที่ต้องทำไม่ใช่แค่การรักษาผู้บาดเจ็บหรือการจัดระเบียบกองทัพใหม่เท่านั้น เรายังต้องดูแลเอาใจใส่ชาวเมืองด้วย... มีสิ่งที่ต้องทำมากมาย แต่จะรีบร้อนไม่ได้เด็ดขาด
Qiuhong: ถึง Liangyu จะเติบโตจนรับผิดชอบงานสำคัญได้แล้ว แต่ตอนป้องกันเมืองเธอต่อสู้จนโอเวอร์คล็อก ตอนนี้ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่สถาบันหัวซวี
Qiuhong: ตอนนี้กำลังคนน้อยเกินไป... นั่นก็เป็นปัญหาเหมือนกัน
ผู้พเนจร:
Qiuhong: จอมอัศวิน Qingxiao... ออกไปกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดที่เหลือในลานกักกันแล้ว แต่แค่เธอเพียงคนเดียวคงจะรับมือทุกอย่างไม่ไหว
Yangyang: ...
Qiuhong: แต่อย่างน้อยเราก็ชนะศึกครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีทีเดียว
Qiuhong: ต้องขอบคุณพวกเธอมากเลยนะ ฉันจะรายงานความดีความชอบของทุกคนไปยังที่ว่าการเมิ่งโจวในภายหลัง แดนเสวียนฟางและเมิ่งโจวจะจดจำคุณูปการของพวกเธอไปตลอด
ผู้พเนจร:
Qiuhong: อืม จริงด้วย กระทรวงการสงครามก็จะส่งคนไปสืบหาเบาะแสของเขาเหมือนกัน แต่เขาแฝงตัวอยู่ในแดนเสวียนฟางมาหลายปี แถมยังเชี่ยวชาญวิชาหุ่นเชิด คงหาร่องรอยของเขาได้ยาก
ผู้พเนจร:
Qiuhong: เรานำไปกักกันและสังเกตการณ์ที่กระทรวงการพัฒนาแล้วละ ถึงตอนนี้พวกมันจะไม่โจมตีมนุษย์แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในสภาพผิดปกติ
Qiuhong: พวกช่างไม่รู้จะซ่อมยังไง แล้วก็ไม่มีวิธีหยุดการทำงานของมันด้วย
Yangyang: พลังใหม่ของฉัน... ดูเหมือนจะทำได้แค่ฟื้นฟูความรู้สึกที่ฝังเข้าไป ให้กลับสู่สภาพเดิมก่อนที่จะบิดเบือน ไม่สามารถแยกเสียงกังวานออกจากแกนกลางได้
Yangyang: ความเกลียดชังและความโกรธเหล่านั้น ยังรบกวนระบบของหุ่นกลอยู่ คงมีแค่เซนติเนลที่สร้างพวกมันขึ้นมาเท่านั้น ที่จะแก้ปัญหานี้ได้
ผู้พเนจร:
Qiuhong: จะว่าไป ตอนนี้การสื่อสารของเมืองเสวียนฟางกับโลกภายนอกกลับมาใช้งานได้แล้ว ฟังก์ชันของเทอร์มินัลก็น่าจะกลับมาเป็นปกติแล้วนะ
ผู้พเนจร:
Yangyang: ค่ะ ฉันก็อยากรู้ว่า Chixia เป็นยังไงบ้าง
Qiuhong: งั้นฉันไม่รบกวนแล้วดีกว่า ถ้ามีเรื่องด่วน ฉันจะติดต่อพวกเธอไปนะ
Yangyang: ผู้พเนจร เราไปหาที่ติดต่อ Baizhi กันเถอะค่ะ
Yangyang: ฉันขอตรวจสอบกล่องข้อความก่อนนะ... สายไม่ได้รับ 99 สาย...!? Baizhi, Zhezhi, Taoqi, พี่ Suisui, Jianxin แล้วก็ท่านเจ้าเมืองด้วย...!?
ผู้พเนจร: ทุกคนเป็นห่วงเธอมากเลยนะ
Yangyang: ฮะๆ... คงต้องใช้เวลาโทรกลับนานพอสมควรเลยละ...
ติดต่อกับ Baizhi ในบริเวณใกล้เคียง
Yangyang: ได้ยินฉันไหม Baizhi...
เสียงของ Chixia: Baizhi! เธอติดต่อ Yangyang ได้แล้วเหรอ? เยี่ยมไปเลย! Yangyang, ผู้พเนจร ได้ยินฉันไหม...
เสียงของ Zhezhi: Chi...Chi...Chixia!? เจ็บไหมคะเนี่ย!? คุณ Baizhi! Chixia ตกเตียงค่ะ!
Baizhi: ...แผลเธอยังไม่หายดี อย่าตื่นเต้นขนาดนี้สิ?
เสียงของ Chixia: ยังจะว่าฉันอีกนะ Baizhi! เธอเองก็... โอย...
Baizhi: ...รักษาตัวดีๆ เถอะ
ผู้พเนจร: ดูคึกคักกันน่าดูเลยนะ
Yangyang: ฮ่าๆ ๆ...
Baizhi: พวกเธอได้ยินแล้วใช่ไหม ไม่ต้องห่วง Chixia หรอก อีกไม่กี่วันก็คงกลับมาโลดโผนได้เหมือนเดิมแล้ว
Baizhi: Yangyang, ผู้พเนจร ถึงฉันจะไม่รู้ว่าช่วงนี้พวกเธอต้องเจอกับอะไรในเมืองเสวียนฟางมาบ้าง...
Baizhi: แต่ว่า... แค่ได้รู้ว่าพวกเธอปลอดภัยก็พอแล้วละ
Yangyang: ...ขอโทษนะ ที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง
Xiangli Yao: ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก การมีคนคอยเป็นห่วง มันก็คือความสุขอย่างหนึ่งนะ
Yangyang: คุณ Xiangli...! คุณก็อยู่ด้วยเหรอคะ
Xiangli Yao: อืม ฉันผ่านมาพอดีน่ะ ผู้พเนจร ตามหา Yangyang เจอแล้วสินะ แต่... เหมือนพวกคุณจะเข้าไปพัวพันกับปริศนาใหม่ของเมืองเสวียนฟางใช่ไหม?
ผู้พเนจร: "Hsin จิ้งจอกจันทรา" เซนติเนลแห่งเมิ่งโจว หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
Xiangli Yao: งั้นเหรอ... ขอโทษนะที่ฉันไปช่วยสืบที่เมืองเสวียนฟางไม่ได้ แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ ติดต่อสถาบันหัวซวีได้เสมอนะ ทุกคนที่นี่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
Xiangli Yao: ได้เวลาแล้ว ฉันคงต้องกลับห้องวิจัยแล้วละ ขอให้เรื่องนี้คลี่คลายได้อย่างราบรื่นโดยเร็วนะ
Baizhi: Yangyang, ผู้พเนจร พวกเธอวางแผนไว้ยังไงต่อเหรอ?
Yangyang: เอ่อ...
Baizhi: พวกเธอไม่ต้องห่วงทางจินโจวหรอกนะ จัดการปัญหาตรงหน้าก่อนเถอะ
Baizhi: ส่วน Yangyang... ไว้ว่างเมื่อไหร่ ช่วยอธิบาย "ลุคใหม่" ของเธอให้ฉันกับ Chixia ฟังด้วยละ รอให้ Chixia หายดีก่อนก็แล้วกัน ยัยนั่นจะได้ไม่ตื่นตูมจนเจ็บตัวอีกรอบ
Yangyang: อื้ม ได้สิจ๊ะ Baizhi
Yangyang: ดีจังที่ Chixia ไม่เป็นไรแล้ว
ผู้พเนจร: ถ้าได้เห็นเธอละก็ คงต้องอึ้งปากค้างแน่ๆ
Yangyang: ...ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากกลับไปเป็นแบบเดิมนะ
ผู้พเนจร: นี่เป็นหลักฐานจากประสบการณ์การเดินทางของเธอเชียวนะ
Yangyang: อื้ม... คงเป็นอย่างนั้นมั้งคะ
Qiuhong: ผู้พเนจร, Yangyang ถ้าพอมีเวลาว่าง ช่วยแวะมาที่กระทรวงการสงครามหน่อยได้ไหม?
Qiuhong: มีสายติดต่อมา บอกว่าตามหาพวกเธออยู่ น่าจะเป็น "คนรู้จัก" ของพวกเธอนะ
ผู้พเนจร: (คนรู้จักเหรอ... น่าจะเป็น...)
Yangyang: ฉันอยากแวะไปเยี่ยม Liangyu ที่สถาบันหัวซวีด้วย ถ้า ผู้พเนจร มีธุระที่ต้องทำต่อ งั้นค่อยไปเจอกันที่กระทรวงการสงครามก็ได้นะคะ
ผู้พเนจร: ได้สิ ไว้จัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว ไปหาผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางกันเถอะ
เดินสำรวจรอบเมืองเสวียนฟาง
Suisui: หุหุ เหมือนเจ้าเกี๊ยวต้มจะชอบคุณเข้าแล้วนะ
ผู้พเนจร: เธอดูอารมณ์ดีจังนะ
Suisui: อื้ม~ ก็ไม่แย่นะ ถ้าเดินหน้าพัฒนาอย่างจริงจัง ฉันมั่นใจว่าแดนเสวียนฟางต้องครึกครื้นเหมือนเมิ่งโจวแน่นอน
Suisui: แต่ฉันก็ชอบบรรยากาศที่นี่นะ ถึงจะไม่ตระการตา แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจและเป็นมิตร จินโจวก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกันสินะ
ผู้พเนจร: ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส ฉันกับ Yangyang จะพาเธอเที่ยวให้ทั่วจินโจวเลย
Suisui: งั้นเหรอ? แล้ว "ครั้งหน้า" นี่คือเมื่อไหร่กันแน่ล่ะ?
Suisui: ฉันไม่ได้มีความอดทนเหมือน Yangyang หรอกนะ ถ้าไม่ระบุเวลาให้ชัดเจน ฉันก็จะถือว่าคุณว่างให้ฉันแทรกคิวคุณได้ตลอดเลยนะ
Suisui: ล้อเล่นน่ะ อย่างน้อยก็ต้องรอให้เรื่องของแดนเสวียนฟางสงบลงก่อนอยู่แล้ว
ผู้พเนจร: ว่าแต่... ทำไมเธอถึงโน้มน้าวให้ Hsin มอบของแทนตัวให้ฉันล่ะ?
Suisui: อืม... มีหลายเหตุผลน่ะ ท่านเจ้าเมืองเล่าเรื่องของคุณให้ฉันฟัง ฉันเลยรู้ว่าคุณสามารถใช้ของแทนตัวของเซนติเนลได้ด้วย
Suisui: คุณอยากถามว่า ทำไมจู่ๆ ฉันถึง "เชื่อใจ" คุณสินะ? ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ฉันยังปิดบังคุณเรื่องที่ทำข้อตกลงกับ Hsin อยู่เลย
Suisui: จะว่าไปมันก็ซับซ้อนนะ แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น... ถ้าถามถึงเหตุผลละก็ มีทั้งเวอร์ชันสวยหรูกับเวอร์ชันที่มีชั้นเชิงนิดหน่อย คุณอยากฟังแบบไหนล่ะ?
ผู้พเนจร: ฉันอยากฟังคำพูดจากใจจริงของเธอ
Suisui: พูดตรงจังเลยนะ... ผู้หญิงน่ะ เขาไม่เปิดเผยความในใจให้ใครได้รับรู้ง่ายๆ หรอกนะ
Suisui: เพราะฉะนั้นคำตอบคือ "ฉันเองก็ไม่รู้"
ผู้พเนจร:
Suisui: ฉันควรจะบอกว่า... คุณดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือ หรือว่าดูจริงใจไม่เสแสร้งดีนะ...
Suisui: ความเชื่อใจน่ะ อาจเป็นสายสัมพันธ์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้เวลาสร้างมันขึ้นมา หรือบางครั้งมันอาจจะเกิดจากสัญชาตญาณก็ได้
Suisui: แต่สำหรับคุณ คงเป็นอย่างหลังมากกว่า
Suisui: พูดอีกอย่างก็คือ ความจริงใจจากผู้หญิงคนหนึ่งไงล่ะ... เป็นไง? ถ้ารู้สึกว่าอึดอัดใจเกินไป ฉันเอากลับคืนมาก็ได้นะ
ผู้พเนจร: ...ขอบคุณนะ ที่เชื่อใจฉัน
Suisui: ...ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ฉันโยนปัญหายุ่งยากให้คุณต่างหาก
Suisui: แต่เรื่องที่คุณสัญญาไว้น่ะ ฉันจำใส่ใจแล้วนะ
ผู้พเนจร: เขียนเป็นสัญญาขึ้นมาเลยไหมล่ะ?
Suisui: ก็ไม่เลวนะ! งั้นก็เพิ่มเงื่อนไขพิเศษด้วยละกัน อย่างเช่น... แต่งตั้งคุณเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของสมาคมการค้าของฉันเป็นไง?
Suisui: ส่วนตำแหน่งนี้ดียังไง... ไว้ตอนคุณมาเที่ยวเมืองเมิ่งโจว ฉันจะเฉลยให้ฟังนะ