เงากระต่ายที่ผกผัน
Quest_165800026_QuestDesc_165_3
ตรวจสอบข้อความจาก Lucilla
ตามหา Lucilla
Lucilla: ...เพลง "When the Bird Glides Across the Sky" ที่ฟังเมื่อคืนตอนนอนไม่หลับ ชาวรินาซิตานี่ มีรสนิยมด้านศิลปะที่น่าทึ่งมากเลยนะ
Lucilla: แต่ทำนองแบบนี้ยิ่งฟังก็ยิ่งจมดิ่งกับความคิด ไม่ได้ช่วยให้นอนหลับเลย ลบทิ้งดีกว่า
Lucilla: โอเค ต่อไปก็เรื่องอาหารเช้าของวันนี้... อืม อาหารเช้าสไตล์เผ่าโรญา
Lucilla: ข้อมูลไม่ได้สำคัญอะไร ลบทิ้งไปด้วยแล้วกัน ถึงจะอร่อยดีก็เถอะ
Lucilla: เอาละ แขกที่เชิญไว้มาถึงแล้ว ความทรงจำที่เหลือไว้ค่อยหาเวลาจัดการก็แล้วกัน
Lucilla: ทำไมเหรอ? คิดว่าอธิการบดีเป็นหุ่นยนต์ชีวภาพที่พูดงึมงำอยู่คนเดียวหรือไงกัน?
ผู้พเนจร: เมื่อกี้ท่านอธิการบดีทำอะไรอยู่เหรอ?
Lucilla: ปรับจูนความทรงจำน่ะ สนใจไหมล่ะ? มันคือพลังเรโซแนนซ์ของฉันเอง
ผู้พเนจร:
Lucilla: คลื่นความถี่ของมนุษย์จะหลงเหลืออยู่ในสิ่งของที่พกติดตัว พลังเรโซแนนซ์ของฉันอ่านและตีความคลื่นความถี่เหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ
Lucilla: ส่วนคลื่นความถี่ที่อยู่ในตัวมนุษย์เหล่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ... ความทรงจำของมนุษย์นั่นเอง
Lucilla: การปรับจูนความทรงจำก็คือ การอ่าน วิเคราะห์ แล้วจัดเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ในสมองของฉัน อยากจะเพิ่มหรือลบก็ได้ตามใจต้องการ
Lucilla: ฉันสามารถอ่านข้อมูลความถี่ของวัตถุได้อย่างแม่นยำ แล้วใช้สิ่งนั้นเป็นจุดอ้างอิง เพื่อศึกษาข้อมูลความทรงจำของเจ้าของวัตถุและบันทึกไว้ในสมองของฉันเอง
Lucilla: แต่สมองของมนุษย์มีความจุที่จำกัด ฉันก็เลยต้องคอยเลือกว่าจะเก็บความทรงจำไหนไว้ และลบความทรงจำไหนทิ้งไป อย่างที่เธอเห็นเมื่อกี้ไงล่ะ... ลบทิ้งแบบดื้อๆ ไปเลย
ผู้พเนจร:
Lucilla: มันคนละเรื่องกับความจำเสื่อมเลยล่ะ ความจำเสื่อมยังพอมีโอกาสฟื้นคืนได้นะ
Lucilla: แต่การ "ลบ" ที่ฉันทำในการปรับจูนความทรงจำเนี่ย เป็นการลบล้างคลื่นความถี่ที่มาพร้อมกับความทรงจำนั้นจนหมดเกลี้ยง ไม่มีทางกู้คืนได้อีก
Lucilla: ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันมีหลักเกณฑ์ในการลบความทรงจำของตัวเองอยู่แล้ว พูดได้ว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ไปแล้วล่ะ
Lucilla: เอาละ ที่ฉันอธิบายให้ฟังตั้งมากมาย ก็เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุยกันในข้อความนั่นแหละ
ผู้พเนจร:
Lucilla: ถูกต้อง ฉันมีข้อสงสัยที่อยากให้เธอช่วยยืนยัน ขอยืมสิ่งของที่เธอพกติดตัวมาสักชิ้นได้ไหม?
ผู้พเนจร:
Lucilla: เธอยังเก็บไว้อีกเหรอเนี่ย อืม... ถ้าเป็นของที่มีความหมายลึกซึ้งแบบนี้ ก็ยิ่งอ่านคลื่นความถี่ได้ง่ายขึ้น
Lucilla: นักเรียน ผู้พเนจร ฉันอาจจะขอถามอะไรเพิ่มอีกหน่อย งั้นเรามาเริ่มกันเลยนะ
Lucilla: ฉันพอเข้าใจคร่าวๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ช่วงก่อนที่งานฉลองจะจบลง เธอกับ Sigrika เข้าไปในด้านมืดเพื่อไขปริศนาข้อสุดท้าย แล้วก็ได้เจอกับ "Sigrika" อีกคนข้างในนั้น
Lucilla: พอได้พุดคุยกัน เธอก็สัมผัสได้ว่านั่นเป็นตัวปลอม คำพูดที่ทำให้จับพิรุธได้ก็คือ "การตามหาคำตอบมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ผู้พเนจร: ถูกต้อง! ไม่นึกเลยว่าคุณจะอ่านข้อมูลจากสิ่งของชิ้นเล็กๆ ได้แม่นยำขนาดนี้...
Lucilla: เพราะจากมุมมองของฉัน เรื่องราวที่เธอพบเจอมา มันฉายชัดอยู่ตรงหน้าเหมือนภาพยนตร์ จะกดหยุดเพื่อไล่ดูทีละเฟรมก็ยังได้
Lucilla: ถ้าอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ "Sigrika" ถูกเปิดโปงตัวตนล่ะ?
ผู้พเนจร: ต่อจากนั้น... กระต่าย... จำได้ว่าฉันไล่ตามกระต่ายตัวหนึ่งไป เป็นตัวเดียวกับที่เจอในตอนที่เข้าด้านมืดครั้งแรก
Lucilla: อย่างนี้นี่เอง ขอบใจนะ ผู้พเนจร ฉันได้คำตอบที่ต้องการแล้ว
Lucilla: ยังจำที่ฉันเคยบอกไปได้หรือเปล่า? จากความถี่ที่ Mornye ได้ทำการเปรียบเทียบ กระต่ายตัวนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นต้นตอของความผิดปกติในด้านมืด
Lucilla: มันจะชักนำผู้ที่เข้าไปให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองหวาดกลัวและพยายามหลีกหนี เหมือนอย่างที่ Sigrika ได้เผชิญหน้ากับตัวเธอเอง
Lucilla: นับตั้งแต่นั้นมา ด้านมืดก็เกิดความผิดปกติไม่หยุด มีนักเรียนกับอาจารย์บางส่วนในสถาบันได้เผชิญสถานการณ์คล้ายกับ Sigrika
Lucilla: พอนึกถึงคำบอกใบ้ที่ผู้นำนั่นบอกเธอกับหมอ Luuk Herssen แล้ว ฉันสงสัยว่ากระต่ายนั่นจะเป็นลูกไม้ที่พวกนั้นเอามาปั่นเราในเกมนี้
Lucilla: มันใช้ลูกไม้สกปรกแบบนี้มาทำร้ายนักเรียนและเพื่อนร่วมงานของฉัน... ในฐานะอธิการบดีของสถาบัน ฉันก็ควรต้องใช้มาตรการตอบโต้บ้างแล้ว
ผู้พเนจร:
Lucilla: ในเมื่อกระต่ายนั่นเป็นหมากของพวกนั้น ฉันเองก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน
Lucilla: ฉันจะหาทางล่อเจ้ากระต่ายนั่นออกมา จับมันไว้ให้ได้ แล้วก็กำจัดต้นตอของความผิดปกติในด้านมืดซะ จากนั้นฉันจะใช้พลังเรโซแนนซ์ของตัวเองค้นหาข้อมูลของแฟรกต์ซิดัสจากตัวกระต่าย
Lucilla: ถ้าอาศัยกำลังของทางสถาบันอาจจะแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ ฉันจึงต้องพึ่งพาพลังส่วนบุคคล ซึ่งเป็นคนที่ฉันไว้ใจได้และคุ้นเคยกับด้านมืดเป็นอย่างดี... นั่นก็คือเธอ
ผู้พเนจร:
Lucilla: ถือซะว่าเป็นงานวิจัยร่วมกันระหว่างอาจารย์กับนักเรียน ในวิชาภาคปฏิบัติก็แล้วกัน
Lucilla: อืม ถ้าพูดแบบนี้ฉันก็สบายใจขึ้นมากเลย
Lucilla: ที่น่าสนใจก็คือ มีคนตั้งมากมายเข้าไปในด้านมืด แต่กระต่ายกลับเลือกแค่ไม่กี่คนเป็นเป้าหมาย
Lucilla: ถ้าเรื่องในงานฉลองเป็นแผนที่แฟรกต์ซิดัสจงใจจะเล่นงานเธอกับ Sigrika โดยเฉพาะ งั้นนักเรียนและอาจารย์คนอื่นๆ อาจไปกระตุ้นเงื่อนไขอะไรที่ดึงดูดเจ้ากระต่ายเข้าพอดี
ผู้พเนจร:
Lucilla: ฉลาดมาก เราจะต้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรในด้านมืดบ้าง แล้วก็นำข้อมูลของแต่ละคนมาเปรียบเทียบกัน
Lucilla: ข้อมูลที่มีส่วนซ้ำกัน มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ดึงดูดกระต่าย ทางสถาบันส่งคนไปตรวจหาเบาะแสของผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่แล้วล่ะ
Lucilla: จากเบาะแสที่มี เราได้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจดึงดูดกระต่ายไว้หลายข้อ
Lucilla: ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่พวกเขาอยู่ในด้านมืด มีเป้าหมายหรือความปรารถนาอันแรงกล้าในการเข้าไปหรือไม่ และได้นำสิ่งของอะไรออกมาจากด้านมืดหรือเปล่า
Lucilla: สิ่งที่เราต้องทำคือ สืบสวนศาสตราจารย์คนหนึ่ง เขามีท่าทีต่อต้านสถาบันอย่างรุนแรง ดังนั้น... ในฐานะนักเรียน เธอน่าจะเข้าถึงเขาได้ง่ายกว่า
ผู้พเนจร:
Lucilla: ก็ไม่เชิงขัดแย้งหรอก แต่แนวคิดบางอย่างของศาสตราจารย์ ไม่ค่อยลงรอยกับฝ่ายบริหารของสถาบันน่ะ
Lucilla: เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ฉันเองก็จะเข้าไปในด้านมืดเพื่อช่วยเธออีกแรง ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาพบเจออะไรในด้านมืด ยังไงก็ต้องใช้พลังเรโซแนนซ์ของฉัน
Lucilla: ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันต้องเข้าไปในด้านมืดเพื่อช่วยเธออยู่แล้ว ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาพบเจออะไรในด้านมืด ยังไงก็ต้องใช้พลังเรโซแนนซ์ของฉัน
Lucilla: เวลาที่เธอพูดคุยกับเขา ให้หยิบสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับตัวเขามาสักชิ้นจะดีที่สุด ฉันจะได้ย้อนภาพความทรงจำของผู้เคราะห์ร้ายในด้านมืดได้
ผู้พเนจร:
Lucilla: อืม ฉันส่งข้อมูลพื้นฐานของผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นให้เธอทางข้อความแล้วนะ... เอานี่ติดตัวไว้ด้วย
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Lucilla: อย่าดูถูกมันเชียวนะ ที่จริงมันคือเครื่องมือสื่อสารต่างหากล่ะ เป็นคู่หูกันก็ต้องมีไอเทมลับสำหรับติดต่อกันสิ
Lucilla: สายมากแล้ว ฉันกำลังไปที่ด้านมืด การสืบสวนทางฝั่งสถาบันก็ฝากเธอจัดการด้วยนะ
Lucilla: อ้อ ฉันส่งข้อความใหม่ไปที่โทรศัพท์มือถือของเธอแล้ว อย่าลืมเช็กด้วยล่ะ
ตรวจสอบข้อความจาก Lucilla
ไปยังค่ายที่ศาสตราจารย์ Sevi อยู่
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Lucilla: ใกล้เกินไปแล้ว ถ้ายกขึ้นมาคุยซะโจ่งแจ้งแบบนั้น มีหวังโป๊ะแตกแน่ๆ
Lucilla: ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ก่อนที่จะเอามันให้เธอน่ะ ฉันปรับการตั้งค่าไว้อย่างดีแล้ว
Lucilla: แค่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าก็พอ เคล็ดลับการใช้งานก็แค่... ทำตัวสบายๆ เป็นธรรมชาติเข้าไว้
มุ่งหน้าไปตามหาศาสตราจารย์ Sevi
สอบถามสถานการณ์จากเหล่านักเรียน
นักเรียนที่เกียจคร้าน: เฮ้อ กฎความสมดุลอะไรกัน... นายว่าเวลาช่วงวันหยุดกับวันทำงานเนี่ย มันมี "ความสมดุล" จริงหรือเปล่า?
นักเรียนที่เกียจคร้าน: พอผ่านวันศุกร์ไปปุ๊บ ก็จะเจอวันหยุดทันที แต่พอวันหยุดผ่านไป กว่าจะได้เจอวันศุกร์ อีกรอบก็ต้องรอตั้งสี่วัน เส้นแบ่งเวลามันไม่เห็นจะสมดุลกันเลย
นักเรียนที่กลัดกลุ้มใจ: ตอนที่เขาสร้างกฎนี้ขึ้นมา อาจจะยังไม่มีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เรื่องความสมดุลก็ได้มั้ง... นายก็รู้นี่นา ว่าวิทยาศาสตร์ในช่วงแรกๆ น่ะ คนทั่วไปเขาไม่ค่อยยอมรับกันหรอก
นักเรียนที่กลัดกลุ้มใจ: ห่วงเรื่องสอบเปิดเทอมก่อนดีกว่า ได้ยินว่าคนออกข้อสอบคืออธิการบดี Lucilla นะ เปอร์เซ็นต์สอบผ่านน่ะเหรอ... นักเรียนใหม่เอ๋ย ระวังไว้ให้ดีเถอะ
ผู้พเนจร:
นักเรียนที่เกียจคร้าน: วิชามาร? หมายถึงแนวข้อสอบ เอกสารประกอบการบรรยายของอาจารย์ หรือข้อสอบเก่าน่ะเหรอ? ของพวกนั้นใช้กับอธิการบดี Lucilla ไม่ได้ผลหรอก
นักเรียนที่เกียจคร้าน: อย่างที่เธอพูดไว้ว่า "แทนที่จะมองว่านี่คือการทดสอบความรู้ ให้มองว่าเป็นการวัดทักษะการใช้ชีวิตจะดีกว่า"
นักเรียนที่เกียจคร้าน: "เพราะที่นี่ ความรู้ไม่ได้มีไว้โอ้อวด แต่เป็นส่วนสำคัญของชีวิต เหมือนกับลมหายใจและการก้าวเดินทุกย่างก้าว"
นักเรียนที่กลัดกลุ้มใจ: ถูกเผง ท่าทางอธิการบดีจะเซ็งเป็ดกับพวกนักวิชาการหัวเก่า ที่เอาแต่พ่นทฤษฎีตลอดทั้งปีทั้งชาติ
ผู้พเนจร: แล้วคนออกข้อสอบเนี่ย มีอาจารย์ที่ "ใจดี" กว่านี้บ้างไหม... อย่างเช่น ศาสตราจารย์ Sevi?
นักเรียนที่เกียจคร้าน: ศาสตราจารย์ Sevi... ก็อาจจะใช่นะ คนในสถาบันพูดกันว่าเขาดูแลนักเรียนเหมือนเป็นลูกของตัวเองเลย เมื่อกี้พวกเราก็เพิ่งเจอเขามาด้วย
นักเรียนที่กลัดกลุ้มใจ: จะว่าไป... ศาสตราจารย์ Sevi ก็คือ "นักวิชาการหัวเก่า" ที่อธิการบดีพูดถึงไม่ใช่หรือไง?
นักเรียนที่กลัดกลุ้มใจ: ได้ยินมาว่าอธิการบดีกับเขาเคยมีข้อขัดแย้งกันนะ ศาสตราจารย์แกค้านหัวชนฝาในสาขาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ สุดท้ายเลยจบกันแบบไม่สวย
นักเรียนที่เกียจคร้าน: เฮ้อ ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่นี่มันซับซ้อนชะมัด พวกเราอย่าไปยุ่งเลยดีกว่า ว่าแต่... นักเรียนใหม่ ถามถึงศาสตราจารย์ Sevi ทำไมเหรอ?
ผู้พเนจร:
นักเรียนที่เกียจคร้าน: งั้นเหรอ ศาสตราจารย์ก็อยู่แถวๆ นี้แหละ ลองเดินไปหาข้างหน้าดูนะ
ผู้พเนจร: ว่าแต่... คุณใช้อะไรเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณเหรอ?
Lucilla: ลองเดาดูสิ?
ผู้พเนจร:
Lucilla: ถูกต้อง ไหวพริบดีใช้ได้เลยนะ
Lucilla: ...ผิดแล้ว ลองนึกถึงของที่ใช้คู่กับตลับแป้งดูสิ อย่างเช่น ลิปมันสักแท่ง
ตามหาศาสตราจารย์ Sevi ต่อไป
Lucilla: จำคำพูดของฉันได้แม่นขนาดนี้ เห็นทีสุนทรพจน์ในพิธีปฐมนิเทศคงพอมีประโยชน์อยู่บ้างสินะ
ผู้พเนจร:
Lucilla: อย่ากังวลไปหน่อยเลย ข้อสอบที่ฉันออกก็แค่รวบรวมสาระสำคัญจากอาจารย์ทั้งหลาย แล้วขยายให้ลึกซึ้งอีกนิดเท่านั้นเอง
Lucilla: ก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้วสิ ถ้าแค่เพราะความเห็นต่างทางวิชาการแบบนั้น... ฉันว่าก็ไม่จำเป็นต้องมีสถาบันสตาร์ทอร์ชกันแล้วล่ะ
สอบถามสถานการณ์จากศาสตราจารย์คนอื่น
ศาสตราจารย์ Karl: ฉันอ่านงานของเธอแล้วนะ มีแค่ชื่อหัวข้อตัวเบ้อเริ่มที่ฉันอ่านรู้เรื่อง ส่วนเนื้อหาที่เหลือน่ะทั้งไร้สาระแถมยาวเป็นหางว่าว อย่างกับ Voidworm ห่วยๆ ที่อยู่ไปก็รกโลกเลย!
ศาสตราจารย์ Karl: แล้วอย่าเขียนชื่อฉันลงไปในกิตติกรรมประกาศล่ะ ขอบใจนะ แต่ชื่อเสียงของฉันจะแปดเปื้อนเอา! ตกลงตามนี้ละกัน...
ศาสตราจารย์ Karl: ว่าไงนักเรียนปีหนึ่ง? มีธุระอะไรรึเปล่า?
ผู้พเนจร:
ศาสตราจารย์ Karl: มีอะไรก็พูดมาสิ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้... ไม่สมกับเป็นนักเรียนของสถาบันสตาร์ทอร์ชเลย
ศาสตราจารย์ Karl: เด็กสมัยนี้เนี่ย ชอบลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ แล้วก็เอานิสัยแย่ๆ แบบนี้ไปใช้กับงานวิจัยอีก ไม่รู้จริงๆ ว่าอธิการบดี Lucilla คัดนักเรียนยุคนี้มายังไง
Lucilla: ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็นศาสตราจารย์ Karl นะ ตอบไปตามความจริงเถอะ เขาเป็นคนตรงไปตรงมา พูดกับเขาตรงๆ จะดีที่สุด
ผู้พเนจร: ...เอ่อ พอดีเมื่อกี้เห็นอาจารย์เหมือนจะกำลังโกรธนักเรียนคนนั้นอยู่ ก็เลยไม่กล้าพูดแทรก ไม่ทราบว่าอาจารย์เห็นศาสตราจารย์ Sevi บ้างไหม?
Lucilla: เลือกคนได้ไม่เลวนี่ ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็นศาสตราจารย์ Karl นะ พูดกับเขาตรงๆ จะดีที่สุด
Lucilla: เขากับศาสตราจารย์ Sevi น่ะ เป็นพวกตัวพ่อที่ฉันรับมือด้วยยากพอๆ กันเลย
ศาสตราจารย์ Karl: Sevi เหรอ? ก็น่าจะยุ่งอยู่กับการเตรียมอุปกรณ์ทดลองนั่นแหละ ช่วงนี้หมอนั่นเครียดหนัก โดนงานวิจัยรัดตัวซะไปไหนไม่ได้เลย
ศาสตราจารย์ Karl: แล้วตอนที่กลับมาจากด้านมืด เขาก็เรียกร้องแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเลยว่าให้ปิดด้านมืดซะ ห้ามใครเข้าไปอีก ก็เลยทะเลาะกับทางสถาบันอีกรอบน่ะ
ผู้พเนจร:
ศาสตราจารย์ Karl: ทำไมน่ะเหรอ... เหอะ ก็คงไม่พ้นพวกแก๊งสมองกลวง Lucilla และผองพวก ที่บริหารงานบางอย่างผิดพลาด แล้ว Sevi ดันจับได้น่ะสิ
ศาสตราจารย์ Karl: เธอเป็นนักเรียนใหม่ คงไม่รู้หรอกว่าฉันกับ Sevi ไม่ค่อยกินเส้นกับอธิการบดีของพวกเธอสักเท่าไหร่
ศาสตราจารย์ Karl: หล่อนมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์นะ แต่ถ้าจะเป็น "หัวเรือใหญ่" ของสถาบันนี้... ยังห่างชั้นอีกเยอะ!
ศาสตราจารย์ Karl: ถ้าวัดกันที่ความรู้ ก็มีศาสตราจารย์อัจฉริยะอย่าง Mornye และคนอื่นๆ อีกตั้งหลายคน ถ้าวัดกันที่การบริหาร ก็มีนักลงทุนมากประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญกว่า
ศาสตราจารย์ Karl: ส่วนหล่อนน่ะ ก็แค่เรโซเนเตอร์ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ จะมีปัญญามาแบกรับอนาคตของสถาบันสตาร์ทอร์ชได้จริงๆ เหรอ?
ผู้พเนจร:
ศาสตราจารย์ Karl: ช่างเถอะ ฉันจะมาคุยเรื่องพวกนี้กับนักเรียนไปทำไมกัน เฮ้อ สงสัยปัญหานี้จะอัดอั้นอยู่ในใจมานานเกินไปแน่เลย
ผู้พเนจร: คำพูดของศาสตราจารย์คนเมื่อกี้...
Lucilla: ไม่เป็นไรหรอก คนที่อยู่ในตำแหน่งแบบฉัน มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามแบบนั้นอยู่แล้ว
Lucilla: ถ้าอย่างนั้น นักเรียน ผู้พเนจร เธอคิดว่าอธิการบดีที่เหมาะสม และอนาคตของสถาบันสตาร์ทอร์ชควรเป็นแบบไหนกันล่ะ?
ผู้พเนจร:
Lucilla: ไม่ต้องรีบตอบคำถามนี้หรอก จงพิสูจน์ด้วยตาของเธอเองก็แล้วกัน ไปกันเถอะ ศาสตราจารย์ Sevi น่าจะอยู่ข้างหน้าแล้วล่ะ
พบศาสตราจารย์ Sevi
Lucilla: ต้องระวังไว้อย่างหนึ่งนะ ศาสตราจารย์ Sevi เป็นเรโซเนเตอร์สายความทรงจำ เขาสามารถจำลองและฉายภาพวัตถุที่อยู่ในความทรงจำออกมาได้
Lucilla: เพื่อไม่ให้เธอเสียสมาธิ ครั้งนี้ระหว่างที่พวกเธอพูดคุยกัน ฉันจะไม่ส่งเสียงอะไรก็แล้วกัน
คุยกับศาสตราจารย์ Sevi
Sevi: มาช้าจังนะ วัสดุที่ฉันสั่งไว้ เอามาครบรึเปล่า?
Sevi: ส่งเครื่องปรับเทียบมาให้ฉันก่อน... หืม? เป็นอะไรไป...
Sevi: ขอโทษที... เมื่อกี้ฉันนึกว่าเธอเป็นนักเรียนผู้ช่วยของฉัน เธอคือ... ทำไมคุ้นๆ ว่าเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนนะ?
Sevi: ...หนังสือพิมพ์ของสถาบัน นึกออกแล้ว เธอคือนักเรียนที่ช่วยให้พิธีเปลี่ยนสุริยะสำเร็จลุล่วงใช่ไหม
ผู้พเนจร:
Sevi: ตอนที่โปรแกรมปล่อย "เฮลิออส" เกิดปัญหา พวกเธอปรับค่าพารามิเตอร์กันยังไงนะ? แล้วก็ข้อมูลตอนที่แกนปฏิกรณ์ทำงานล่ะ...
ผู้พเนจร:
Sevi: อะแฮ่ม... พอได้เห็นโครงการประสบความสำเร็จ มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้ อีกอย่างฉันก็มีส่วนร่วมในงานวิจัยอุปกรณ์ปล่อยเฮลิออสด้วยนะ
Sevi: ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันคือ... หนึ่งในผู้ที่เคยได้รับรางวัลสตาร์ทอร์ชจากสหพันธ์สเปซเทรค ศาสตราจารย์ Sevi จากแผนกวิศวกรรม
Sevi: แต่เนื่องจากช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก รางวัลนี้ก็เลยหยุดระงับมานานแล้ว อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้จะอวดเหรียญรางวัลนี่หรอก
Sevi: ที่พกติดตัวไว้ ก็แค่อยากพิสูจน์ว่า วิทยาศาสตร์ของมนุษย์เคยก้าวหน้าจริงๆ ถึงตอนนี้จะ...
Sevi: ...ว่าแต่ ผู้พเนจร เธอมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า?
ผู้พเนจร: (Lucilla เคยบอกว่าศาสตราจารย์ไม่ค่อยถูกกับฝ่ายสถาบัน ต้องไม่ให้เขารู้ว่าฝ่ายสถาบันส่งเรามา)
ผู้พเนจร: (ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราต่างก็เป็นเหยื่อของด้านมืดเหมือนกัน ถ้าเริ่มถามจากจุดนี้เขาคงจะไม่ระแวงนะ)
ผู้พเนจร: เรื่องด้านมืดน่ะ ฉันกับ Sigrika เคยเจอเหตุไม่คาดฝันในนั้น ช่วงนี้สถาบันก็มีข่าวลือว่า นักเรียนกับอาจารย์บางคนก็เจออะไรทำนองนี้ด้วย
ผู้พเนจร: มีคนพูดถึงด้านมืดไปต่างๆ นานา ฉันที่เคยเข้าไปมาแล้ว ก็อยากรู้ว่าสิ่งที่คนอื่นเข้าไปเห็น มันเหมือนกับที่พวกเราเห็นจริงหรือเปล่า? ศาสตราจารย์... คุณก็เคยเข้าไปในนั้นใช่ไหม?
Sevi: ฉัน... ไม่ แล้วเธอเห็นอะไรในนั้นล่ะ?
ผู้พเนจร:
Sevi: ...น่าเสียดาย ถึงฉันจะเคยเข้าไปในด้านมืดจริงๆ แต่สิ่งที่เธอพูดมา ฉันไม่เห็นเลยแม้แต่อย่างเดียว
Sevi: แต่ในเมื่อมันเกิดเหตุไม่คาดฝันมากมายขนาดนี้แล้ว ก็ควรจะปิดด้านมืดทันที ไม่ให้ใครเข้าไปอีก โดยเฉพาะเหล่านักเรียน!
Sevi: เอาละ ฉันต้องเริ่มเตรียมงานก่อนการทดลองแล้วละนะ ไว้มีโอกาส เราค่อยมาคุยกันใหม่ก็แล้วกัน อ้อ...
ผู้พเนจร:
Sevi: ฉันขอมอบเหรียญรางวัลนี้ให้เธอแล้วกัน แม้ว่ารางวัลสตาร์ทอร์ชจะยกเลิกไปแล้ว แต่ผลงานของเธอในพิธีเปลี่ยนสุริยะ ก็คู่ควรที่จะถูกบันทึกไว้ในเกียรติประวัติของสหพันธ์สเปซเทรค
Sevi: ตอนนี้สหพันธ์สเปซเทรคต้องการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ... เหรียญรางวัลนี้ ฉันขอมอบให้เธอในนามส่วนตัวของฉันเองก็แล้วกัน...
ติดต่อ Lucilla
Lucilla: อืม... ฉันได้ยินหมดแล้ว
ผู้พเนจร: ดูเหมือนศาสตราจารย์ Sevi จะยังไม่ยอมเปิดเผยสิ่งที่เขาพบเจอในด้านมืดสินะ
Lucilla: แต่ก็พอได้ข้อมูลมาอยู่นะ ศาสตราจารย์ Sevi มีความผูกพันกับเหรียญรางวัลนั่นลึกซึ้งพอตัว
Lucilla: คราวนี้ก็รบกวนเธอ ช่วยนำเหรียญรางวัลนั่นมาไว้หน้าตลับแป้งทีสิ ฉันสัมผัสตัวเหรียญโดยตรงไม่ได้ ทำได้แค่อ่านและปรับจูนความถี่โดยการสังเกตเท่านั้น
ผู้พเนจร:
Lucilla: เธอทำได้ดีมากแล้วนะ เรื่องที่เหลือต่อจากนี้ เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง
ติดต่อ Lucilla เพื่อเข้าสู่ด้านมืดของสถาบัน
ผู้พเนจร: อธิการบดี ยังได้ยินที่ฉันพูดไหม?
Lucilla: อืม... การสื่อสารยังเสถียรอยู่ งั้นเรามาเริ่มกันเถอะ
เดินหน้าเพื่อหาเบาะแส
Sevi: แปลกจริง... ฉันจัดห้องนี้ตามปริศนาที่สถาบันออกแบบไว้แล้วแท้ๆ ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้...
Sevi: มีใครมาสับเปลี่ยนปริศนาหรือว่าเปลี่ยนฉากพวกนี้กันแน่? หรือว่าเจ้ากระต่ายที่นักเรียนพูดถึงกันหนาหูจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย?
Sevi: ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องตั้งสมาธิ ใช้ภาพฉายความทรงจำคืนสภาพห้องนี้ให้กลับมาเหมือนเดิมก่อน ถ้ามีนักเรียนถูกชักนำไปผิดทางจนเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก คงแย่แน่...
Lucilla: อืม... นี่คือความทรงจำในช่วงที่ศาสตราจารย์ Sevi เพิ่งเข้าสู่ด้านมืด เขาอยู่ที่นี่ค่อนข้างนาน แล้วก็ใช้พลังเรโซแนนซ์ของตัวเองด้วย
Lucilla: จากข้อมูลที่เห็น เขาน่าจะเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ดูแล "งานฉลองสุริยะใหม่" มาที่นี่ก็เพื่อจัดฉากเข้าที่เดิม
Lucilla: แต่ว่า...
ผู้พเนจร: ที่นี่มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?
Lucilla: ไม่มีอะไรหรอก อาจเป็นเพราะว่าฉันเองก็เป็นเรโซเนเตอร์สายความทรงจำเหมือนกัน มีจุดหนึ่งที่ยังคาใจฉันอยู่น่ะ
Lucilla: ในสายตาของคนทั่วไป เรโซเนเตอร์สายความทรงจำก็คือผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมความทรงจำและอารมณ์ คำพูดเยาะเย้ยถากถางหรือภาพลวงตาจอมปลอม มักจะทลายปราการป้องกันทางจิตใจของพวกเขาได้ยากมาก
Lucilla: แต่ไม่มีความสามารถไหนที่สมบูรณ์แบบ ในตอนที่พวกเขาเพ่งสมาธิควบคุมความทรงจำ ข้อมูลความทรงจำมหาศาลจะไหลบ่าเข้ามาในห้วงความคิด
Lucilla: และในเสี้ยวนาทีนั้นเอง คือช่วงเวลาที่จิตใจของพวกเขาเปราะบางที่สุด ด้านมืดที่แปรปรวนนั้นโจมตีจิตใจได้เก่งกาจทีเดียว ถ้าฉันเป็นสมาชิกของแฟรกต์ซิดัส ฉันต้องคว้าโอกาสจากช่องโหว่นี้แน่นอน...
Lucilla: ภาพเงาความทรงจำไม่ค่อยเสถียร รีบใช้เวลาที่เหลืออยู่ สืบเหตุการณ์ย้อนขึ้นไปอีกเถอะ
ติดตามภาพเงาของศาสตราจารย์ Sevi
ตรวจสอบภาพเงาของศาสตราจารย์ Sevi
Sevi: ...อยู่ที่นี่แทบจะสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของเวลาไม่ได้เลย นี่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย
Sevi: ของชิ้นนี้ ตอนแรกมันน่าจะวางอยู่ตรงนี้สิ... เดี๋ยวนะ... กระต่าย...
Sevi: แกอีกแล้วเหรอ แกมาสับเปลี่ยนปริศนา แล้วก็เปลี่ยนฉากที่จัดไว้ใช่ไหม? อย่าหนีนะ!
Lucilla: ความทรงจำของเขาบันทึกช่วงที่เขาเจอกับกระต่ายไว้ด้วย ก่อนหน้านี้เขาพูดถึงเรื่องเวลา นี่จะเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหรือเปล่านะ?
ผู้พเนจร: ผู้เคราะห์ร้ายที่พวกคุณตามสืบก่อนหน้านี้ ก็ทำอะไรทำนองนี้หรือเปล่า?
Lucilla: อย่าเพิ่งด่วนสรุปเลย ไปดูกันต่อเถอะ
ติดตามภาพเงาของศาสตราจารย์ Sevi
Sevi: หายไปอีกแล้วเหรอ? แต่ไม่ว่าแกจะซ่อนตัวเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางซ่อนร่องรอยที่ทิ้งไว้ในความทรงจำได้หรอก
Sevi: ขอแค่ใช้พลังอีกครั้งก็พอ!
Sevi: ไม่ต้องซ่อนตัวแล้ว ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น
Sevi (ด้านมืด): ตกใจที่ได้เห็นตัวเองงั้นเหรอ?
Sevi: กะ...แกคือ... ไม่สิ ฉันเข้าใจแล้ว ด้านมืดเป็นเหมือนกระจกบานหนึ่ง แกเป็นแค่เงาของฉันเท่านั้นแหละ
Sevi (ด้านมืด): ฮ่าๆ ต่อให้เป็นเงา ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของนายอยู่ดีไม่ใช่หรือไง ทำไมเหรอ? กลัวว่าเงาของตัวเองจะล่วงรู้ความลับบางอย่างเข้าล่ะสิ
Sevi (ด้านมืด): อย่างเช่น เรื่องที่นายพยายามหลีกหนีมาตลอด...
Sevi (ด้านมืด): เหมือนที่นักวิจัยคนหนึ่งจากหวงหลงเคยประสบมาก่อน งานวิจัยไม่คืบหน้า สุดท้ายก็ยอมทิ้งทุกอย่าง เพื่อไล่ตามความจริงที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
Sevi (ด้านมืด): สเปกตรัม Pascar... นายน่าจะคุ้นเคยกับชื่อนี้ดีอยู่แล้ว
Sevi: ...ฉันไม่เหมือน Pascar
Sevi (ด้านมืด): ก็ไม่เหมือนจริงๆ นั่นแหละ นายไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะทิ้งทุกอย่างเหมือนเขา นายถึงได้ย่ำอยู่กับที่ เป็นแค่หนูทดลองตัวเล็กๆ ที่วิ่งอยู่บนวงล้อไม่รู้จบ
Sevi (ด้านมืด): แต่... ถ้าฉันบอกว่าที่นี่มีคำตอบที่นายต้องการอยู่ล่ะ อย่างเช่น หัวข้อวิจัยที่นายกำลังทำอยู่น่ะ ลองดูนี่สิ...
Sevi: โมดูลข้อมูลที่ตั้งสมมติฐานไว้ ผิดมาตั้งแต่ต้นเลยงั้นเหรอ? มันผิดตรงนี้เหรอ? ถ้าแก้ไขจุดนี้ สมมติฐานที่สองที่ฉันตั้งไว้ก็จะเป็นจริง
Sevi: ถ้าคำนวณตามโมดูลที่แก้ไขแล้ว ผลลัพธ์จะเป็น... ยังขาดสูตรอีกตัวหนึ่ง? สูตรครึ่งแรกเป็นไปตามที่ฉันคำนวณไว้ไม่มีผิดเพี้ยนเลย...
Sevi: แล้วครึ่งหลังล่ะ ครึ่งหลังของสูตรอยู่ที่ไหนกัน?
Sevi (ด้านมืด): ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะให้ฟรีๆ มายื่นหมูยื่นแมวแบบแฟร์ๆ กันดีกว่านะ
Sevi (ด้านมืด): แค่จ่ายสิ่งที่มีมูลค่าเท่ากับคำตอบมาให้ฉัน นายก็รับไปได้เลย ดูสิ ฉันเตรียมของเดิมพันไว้ให้แล้วนะ เกี่ยวกับงานวิจัยของนายทั้งนั้น
Sevi (ด้านมืด): ทั้งรายงานวิจัยเอย ข้อมูลงานวิจัยเอย อยู่ตรงนี้หมดแล้ว เลือกมาสิ ว่าชิ้นไหนจะแลกกับคำตอบที่นายต้องการได้
Sevi (ด้านมืด): ดูสิ เบาโหวงเลย รายงานวิจัยพวกนี้ไม่มีคุณค่าเลยสักนิด...
Sevi (ด้านมืด): จะลองอย่างอื่นอีกไหมล่ะ?
Sevi (ด้านมืด): ไม่ไหว ไม่ไหว... ห่างชั้นเกินไป ความรู้ที่นายภูมิใจนักหนามันมีน้ำหนักแค่นี้เองเหรอ? ทุ่มหมดตัวไปเลยดีกว่ามั้ง
Sevi: นี่มัน... เป็นไปไม่ได้...
Sevi (ด้านมืด): ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก ของเดิมพันที่ฉันเตรียมไว้ให้น่ะ นายใช้ไปหมดแล้ว ในตัวนายยังมีอะไรที่มีค่าพอที่จะแลกเปลี่ยนอีกไหมล่ะ?
Sevi (ด้านมืด): จริงด้วยแฮะ เกือบลืมไปเลยว่านายยังมีของชิ้นนี้อยู่ด้วย จะลองดูหน่อยไหมล่ะ? ยังไงมันก็เป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศสูงสุดของนายนี่นา
Sevi (ด้านมืด): ดูเอาเถอะ ขนาดสละทุกอย่างจนหมดตัวแล้ว นายยังไม่มีปัญญาแลกเอาคำตอบของหัวข้อวิจัยเล็กๆ นี้ไปได้เลย
Sevi (ด้านมืด): ไม่แน่ว่าตาชั่งนี้อาจจะเป็นคำตอบในตัวมันเองก็ได้ การสำรวจทางวิทยาศาสตร์ที่ลาไฮรอยอ้างน่ะ แทบไม่มีผลต่อความก้าวหน้าของอารยธรรมมนุษย์เลยด้วยซ้ำ
Sevi (ด้านมืด): แน่นอนว่า มันก็เปลี่ยนแปลงสิ่งที่อยู่ใต้ผืนดินของลาไฮรอยไม่ได้เหมือนกัน นาย... ก็รู้อยู่แล้วนี่
Sevi: พอทีเถอะ แกไม่ได้เข้าใจอะไรเลย
Sevi (ด้านมืด): อ๋อเหรอ? ตอนนี้นายไม่เหลืออะไรแล้วนะ อ้อ... ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เอามาแลกได้นี่นา
Sevi (ด้านมืด): ชีวิตของนายไงล่ะ... มาสิ นี่คือฉากที่นักอุดมคตินิยมอย่างพวกนายชื่นชอบที่สุดเลยไม่ใช่เหรอ?
Sevi: ...ฉันบอกแล้วไง ว่าแกไม่เข้าใจอะไรเลย แกก็แค่กำลังล่อลวงผู้ใฝ่รู้เท่านั้น!
Sevi: ฉันจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด!
ผู้พเนจร: ถ้าอย่างงั้น การที่ศาสตราจารย์ Sevi ต่อต้านไม่ให้ใครเข้าไปในด้านมืดอย่างถึงที่สุด ก็เพราะว่า...
Lucilla: เขากำลังปกป้องผู้คนในสถาบันด้วยวิธีการของตัวเอง เขากลัวว่านักเรียนที่ยังอ่อนต่อโลก หรืออาจารย์ที่หมกมุ่นในงานวิจัย จะถูกล่อลวงให้เอาชีวิตมาสังเวยเพื่อแลกกับคำตอบที่ไม่มีใครล่วงรู้
Lucilla: บางครั้งความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ก็ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จหรอก แต่อยู่ที่การเข้าใจโลกตามความเป็นจริง แล้วยังคงเผชิญหน้ากับโชคชะตาด้วยจิตใจนิ่งสงบ และมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
Lucilla: ผู้คนในสถาบันสตาร์ทอร์ชแสวงหาความจริง แต่ก็ให้คุณค่ากับกระบวนการแสวงหามากกว่า คิดจะใช้ตาชั่งมาวัดความพยายามของพวกเราเนี่ยนะ? เฮอะ นั่นต่างหากที่เรียกว่า "โง่เขลาเบาปัญญา" ของแท้
Lucilla: เอาละ ถ้านำเบาะแสหลังจากที่ศาสตราจารย์เข้าสู่ด้านมืด มาเทียบกับข้อสันนิษฐานของสถาบันก่อนหน้านี้...
ผู้พเนจร:
Lucilla: การอยู่ในด้านมืดเป็นเวลานาน จะมีโอกาสพบเจอกระต่ายได้มากกว่าจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลหลัก
ผู้พเนจร: ในเมื่อได้คำตอบแล้ว งั้นฉันจะรอให้คุณออกมา...
ผู้พเนจร: อธิการบดี?
Lucilla: ยังหรอก ที่จริงฉันมีข้อมูลสำคัญอีกเรื่องที่ยังไม่ได้บอกเธอเลยนะ นับตั้งแต่งานฉลองสิ้นสุดลง ฉันสังเกตว่าผู้เคราะห์ร้ายในด้านมืดมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่หนึ่งอย่าง
Lucilla: พวกเขาต่างเป็นเรโซเนเตอร์สายความทรงจำ แล้วในสถาบันมีเรโซเนเตอร์สายนี้อยู่น้อยมาก จนแทบจะนับคนได้เลย...
Lucilla: ซึ่งตอนนี้ก็เหลือแค่คนเดียวแล้ว... เธอคงเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม
Lucilla: เพ่งสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้ภัยร้ายจากภายนอกโจมตีปราการป้องกันทางจิตใจ
Lucilla: ลงทุนแค่นิดหน่อย เพื่อแลกกับการล่อให้เป้าหมายปรากฏตัวออกมา ถ้าว่าไปตามตรรกะของศาสตราจารย์ตัวปลอมนั่น นี่ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมเลยละ
Lucilla: ในเมื่อแฟรกต์ซิดัสอุตส่าห์ลงทุนส่งคำเชิญมาทั้งที อธิการบดีแห่งสถาบันสตาร์ทอร์ชอย่างฉัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงนี่นา
???: ดูเหมือนเธอจะเชื่อใจนักเรียนคนนั้นมากเลยนะ
Lucilla: อืม... ไว้ถ้าเธอได้พบกันก็จะเข้าใจเอง ทางเธอเป็นยังไงบ้าง ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?
???: ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเธอเลย ฉันแน่ใจแล้วว่าในด้านมืดไม่มีใครอยู่แล้ว
???: กระต่ายตัวนั้นฉลาดเป็นกรดเชียวล่ะ ความถี่ที่มันทิ้งไว้ในแต่ละห้องมากบ้างน้อยบ้างคละกันไป ฉันจับตำแหน่งการเคลื่อนไหวที่แท้จริงของมันไม่ได้เลย
Lucilla: อืม... ถ้าจับตัวมันได้ง่ายขนาดนั้น งานเลี้ยงที่พวกนั้นจัดขึ้นมาก็น่าเบื่อแย่สิ
Lucilla: อีกอย่าง... ถ้ามีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เธอคงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง
Lucilla: ในเมื่อแฟรกต์ซิดัสอุตส่าห์ลงทุนส่งคำเชิญมาทั้งที อธิการบดีแห่งสถาบันสตาร์ทอร์ชอย่างฉัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงนี่นา
ผู้พเนจร:
Lucilla: คนอย่างเธอน่ะ ถ้าฉันบอกไปตั้งแต่แรก ก็คงจะขัดขวาง หรือไม่ก็ไปด้านมืดกับฉันแน่ๆ
Lucilla: แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่เธอจะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ข้างนอกของด้านมืดเท่านั้น
Lucilla: ด้านมืดเป็นพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้มาโดยตลอด ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่นา ว่าสถาบันใช้ปริศนาในการควบคุมทางเข้าออกของที่นั่นได้
Lucilla: ถึงปริศนาส่วนใหญ่จะถูกแฟรกต์ซิดัสสับเปลี่ยนไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่ยังซ่อนอยู่ในห้องเก็บข้อมูลของสถาบัน
Lucilla: เอกสารในห้องนั้นมีมากมายก่ายกอง... บางอย่างก็ไม่ควรเปิดดูส่งเดชนะ
Lucilla: ผู้พเนจร ฉันอยากให้เธอใช้ปริศนาที่แฟรกต์ซิดัสยังไม่รู้จัก เพื่อสร้างทางออกของด้านมืดให้มีความเสถียร
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: อธิการบดี ยังจำสิ่งที่คุณพูดกับ Sigrika ในงานฉลองได้ไหม? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องเดินหน้าไปด้วยกัน...
ผู้พเนจร:
Lucilla: ถึงฉันปฏิเสธ เธอก็จะมาอยู่ดีสินะ? ก็ได้ ในด้านมืดน่ะซับซ้อนวกวนมาก ฉันจะทิ้งร่องรอยนำทางเอาไว้ให้เธอก็แล้วกัน
Lucilla: แต่ถ้ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เธอต้องรีบหนีออกมาทันทีเลยนะ
ไปยังวิทยาลัยราเบลล์
ค้นหาทางเข้าที่เกี่ยวข้องกับด้านมืด
ผู้พเนจร: ปริศนาสำรองของงานฉลองสุริยะใหม่... ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งที่ Lucilla ต้องการนะ
ผู้พเนจร: แต่ทำไมเธอถึงเอาปริศนาไปซ่อนไว้ในสมุดสตอรี่บอร์ดของภาพยนตร์ล่ะ หรือว่านี่จะเป็นงานอดิเรกของเธอ?
ผู้พเนจร: หวังว่าเจ้าสิ่งนี้จะช่วยอะไรได้บ้างนะ
ผู้พเนจร:
เข้าสู่ด้านมืด
สำรวจข้างหน้า
ผู้พเนจร: แปลกจัง ทาเซ็ตดิสคอร์ดมาโผล่อยู่ในนี้ได้ยังไงกัน? ดูเหมือนพวกมันกำลังไปทิศทางเดียวกับอธิการบดีซะด้วย
Lucilla: เธอมาแล้วเหรอ? ทางนี้...
ผู้พเนจร: ไปตามทางนี้ น่าจะเจอ Lucilla นะ
เอาชนะทาเซ็ตดิสคอร์ด
ผู้พเนจร: ทาเซ็ตดิสคอร์ดรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว...
ผู้พเนจร: นี่คือ...
เข้าสู่ส่วนลึกของด้านมืด
ก่อนหน้านี้ไม่นาน...
Lucilla: รู้แม้กระทั่งว่าฉันชอบอะไร มนุษย์นี่ถูกอ่านใจง่ายจริงๆ เลยนะ
Lucilla: "โศกนาฏกรรมชีวิตของ Lucilla" กำกับโดย Lucilla นักแสดง Lucilla
???: เชิญรับชมภาพยนตร์ของคุณครับ
Lucilla: ขโมยชื่อฉันไปไม่พอ ยังตั้งชื่อเรื่องได้ห่วยแตกอีก
Lucilla: ได้ยินว่าแฟรกต์ซิดัสมีนักเขียนบทละครสุดปังอยู่คนนึงไม่ใช่หรือไง? รสนิยม "ปังพินาศ" ได้ขนาดนี้เชียวเหรอ
???: "นี่คือเรื่องราวชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อเธอเติบโตขึ้น และค่อยๆ ตระหนักรู้ในตัวตนของเธอเอง เด็กสาวก็พบว่าเธอมีความสามารถในการอ่านความทรงจำ"
???: "เด็กหญิงตัวน้อยผู้ยังอ่อนต่อโลกได้อ่านความทรงจำของคนอื่นมากเกินไปโดยไม่ตั้งใจ และท้ายที่สุด... เธอก็สูญเสียตัวตน"
Lucilla: ขโมยเสียงของศาสตราจารย์ Sevi มาใช้ ตัดต่อบิดเบือนชีวิตของคนอื่น แล้วถ่ายทอดออกมาด้วยภาพนิ่งสีขาวดำเชยๆ
Lucilla: ของแบบนี้มันเรียกว่าภาพยนตร์ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉากต่อไปจะเล่าเรื่องตำนานการมาถึงลาไฮรอยของฉันหรือเปล่านะ?
Lucilla: แม้แต่ตอนจบของสถาบันสตาร์ทอร์ช ก็คิดเผื่อพวกเราไว้แล้วเหรอเนี่ย...
Lucilla: ถ้าหนังเรื่องนี้ได้เอาไปฉายจริงๆ ละก็ ฉันคงต้องเร่งสปีดสิบเท่าเพื่อให้หนังจบเร็วที่สุด เพราะทั้งเนื้อหากับชื่อเรื่อง รสนิยมช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินสุดๆ
???: แล้วภาพยนตร์ก็จบลง แต่... จากการตรวจสอบคุณภาพ พฤติกรรมของตัวละครในเรื่องนี้ไร้ค่าซะไม่มี แถมตัวเอกก็โง่เขลาและน่าสมเพชสิ้นดี
???: ต้องรีเซ็ตและแก้ไขบทละครใหม่ อีกสักครู่จะมีการฉายรอบทดลองในโถงจัดแสดง ขอให้นักแสดงโปรดรออยู่หน้าฉากก่อน
Lucilla: หืม? มีสปอยล์ภาคต่อด้วยเหรอ? หมายความว่า... จะรีเมกชีวิตของฉันสินะ?
Lucilla: เอาละ ในเมื่อพวกแกให้ตั๋วหนังฉันมาฟรี งั้นฉันก็จะเล่นละครเรื่องนี้กับพวกแกจนจบ
???: "โศกนาฏกรรมชีวิตของ Lucilla" เวอร์ชันรีเมก การถ่ายทำฉากแรก เริ่ม...
???: เด็กสาวผู้น่าสงสารเติบโตซ้ำรอยเดิม กลับมาที่สถาบันสตาร์ทอร์ช และมาถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจอีกครั้ง
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: บัดนี้ ข้าพเจ้าจะประกาศผลการเลือกตั้งตำแหน่งอธิการบดีแห่งสถาบันสตาร์ทอร์ช
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้มาจากการลงคะแนนร่วมกันของคณะกรรมการแต่ละภาควิชาของสถาบัน และทีมสืบสวนพิเศษของสหพันธรัฐใหม่
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: ศาสตราจารย์ Lucilla ขอแสดงความยินดีด้วย คุณคืออธิการบดีคนใหม่ของสถาบันสตาร์ทอร์ช
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: เอาละ อธิการบดี Lucilla ไม่อยากพูดอะไรหน่อยเหรอ?
Lucilla (นักแสดง): ฉัน...
กล่าวสุนทรพจน์หลังได้รับเลือก
Lucilla (นักแสดง): ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจของทุกคนนะ แต่ว่า... ฉันไม่คิดจะรับตำแหน่งอธิการบดีหรอก
Lucilla (นักแสดง): เมื่อเทียบกับคนอื่นในสถาบัน พวกคุณไม่คิดว่าฉันธรรมดาเกินไปเหรอ?
Lucilla (นักแสดง): ฉันไม่มีผลงานโดดเด่นด้านวิชาการ ไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหาร บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเวลาอยู่ที่นี่
Lucilla (นักแสดง): การให้คนตัวเล็กจ้อยและโง่เขลาขึ้นมาเป็นผู้นำฝูงแกะ สำหรับฝูงแกะแล้ว มันอันตรายมากเลยไม่ใช่เหรอ...
Lucilla (นักแสดง): ดังนั้น... ฉันหวังว่าทุกคนจะเคารพการตัดสินใจของฉัน แค่ได้เดินตามอยู่ท้ายแถวก็พอใจแล้ว ฉันจึงขอเสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่ค่ะ
ออกจากห้องประชุม
สำรวจต่อไป
นักเรียนที่ร่าเริง: ศาสตราจารย์ Lucilla คะ ครั้งก่อนอาจารย์สอนถึงหน้าที่ห้าสิบเก้าแล้วนะคะ!
Lucilla (นักแสดง): งั้น... ตอนนี้ให้ทุกคนดูที่รูปถ่ายมุมล่างขวาของหน้าที่หกสิบ ภาพนี้ถ่ายในยุคอารยธรรมเก่าของมนุษยชาติ
Lucilla (นักแสดง): ในยุคนั้นยังไม่มีปรากฏการณ์ทะเลอีเธอริก เทคโนโลยีอวกาศยังไม่ถูกปิดกั้น มนุษย์จึงส่งเครื่องตรวจจับขึ้นไปถ่ายภาพที่พวกเธอเห็นอยู่นี้...
Lucilla (นักแสดง): นี่คือรูปลักษณ์ดั้งเดิมของดาวเคราะห์ที่เราอาศัยอยู่ ดูสิ เป็นแค่จุดสีน้ำเงินสลัวๆ เอง
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: แล้วมันมีความหมายอะไรเหรอครับ?
Lucilla (นักแสดง): หืม?
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: ศาสตราจารย์ครับ ผมหมายถึงการถ่ายภาพนี้และภาพถ่ายใบนี้มันไม่มีความหมายอะไรเลย การจ้องมองภาพนี้ก็มีแต่จะทำให้เรารู้สึกด้อยค่ามากขึ้น
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: เพราะบนจุดเล็กๆ นี้ ทำให้เราดูเล็กจ้อยและต่ำต้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจทองคำหรือดาราศาสตร์ของอารยธรรมเก่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกโดดเดี่ยว
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: ความมืดห่อหุ้มความโดดเดี่ยวของเรา ก็เหมือนกับสถาบันสตาร์ทอร์ชในตอนนี้ ศาสตราจารย์ครับ สิ่งที่เราเรียกว่าการสำรวจ มันมีความหมายจริงๆ เหรอครับ?
Lucilla (นักแสดง): ฉัน... ก็ไม่รู้...
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: เหลวไหล! ตอนนี้เป็นช่วงสำคัญของการทดลอง อยู่ๆ เธอก็มาบอกว่าจะถอนตัว! แล้วใครจะมารับช่วงต่อแทนเธอ?
Lucilla (นักแสดง): ฉันแค่... รู้สึกกลัว กลัวที่จะหยิบอุปกรณ์พวกนั้นขึ้นมาอีก กลัวผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาดปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: กังวลอันตรายในการปฏิบัติการเหรอ? เธอย้ายไปทำงานวิจัยที่กลุ่มทฤษฎีก็ได้นี่ จะปล่อยให้ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่าไปต่อหน้าต่อตาเหรอ?
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: หล่อนขังตัวเองอยู่ข้างในนานแค่ไหนแล้ว?
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: ไม่รู้เหมือนกันครับ ตั้งแต่เมื่อครู่ภายในห้องก็มีเสียงของตกแตกดังออกมาเป็นระยะ แล้วก็มีเสียงร้องไห้ด้วย...
นักเรียนที่เป็นกังวล: หรือว่าศาสตราจารย์ Lucilla อาการกำเริบอีกแล้ว...
นักเรียนที่เป็นกังวล: ภาวะคลุ้มคลั่งจากความทรงจำที่สับสน...
กลับไปยังห้องอีกฝั่งของหน้าต่าง
เดินไปหา "เธอ"
???: เธอนิ่งเงียบ เพราะลึกๆ ในใจเธอยอมรับว่าตัวเองเป็นเพียงคนธรรมดา และไม่อยากก้าวไปข้างหน้าอีกแล้ว
???: เด็กสาวที่ฝืนยืนหยัดมาตลอดกำลังจะแบกรับไม่ไหว ฉากสุดท้ายของเธอกำลังดำเนินมาถึง
Lucilla (นักแสดง): เฮ้อ... ความทรงจำของคนอื่นปะปนเข้ามาในจิตสำนึกของฉันอีกแล้วเหรอ? ฉันหลับไปนานแค่ไหนกันแน่นะ การประชุมจบไปตั้งนานแล้ว...
Lucilla (นักแสดง): ฉันเป็นอะไรกันแน่... ฉันอยากจะลืมทุกอย่าง ลืมพลังเรโซแนนซ์ที่น่าขยะแขยงนี่
Lucilla (นักแสดง): "ลบ" ใช่แล้ว... ถ้าลบความทรงจำเกี่ยวกับพลังเรโซแนนซ์นี่ทิ้งไปซะ ทุกอย่างจะกลับเป็นปกติไหมนะ...
Lucilla (นักแสดง): ฉันทนไม่ไหวแล้ว...
ศาสตราจารย์ที่เข้มงวด: เธอสละตำแหน่งอธิการบดี สละสิทธิ์ในการสำรวจ และตอนนี้ แม้แต่พลังเรโซแนนซ์ของตัวเองก็ยังสละทิ้ง
Sevi (ด้านมืด): เธอเลือกที่จะฆ่าตัวตนในอดีตของตัวเอง เหมือนร่างที่จมน้ำ ไร้อากาศ และไร้เงา
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: ทางเลือกที่แตกต่างจะพาไปสู่ชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม คุณว่าใช่ไหมล่ะ ท่านผู้รับชม...
นักเรียนที่เย่อหยิ่ง: เมื่อทุกสิ่งต้องสูญสลาย แล้วทำไมถึงไม่รอคอยอย่างเงียบๆ เพื่อดื่มด่ำกับความสุขในช่วงสุดท้ายก่อนที่หายนะจะมาถึง และจมดิ่งในความทรงจำที่งดงามซะเลยล่ะ?
Sevi (ด้านมืด): อย่างน้อยความสุขเพียงชั่วครู่ ก็ยังดูจริงและน่าเชื่อถือมากกว่าสัจธรรมที่ไกลเกินเอื้อม
นักเรียนที่ร่าเริง: แค่คุณเข้าใกล้อีกนิด และจับมือฉันไว้
นักเรียนที่ร่าเริง: สลับชีวิตที่เราสวมบทบาทอยู่ให้กันและกัน ไม่ต้องดิ้นรนอยู่ในความเจ็บปวดอีกต่อไป ความสุข ความงดงาม อยู่ใกล้แค่เอื้อม ฉากสุดท้ายนี้... ฉันจะให้คุณเป็นคนเลือกเอง
Lucilla: แสดงจบแล้วเหรอ?
Lucilla: พูดมาซะยืดยาว เป้าหมายของแกก็คือใช้ความยากลำบากที่เราเคยเผชิญมากดดันพวกเรา... เหมือนตอนที่ล่อลวง Sevi ไง
Lucilla: ขอฉันเดาหน่อยนะว่าพวกแกคิดจะใช้ด้านมืดทำอะไร การพุ่งเป้าไปที่ Sigrika ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่ระเบิดควัน ที่ล่อให้ทางสถาบันเข้ามาตรวจสอบมากกว่า
Lucilla: หลังจากนั้น เรโซเนเตอร์สายความทรงจำของสถาบันก็จะได้รับผลกระทบในด้านมืด พวกแกรู้ว่าฉันต้องสังเกตเห็นจุดนี้ เลยเชิญฉันมาร่วมงานเลี้ยงสินะ
Lucilla: มุ่งเป้ามาที่ฉัน มุ่งเป้ามาที่เรโซเนเตอร์สายความทรงจำ หรือว่าพวกแกหวาดกลัวบางสิ่งที่อยู่ในตัวคนกลุ่มนี้เหรอ? อย่างเช่น สิ่งที่ขัดขวางแผนของพวกแก...
Lucilla: ลำบากแย่เลยนะ ที่อุตส่าห์แสดงละครตลกให้ฉันดู น่าเสียดายที่พวกแกเลือกผิดคน ยอมลงทุนพล่ามเรื่องอดีตกับอนาคตซะยืดยาว แต่ในพจนานุกรมของฉันมีแค่คำว่าปัจจุบันเท่านั้น
Lucilla: เพราะแบบนี้ ฉันถึงรู้สึกว่าอุดมการณ์ที่พวกแกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพยนตร์ มันช่างต่ำตมเกินเยียวยา
Lucilla: ฉันและทุกคนในสถาบันสตาร์ทอร์ช ความสับสนที่พวกเราเผชิญระหว่างการสำรวจ การดิ้นรนท่ามกลางความเจ็บปวด ฉันไม่ปฏิเสธเลยว่าช่วงเวลาเหล่านั้นมันแสนสาหัส
Lucilla: แต่ต้องมีใครสักคนคอยแบกรับภาระของอารยธรรม เราก็แค่ฝูงแกะที่เดินไปหาความตาย
Lucilla: หากกองไฟกำลังจะมอดดับ ฝูงแกะที่พวกแกพูดถึงก็พร้อมจะเหยียบย่ำผืนดินไว้ใต้ฝ่าเท้า แล้วก้าวเดินต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
Lucilla: ไม่ต้องจารึก ไม่ต้องสรรเสริญ เราจะหลับใหลอยู่ที่นี่ และไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลย
Lucilla (นักแสดง): แต่ทั้งหมดนี้จะมีความหมายอะไร!
Lucilla: ความหมายงั้นเหรอ? แค่แกและพวกแกที่อยู่เบื้องหลังได้เห็นเราเคยลุกไหม้ที่นี่ ก็พิสูจน์ว่าเรามีความหมายแล้วไม่ใช่เหรอ?
Lucilla: อีกอย่างนะ ฉันมีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นอธิการบดีหรือเปล่า... มันไม่ได้ตัดสินกันด้วยคำพูดราคาถูก หรือหนังห่วยๆ ของพวกแกหรอกนะ
Lucilla: จะว่าไป... การที่แฟรกต์ซิดัสรีบปฏิเสธฉันขนาดนี้ มันยิ่งพิสูจน์ว่าทุกสิ่งที่ฉันทำนั้นถูกต้อง ไม่ใช่เหรอ?
Lucilla: บอกมาสิ ว่าคนที่ควรจะกระวนกระวายใจจริงๆ น่ะ... คือใครกันแน่?
Lucilla: หึ ไม่ใช่แค่แกที่มีพวกพ้องหรอกนะ คราวนี้แกหนีไม่รอดแน่
Lucilla: มาแล้วสินะ?
Hiyuki: ไล่ตามไปเถอะ ที่เหลือฉันจัดการเอง
Lucilla: ไปกันเถอะ เรายังมีปัญหาที่ต้องสะสาง
ติดตาม Lucilla เพื่อสำรวจต่อไป
Lucilla: ผู้พเนจร ระวังรอบตัวด้วยนะ มันจะแปลงร่างเป็นสิ่งที่อยู่ในด้านมืด
Lucilla: ห้องนี้มีทางออกทางเดียว มันต้องซ่อนอยู่ที่นี่แน่นอน ตามฉันมา
คุยกับ Lucilla
Lucilla: ที่นี่ก็ไม่มีร่องรอยของมันเลย ผู้พเนจร เราแยกกันหาเถอะ
Lucilla: ฉันจะอยู่ตรวจสอบห้องนี้เอง ส่วนเธอกลับไปดูห้องก่อนหน้านั้นอีกทีนะ
Lucilla: ฉันบอกแล้วไงว่าครั้งนี้แกหนีไม่รอดแน่
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Lucilla: อืม... เรายังไม่รู้จุดประสงค์ที่แฟรกต์ซิดัสลงมือกับด้านมืดเลย
Lucilla: ตอนนี้ เจ้านี่คือเบาะแสเดียวของเรา ใช้ความสามารถของฉันอ่านความทรงจำจากมันก่อนดีกว่า
Lucilla: โอ้? ดูท่าไม่จำเป็นต้องใช้พลังแล้วล่ะ
กระต่ายประหลาด: นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เราพบกันนะ คุณ Lucilla
Lucilla: พบกันงั้นเหรอ? การหลบมุมแล้วควบคุมกระต่ายเพื่อคุยกับฉัน แบบนี้ก็เรียกว่าพบกันได้เหรอ?
Lucilla: แต่ก็... ขอบคุณหนังของแกนะ ถึงจะเป็นหนังกระจอกๆ ไร้รสนิยม แต่มันก็ทำให้งานของฉันดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง
Lucilla: แกรู้อยู่แล้วว่าฉันจะจับกระต่ายได้
กระต่ายประหลาด: คุณ Lucilla เองก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่านี่คือกับดักที่ล่อคุณมา เราทั้งคู่ต่างก็ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
Lucilla: แกคิดจะทำอะไรในลาไฮรอยกันแน่?
กระต่ายประหลาด: คุณเป็นอาจารย์ ก็น่าจะรู้ดีนะว่าการตามหาคำตอบเป็นหน้าที่ของคนที่ตั้งคำถามน่ะ
กระต่ายประหลาด: แต่สุดท้าย ขอแสดงความยินดีด้วย พวกคุณชนะเกมรอบนี้แล้ว...
Lucilla: ชนะเหรอ? ฉันไม่เคยตกปากรับคำว่าจะเล่นเกมกับแกนะ รวมถึงนักเรียนของฉันด้วย ใช่ไหม ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
กระต่ายประหลาด: คิดไปเองงั้นเหรอ? พูดแบบนี้ฉันเสียใจแย่เลยนะ อุตส่าห์ตั้งใจจัดด่านต่างๆ ในด้านมืดให้แท้ๆ...
กระต่ายประหลาด: ถ้าไม่ชอบล่ะก็ ยังมีเกมรอบหน้ารออยู่นะ และฉันรับประกันว่ามันจะสนุกกว่ารอบนี้แน่นอน!
กระต่ายประหลาด: เพราะเกมรอบหน้าต้องเดิมพันด้วยชะตากรรมของลาไฮรอย สุดท้ายมันจะระเบิดดัง "ตู้ม" แล้วหายวับไปกับตา หรือไฟแห่งสตาร์ทอร์ชจะยังคงลุกโชนอยู่กันแน่นะ...
กระต่ายประหลาด: ฉันตั้งตารอเลยล่ะ ตั้งตารอวันที่เราพบกันใหม่ครั้งหน้า...
Lucilla: ครั้งหน้า...
ผู้พเนจร:
Lucilla: ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็กำจัดต้นตอของความผิดปกติในด้านมืดได้แล้ว
ผู้พเนจร:
Lucilla: ฉันรู้ว่าเธอมีอีกหลายอย่างที่อยากถาม ไปกันเถอะ ออกจากที่นี่ก่อนดีกว่า
กลับไปยังห้องประชุม
ตรวจสอบหน้าต่างห้องประชุม
Denia: คุณเคยบอกว่าสิ่งที่อยู่ในด้านมืดจะไม่ทำร้ายพวกเขา
Nivora: ฉันก็ทำตามที่เธอต้องการแล้วไม่ใช่เหรอ? เธออยากช่วย Sigrika ฉันก็เลยปรับด้านมืดนิดหน่อย ให้เขามองเห็นตัวเองชัดขึ้น
Nivora: อีกอย่าง สุดท้ายก็ไม่มีใครบาดเจ็บไม่ใช่เหรอ? เพื่อนของเธอ อาจารย์ของเธอ แล้วก็ ผู้พเนจร คนนั้น
Nivora: ฉันเองก็ต้องขอบคุณพวกเธอเหมือนกัน ที่ช่วยให้การทดลองครั้งนี้สำเร็จ...
Denia: การทดลอง?
Nivora: เกี่ยวกับขั้วตรงข้ามของความว่างเปล่า... เรโซเนเตอร์สายความทรงจำจะต้านทานพลังของ "มัน" ได้มากแค่ไหนกัน
Nivora: รวมถึงสถาบันที่ดูไม่สะดุดตาแห่งนี้ ยังซ่อนไพ่ตายอะไรไว้อีกบ้าง?
Nivora: มิโกะที่ฟาดดาบนั่นสินะ หึ...
Nivora: ไปกันเถอะหนูน้อย ต่อจากนี้เรายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ
Denia: แล้ว... กระต่ายล่ะ? มันเป็นสัตว์เลี้ยงของคุณไม่ใช่เหรอ?
Nivora: ของไร้ค่าก็ต้องทิ้งสิ
Nivora: เพราะงั้น... ถ้าไม่อยากถูกทิ้ง ก็ต้องพยายามอยู่รอดต่อไป และโปรดทำตัวให้เป็นประโยชน์กับฉันด้วยนะ
Lucilla: ขอโทษนะ ผู้พเนจร ฉันทำให้เธอเสียเวลาทั้งวันเลย
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณพบฉัน คุณก็เดาออกว่านี่คือกับดักที่แฟรกต์ซิดัสวางไว้ให้คุณ และคุณก็ตั้งใจจะเอาตัวเองเข้าแลกอยู่แล้ว
Lucilla: นั่นคือสิ่งที่อธิการบดีอย่างฉันควรทำ แล้วก็... ผลลัพธ์ก็ไม่ได้แย่ใช่ไหมล่ะ
ผู้พเนจร:
Lucilla: ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าด้านมืดจะล่อลวงผู้ที่เข้าไปให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองหลีกหนีและกังวลใจ แต่ฉันเผชิญหน้ากับอดีตของตัวเองได้แล้ว
ผู้พเนจร:
Lucilla: เธออยากจะรู้งั้นเหรอ?
ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะเปิดสอนวิชา "ศาสตร์แห่งสตาร์ทอร์ช: จากคนแปลกหน้าสู่ความสนิทสนม" ไม่ใช่เหรอ?
ผู้พเนจร: การที่อาจารย์กับนักเรียนได้รู้จักกันมากขึ้น แบบนี้พอจะนับเป็นบทเรียนแรกได้ไหม?
Lucilla: เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าฉันจะขุดหลุมฝังตัวเองไว้ตั้งแต่เริ่ม งั้นก็...
Lucilla: ก่อนอายุยี่สิบ ฉันยังแยกแยะไม่ออกว่าความทรงจำส่วนไหนเป็นของตัวเอง และส่วนไหนเป็นความทรงจำของคนอื่นที่ฉันใช้พลังเรโซแนนซ์อ่านข้อมูลมา
Lucilla: เมื่ออ่านความทรงจำมากขึ้น ฉันได้เห็นการถือกำเนิด และการดับสูญมากมาย... ตัวฉันในตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเล็กจ้อยและโง่เขลา
Lucilla: ด้านมืดก็อาศัยจุดนี้สร้างสถานการณ์ยากลำบากที่ฉันเคยเผชิญขึ้นมาอีกครั้ง และนั่นก็ทำให้แฟรกต์ซิดัสตั้งคำถามกับตัวแทนสถาบันสตาร์ทอร์ชอย่างฉัน...
Lucilla: เมื่อเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่มีคำตอบ เมื่อตัวตนต้องสูญสลาย สิ่งที่คนเล็กจ้อยและโง่เขลาอย่างเราทำลงไป มันยังมีความหมายอยู่อีกเหรอ?
Lucilla: ผู้พเนจร เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันสตาร์ทอร์ช เธอคิดว่าไงล่ะ?
ผู้พเนจร:
Lucilla: ฮ่าๆ สมกับเป็นคำตอบของเธอจริงๆ
Lucilla: ตอนนั้นฉันก็เข้าไปอยู่ในสหพันธ์สเปซเทรคแบบงงๆ และได้พบกับอาจารย์แสนดีคนหนึ่ง เหมือนพวกเธอนั่นแหละ
Lucilla: อาจารย์ของฉันเป็นคนธรรมดา เขาเป็นเพียงชาวโรญาที่ทำงานสังเกตการณ์อยู่บนทุ่งน้ำแข็ง เราต่างสังเกตและบันทึกข้อมูลในขอบเขตของตัวเอง...
Lucilla: แต่เขาไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องมือสังเกตการณ์ เขามักจะยื่นมือออกไปหาผู้คนและสิ่งที่เขาคอยสังเกต เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพวกเขาเข้าด้วยกัน
Lucilla: ก็เหมือนกับตอนนี้ที่เรากำลังลากเส้นเชื่อมดวงดาวบนท้องฟ้า ภายใต้ทุ่งน้ำแข็งที่อันตรายนี้ ทุกคนต่างเป็นแสงดาวของกันและกัน
Lucilla: ฉันในอดีต อาจจะยืนอยู่สูงเกินไป ไม่เคยยืนอยู่ในมุมมองของคนธรรมดา เพื่อรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกในความทรงจำที่ต้องใช้เวลาตกตะกอนเลย
Lucilla: เมื่อฉันกลับมาอ่านความทรงจำอีกครั้ง ฉันก็พบว่าสามารถนำพวกมันมาสรุปรวมกันเป็นสิ่งๆ หนึ่งได้... นั่นคือทุกคนต่างใช้ทั้งชีวิตเพื่อตามหาคำตอบ
Lucilla: และคำตอบนี้นี่เอง ที่มอบความหมายในการก้าวไปสู่อนาคตให้เรา แม้ว่าสุดท้ายจะคว้าน้ำเหลวก็ตาม
ผู้พเนจร:
Lucilla: ยังเลย... ฉันยังตามหามันอยู่ สำหรับเส้นทางของการตามหาคำตอบน่ะ เราต่างก็เป็นเพียงนักเรียนคนหนึ่งเหมือนกัน
Lucilla: เพราะงั้นวางใจเถอะ ตราบใดที่ฉันยังไม่พบคำตอบนั้น แฟรกต์ซิดัสก็ไม่มีทางทำให้จิตใจของฉันสั่นคลอนได้หรอก อีกอย่าง ฉันรู้ว่าเธออยากรู้ตัวตนของมิโกะคนนั้น...
Lucilla: ฉันยังบอกไม่ได้หรอก เพราะฉันดำรงตำแหน่งอธิการบดี จึงต้องปฏิบัติตามข้อตกลงด้านความปลอดภัย แต่สักวันหนึ่งเธอจะได้พบกับเธอคนนั้นอีกครั้ง
Lucilla: ส่วนเรื่องด้านมืด ฉันยังต้องเขียนรายงานอีกฉบับ ที่เหลือก็ปล่อยให้ผู้ใหญ่จัดการเถอะ ตอนนี้ก็สายมากแล้ว ไว้เจอกันในคาบเรียนนะ นักเรียน ผู้พเนจร
Lucilla: ...เกมนี้จบลงแล้วจริงๆ เหรอ?
รอจนถึงวันรุ่งขึ้น…
ไปยังหอประชุม
Lucilla: ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ Hiyuki
Lucilla: ขอบอกก่อนนะ ค่าซ่อมดาบเล่มนั้นหักจากค่าแรงเดือนนี้ของเธอนะ
Hiyuki: เล่มไหนเหรอ?
Lucilla: เล่มที่เธอใช้ในด้านมืดไง เล่มที่สี่แล้วนะ คราวหน้าเบามือหน่อยก็ได้...
Hiyuki: ตกลง แล้วดาบของฉันล่ะ?
Lucilla: ตรวจซ่อมใกล้เสร็จแล้ว ไม่ต้องห่วง เธอจะได้คืนเร็วๆ นี้แหละ
Lucilla: อยากลองไหม? นี่เป็นลูกอมยอดฮิตในหมู่นักเรียนเลยนะ
Hiyuki: ฉันไม่หิว
Lucilla: ลูกอมต้องกินตอนไม่หิวถึงจะอร่อยนะ ลองชิมดูสิ
Lucilla: กลืนลงไปหรือยัง?
Hiyuki: อืม รสชาติออกเปรี้ยวฝาด แสบลิ้นเล็กน้อย ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
Lucilla: หืม? ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเหรอ? แปลกจัง ตอน Sigrika และคนอื่นๆ กินก็มีอาการ...
Hiyuki: อะไรเหรอ?
Lucilla: ไม่สนุกเลย
Hiyuki: ผู้พเนจร เจอฉันแล้ว จะกระทบกับแผนของเธอหรือเปล่า?
Lucilla: ไม่เป็นไรหรอก ฉันคิดว่ากับดักที่แฟรกต์ซิดัสวางไว้ครั้งนี้ ไม่ได้เล็งเป้ามาที่ฉันคนเดียว แต่ตั้งใจจะล่อเธอออกมาด้วย
Lucilla: พวกมันรู้แล้วว่าเธอมีตัวตนอยู่...
Lucilla: ขอโทษนะที่จำกัดอิสระของเธอ และพยายามซ่อนพลังของเธอมาตลอด แต่สุดท้ายก็ปิดไม่มิด
Hiyuki: เราต่างก็รู้ดีว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมาถึง...
Lucilla: งั้นจะย้ายกลับมาอยู่ที่สถาบันก่อนไหม? ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิด เธอจะได้มาทันเวลา
Lucilla: ครั้งนี้แฟรกต์ซิดัสอุตส่าห์ลงทุนปรับปรุงด้านมืดขนาดนี้ แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสถาบันมากนัก
Lucilla: สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือความผิดปกติในครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับพลังของเธรโนเดียน และพวกมันอาจจะเตรียมแผนการขั้นต่อไปอยู่ก็ได้
Hiyuki: มีอะไรจะให้ฉันทำอีกไหม?
Lucilla: ยังไม่ถึงเวลาน่ะ
Lucilla: เธอก็น่าจะรู้ว่าสหพันธ์สเปซเทรคก่อตั้งอยู่บนเธรโนเดียน พวกเขาต้องเตรียมแผนรับมือฉุกเฉินไว้มากมายอยู่แล้ว
Lucilla: แม้ว่าแผนทั้งหมดจะล้มเหลว และสหพันธ์สเปซเทรคถูกพลังของเธรโนเดียนครอบงำจนหมดสิ้น เราก็ยังมี "ไพ่ใบสุดท้าย" อยู่
Lucilla: มิโกะผู้ทำให้ความปรารถนาเป็นจริง เธอ...