กระบี่ร่ำกลางม่านเมฆ

ไม่นานหลังจากความผิดปกติที่แผ่ขยายไปทั่วแดนเสวียนฟางสิ้นสุดลง Suisui ที่อยู่ไกลถึงเมืองเมิ่งโจวก็อยากเล่าข้อมูลที่เธอไปสืบมาให้คุณและ Yangyang ฟัง... จะว่าไป ช่วงนี้ Qingxiao กำลังทำอะไรอยู่นะ?

อ่านข้อความที่ Yangyang ส่งมา

ไปส่ง Suisui

Yangyang: พี่คะ... จะไม่อยู่ต่ออีกหน่อยจริงๆ เหรอ?

Suisui: เลิกอ้อนได้แล้วนะ Yangyangยางยาง ตอนพี่ไม่อยู่ก็อย่าลืมพักผ่อน กินข้าวให้ตรงเวลาด้วยล่ะ อย่าฝืนตัวเอง แล้วก็...

Suisui: ผู้พเนจร มาสักทีนะ

ผู้พเนจร:

Suisui: เฮ้อ ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะไปโดยไม่บอกใคร ไม่คิดเลยว่าจะถูก Yangyang จับได้ซะก่อน

Suisui: อะไรกัน ไม่อยากให้ฉันกลับงั้นเหรอจ๊ะ?

ผู้พเนจร: จู่ๆ ก็กลับเมิ่งโจว มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่า?

Suisui: ไม่มีเรื่องอะไรหรอก ในเมื่อเห็นว่าน้องสาวเติบโตขึ้นมาอย่างดีแบบนี้ ฉันก็กลับไป จัดการงานของสมาคมการค้าได้อย่างสบายใจสักที

Suisui: อีกอย่างฉันก็อยากใช้เส้นสายและช่องทางของสมาคมการค้า สืบหาเบื้องหลังของสำนักจั๋วจวินกับ Muyuมู่อวี๋ ด้วย

Yangyang: Muyu... การต่อสู้ครั้งก่อนเขาใช้ร่างหุ่นเชิดหนีไปได้ เรายังไม่รู้เลยว่าร่างจริงซ่อนอยู่ที่ไหน แล้วกำลังวางแผนอะไรอยู่

Yangyang: เดี๋ยวฉันจะออกลาดตระเวนรอบเมืองเสวียนฟางในฐานะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการสงคราม เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรด้วย

Suisui: เขาก่อเรื่องวุ่นวายในแดนเสวียนฟางขนาดนี้ แต่ที่ว่าการเมิ่งโจวกลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้... น่าสงสัยจริงๆ นะ

ผู้พเนจร: เธอคิดว่า เราอาจจะสืบหาอะไรได้จากเมืองเมิ่งโจวสินะ

Suisui: ใช่แล้ว นั่นเป็นงานถนัดของฉันเลยละ ส่วนคุณก็มีเรื่องสำคัญกว่ารออยู่ อย่างเช่น ตามหาเซนติเนลแห่งเมิ่งโจว"Hsin" จิ้งจอกจันทราที่เคยทำข้อตกลงกับฉัน

Suisui: ตอนนั้นท่านไม่ได้บอกตำแหน่งไว้ แต่ฉันคิดว่า ท่านคงอยู่แถวเมืองเสวียนฟางนี่แหละ และอีกอย่าง...

Suisui: ดูเหมือนว่า ช่วงนี้ม่านนำวิถีนั่นก็เริ่มโผล่ขึ้นมาอีกแล้ว

ผู้พเนจร: คนที่สามารถแก้ปัญหาที่แดนเสวียนฟางกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ ก็คงมีแค่เซนติเนลเท่านั้นแหละ

ผู้พเนจร: ในเมื่อเธอเคยได้รับของแทนตัวจากท่านที่ตำหนักม่านหมอก แล้วก็เคยพบความถี่ของท่านมาก่อน บางทีที่นั่นอาจจะมีเบาะแสของท่านก็ได้นะ

Suisui: งั้นฝากพวกคุณดูแลทางนี้ด้วยนะ ส่วนเมืองเมิ่งโจวเดี๋ยวฉันจัดการเอง เราคงต้องแบ่งหน้าที่กันแล้วละ

ผู้พเนจร:

Suisui: ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเป็นถึงประธาน "สมาคมการค้าเจาหมิง" คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลชื่อดัง แล้วก็... พี่สาวของ Yangyang เชียวนะ~

ผู้พเนจร: Suisuiซุ่ยซุ่ย ฉันเชื่อใจเธอนะ แต่ถ้าเจอปัญหาที่รับมือคนเดียวไม่ไหว ต้องติดต่อหาพวกเรานะ

Suisui: ...ปกติฉันก็ไม่ค่อยชอบทำเกินหน้าที่หรอกนะ

Suisui: ...ฉันชอบช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพวกคุณมากเลยนะ แต่ก่อนจากกัน ฉันอยากจะเตือนอะไรคุณสักหน่อย...

Suisui: ดูแล Yangyang ให้ดีๆ ถ้าเธอหายตัวไปอีกละก็... ฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับคุณแน่

Yangyang: พี่คะ... ฉันได้ยินนะ...

Suisui: งั้นฉันไปก่อนนะ วันหลังจะพาพวกคุณไปเที่ยวเมืองเมิ่งโจวให้หนำใจเลย!

Yangyang: เอ๊ะ เสียงกู่ฉินเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งนี่... เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย

ผู้พเนจร: ...เหมือนว่าคนที่บรรเลงกู่ฉินกำลังรอคอยบางอย่างอยู่นะ

Qingxiao: ..."Hsinซิน" งั้นเหรอ

???: ...ท่านปรมาจารย์ Qingxiaoชิงเซียว อยู่หรือไม่?

???: ท่านเซียน Qingxiao? Qing... xiao... น้อย~

Qingxiao: ข้าฟังอยู่

???: เมื่อไรเจ้าจะย้ายไปเมืองเสวียนฟางสักที ข้าเตรียมห้องรับรองสุดหรูที่ตำหนักเทพไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ

???: ไม่เห็นต้องมาอยู่บนภูเขาที่กันดารแบบนี้เลย อืม... ความชื้นสูงจนหางข้าเปียกไปหมดแล้วเนี่ย

Qingxiao: ที่แห่งนี้เงียบสงบและห่างไกลผู้คน เหมาะแก่การฝึกบำเพ็ญ

???: ตอบเหมือนเดิมอีกแล้วนะ

???: บรรยากาศตอนนี้เหมือนตอนที่เราเจอกันครั้งแรกเลยนะ

Qingxiao: ...Hsin เจ้ามาหาข้าเพราะมีเรื่องสำคัญสินะ

Hsin: ใช่ ข้ามีเรื่องอยากขอร้องเจ้าน่ะ

Hsin: จอมอัศวิน Qingxiao หากเมืองเสวียนฟางเกิดภัยพิบัติไม่คาดฝันขึ้น หวังว่าเจ้าจะยอมกวัดแกว่งกระบี่เพื่อปกป้องผู้คนของที่นี่

Hsin: หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นควบคุมไม่อยู่ เจ้าสามารถใช้อำนาจแทนข้าเซนติเนลได้เลย

Qingxiao: Hsin... เกิดอะไรขึ้นกับเจ้างั้นเหรอ?

Qingxiao: คำขอของเจ้า... Qingxiao รับเอาไว้แล้ว

Hsin: มีเจ้าอยู่ ข้าก็หมดห่วงแล้ว บางทีอีกไม่นาน... เจ้าอาจจะได้พบ "คำตอบ" ของปริศนาแห่งสวรรค์ก็ได้

Qingxiao: ...จากนี้เจ้าคิดจะไปที่ไหนกันแน่?

Hsin: ชู่ว เป็นความลับน่ะ

Qingxiao: ถึงเวลาแล้วเหรอ?

Qingxiao: ถ้างั้นก็ลงเขากันเถอะ

Abby: หืม... เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียง Yangyang เลยแฮะ เธอไปแล้วเหรอ?

ผู้พเนจร: ตื่นแล้วเหรอ? Suisui เพิ่งออกเดินทางไปเมืองเมิ่งโจว ส่วน Yangyang ก็ไปลาดตระเวนตามปกติแล้วละ

Abby: อ้าววว!? ไปกันหมดแล้วเหรอ... แล้วเธอจะไปไหนต่อล่ะ?

ผู้พเนจร: ไปตำหนักม่านหมอก ที่นั่นเคยมีความถี่ของ Hsin จิ้งจอกจันทรา

ไปยังม่านนำวิถีที่ Suisui พูดถึง

ผู้พเนจร: นี่เป็นเส้นทางที่ Suisui เคยมาก็จริง แต่ไม่เห็นมีหมอกพรางชีวาที่เธอพูดถึงเลย

Abby: (...จริงด้วย ฉันก็ไม่ได้กลิ่นหมอกประหลาดที่ทำให้เวียนหัวนั่นเลย เหมือนมันจะหายไปหมดแล้วนะ)

ผู้พเนจร: เข้าไปดูกันเถอะ

เข้าสู่ม่านนำวิถี

Qingxiao: ระวังด้วย มีทาเซ็ตดิสคอร์ดหลบหนีออกมาจากกรงกักกัน

ผู้พเนจร: คุณคือ... จอมอัศวิน Qingxiao ใช่ไหม? เราเคยเจอกันมาก่อนนะ

ผู้พเนจร: ตอนต่อสู้ที่หน้าประตูเมืองครั้งก่อนยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน... แล้วจอมอัศวินมาที่นี่ได้ยังไงล่ะ?

Qingxiao: วิหคสานนภาพาฉันมาน่ะ ฉันมาตามหา "คน" สำคัญ

Qingxiao: คุณก็มาตามหา Hsin เหมือนกันเหรอ?

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของคุณที่จินโจว คุณเคยช่วยคลี่คลายภัยพิบัติแห่งกระแสเวลาบนภูผาสวรรค์ ร่วมกับ "Juéเจ๋ว์" และเจ้าเมืองแห่งจินโจว

Qingxiao: คนที่เกี่ยวข้องกับเซนติเนลอย่างคุณ เดินทางมาตำหนักม่านหมอกที่มีความเกี่ยวข้องกับ "Hsin" คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ไม่ต้องกังวลไป ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องนี้หรอก

Qingxiao: "ผู้ครองผกา" "วีรบุรุษแห่งจินโจว" "อัสนีทมิฬ" "ผู้ครองลอเรล" "ราชาแห่งวีรชน" "อัศวินปราบ Voidworm"... กระทรวงกิจการภายนอกบันทึกเรื่องราวของคุณไว้แบบนี้

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันก็มาตามหาท่านเหมือนกัน แต่กลับพบว่ากรงกักกันหลายจุดทำงานผิดปกติ แม้แต่หมอกที่ใช้ล่อพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดก็จางหายไปแล้ว

Qingxiao: แถวนี้มีห้องลับสำหรับเก็บสมบัติแห่งเซนติเนล คงจะได้รับผลกระทบจากความผิดปกตินี้เหมือนกัน

ผู้พเนจร: "สมบัติแห่งเซนติเนล" ที่คุณว่า... หมายถึงสิ่งนี้หรือเปล่า?

Qingxiao: มันคล้ายกับเครื่องประดับที่อยู่บนตัว "Hsin" จริงๆ

ผู้พเนจร: Suisui เคยเจอ Hsin ในห้องลับนั้น แล้วก็ได้ "ปริซึมแห่งชะตา" ชิ้นนี้มาจากท่าน

ผู้พเนจร: จอมอัศวิน Qingxiao ในเมื่อเรามีเป้าหมายเดียวกัน งั้นมาร่วมมือกันดีไหม

Qingxiao: ย่อมได้

Qingxiao: ...ต่อไป เรียกฉันว่า Qingxiao ก็พอนะ

ตรวจสอบหุ่นกลที่ล้มลงอยู่ใกล้ๆ

Qingxiao: หุ่นกลตัวนี้ยังไม่ชำรุด ไม่ได้ถูกเสียงกังวานกัดกร่อนจนเกิดความเสียหายเหมือนครั้งก่อน

ผู้พเนจร: งั้นก็แปลว่าไม่ใช่วิธีเดียวกับที่ Muyu เคยใช้สินะ

Qingxiao: อืม เหมือนพวกมันแค่หยุดทำงานชั่วคราว

ผู้พเนจร: นี่ก็คือทางเข้าห้องลับ ดูเหมือนว่า... เราสามารถเข้าไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยนะ

Qingxiao: ดูเหมือนว่าผนึกที่เคยมีผลจะถูกคลายออกไปเสียแล้ว

ไปยังห้องลับของ Hsin

Abby: นี่ ได้กลิ่นกันไหม เหมือนแถวนี้จะมีกลิ่นแปลกๆ นะ *ฟุดฟิดๆ*... หืม?

Qingxiao: ...

Abby: งื้อออ... ผู้พเนจร ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ล่ะ!

Qingxiao: ฉันท่องไปในหวงหลงมานานหลายปี เคยเห็นทาเซ็ตดิสคอร์ดและเอคโค่มามากมายหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยเห็นตัวที่มีรูปร่างประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย

ผู้พเนจร:

Abby: ใช่แล้วละ เอ่อ... สวัสดีนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ Abby

Abby: จอมเขมือบอะไรกันล่ะ! เอ่อ... สวัสดีนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ Abby

Qingxiao: สวัสดี... Abby สินะ ฉันจะจำเอาไว้

Qingxiao: แถวนี้ไม่มีกลิ่นอายของ "Hsin" ท่านไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก

ผู้พเนจร: "ปริซึมแห่งชะตา" นี้ก็ยังไม่มีปฏิกิริยา...

Abby: ฉันเจอต้นตอของกลิ่นนั่นแล้ว ตามฉันมาสิ!

ผู้พเนจร: นี่มัน...

Abby: ความถี่ของมันคล้ายกับแกนกลางของหุ่นกลที่มีกลิ่นประหลาดตัวนั้นมากเลยนะ

ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้ Suisui เคยพูดถึงสายข่าวคนหนึ่ง ที่ติดต่อกันนอกตำหนักม่านหมอก...

Suisui: ...ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" น่าจะติดต่อกับ Muyu ได้แล้วละ

Suisui: ...เขาเป็น "คนของเรา" ที่แฝงตัวอยู่ในสำนักจั๋วจวินก็จริง แต่การร่วมมือระหว่างเขากับสมาคมการค้า ก็ยังไม่ถึงขั้นสนิทใจกันเต็มร้อย แม้กระทั่งชื่อจริงของเขาเราก็ยังไม่รู้

Suisui: ...ลักษณะเด่นเหรอ? นอกจากสัญลักษณ์ทาเซ็ตที่ดวงตาแล้ว ยังมีจี้ชิงฝูเหรียญทองแดงที่ห้อยติดตัว แล้วก็... โคมประทีปประหลาดที่มีเปลวไฟส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา

Suisui: ตามข้อมูลของสมาคมการค้า ในโคมนั้นขังภูตพรายสิ่งมีชีวิตแห่งเสี้ยวความถี่พิเศษเอาไว้ตัวหนึ่ง นี่ก็เลยกลายเป็นที่มาของฉายาเขาไงล่ะ

ผู้พเนจร: ชายคนนั้นก็ห้อยจี้ลักษณะนี้ มันคงไม่มาโผล่ในที่ลึกลับแบบนี้โดยไม่มีสาเหตุหรอก เขาอาจจะตั้งใจทิ้งไว้ก็ได้นะ

Qingxiao: ที่เขาเลือกทำแบบนี้ คงเพราะคาดการณ์ไว้ว่า อีกไม่นานอาจจะมีใครสักคนมาที่นี่

Qingxiao: และคนที่จะมาห้องลับนี้ ก็มีแค่คนที่เกี่ยวข้องกับ "Hsin" หรือกำลังตามหา "Hsin" อยู่เท่านั้น

ผู้พเนจร: งั้นก็หมายความว่า นี่น่าจะเป็นเบาะแสบางอย่างที่เขาทิ้งไว้ให้เรา

Abby: เอ่อ... เข้าใจยากจัง แล้วทำไมเขาถึงต้องทิ้งจี้ไว้ล่ะ? ทิ้งจดหมายหรือโน้ตไว้สักใบไม่ง่ายกว่าหรือไง?

ผู้พเนจร: ตอนนั้น... เขาคงเขียนอะไรไม่ทันละมั้ง เลยทิ้งของติดตัวไว้แทน

Qingxiao: ฉันเคยเห็นเหรียญทองแดงแบบนี้มาก่อน ในพื้นที่ชนบทของเมืองเมิ่งโจว ผู้คนจะเรียกมันว่า "เหรียญปรภพ"

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอกนะ ชาวบ้านในหมู่บ้านเสียนหลิงน่าจะคุ้นเคยกันดี

ผู้พเนจร: ตอนนี้ไม่มีเบาะแสอื่นแล้ว... ลองไปถามข้อมูลที่หมู่บ้านเสียนหลิงกันเถอะ

ผู้พเนจร: ถ้าเข้าใจความหมายของเหรียญนี้ ก็อาจจะเข้าใจเจตนาของ "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" คนนั้นก็ได้นะ

Qingxiao: ฉันไปด้วยคนนะ

Qingxiao: ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถ้าทาเซ็ตดิสคอร์ดหลบหนีออกมาเยอะขึ้น ชาวบ้านแถวลานแกนวิถีกลจะได้รับผลกระทบก่อนใคร

กลับไปยังม่านนำวิถีพิเศษ

ผจญภัยต่อจากก่อนหน้านี้

Qingxiao: เสียงนี้... คือสัญญาณเตือนของปล่องจตุสำเนียงนี่นา

ผู้พเนจร: กระบี่เหินเวหาเหรอ...

กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ด

หลังจากทาเซ็ตดิสคอร์ดถูกกำจัด พวกชาวบ้านต่างมารวมตัวกัน

Changluan: ฟู่ว ขอบคุณนะครับ จอมอัศวิน Qingxiao แล้วก็... อ้อ ท่านวีรบุรุษที่เคยช่วยหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางปกป้องเมืองเสวียนฟางนี่เอง

Changluan: ไม่คิดเลยว่าแถวหมู่บ้านจะมีพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดโผล่มาอีก ถ้ามีหุ่นกลคอยกำจัดพวกมันเหมือนเมื่อก่อนก็ดีน่ะสิ

ผู้พเนจร:

Xinyuan: ความจริงแล้ว... หลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อน หมู่บ้านก็แทบไม่เหลือหุ่นกลที่ยังเคลื่อนไหวได้อยู่เลยค่ะ...

Xinyuan: ช่วงนี้มักจะเห็นหุ่นกลที่กำลังทำงานตามปกติ แต่จู่ๆ ก็ล้มลงไปเฉยๆ แม้แต่ช่างจากกระทรวงการพัฒนาก็ซ่อมไม่ได้

ผู้พเนจร: (...ฟังดูแล้ว อาการผิดปกติแบบนี้คล้ายกับหุ่นกลในตำหนักม่านหมอกเลย)

Changluan: ตอนนี้เลยต้องฝากความหวังไว้กับทหารของกระทรวงการสงคราม แต่พวกเขาก็กำลังยุ่งกับการสะสางเรื่องต่างๆ หลังเกิดเหตุ แบ่งกำลังคนออกมาไม่ได้เลยครับ

Qingxiao: ไม่ต้องกังวลนะ ปล่องจตุสำเนียงส่งสัญญาณเตือนแล้ว เดี๋ยวหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางก็จะมาถึง ฉันจะเล่าสถานการณ์ให้พวกเขาฟังเอง

Xinyuan: ในเมื่อจอมอัศวิน Qingxiao ลงมาจากเขาแล้ว พวกเราก็สบายใจขึ้นแล้วละค่ะ แม่ฉันชอบเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าเคยได้รับความช่วยเหลือจากท่าน แถมยังจุดธูปบูชาท่านด้วยนะคะ

ผู้พเนจร:

Xinyuan: ทำไมเหรอคะ? ก็แค่จุดธูปไหว้ป้ายบูชาของ "ท่านเซียนกระบี่" เพื่อขอพรให้โชคดีแล้วก็ปลอดภัยน่ะค่ะ เฮ้อ คนรุ่นแม่ฉันบางคนเชื่อเรื่องแบบนี้น่ะ

ผู้พเนจร: ...

Qingxiao: เรามีเรื่องอยากจะถามพวกเธอพอดี

ผู้พเนจร: เราอยากรู้ว่าจี้เหรียญชิ้นนี้มีประวัติความเป็นมายังไงในเมิ่งโจว

Changluan: เอ่อ... เหรียญทองแดงบนจี้นี้ไม่ธรรมดาเลยนะครับ พวก "ผู้ท่องปรภพ" ในเมิ่งโจวมักจะพกเหรียญแบบนี้ติดตัวกัน

ผู้พเนจร:

Changluan: ที่นี่คงเล่าไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ... ได้ยินว่าพวกนั้นเป็นกลุ่ม "โจร" ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย แล้วก็ทำงานกันอย่างลับๆ

Xinyuan: จะตัดสินพวกเขาแบบนั้นก็ไม่ได้หรอกนะ บางคนก็บอกว่าพวกเขาเป็นจอมยุทธ์ผู้ผดุงความยุติธรรม

Changluan: อ้ะ ท่านผู้มีพระคุณ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ลองไปถามคุณยาย Yanshuเยียนซู ที่อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านดูสิครับ

Xinyuan: คุณยายคนนั้นไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกค่ะ แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง... ชาวบ้านเลยไม่ค่อยสุงสิงกับเธอ

Qingxiao: ได้ ฉันจะไปถามเธอดู

ผู้พเนจร: เหมือน "คุณยาย Yanshu" คนนั้นจะรู้เรื่องพวกผู้ท่องปรภพนะ

Qingxiao: ฉันเคยเจอคุณยายคนนั้นมาก่อน

Qingxiao: ...สามีผู้ล่วงลับของเธอ เคยเป็นหนึ่งในผู้ท่องปรภพ

ผู้พเนจร: นี่คือ...

???: เฮ้อ เดิมทีข้าไม่คิดจะให้ปักษานิลสวรรค์ขึ้นเขาไปตามท่านกลับมาหรอกนะ

???: แต่คิดไม่ถึงเลยว่า แม้แต่หุ่นดาบก็ยังต้านทานทาเซ็ตดิสคอร์ดในครั้งนี้ไม่ไหว...

Qingxiao: รีบพาคนอื่นหนีไปก่อน ที่เหลือข้าจัดการเอง

ผู้พเนจร: ...?

Qingxiao: มีอะไรเหรอ?

ผู้พเนจร: ในภาพวาดนี้... ดูเหมือนจะเป็นคุณกับปักษานิลสวรรค์เลยนะ

Qingxiao: ใช่แล้วละ ตอนนั้นมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย พยายามจะจิกผมฉันตลอด

ผู้พเนจร: (แต่จำได้ว่า ปักษานิลสวรรค์สูญพันธุ์ไปตั้งแต่ศึกเหวเมฆาเมื่อสองร้อยปีก่อนแล้วนี่...)

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ไม่ต้องพูดจามากพิธีไปหรอก ผู้ฝึกบำเพ็ญล้วนแสวงหาความเป็นอมตะ สำหรับฉันแล้ว อายุเป็นแค่เพียงตัวเลขที่ไร้ความหมาย

Qingxiao: อีกอย่าง... อายุของคุณก็ไม่ได้น้อยกว่าฉันหรอกนะ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ไม่นานเท่าไรหรอก แค่สองร้อยกว่าปีเอง

ผู้พเนจร:

Qingxiao: เธอมาแล้วละ

Yanshu: เหอะๆ... บรรพบุรุษของฉันทิ้งภาพนี้ไว้เมื่อร้อยปีก่อน เห็นบอกว่ามันจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเรียกหาโชคลาภ นี่เวลาก็ผ่านมาตั้งนานแล้วนะ แต่สียังไม่ซีดเลย...

Yanshu: จอมอัศวิน Qingxiao ท่านก็มาด้วยหรือคะ หากทราบล่วงหน้าสักหน่อย ฉันคงได้เตรียมชาดีๆ ไว้ต้อนรับแล้ว

Qingxiao: ไม่ต้องลำบากหรอก เราแค่มาขอให้คุณช่วยดูจี้เหรียญชิ้นหนึ่งน่ะ

ผู้พเนจร: เราเจอมันในตำหนักม่านหมอกน่ะ

ผู้พเนจร: พวกเราสอบถามชาวบ้านคนอื่นแล้ว พวกเขาบอกว่าเหรียญทองแดงบนจี้นี้เกี่ยวข้องกับ "ผู้ท่องปรภพ" แห่งเมิ่งโจว

Yanshu: ใช่แล้ว นี่คือ "เหรียญปรภพ" ที่ลือกันว่าสามารถสื่อสารระหว่างโลกมนุษย์และปรภพได้ เป็นของติดตัวของผู้ท่องปรภพน่ะ

ผู้พเนจร:

Yanshu: เธอคงได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีมาสินะ ที่จริงแล้ว พวกเขาเป็นเหมือนกลุ่ม "มรดกจากยุคเก่า" ที่ไม่รักตัวกลัวตายเลยซะมากกว่า

Yanshu: เมิ่งโจวเต็มไปด้วยสถานที่ลึกลับมากมาย และเป็นจุดรวมตัวของเสียงกังวานมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ สถานที่เหล่านั้นจะกลายเป็นมิติเสียงสะท้อนมิติโซโนโร แล้วทำให้เกิดทาเซ็ตดิสคอร์ดออกมา

Yanshu: ผู้ท่องปรภพก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ชัยภูมิ มีหน้าที่สำรวจมิติเสียงสะท้อนเหล่านี้โดยเฉพาะ นับว่าเป็นอาชีพเก่าแก่แขนงหนึ่งน่ะ

ผู้พเนจร:

Yanshu: เหอะๆ... ไม่ได้ดูดีขนาดนั้นหรอก ผู้ท่องปรภพทำลายมิติเสียงสะท้อนเพื่อกำจัดอันตรายก็จริง แต่อีกด้านหนึ่งก็ลักลอบขายโบราณวัตถุที่ไม่มีเจ้าของเพื่อหาเลี้ยงชีพ

Yanshu: พวกเขาไร้กฎระเบียบที่เคร่งครัด มีทั้งคนดีและคนไม่ดีอยู่ปะปนกัน และด้วยความที่ต้องเดินทางเข้าออกดินแดนปรภพ จึงมักจะถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง

Yanshu: หลายปีมานี้ผู้ท่องปรภพเริ่มน้อยลงทุกที เพราะคนที่ทำอาชีพนี้ส่วนใหญ่จะลงเอยไม่ค่อยดีนัก Sandaoซานเตา สามีของฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น... สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้ฉันเลย

Yanshu: ขออภัยที่พูดจาออกนอกเรื่องไปหน่อยนะ จี้เหรียญที่พวกคุณถามถึง ก็คือของแทนตัวที่ผู้ท่องปรภพพกติดตัวไว้ตลอด

Yanshu: มันเป็นสัญลักษณ์ของความยำเกรงต่อเทพเจ้าและภูตผีวิญญาณ ความเคารพต่อผู้ที่ล่วงลับ และมักจะมีบทบาทพิเศษในมิติเสียงสะท้อน

Qingxiao: หมายความว่าตอนที่ผู้ท่องปรภพเข้าไปในมิติเสียงสะท้อน พวกเขาจะพกจี้เหรียญนี้ติดตัวไว้เหรอ?

Yanshu: ใช่จ้ะ แทบจะทุกคนเลยละ

ผู้พเนจร: (ถ้างั้น จี้ที่เขาทิ้งไว้ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับมิติเสียงสะท้อน บางทีความผิดปกติในตำหนักม่านหมอก ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำของเขาด้วย)

Yanshu: เดี๋ยวนะ วิธีการผูกปมแบบนี้ เหมือนฉันจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

Yanshu: หรือว่า... เป็นของเจ้า Jingจิ่ง? แต่ว่า...

Yangyang: ผู้พเนจร จอมอัศวิน Qingxiao คะ!

Yangyang: เราพบลานกักกันที่อยู่แถวนี้หยุดทำงาน ต้องรีบอพยพชาวบ้านไปเมืองเสวียนฟางด่วนเลยค่ะ!

Qingxiao: ค่ายกลวงแหวนสวรรค์...?

Qingxiao: มีทาเซ็ตดิสคอร์ดบุกเข้ามาในค่ายกล ฉันจะกำจัดพวกมันให้เร็วที่สุด

ผู้พเนจร: ฉันจะช่วยอีกแรง ต้องทำให้เส้นทางอพยพปลอดภัยก่อน

Qingxiao: คุณน่าจะไปที่ลานแกนวิถีกลมากกว่านะ

ผู้พเนจร: ไม่ต้องห่วง Yangyang กับหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางกำลังรับมือฝั่งนั้นอยู่

กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดในค่ายกลกระบี่

Qingxiao: กำจัดพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดที่บุกเข้ามาเกือบหมดแล้ว

ผู้พเนจร: ไปท่าเรือเวหากันเถอะ Yangyang กับคนอื่นๆ คงใกล้จะออกเดินทางแล้วละ

ไปยังท่าเรือเวหาของลานแกนวิถีกล

Qingxiao: ยานยนต์ล่องเมฆา...

ผู้พเนจร: มีอะไรเหรอ?

Qingxiao: กระทรวงการสงครามเคยให้ฉันมาคันหนึ่ง แต่ฉันใช้ไม่ค่อยเป็นน่ะ

ผู้พเนจร: แถวนี้มีแต่ร่องรอยการอพยพ ผู้คนส่วนใหญ่คงออกไปจากพื้นที่แล้วละ

ช่วยหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ด

ทหารที่รั้งแนวหลัง: ขอบคุณที่ช่วยนะคะ เราจะรีบไปสมทบกับพลอัศวิน Yangyang ทันที

ชาวบ้านที่กำลังอพยพ: ฟู่ว ขอบคุณมากนะครับ! โชคดีจริงๆ ที่พวกท่านมาช่วย

ไปยังท่าเรือเวหาของลานแกนวิถีกล

ไปยังท่าเรือเวหาเพื่อพบกับ Yangyang และคนอื่นๆ

Yangyang: อ๊ะ! พวกคุณมาแล้ว! ตอนนี้ก็เหลือแค่ชาวบ้านกลุ่มสุดท้ายแล้ว พวกคุณก็ขึ้นเรือเวหาไปด้วยกันเถอะค่ะ

Yangyang: ข้างในยังมีที่นั่งเหลือเฟือ เพียงพอสำหรับทุกคนแน่นอน

Qingxiao: ไม่เป็นไร ฉันจะใช้กระบี่เหินเวหาไป และจะคอยคุ้มกันเผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดด้วย

Yangyang: ตามแผนรับมือฉุกเฉินของกระทรวงการสงคราม ผู้บัญชาการ Qiuhongชิวหง ส่งกำลังคนไปรับชาวบ้านที่เพิ่งอพยพไปแล้วค่ะ

Yangyang: ถ้างั้นก็อย่าเสียเวลาเลย ออกเดินทางกันเถอะค่ะ

ไปยังกระทรวงการสงคราม

Abby: (เฮ้อ... ในที่สุดก็พาทุกคนมาใกล้กับกระทรวงการสงครามได้อย่างปลอดภัยแล้วสินะ)

ผู้พเนจร: พูดซะเหมือนเป็นผลงานของตัวเองเลยนะ

Abby: (ฉันก็ช่วยเหมือนกันนะ! รองเท้าที่เด็กคนนั้นทำตกไว้ แล้วก็สัมภาระที่ปู่คนนั้นทำหาย ฉันบินเข้าไปเก็บในฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดเลยนะ!)

ผู้พเนจร: รู้แล้วน่า ครั้งนี้ทั้งทหารและชาวบ้านรับมือกับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดได้เร็วขึ้นมาก

Abby: (ก็เพราะเรื่องแบบนี้เพิ่งเกิดขึ้นไปเองนี่นา ทุกคนเลยพอมีประสบการณ์บ้างแล้ว)

ไปยังกระทรวงการสงครามเพื่อพบกับ Qingxiao

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ: อึกก... อึก...

เด็กสาวที่ทำอะไรไม่ถูก: พี่เขาดูทรมานจังเลยค่ะ

แม่ที่กังวลใจ: เจ็บแผลจนนอนไม่หลับเหรอ? เมื่อกี้หมอจากหัวซวีว่ายังไงบ้างเหรอ?

พ่อที่ใจเย็น: พันแผลให้เรียบร้อยแล้ว อาการเขาไม่น่าจะทรุดลง แต่ว่า... มียาแก้ปวดไม่เพียงพอ ต้องทนแบบนี้ไปก่อนน่ะ

แม่ที่กังวลใจ: พ่อหนุ่มคนนี้เพิ่งจะเข้ากองทัพเอง... ตอนช่วยคุ้มกันเรา เขาโดนเล่นงานไปตั้งหลายครั้ง...

เด็กสาวที่ทำอะไรไม่ถูก: คุณพี่สาวเซียน... ขอร้องละค่ะ ช่วยพี่คนนี้หน่อยได้ไหมคะ?

Qingxiao: เข้าใจแล้วละ

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ: อ๊ะ... จอม... อัศวิน Qingxiao...

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ: ...ผมมันไม่ได้เรื่อง เป็นตัวถ่วงทุกคนอีกแล้ว...

Qingxiao: เธอทำได้ดีมากแล้ว พักผ่อนเถอะนะ

Qingxiao: ...เขาน่าจะไม่รู้สึกเจ็บไปอีกสักพัก

เด็กสาวที่ทำอะไรไม่ถูก: ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณมากเลย!

Qingxiao: ทำไมเงียบไปล่ะ?

ผู้พเนจร:

Qingxiao: วิชาสงบจิตธรรมดาน่ะ ก็แค่ช่วยให้นอนหลับได้บ้างเท่านั้นแหละ

Qingxiao: ...แต่ขจัดความเจ็บปวดให้พวกเขาจริงๆ ไม่ได้หรอก

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ไปกันเถอะ ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางรอคุณอยู่

ผู้พเนจร: สถานการณ์เป็นยังไงบ้างเหรอ?

Qingxiao: แผนรับมือฉุกเฉินได้ผลดีมาก การอพยพมีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทาเซ็ตดิสคอร์ดส่วนใหญ่ยังคงวนเวียนอยู่นอกเมือง

Qingxiao: แต่เมืองเสวียนฟางผ่านมรสุมมาหลายครั้ง ถึงจะได้รับความช่วยเหลือจากหลายแห่ง แต่ทรัพยากรก็ยังขาดแคลนอยู่ดี

ผู้พเนจร: คงปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้วละ... เราต้องรีบหาต้นตอของเรื่องทั้งหมดให้เจอ

ไปยังท่าเรือเวหาของลานแกนวิถีกล

สอบถามสถานการณ์ปัจจุบันจากผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟาง

Qiuhong: ...หุ่นกลในเมืองหยุดทำงานทั้งหมดแล้ว ระบบป้องกัน "ม่านพิทักษ์เสวียนฟาง" ก็ใช้การไม่ได้

Qiuhong: วิธีการตั้งรับที่ประตูเมืองคงใช้ไม่ได้อีกแล้ว เราต้องวางแนวป้องกันเป็นชั้นๆ จากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน และระดมพลมารวมกันที่รอบๆ กระทรวงการสงครามซึ่งยังค่อนข้างมั่นคงอยู่

Yangyang: ตอนนี้มีทาเซ็ตดิสคอร์ดเล็ดลอดเข้ามาในเมืองเพียงเล็กน้อย เรายังพอมีเวลาวางแนวป้องกัน... อ๊ะ พวกคุณมากันแล้ว

ผู้พเนจร: กระทรวงการสงครามได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้บ้างไหม?

Qiuhong: เราส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์ พบว่าลานกักกันหยุดทำงานไปเกือบสามส่วนแล้ว ทางกระทรวงการพัฒนาก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ นี่คงไม่ใช่แค่ความขัดข้องทางกลไกธรรมดา

Yangyang: ก่อนหน้านี้ ตอนฉันไปลาดตระเวนที่โรงกลกลางนภา ก็เจอกับฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดที่เพิ่งหลบหนีออกมาเหมือนกันนะ

Yangyang: พอเราฝ่าวงล้อมออกมาได้ ลานกักกันแถวนั้นก็หยุดทำงานไปหมด พวกหุ่นกลก็ล้มกองไปกับพื้น ราวกับว่า... กลไกทั้งหมดเกิดขัดข้องขึ้นมาซะอย่างนั้น

Qiuhong: สิ่งที่น่าจะทำให้เกิดความผิดปกติแบบนี้ได้ ก็คงมีแค่...

Qingxiao: ตำหนักเทพ

Qingxiao: นั่นคือตำหนักของ "Hsin" และเป็นที่ตั้งของศูนย์ควบคุมเมืองเสวียนฟาง

Qiuhong: อืม อาจจะเกิดอะไรขึ้นในตำหนักเทพก็ได้นะ พอมาคิดดูแล้ว แผนการครั้งก่อนคงมีช่องโหว่จริงๆ...

Qiuhong: เพราะทาเซ็ตดิสคอร์ดกับหุ่นกลไม่ได้อาละวาดในเมืองเสวียนฟาง เราจึงเผลอคิดว่าตำหนักเทพยังปลอดภัยดี และส่งกำลังคนไปเฝ้าไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้ ตอนที่กระทรวงการสงครามตามหาร่างจริงของ Muyu ...พวกเขาได้เข้าไปในตำหนักเทพบ้างหรือเปล่า?

Qiuhong: ผู้พเนจร คุณหมายความว่า... Muyu...

ผู้พเนจร:

Yangyang: ตอนนั้น... Muyu เคยบอกเป็นนัยว่า เขาควบคุมหุ่นกลโจมตีเมืองเสวียนฟาง เพราะมีเป้าหมายอื่น...

Muyu: ช่างน่าสมเพชและโง่เขลาจริงๆ พวกแกปกป้องเมืองนี้มาสองร้อยกว่าปี แต่กลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร

Muyu: อีกแค่ก้าวเดียวฉันก็จะถึง "ปลายทาง" แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ก็แค่ความบันเทิงระหว่างทางเท่านั้นแหละ

Yangyang: เขาก่อความวุ่นวาย คร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่ใยดี เพื่อที่จะหาโอกาสเข้าใกล้ตำหนักเทพงั้นสินะ...

Qiuhong: ตอนศึกป้องกันเมือง ทุกคนต่างจับตามองการต่อสู้บริเวณหน้าประตูเมือง... เขาอาจจะฉวยโอกาสนั้นบุกเข้าไปในตำหนักเทพแล้วจริงๆ ก็ได้

ผู้พเนจร:

ผู้พเนจร: ถึงจะเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน แต่ทั้ง Muyu ที่หลบหนีไปได้ ลานกักกันที่หยุดทำงาน และเซนติเนลที่หายตัวไป... มีหลายเบาะแสเลยที่ชี้ไปที่ตำหนักเทพ

ผู้พเนจร: ที่นั่นอาจจะเป็นต้นตอของเหตุการณ์ทั้งหมด บางทีเราอาจจะค้นพบความจริง และร่องรอยของ Hsin ก็ได้นะ

Qingxiao: ฉันจะไปด้วย ในตำหนักเทพมีกลไกซับซ้อน แล้วก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าไม่ระวังอาจหลงทางได้

Qingxiao: "Hsin" เคยเชิญฉันไปเยี่ยมที่ตำหนักเทพ คงพอจะนำทางคุณได้บ้าง

Qiuhong: เดิมทีเมืองเสวียนฟางมีกฎเหล็กที่ว่า "ห้ามผู้ใดก้าวเข้าตำหนักเทพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเซนติเนล" แต่ตอนนี้... คงไม่ใช่เวลาไปสนใจเรื่องนั้นแล้ว

Qiuhong: ถ้าที่ว่าการเมิ่งโจวจะเอาผิด ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ต่อให้ต้องถูกปลดจากตำแหน่งอีกครั้งก็ไม่เป็นไร แต่ว่า...

Qiuhong: เรายังวางแนวป้องกันในเมืองไม่เสร็จ ฉันอยากให้พวกคุณอยู่ต่ออีกสักคืน แล้วค่อยออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า เผื่อจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

Yangyang: ฉันจะไปวางแนวป้องกันกับพวกหน่วยพิทักษ์เสวียนฟาง เพื่อเตรียมรับมือกับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ด

Yangyang: ผู้พเนจร คืนนี้คุณกับจอมอัศวิน Qingxiao ไปพักผ่อนเถอะนะคะ จะได้เก็บแรงไว้สำหรับจัดการปัญหาในตำหนักเทพ

Qingxiao: ขอบคุณนะ Yangyang

ผู้พเนจร: ...Qingxiao?

Qingxiao: ฉันมีบางอย่างที่ต้องเตรียมอีกหน่อย

คุยกับ Yanshu

Yanshu: เจอกันอีกแล้วนะ ช่วงนี้แดนเสวียนฟางไม่ค่อยสงบเลย

ผู้พเนจร:

Yanshu: ขอบใจนะที่เป็นห่วง ระหว่างทาง จอมอัศวิน Qingxiao ดูแลฉันเป็นอย่างดี ส่วนแม่หนูที่ชื่อ Yangyang ก็ช่วยฉันไว้เยอะเหมือนกัน

Yanshu: เธอมาได้จังหวะพอดีเลย... ฉันอยากคุยเรื่องจี้เหรียญชิ้นนั้นหน่อย วิธีผูกปมแบบนั้นคุ้นตามาก เหมือนเป็นฝีมือของเจ้า Jing เลย

ผู้พเนจร:

Yanshu: ชื่อเต็มของเขาคือ Jingranจิ่งหราน ฉันกับ Sandao เลี้ยงเขาเหมือนลูก พอโตขึ้นเขาก็ไปเป็นผู้ท่องปรภพเหมือน Sandao

ผู้พเนจร: เขาก็เป็นผู้ท่องปรภพด้วยเหรอ? ถ้างั้น คุณเคยได้ยินชื่อ "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" หรือเปล่า?

Yanshu: เหอะ... คงเป็นฉายาในยุทธภพอีกแล้วสินะ ถึงเจ้า Jing จะไม่เคยพูดถึง แต่ฟังดูแล้วก็น่าจะเป็นชื่อที่คนอย่างเขาจะเลือกใช้นั่นแหละ

Yanshu: ...ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีแล้ว ตอนนั้นเขาบอกว่าจะออกไปผจญภัยคนเดียว แต่ครึ่งปีที่ผ่านมา บ้านนี้ก็มีขนมกับเงินโผล่ขึ้นมาเองอยู่เรื่อยๆ เลย

Yanshu: ตอนแรกฉันก็นึกว่าเพื่อนเก่าของ Sandao มาเยี่ยม แต่พอคิดๆ ดูแล้ว คงเป็นเจ้าเด็กนั่นแหละที่แอบกลับมา แต่ไม่กล้าสู้หน้าฉันล่ะมั้ง

ผู้พเนจร:

Yanshu: ได้สิ หวังว่าเจ้า Jing จะไม่ได้ก่อเรื่องอะไรนะ นี่ก็ดึกมากแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ

ผู้พเนจร:

ไปหาที่เหมาะๆ เพื่อพักผ่อน

ผู้พเนจร:

ผู้พเนจร: (นี่คือ... เสียงกู่ฉินที่ได้ยินหลังจากไปส่ง Suisui นี่นา)

ผู้พเนจร: (แต่รู้สึกไม่ค่อยเหมือนครั้งนั้นเลย เป็นท่วงทำนองที่ฟังดู... เศร้าจังเลยนะ)

มุ่งหน้าไปตามเสียงกู่ฉิน

ผู้พเนจร: (ที่แท้ก็... เธอนี่เอง)

ผู้พเนจร: ยังไม่พักผ่อนเหรอ?

Qingxiao: ...

ผู้พเนจร: นี่ก็คือ "การเตรียมตัว" ที่คุณบอกสินะ

Qingxiao: อื้ม

Qingxiao: ฉันใช้เสียงกู่ฉิน ฝาก "เจตจำนงแห่งกระบี่" ให้กับผู้อื่น

ผู้พเนจร: ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเสียนหลิง ฉันก็เคยเห็นแสงแบบนี้เหมือนกัน

Qingxiao: มันคือกระบี่ล่องหนที่เกิดจากเจตจำนง เมื่อเผชิญหน้ากับอันตราย จะปล่อยปราณกระบี่ออกมาปกป้องชีวิตของผู้คน

ผู้พเนจร: คุณกังวลว่าพอเราเข้าไปในตำหนักเทพ ข้างนอกจะเกิดเรื่องขึ้นใช่ไหม?

Qingxiao: หากต่อไปมีลานกักกันที่หยุดทำงานมากขึ้นอีก เราคงคาดเดาสถานการณ์ได้ยาก การเตรียมแผนสำรองไว้ อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกสบายใจ

Qingxiao: ผู้คนที่บาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง?

ผู้พเนจร: กระทรวงการสงครามจัดคนดูแลไว้แล้วละ คงไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก

Qingxiao: ...

ผู้พเนจร: เราจะไปตำหนักเทพ ส่วนหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางอยู่ป้องกันเมือง นี่คือแผนรับมือที่ทุกคนหารือร่วมกัน และเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้

ผู้พเนจร: เราควรเชื่อใจพวกเขา เหมือนที่พวกเขาเชื่อใจเรานะ

Qingxiao: ...เมืองเสวียนฟางไม่ควรตกอยู่ในสภาพนี้ ในฐานะจอมอัศวินรักษ์เสวียนฟาง ยังไงฉันก็ต้องรับผิดชอบ

Qingxiao: จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดในช่วงนี้ คือการตรวจพบปฏิกิริยาผิดปกติของทาเซ็ตดิสคอร์ดในลานกักกันแห่งหนึ่ง ตอนนั้นฉันก็ได้ลงไปตรวจสอบด้วย

ผู้พเนจร: ฉันได้ยินเรื่องนี้แล้วละ... คุณอาสาเป็นแนวหลังป้องกัน เพื่อให้พวกเขาหนีออกมาจากฝูงหุ่นกลคลุ้มคลั่ง

Qingxiao: ...แต่นั่นกลับเข้าทางแผนของ Muyu พอดี

Qingxiao: เขาวางกับดักไว้ล่วงหน้า แยกกองกำลังของเราออกจากกัน และคาดการณ์ไว้แล้วว่า ฉันจะต้องไปช่วยทหารที่ติดอยู่ในส่วนลึกของลานกักกัน...

เงามายาของ Muyu: จอมอัศวิน Qingxiao หุ่นกลเหล่านี้หยุดเธอไม่ได้ ทาเซ็ตดิสคอร์ดก็เอาชนะเธอไม่ได้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งลานกักกัน เธอก็คงฝ่าออกไปได้อย่างง่ายดาย

เงามายาของ Muyu: แต่... พลพิทักษ์เสวียนฟางเหล่านี้ล่ะ? คนธรรมดาที่อ่อนแอและหวาดกลัวเหล่านี้ล่ะ?

เงามายาของ Muyu: จงเลือกสักอย่างเถอะ จะปกป้องผู้อ่อนแอแล้วปล่อยให้ศัตรูรั้งตัวเธอไว้ที่นี่ หรือจะตัดใจจากพวกเขา แล้วไปกอบกู้สมรภูมิถัดไป?

เงามายาของ Muyu: จะว่าไป ตอน "ศึกเหวเมฆา" ท่านเซียนกระบี่ก็เคยเลือกคนกลุ่มหนึ่ง... ไปตายด้วยไม่ใช่เหรอไง?

Qingxiao: ...ฉันรู้ว่า นี่คือผลลัพธ์ที่ทุกคนพยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว แต่... มันอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้...

ผู้พเนจร: ตอนนี้เราก็ตัดสินใจเลือกแล้วไม่ใช่เหรอ?

ผู้พเนจร: จากนี้คุณก็แค่ทำเหมือนที่ผ่านมา ยืนหยัดในทางเลือกนั้นก็พอแล้ว

ผู้พเนจร: ผู้คนมากมายที่คุณเคยช่วยไว้ พวกเขารอดมาได้ก็เพราะความยืนหยัดของคุณนะ

ผู้พเนจร: ถ้าพรุ่งนี้เราเร่งสำรวจให้เสร็จเร็วๆ แล้วไปสมทบกับทุกคน ก็จะไม่ต้องเป็นห่วงเมืองเสวียนฟาง และไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะต้องเลือกทางไหนดี

Qingxiao: ...เข้าใจแล้วละ

พักผ่อนกับ Qingxiao ในศาลา เพื่อรอวันพรุ่งนี้

ผู้พเนจร: ...นี่คือ... วิชาสงบจิตเหรอ?

ไปรวมตัวกับ Qingxiao

Yangyang: ผู้พเนจร เมื่อคืนพักผ่อนเต็มอิ่มไหมคะ? จอมอัศวิน Qingxiao มารอคุณสักพักแล้วนะ

ผู้พเนจร:

Yangyang: งั้นก็ดีค่ะ ไม่รู้ว่าในตำหนักเทพจะเป็นยังไง คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ

ผู้พเนจร: ทางกระทรวงการสงครามเป็นยังไงบ้าง?

Yangyang: เราวางแนวป้องกันรอบเมืองกันเสร็จแล้วค่ะ มีชาวบ้านอาสามาช่วยไม่น้อยเลยนะ กำลังเสริมกลุ่มใหม่จากจินโจวก็เพิ่งจะมาถึงเมืองเสวียนฟางอย่างปลอดภัย

ผู้พเนจร:

Yangyang: จินโจวตอบรับคำขอความช่วยเหลือของเราในทันที แต่ช่วงนี้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติของเธรโนเดียนที่ทุ่งร้างนอร์ฟอลล์ กำลังหลักของมิดไนท์เรนเจอร์จึงถูกรั้งไว้ที่นั่น

Qingxiao: Ovathrax...

Yangyang: ถึงกำลังเสริมจะไม่มาก แต่พวกเขาก็เป็นยอดฝีมือของมิดไนท์เรนเจอร์ นับว่าช่วยพวกเราได้เยอะเลยละ

Yangyang: ตอนนี้เรามีกำลังเพียงพอที่จะรับมือกับทาเซ็ตดิสคอร์ดภายในเมืองแล้ว แต่ว่า... มีชิ้นส่วนกลไกประหลาดปรากฏขึ้นมาแถวนี้ ดูสิคะ...

Yangyang: เหมือนว่ามันจะหลุดเข้ามาจากที่ไหนสักแห่ง ช่างจากกระทรวงการพัฒนาไปตรวจสอบดูแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายต่อผู้คน

Qingxiao: ฉันจะรีบสำรวจตำหนักเทพให้เสร็จโดยเร็วที่สุด พอรู้สถานการณ์แน่ชัดแล้ว จะรีบกลับมาทันที

ผู้พเนจร: ถ้าเจออันตรายก็อย่าฝืนตัวเองนะ

Yangyang: ค่ะ คุณก็เหมือนกันนะ ฉันเองก็จะปกป้องเมืองร่วมกับทุกคน เมืองเสวียนฟางจะไม่มีวันล่มสลายเด็ดขาด

Qingxiao: Yangyang

Qingxiao: กระบี่เล่มนี้หลอมรวมขึ้นมาจากเจตจำนงแห่งกระบี่ของฉัน ถึงจะไม่มีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่ก็น่าจะปกป้องเธอได้

Yangyang: จอมอัศวิน Qingxiao... พวกคุณต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะคะ

ไปยังตำหนักเทพกับ Qingxiao

Qingxiao: ชิ้นส่วนกลไกประหลาดพวกนี้ เหมือนตัวกลไกเองจะทำงานผิดปกตินะ

Qingxiao: มีทาเซ็ตดิสคอร์ดหลุดเข้ามาได้

ผู้พเนจร: รีบจัดการเถอะ

ไปยังประตูหลักของตำหนักเทพ

ผู้พเนจร: ประตูตำหนักเทพ ปิดสนิทอยู่จริงๆ

Qingxiao: ช่วงนี้กระทรวงการสงครามเคยส่งคนมาที่นี่อยู่หลายครั้ง ฉันเองก็เคยมา แต่ตำหนักเทพกลับเงียบสงัด

ผู้พเนจร:

Qingxiao: เมื่อก่อน "Hsin" จะส่งตัวแทนมาต้อนรับผู้ที่มาเยือน แต่ถ้าไม่อยากเจอใคร ท่านก็จะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

Qingxiao: แต่ตอนนี้...

ผู้พเนจร: ดูเหมือนว่า... จะไม่ได้ผลนะ

Qingxiao: ถ้าอย่างนั้น...

Qingxiao: ใช้กระบี่พังประตูเข้าไปเลยดีกว่า

ผู้พเนจร: ...เดี๋ยวก่อนสิ

Abby: นี่ๆ เหมือนพวงเหรียญทองแดงที่เก็บได้ก่อนหน้านี้ จะมีปฏิกิริยากับพลังเรโซแนนซ์ของเธอนะ!

ผู้พเนจร: ...ประตูบานนี้ เหมือนทางเข้ามิติเสียงสะท้อนมิติโซโนโรเลยแฮะ

Qingxiao: มันเชื่อมกับประตูบานหนึ่ง เหมือนจะไปถึงตำหนักเทพโดยตรงเลยด้วย

Abby: ...งั้นพวงเหรียญทองแดงนี่ ก็คือกุญแจของประตูบานนี้สินะ

Qingxiao: ชายคนนั้นทิ้งจี้ไว้ในห้องลับ เพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่า คนที่เก็บมันได้จะต้องมาตามหา Hsin ที่ตำหนักเทพแห่งนี้

Abby: อืม... งั้นก็หมายความว่า เจ้าหนุ่มลึกลับนั่นจงใจทิ้งเบาะแสทางเข้าตำหนักเทพไว้ให้เธอโดยเฉพาะสินะ แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ?

ผู้พเนจร: ลองเข้าไปข้างในก่อน เดี๋ยวก็รู้เองแหละ

Abby: เอ่อ... ที่นี่กลิ่นเหม็นจังเลย ถ้าไม่มีอะไร... ฉันขอตัวกลับก่อนนะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็เรียกฉันละกัน!

Qingxiao: ตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นที่จะเข้าตำหนักเทพได้แล้ว ไปกันเถอะ

ผู้พเนจร:

ก้าวเข้าสู่ประตูลึกลับ

Qingxiao: นี่คือมิติเสียงสะท้อนขนาดเล็กที่เกิดจากพลังเรโซแนนซ์ ข้างในยังมีเสียงกังวานหลงเหลืออยู่...

มุ่งหน้าทะลุผ่านทางเดินไป

???: ว่ามาสิ ต้องใช้อายุขัยเท่าไหร่ถึงจะเปิดประตูนี้ได้?

???: ครึ่งปี

???: เฮ้... ชักจะโลภมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ

???: อย่ามาต่อรองนะ แล้วก็พูดให้มันเบาๆ หน่อย เดี๋ยวเจ้าหมอนั่นก็ได้ยินหรอก!

???: อะแฮ่ม...

???: หน็อย เจ้าตัวแสบ... สี่เดือนก็ได้!

???: ตกลงตามนี้

ผู้พเนจร: เสียงเมื่อกี้คือ...

Qingxiao: น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในเสียงกังวานน่ะ

Qingxiao: กลั้นหายใจไว้นะ

ผู้พเนจร: ในหมอกนี่... มีเสียงกังวานปะปนอยู่

Qingxiao: ...มีคนอยู่

???: โฮ่ ผู้ใดกัน? บังอาจบุกรุกตำหนักเทพโดยพลการ

ผู้พเนจร:

???: ลูกสมุนเฝ้าประตูที่แสนจะอ่อนแอยังไงล่ะ

???: เอ่อ ฉันสู้คุณไม่ไหวหรอกนะ ขอยอมแพ้ดีกว่า

Qingxiao: ...Muyu

Muyu: โอ๊ะ? ดูท่าคงไม่ต้องขัดขวางแล้วละ เก่งนัก... ก็ตามมาสิ

???: ใกล้จะได้เวลาแล้วละ

???: ไว้เจอกัน... ในปรภพนะ

Qingxiao: พวกเขาหนีไปแล้ว

Qingxiao: ผู้ชายคนนั้นคิดจะทดสอบฝีมือคุณ... เขาคือ "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" งั้นเหรอ?

ผู้พเนจร: อืม คงกำลังพิจารณาว่าจะร่วมมือกับฉันดีไหม ...Muyu คอยจับตาดูอยู่ เขายังเปิดเผยตัวตนไม่ได้

Qingxiao: ผู้พเนจร ดูข้างหน้าสิ

ผู้พเนจร: นั่นคือ...

Qingxiao: ศูนย์ควบคุมเมืองเสวียนฟาง ที่คอยควบคุมกลไกทุกอย่างภายในเมือง แต่ตอนนี้กลับถูกเสียงกังวานกัดกร่อนแล้ว

ผู้พเนจร: Muyu เคยใช้เสียงกังวานดัดแปลงระบบการทำงานของหุ่นกล ครั้งนี้เขาก็คงใช้วิธีที่คล้ายกัน

Qingxiao: นี่คือต้นตอของความผิดปกติในครั้งนี้สินะ

ผู้พเนจร: ...ปริซึมแห่งชะตามีปฏิกิริยาเหรอ?

ร่วงหล่นสู่ห้วงเหว

ผู้พเนจร: ...

ผู้พเนจร: (เหมือนตกลงมาจากฟ้า แล้วมาโผล่เอาที่นี่เลย... ทั้งๆ ที่ใช้ปีกแล้วแต่กลับบินไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?)

ผู้พเนจร: Qingxiao... เป็นอะไรไหม?

Qingxiao: อืม... ผู้พเนจร...

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ...ฉันไม่เป็นไร เหตุการณ์กะทันหันเกินไป แค่มึนนิดหน่อยน่ะ

Qingxiao: ก่อนหน้านี้เรายังอยู่ในตำหนักเทพ แต่ตอนนี้...

ผู้พเนจร: สิ่งก่อสร้างกลไกของเมืองเสวียนฟาง แปลงสภาพแบบเมื่อกี้ได้ด้วยเหรอ?

Qingxiao: ฉันก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ผู้พเนจร: Yangyang กับทุกคนในเมือง จะได้รับผลกระทบอะไรหรือเปล่านะ... เราต้องหาทางกลับไปให้ได้

ผู้พเนจร: เทอร์มินัลใช้งานไม่ได้... เหมือนสัญญาณถูกตัดขาดไปแล้ว

ผู้พเนจร: ...Abby... Abby?

Qingxiao: ที่นี่ไม่เหมือนหุบเขาทั่วไป มันอาจจะไม่ใช่สถานที่จริงด้วยซ้ำ

ผู้พเนจร: พอปริซึมแห่งชะตาส่องแสง เราก็มาโผล่ที่นี่... เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ Hsin หรือเปล่านะ?

Qingxiao: Hsin สามารถวิวัฒน์สาทิสรูปของสรรพสิ่งได้ ใช่ว่าเรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้นะ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ...พูดง่ายๆ ก็คือสามารถทำให้จำนวนกลไกเพิ่มขึ้น หรือลดลงก็ได้

Qingxiao: แถวนี้ยังมีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่ เหมือนเพิ่งเกิดศึกใหญ่ขึ้นไม่นาน

Qingxiao: มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย...

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ หาที่โล่งๆ กันดีกว่า

กลับไปยังตำหนักเทพ

คุยกับชาวบ้านที่ทักทายคุณ

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: ท่านเซียนกระบี่ลงจากเขามาแล้วหรือครับ ไม่ได้พบท่านนานเลยทีเดียว

Qingxiao: พวกเธอ...?

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: อ้อ พวกข้าเห็นมีบางสิ่งร่วงลงมาจากฟ้า ก็เลยตามมาดูแถวนี้น่ะ

ผู้พเนจร:

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: เช่นนั้นเองหรือ... ข้าไม่เคยพบหน้าพี่ชายท่านนี้มาก่อน คงมาจากนอกแดนเสวียนฟางกระมัง?

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: เข้าใจแล้ว ท่านเซียนกระบี่คงพาท่านลงมาจาก "สำเภาเมฆา" ของเมืองเสวียนฟางสินะ?

ผู้พเนจร:

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: ท่านไม่รู้จัก "สำเภาเมฆา" หรอกหรือ? ก็เรือลำมหึมาที่เหาะเหินอยู่บนท้องฟ้านั่นยังไงเล่า ศึกใหญ่คราวก่อน ถ้าไม่ได้สำเภาเมฆาคอยช่วยเหลือ เกรงว่าพวกเราคงลำบากหนักแล้ว

ผู้พเนจร: "ศึกใหญ่คราวก่อน" เหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นสำเภาเมฆาเลยล่ะ

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: เมื่อครึ่งเดือนก่อนนี่เอง ได้ยินว่ากองทัพเธรโนเดียนยกพลบุกมา ฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดสีดำทะมึนกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: ตอนนั้นพวกข้านึกว่าคงสิ้นหวังเสียแล้ว แต่... สำเภาเมฆาของเมืองเสวียนฟางก็ร่อนลงมาพร้อมกัน ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืน ก็กวาดล้างพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดจนราบคาบ

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: เธรโนเดียนตนนั้นนามว่า Over อะไรสักอย่างนี่แหละ... ข้าจำชื่อไม่ได้สักที

ผู้พเนจร:

ชาวบ้านที่ตรงไปตรงมา: ใช่แล้ว ชื่อนี้แหละ นามของมันฟังดูน่ากลัวถึงเพียงนั้น แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแก่สำเภาเมฆากับหุ่นกล ต้องล่าถอยไปอยู่ดี!

สอบถามสถานการณ์จากชาวบ้านบริเวณนั้น

สอบถามสถานการณ์จากชาวบ้านแถวนั้น

ชาวบ้านที่ร่าเริง: ท่านเซียนกระบี่ ไม่นึกเลยว่าท่านจะมาที่นี่ มีใครเดือดร้อนหรือคะ?

Qingxiao: ฉันอยากรู้เรื่อง "ศึกใหญ่ครั้งนั้น" น่ะ

ชาวบ้านที่ร่าเริง: เอ่อ เรื่องนั้นข้าก็รู้ไม่มากนักหรอกนะ สองวันนั้นข้ากับท่านปู่ท่านย่าไม่กล้าออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว น่าหวาดกลัวยิ่งนัก

ชาวบ้านที่ร่าเริง: ได้ยินว่าที่หุบเขาแห่งวิญญาณมีพระจันทร์สองดวง แล้วฝนก็ตกย้อนขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วย

ผู้พเนจร:

ชาวบ้านที่ร่าเริง: ใช่แล้วค่ะ ฝนกลับด้าน... ตามคำบอกเล่าของผู้ที่รอดชีวิต ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนเห็นภาพนิมิตจากอดีต เห็นญาติๆ ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยนะคะ

ชาวบ้านที่ร่าเริง: แต่สำเภาเมฆากับหุ่นกลไม่ได้กลัวฝนประหลาดนั่นเลย หลังเหตุวุ่นวายในแดนเสวียนฟางคลี่คลายแล้ว ก็ไปกำจัดต้นตอของทาเซ็ตดิสคอร์ดที่หุบเขาแห่งวิญญาณทันที

Qingxiao: ...แล้วเมืองเยวียนปลอดภัยดีหรือเปล่า?

ชาวบ้านที่ร่าเริง: ท่านเซียนกระบี่... ไยจึงถามเช่นนั้นล่ะคะ? เมืองเยวียนก็ยังสงบดีนี่นา

ชาวบ้านที่ร่าเริง: ถ้าเดินลัดเลาะไปตามทางภูเขาเส้นนี้ ก็จะเห็นเมืองเยวียนแล้วละค่ะ

ผู้พเนจร: Ovathrax... ฝนกลับด้าน... หุบเขาแห่งวิญญาณ... สงครามที่ชาวบ้านพูดถึงก็น่าจะเป็นศึกที่เกิดขึ้นในอดีต

Qingxiao: ..."ศึกเหวเมฆา" เมื่อสองร้อยปีก่อนน่ะ

ผู้พเนจร: ถ้าพวกเขาไม่ได้เข้าใจอะไรผิดเพี้ยน งั้นตอนนี้เรากำลังอยู่ในโลกมายางั้นเหรอ

ไปยังถ้ำข้างหน้า

ไปยังเมืองเยวียน

ผู้พเนจร: สิ่งก่อสร้างที่ดูยิ่งใหญ่นั่น... คือประตูขุนเขาของเมืองเยวียนงั้นเหรอ?

Qingxiao: นั่นไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาและอำนาจของเซนติเนล แต่เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์

ผู้พเนจร: ฉันเคยได้ยิน Yangyang พูดถึงเหมือนกัน นั่นคือเมืองกลไกที่กระทรวงการพัฒนาแห่งเมิ่งโจวเป็นผู้ริเริ่มจัดสร้าง และสำนักจั๋วจวินเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ก่อนที่เมืองเสวียนฟางจะถูกก่อตั้งขึ้นมา

Qingxiao: งั้นคุณก็น่าจะรู้จุดจบของมันนะ...

ผู้พเนจร: อืม ในศึกเหวเมฆา เมืองนั้นคือปราการที่พยายามหยุดยั้งฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดจนล่มสลาย

สอบถามสถานการณ์จากผู้คนบริเวณนั้น

ชายหนุ่มที่กำลังสงสัย: แปลกจัง... ทำไมประตูขุนเขาถึงไม่เปิดล่ะ?

ชายชราใจดี: เหอะๆ พ่อหนุ่ม เจ้าคงมาจากต่างถิ่นสินะ? ประตูขุนเขากำลังซ่อมบำรุงอยู่ ตอนนี้ยังไม่เปิดให้คนเข้าไปหรอก

ชายหนุ่มที่กำลังสงสัย: อ้อ บ้านข้าอยู่ที่หุบเขาเถาหยวน ข้ามาเยี่ยมพี่รอง เขาเป็นช่างอยู่ในเมืองเยวียนน่ะ

ชายชราใจดี: หุบเขาเถาหยวนหรือ... ได้ยินว่าจะก่อตั้งเมืองใหม่แล้วใช่หรือไม่? อีกไม่นาน พวกเจ้าก็ต้องเรียกตัวเองว่า "ชาวจินโจว" แล้วสินะ

ชายหนุ่มที่กำลังสงสัย: ตื้นตันใจจริงๆ เลย เราอุตส่าห์เดินทางจากหงเจิ้นมาถึงหุบเขาเถาหยวน ในที่สุดก็มีที่ให้ลงหลักปักฐานเสียที

ผู้พเนจร:

ชายหนุ่มที่กำลังสงสัย: ใช่แล้วละ สงครามยุติลงแล้ว ราชสำนักหมิงถิงก็มีราชโองการแจ้งมาแล้ว อีกไม่นานหวงหลงก็จะมีนครที่หกเพิ่มขึ้นมาแล้วละ

Qingxiao: ท่านผู้เฒ่า หมู่บ้านเสียนหลิง... เป็นยังไงบ้าง?

ชายชราใจดี: ท่านเซียนกระบี่ ไม่ได้ไปสักการะท่านเสียนานเลย วางใจเถิด ตอนที่ทาเซ็ตดิสคอร์ดบุกมา เราเข้าไปหลบภัยในเมืองเยวียน ทั้งหมู่บ้านปลอดภัยดี

Qingxiao: งั้นก็ดีแล้ว

ชายชราใจดี: ถ้าพวกท่านจะเข้าไปเมืองเยวียน คงต้องอ้อมหน่อยนะ วันนี้ประตูขุนเขายังไม่สะดวกให้ใช้เส้นทางน่ะ

ไปดูสถานการณ์ที่ประตูขุนเขา

Qingxiao: ประตูขุนเขาเมืองเยวียนยังปิดอยู่ เหมือนที่ผู้เฒ่าท่านนั้นพูดจริงๆ ด้วย

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ที่นี่เหมือนจะเป็นแดนเสวียนฟางเมื่อสองร้อยปีก่อน แต่ประวัติศาสตร์กลับไม่เหมือนกันเลย... ศึกเหวเมฆาไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรง เมืองเยวียนก็ไม่ได้ล่มสลาย

Qingxiao: ทุกอย่างดูสมจริงเกินไป... มิติเสียงสะท้อนนี่ไม่ธรรมดาเลย

ผู้พเนจร: เมื่อกี้เหมือนชาวบ้านทุกคนจะรู้จักคุณนะ แถมเรียกคุณว่า "ท่านเซียนกระบี่" ด้วย...

Qingxiao: ในช่วงเวลานี้ Hsin ยังไม่ได้เชิญฉันมารับตำแหน่งจอมอัศวินรักษ์เสวียนฟางเลย ส่วนฉายาเซียนกระบี่ ก็เป็นแค่ชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกันอย่างเกินจริงเท่านั้นแหละ

Qingxiao: ในเมื่อประตูขุนเขาปิดอยู่ ก็คงต้องอ้อมไปแล้วละ หรือไม่ก็...

ผู้พเนจร:

???: อ๊ากกก... เกือบไม่รอดซะแล้ว!

ผู้พเนจร: นี่คือ... หุ่นกลเหรอ?

???: ฮืออ... โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!

Jadie: ขะ...ข้าชื่อ Jadie! ถึงจะดูน่าสงสัย แต่เชื่อข้าเถอะนะ ข้ามาช่วยพวกท่านจริงๆ

Jadie: ถ้าอยากรู้ความลับของที่นี่ ก็ต้องหาทางขึ้นไปบนฟ้าให้ได้

Jadie: ดูสิ สำเภาเมฆาจะมาแล้ว...

Qingxiao: นั่นคือสำเภาเมฆาของเมืองเสวียนฟางงั้นเหรอ?

Jadie: ถูกต้อง มันกำลังบินไปตามเส้นทางประกายแสงที่จะไปยัง "ม่านสู่เมฆินทร์" เพื่อไต่ระดับให้สูงขึ้นไปอีก

ผู้พเนจร:

Jadie: ถ้ามองเผินๆ ก็เหมือนเมฆหมอกธรรมดานี่แหละ แต่พอเข้าไปใกล้ๆ มันก็จะเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมา

Jadie: ถ้าอยากตามสำเภาเมฆาให้ทัน ก็จงไปยังเส้นทางประกายแสงที่อยู่ไกลๆ ตรงโน้นสิ... พอผ่าน "ม่านสู่เมฆินทร์" ไป ก็จะถึง "แดนมนุษย์"...

Qingxiao: หุ่นกลตัวนี้หยุดทำงานไปแล้ว

ผู้พเนจร:

Qingxiao: มันกำลังชี้ทางให้เรา... ตรงนี้มีทางแยกที่เชื่อมไปถึงเส้นทางประกายแสงนั้น

ผู้พเนจร: ตอนที่เราตกลงมาจากตำหนักเทพ แล้วเห็นเมืองเสวียนฟางลอยฟ้าอยู่ ที่แท้มันประกอบขึ้นจากสำเภาเมฆาพวกนั้นนี่เอง

ผู้พเนจร: ไม่ว่าหุ่นกลตัวนี้จะพูดจริงหรือไม่ เราก็คงต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองแล้วละ

ออกเดินทางไปยังเส้นทางประกายแสงที่อยู่ไกลออกไป

ออกเดินทาง ไปยังเส้นทางประกายแสงที่อยู่ไกลออกไป

ผู้พเนจร: ฉันไม่ค่อยเห็นใครเหยียบกระบี่แล้วเหาะเหินได้แบบนี้เลย

Qingxiao: กระบี่เหินเวหาไม่ใช่เคล็ดวิชาหายากอะไรหรอก เจ้าเมืองจินโจวและที่ปรึกษาประจำตัวที่คุณเคยเจอ ก็พอจะเหยียบกระบี่เหาะเหินได้เหมือนกัน

ผู้พเนจร: ...คุณรู้จัก Jinhsiจินซี กับ Changliฉางหลี ด้วยเหรอ?

Qingxiao: ตอนที่เจ้าเมืองเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ที่ปรึกษา Changli เคยมาที่กระทรวงการสงครามเมืองเสวียนฟาง เพื่อหารือเรื่องแนวป้องกัน ฉันก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมด้วย

ผู้พเนจร: พอจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว สอนฉันบ้างได้ไหม?

Qingxiao: ...ฉันไม่ถนัดสอนคนอื่นน่ะ เมื่อก่อนเคยช่วยสอนผู้สืบทอดเคล็ดอัสนีคนหนึ่ง เธอจ้องแต่จะหนีไปเที่ยวเล่นอย่างเดียวเลย

ผู้พเนจร: ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวลองฝึกดูก็รู้ว่าเหมาะกับฉันไหม ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณนะ

Qingxiao: ...ตกลง

ไปยังเส้นทางประกายแสง

ผู้พเนจร: พอจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว สอนฉันบ้างได้ไหม?

Qingxiao: ...ฉันไม่ถนัดสอนคนอื่นน่ะ เมื่อก่อนเคยช่วยสอนผู้สืบทอดเคล็ดอัสนีคนหนึ่ง เธอจ้องแต่จะหนีไปเที่ยวเล่นอย่างเดียวเลย

ผู้พเนจร: ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวลองฝึกดูก็รู้ว่าเหมาะกับฉันไหม ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณนะ

Qingxiao: ...ตกลง

ผู้พเนจร: ใกล้ถึงเส้นทางประกายแสงแล้ว เราตามเส้นทางกลไกนี้ไปดีกว่า

Qingxiao: ตอนที่ตกลงมาเมื่อกี้คุณก็น่าจะรู้แล้ว ว่าที่นี่ห้ามใช้วิธีเหาะเหินแบบทั่วไป

Qingxiao: เส้นทางที่เหลือ ห้ามประมาทเด็ดขาด

พุ่งไปยังม่านสู่เมฆินทร์

Qingxiao: เตรียมตัวให้พร้อมนะ เรากำลังจะเข้าใกล้เส้นทางประกายแสงแล้ว

ผู้พเนจร: พลังขับเคลื่อนมัน...?

Qingxiao: มาสิ

Qingxiao: ตั้งสมาธิควบคุมกระบี่

Qingxiao: จำไว้นะ กระบี่เคลื่อนไหวตามเจตจำนง จงหลอมรวมจิตกับกระบี่เป็นหนึ่งเดียว

สำรวจสำเภาเมฆา

Qingxiao: เมื่อกี้ฉันถ่ายทอดวิชากระบี่เหินเวหาผ่านเจตจำนงแห่งกระบี่ให้คุณแล้ว ถ้าอยากใช้ให้คล่องกว่านี้ ก็ต้องฝึกฝนอีกหน่อยนะ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: เพราะร่างกายของคุณมีคุณสมบัติพิเศษ และมีพื้นฐานวิชากระบี่ที่ล้ำลึกอยู่แล้ว

Qingxiao: "กระบี่รวมจิต" ที่ฉันถ่ายทอดให้ เพียงมีจิตใจที่แน่วแน่ เจตจำนงแห่งกระบี่ก็จะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน

ผู้พเนจร: Qingxiao ถ้าอย่างนั้น ฉันก็เป็นศิษย์ของคุณแล้วน่ะสิ

Qingxiao: ...

สำรวจข้างหน้า และทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน

Qingxiao: ช่างที่อยู่ข้างหน้าพวกนั้น น่าจะรู้อะไรบ้างนะ

สำรวจสำเภาเมฆา

สอบถามสถานการณ์จากเหล่าช่างฝีมือ

ช่างฝีมือที่เป็นมิตร: ท่านเซียนกระบี่ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ? ขออภัยที่ไม่ได้เตรียมน้ำชาต้อนรับ แล้วท่านผู้นี้คือ...

ผู้พเนจร:

ช่างฝีมือที่เป็นมิตร: ยินดีที่ได้รู้จัก ขอต้อนรับสู่เมืองเสวียนฟางของเรา หรือจะเรียกว่าสำเภาเมฆาก็ได้นะ

ช่างฝีมือที่เป็นมิตร: เช่นนี้นี่เอง ผู้ที่ติดตามท่านเซียนกระบี่มาด้วย... ที่แท้ก็คือศิษย์ของท่านนี่เอง

Qingxiao: ...

Qingxiao: ฉันจำคุณได้ Anyanอันเหยียน สินะ

Anyan: ใช่ครับ เมื่อก่อนเคยอยู่ฝ่ายป้องกันของกระทรวงการพัฒนาแห่งเมืองเยวียน ตอนนี้เป็นสมาชิกหน่วยซ่อมบำรุงบนสำเภาเมฆา มีหน้าที่ดูแลกลไก

Anyan: ตอนนั้นถ้าไม่ได้ท่านออกมาปกป้องเมืองเยวียนจากฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ด เราก็คงไม่มีโอกาสร่วมก่อสร้างเมืองเสวียนฟาง

ผู้พเนจร: ที่นี่คือเมืองกลไกที่เซนติเนลแห่งเมิ่งโจวช่วยสร้างขึ้นมาใช่ไหม?

Anyan: เซนติเนล...? ท่านพูดถึงสิ่งใดกัน ข้าไม่ค่อยเข้าใจเลย

Qingxiao: ถ้าไม่ใช่เพราะเซนติเนล Hsin แล้วเมืองเสวียนฟางกับสำเภาเมฆามาจากไหนล่ะ?

Anyan: ท่านเซียนกระบี่ เหตุใดท่านก็... เช่นนั้นให้ข้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟังจะดีกว่า

Anyan: มี "เซียน" ผู้หนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านจักรกลอัตโนมัติมาเยือนแดนเสวียนฟาง และได้ถ่ายทอดวิชามหัศจรรย์ ที่ราวกับเปลี่ยนหินเป็นทองคำให้แก่เรา

Anyan: ไม่ว่าจะเป็นหิน ดิน หรือหยก ล้วนกลายเป็นกลไกได้ทั้งนั้น แล้วตัวกลไกจะวิวัฒน์และเพิ่มจำนวนเอง ช่างจากกระทรวงการพัฒนาและสำนักจั๋วจวินร่วมมือกัน สร้างเมืองเสวียนฟางที่เหนือความคาดหมายขึ้นมาได้สำเร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

Anyan: และในศึกเมื่อครึ่งเดือนก่อน สำเภาเมฆาก็ได้เข้าสู่สนามรบจริงอย่างเป็นทางการ...

Anyan: เรารอคำสั่งอยู่ในห้องพักประจำสำเภาเมฆา แต่กลับไม่ต้องทำสิ่งใดเลย เพราะสำเภาเมฆาค้นหาเป้าหมาย ขับไล่ และกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดได้ด้วยตัวเอง

Anyan: หากเจอมุมที่สำเภาเมฆาเข้าไม่ถึง ก็จะส่งหุ่นกลลงไป กำจัดพวกมันทีละตัว ราวกับกองทัพเทพจุติลงมาจากฟ้า

Anyan: ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืน กองทัพเธรโนเดียนก็ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก ตั้งแต่เมืองเยวียนจนถึงหุบเขาแห่งวิญญาณ

Anyan: ตอนนี้สำเภาเมฆาก็ไปช่วยพื้นที่อื่นในหวงหลงได้อีกด้วยนะ มีสำเภาเมฆาบางส่วนมุ่งหน้าไปทุ่งร้างนอร์ฟอลล์ เพื่อคุ้มกันเมืองจินโจวที่เพิ่งก่อตั้งแล้ว

ผู้พเนจร: ...ฉันอยากรู้ว่า "เซียน" ผู้นั้นที่คุณพูดถึง มีลักษณะยังไงเหรอ

Anyan: แปลกตรงนี้แหละ เราจำหน้าตากับเสียงของเซียนท่านนั้นไม่ได้เลย นี่อาจจะเป็นวิชาลึกลับของเขาก็ได้

Anyan: หากพวกท่านอยากรู้มากกว่านี้ ก็ไปที่สำเภาเมฆาข้างหน้าสิ เซียนผู้นั้นพำนักอยู่ที่นั่นน่ะ

Qingxiao: เมืองเสวียนฟางแห่งนี้ไม่มีเซนติเนล แต่กลับมีเซียนผู้ถ่ายทอดศาสตร์จักรกลอัตโนมัติ...

ผู้พเนจร: เซียนผู้นั้น อาจจะเกี่ยวข้องกับ Muyu ก็ได้นะ

ผู้พเนจร: ไปสำเภาเมฆาข้างหน้ากันเถอะ จะได้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกันแน่

สำรวจข้างหน้า

ผู้พเนจร: พวกหุ่นกลที่อยู่ข้างหน้า... เหมือนจะเป็นทหารเฝ้าสำเภาเมฆานะ

มุ่งหน้าไปยังสำเภาเมฆาด้านหน้าสุด

กำจัดหุ่นกลผิดปกติ

Qingxiao: ...พวกมันคงคิดว่าเราบุกรุกสินะ

ผู้พเนจร: ทำให้พวกมันสงบลงก่อนเถอะ

หารือสถานการณ์ปัจจุบันกับ Qingxiao

Qingxiao: หุ่นกลพวกนี้ไม่มีความผิดปกติ แต่กลับโจมตีเรา

ผู้พเนจร: ไปดูสำเภาเมฆาลำถัดไปกันเถอะ จะได้รู้ว่าลำอื่นเป็นเหมือนกันไหม

Qingxiao: กระแสลมที่ก่อตัวขึ้นเป็นเส้นทางระหว่างสำเภาเมฆาเสถียรมากทีเดียว เหมาะกับการใช้กระบี่เหินเวหาเลยละ

ผู้พเนจร: คุณจะบอกว่า...

Qingxiao: ลองควบคุมกระบี่ดูสิ ใช้เจตจำนงของคุณสร้างกระบี่ขึ้นมา แล้วข้ามไปที่สำเภาเมฆาลำถัดไป

สำรวจข้างหน้าต่อ

Qingxiao: เป็นอย่างที่คิดไว้ ไม่ใช่แค่สำเภาเมฆาลำนั้นที่มองเราเป็นศัตรู

ผู้พเนจร: ดูท่าทางกองทัพสำเภาเมฆาคงไม่ยอมเปิดทางให้เราผ่านง่ายๆ สินะ

กำจัดหุ่นกลผิดปกติ

คุยกับ Qingxiao เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ผู้พเนจร: กลไกนี้เหมือนค่ายกลกระบี่ของคุณเลย

Qingxiao: หลายปีก่อน... ช่างจากสภาซาวานเทย์เคยขอให้ฉันช่วยทดสอบกลไก ที่ใช้กักขังทาเซ็ตดิสคอร์ดประเภทนี้

Qingxiao: ฉันไม่เข้าใจการทำงานของมันหรอกนะ แต่รู้วิธีทำลายค่ายกลนี้... แค่ใช้กระบี่เหินเวหาโจมตี "แกนกลาง" ที่ทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางค่ายกลก็พอ

Qingxiao: ทางนี้ให้ฉันจัดการเอง อีกฝั่งหนึ่งฝากคุณด้วยนะ

มุ่งหน้าต่อไป

Qingxiao: สรรพสิ่งใต้หล้าล้วนผันแปร แก่นแท้ล้วนคือความถี่ ยามเผชิญอุปสรรค เพียงหยั่งรู้ถึงหลักสำคัญ กระบี่พลันทำลายลงได้

ผู้พเนจร: พอพูดถึงวิทยายุทธ์ น้ำเสียงคุณก็... ฟังดูโบราณขึ้นมาเลยนะ

Qingxiao: ...เอาเป็นว่า เราสามารถใช้กระบี่เหินเวหาทำลายกลไกพวกนี้ได้

ไปข้างหน้าต่อ

ใช้กระบี่เหินเวหา ไปยังสำเภาเมฆาลำถัดไป

Qingxiao: เหยียบกระบี่ล่องกลางสายลม เพ่งมองเพียงเบื้องหน้าก็พอ ฉันจะคอยระวังให้

ใช้กระบี่เหินเวหาไปยังสำเภาเมฆาลำถัดไป

ใช้กระบี่เหินเวหาปลดแกนควบคุมกลไก

Qingxiao: ครั้งนี้ซับซ้อนหน่อย ต้องหาแกนกลางทั้งหมดให้เจอ

สำรวจข้างหน้า

ผู้พเนจร: (เหมือนจะต้องใช้เจตจำนงสร้างกระบี่เพิ่มถึงจะทำลายมันได้)

ตรวจสอบความถี่ของแสงกระบี่ที่อยู่ใกล้เคียง

???: ...ท่านคือเซียนกระบี่ในตำนานที่อยู่บนภูเขาใช่ไหมคะ?

???: ข้าไม่ใช่เซียนที่เจ้าตามหาหรอกนะ

???: หากไม่ใช่ท่าน แล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะคะ?

???: ท่านเซียนกระบี่ ทาเซ็ตดิสคอร์ดจะมาแล้ว! ช่วยเราหน่อยได้ไหมคะ? พวกมันวนเวียนอยู่แถวผาอรุณผลัดราตรี กำลังจะมาถึงหมู่บ้านแล้ว

???: เช่นนั้นก็จงนำทางด้วยเถอะ... เจ้าชื่ออะไรหรือ?

Ruoyun: Ruoyunรั่วอวิ๋น ค่ะ Ruo ที่แปลว่า "หากว่า" Yun ที่แปลว่า "เมฆ"

ผู้พเนจร: เมื่อกี้คือเรื่องราวในอดีตของคุณเหรอ?

Qingxiao: อืม... เธอคือช่างจากสภาซาวานเทย์ที่ฉันพูดถึง โตมาในหมู่บ้านเสียนหลิงน่ะ

Qingxiao: ตอนฉันเพิ่งมาถึงแดนเสวียนฟาง ปักษานิลสวรรค์ก็พาเธอขึ้นมาบนเขาเพื่อขอให้ฉันช่วยเหลือ จากนั้นเธอก็มาหาฉันบ่อยขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะมาขอความช่วยเหลือแทนคนอื่นมากกว่า

Qingxiao: แต่ทำไม... ถึงมีเรื่องราวของ Ruoyun ปรากฏขึ้นที่นี่ได้ล่ะ?

ใช้กระบี่เหินเวหาเพื่อปลดกลไกทั้งหมดในครั้งเดียว

Qingxiao: ทำได้ดีมาก เดี๋ยวฉันทำลายแกนกลางสุดท้ายนี้เอง

รอให้ Qingxiao ปลดกลไกสุดท้าย

ผู้พเนจร: Qingxiao ที่จริงคุณพยายามสอนฉันอยู่ใช่ไหม?

Qingxiao: ดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสินะ? บอกแล้วไงว่าฉันสอนใครไม่ค่อยเก่ง

ผู้พเนจร: ไม่หรอก คุณสอนได้ดีมากเลยนะ ไปกันเถอะ

ไปข้างหน้าต่อ

Qingxiao: กระบี่แหวกมวลเมฆา ขุนเขาและธารามิแปรเปลี่ยน...

มุ่งหน้าไปยังสำเภาเมฆาลำถัดไป

Qingxiao: เหมือนช่างแถวนี้จะไม่เห็นความผิดปกติของหุ่นกลเลยนะ

เอาชนะหุ่นกลที่บุกเข้ามา

???: อ๊ะ ท่านเซียนกระบี่มาที่นี่ได้อย่างไรคะ? ทางนี้ค่ะ ทางนี้!

คุยกับช่างฝีมือที่ได้รับการช่วยเหลือ

Shitang: ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ หุ่นกลจะเริ่มปั่นป่วน เหมือนกับเข้าสู่โหมดเตือนภัยเลย

Qingxiao: ...ดูเหมือนว่าจะมีแค่พวกเธอที่สังเกตเห็นเรื่องนี้นะ

Chigong: ก็เพราะตอนนี้เป็นเวลางาน เราต้องเฝ้าอยู่ตลอด ไปไหนไม่ได้น่ะครับ

ผู้พเนจร:

Shitang: ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ทุกคนชินแล้วมากกว่า พอแบ่งงานเสร็จก็จะพากันจดจ่ออยู่กับงาน

Shitang: แต่ช่วงนี้ ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนแทบไม่ยอมพักกันเลย ไม่มีใครแอบอู้สักคน

Chigong: จริงด้วย... ข้าก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนสมองเริ่มมึนงง แล้วก็ไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น

Shitang: พอเจ้าพูดแบบนี้ ข้าก็รู้สึกเหมือนกันเลย แม้แต่นิยายที่เคยชอบอ่าน ก็ไม่มีอารมณ์หยิบขึ้นมาอ่านแล้ว

Qingxiao: พวกเธอเคยเจอเซียนที่สอนจักรกลอัตโนมัติไหม? เคยได้ยินชื่อ Muyu หรือเปล่า?

Chigong: เอ่อ... ไม่เคยเจอ Muyu อะไรนี่นะ แต่เคยเจอเซียนท่านนั้น เขาเพิ่งมาเมื่อไม่นานนี้เอง แถมยังช่วยเราแก้ไขปัญหากลไกด้วย

Shitang: ข้าจำได้รางๆ นะ... ตอนสอนเราเขาก็ตอบหมดทุกคำถาม ไม่ถือตัวเลยสักนิด

ผู้พเนจร:

Shitang: ได้ยินคนอื่นบอกว่า ท่านเซียนอยู่บนสำเภาเมฆาลำหน้าสุดน่ะค่ะ

Shitang: พวกท่านช่วยแวะดูสหายของข้าด้วยได้หรือไม่คะ? นางนั่งชมทิวทัศน์อยู่ข้างหน้านี่เอง

Shitang: ช่วงนี้นางดูซึมๆ ไม่ค่อยพูดจากับใครเลย แปลกมาก

ผู้พเนจร: เมืองเสวียนฟางลอยฟ้าแห่งนี้... ไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็นภายนอกเลยนะ

ไปพูดคุยกับช่างฝีมือที่มีท่าทางประหลาด

Lianqing: ...

ผู้พเนจร:

Lianqing: ช่วงนี้ข้านั่งมองพระอาทิตย์ขึ้น ในสมองของข้าบอกว่ามันสวยงามมาก แต่ในใจข้ากลับว่างเปล่า

Lianqing: ข้าไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งรอบตัวแล้ว ราวกับว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นแค่กลไกที่ทำงานอยู่บนสำเภาเมฆา

Lianqing: ถ้าข้ากระโดดลงจากสำเภาเมฆา จะเป็นอย่างไรนะ?

Lianqing: ...ข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอก ก็แค่รู้สึกเฉยเมยกับทุกอย่างแล้วน่ะ

Lianqing: ...

จากนั้นไม่ว่าพวกคุณจะถามอะไร เธอก็เงียบเฉย

Qingxiao: ...

ผู้พเนจร: ...เป็นอะไรไปเหรอ?

Qingxiao: ฉันจำพวกเขาได้ ช่างบนสำเภาเมฆาเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตไปพร้อมกับเมืองเยวียนที่ล่มสลายในศึกเหวเมฆา

ผู้พเนจร: เพราะแดนเสวียนฟางแห่งนี้ผ่านศึกเหวเมฆามาอย่างปลอดภัย พวกเขาเลยยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?

Qingxiao: อืม ตอนนั้นช่างฝีมือและทหารกลุ่มสุดท้ายที่เฝ้าระวังเมืองเยวียน ต้องระเบิดเมืองทิ้งด้วยน้ำมือของตัวเอง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดบุกเข้าสู่เมิ่งโจว

ผู้พเนจร:

Qingxiao: เปล่าหรอก ตอนนั้น... ฉันช่วยกองกำลังรักษาดินแดนที่หุบเขาแห่งวิญญาณน่ะ

Qingxiao: พอกลับมาถึงแดนเสวียนฟาง ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว เมืองเยวียนกลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

Qingxiao: ถ้าฉันกลับมาเร็วหน่อย ถ้าเมืองเสวียนฟางแข็งแกร่งเหมือนที่เราเห็นจริงๆ จุดจบก็คงไม่เหมือนเดิม

ผู้พเนจร:

ผู้พเนจร: ที่นี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าโลกแห่งความจริงนักหรอก ผู้คนที่เราเจอระหว่างทางก็ดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้

Qingxiao: เหมือนมีอะไรกำลังยับยั้งความรู้สึกของพวกเขาไว้

ผู้พเนจร: นอกจากถ่ายทอดศาสตร์จักรกลอัตโนมัติแล้ว เซียนผู้นั้นอาจจะแอบทำอย่างอื่นด้วยก็ได้นะ

Qingxiao: อืม ไปกันต่อเถอะ

ไปข้างหน้าต่อ

ไปยังสำเภาเมฆาลำถัดไป

ลองใช้กลไกขับเคลื่อนสำเภาเมฆา แล้วมุ่งหน้าไปข้างหน้า

Qingxiao: ระวังด้วย!

ผู้พเนจร: ...เกือบตกลงไปซะแล้วสิ

Qingxiao: ใช้กระบี่เหินเวหาเคลื่อนตามกระแสลมพวกนี้ไปเถอะ

Muyu: มากันสักทีนะ เริ่มชินกับอุปสรรคระหว่างทางบ้างหรือยัง?

Muyu: ทำไมนกน้อยแสนโง่เขลาคนนั้นไม่มาด้วยล่ะ? ฉันยังจดจำ... ดาบที่ยัยตัวดีนั่นฟันฉันครั้งก่อนได้ดีเลยนะ

Qingxiao: ครั้งนี้ฉันจะจัดการแกเอง

Muyu: อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ ท่านเซียนกระบี่ เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันเป็นแค่เงามายาเท่านั้น

Muyu: คุยกันก่อนดีกว่า ระหว่างทางคงจะมีข้อสงสัยไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?

ผู้พเนจร: แกทำอะไรกับสภาพจิตใจของพวกช่างฝีมือในมิติเสียงสะท้อนนี้?

Muyu: นี่คือ "แดนเสวียนฟางเมื่อสองร้อยปีก่อน" ที่งดงามยิ่งกว่าเดิม ฉันเป็นคนเนรมิตขึ้นมาเองเลยนะ

Muyu: ส่วนช่างเหล่านั้นก็เป็นแค่เงาในอดีต ที่ฉันยื่นมือเข้าไปช่วยนิดหน่อย... ก็แค่ดัดแปลงการรับรู้ ตัดข้อบกพร่องด้านความรู้สึกทิ้งไป เพื่อทำให้พวกเขากลายเป็นตัวตนที่ "สมบูรณ์แบบ" มากกว่าเดิมยังไงล่ะ

Muyu: Qingxiao เธอคงเข้าใจดีสินะ? ไร้ความรู้สึก ไร้ความปรารถนา จิตใจมั่นคงและไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด นั่นคือผู้ฝึกบำเพ็ญในอุดมคติของเธอไม่ใช่เหรอ?

Qingxiao: การฝึกบำเพ็ญใช่ว่าจะต้องกลายเป็นท่อนไม้ที่ไร้ความรู้สึกนะ

Muyu: ท่อนไม้งั้นเหรอ... ไม่หรอก นี่คือเมืองเสวียนฟางที่สมบูรณ์แบบต่างหาก

Muyu: ทุกสิ่งล้วนเป็นกลไกอันประณีตที่ทำงานอัตโนมัติ แค่มีกลไกนี้ ต่อให้เกิดศึกเหวเมฆาขึ้นอีกครั้ง ก็จะไม่มีจุดจบที่น่าสลดเหมือนเคย

Muyu: ฉันเอือมระอากับ "ละครวีรชน" ที่สร้างขึ้นจากเลือด น้ำตา และการเสียสละเต็มทีแล้ว

Muyu: ยังไงซะ เรื่องราวที่ซาบซึ้งใจและน่าสรรเสริญพวกนั้น ก็เป็นแค่ยาปลอบใจที่คนอ่อนแอใช้ เพื่อหลอกให้ตัวเองรู้สึกชินชาในยามที่อับจนหนทางเท่านั้นแหละ

Qingxiao: Muyu แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินพวกเขา

Muyu: หึ... ฉันเป็นคนก่อตั้งเมืองเยวียน ฉันเข้าใจขีดจำกัดของมนุษย์ดีกว่าเรโซเนเตอร์ที่แข็งแกร่งอย่างพวกแก

Muyu: ตอนที่เมืองเยวียนล่มสลาย อาดูรการณ์บดขยี้มนุษย์ที่ดิ้นรนต่อสู้ แต่ "ผู้นำทางอารยธรรม" กลับยืนมองอย่างเย็นชา

Muyu: แท้จริงแล้ว "เมืองเสวียนฟาง" ควรจะแข็งแกร่งเหมือนที่เห็นอยู่ตอนนี้ ฉันก็แค่จำลองพิมพ์เขียวเทคโนโลยีมาจากฐานข้อมูล พูดอีกอย่างก็คือ...

Muyu: เมืองเสวียนฟางเคยมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์ในศึกเหวเมฆาได้ แต่ลองเดาดูสิ ว่าตอนนั้น Hsin จิ้งจอกจันทราผู้เป็นเซนติเนลของเรา... ช่วยพวกเราไว้ไม่ได้ หรือไม่คิดอยากจะช่วยกันแน่?

ผู้พเนจร: ถึงแกจะสงสัยในเจตนาของเซนติเนล แต่ที่แกตกต่ำแบบนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซนติเนลเลยสักนิด

ผู้พเนจร: สิ่งที่ฉันเห็น ก็แค่คนขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในมิติเสียงสะท้อนจอมปลอม เพื่อทำการทดลองหลอกตัวเองไปวันๆ

Qingxiao: ไม่ว่าแกจะซ่อนร่างจริงของตัวเองไว้ที่ไหน ฉันก็จะตามหาแกให้เจอ แล้วจัดการแกซะ

Muyu: ฉันจะรอนะ แต่ว่า...

Muyu: พวกแกหลงคิดว่าทุกอย่างของที่นี่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

เอาชนะหุ่นกลที่บุกเข้ามา

Qingxiao: หมอกพวกนี้จะทำให้พลังเรโซแนนซ์ไม่เสถียร

Qingxiao: Skywatch Lancer... เป็นหุ่นกลรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยผลิตจริงในตอนนั้น

ผู้พเนจร: คุณเคยเห็นพวกมันมาก่อนเหรอ?

Qingxiao: Ruoyun เคยเป็นคนร่วมออกแบบด้วย ตอนที่ช่วยเธอทดสอบหุ่นกล ฉันเคยทำหุ่นต้นแบบพังน่ะ

ไปดูสถานการณ์ของหุ่นกลลึกลับตัวนั้น

Jadie: อ๊ากกกก... เจ้าพวกทรยศนี่จะรังแกกันเกินไปแล้ว! ขอบคุณที่ช่วยนะ เราเจอกันอีกแล้ว!

ผู้พเนจร:

Jadie: ใช่แล้ว พวกท่านเคลื่อนไหวกันไวมาก ข้าตามมาแทบไม่ทันเลย

Jadie: Jadie ข้าชื่อ Jadie พวกท่านเคลื่อนไหวกันไวมาก ข้าตามมาแทบไม่ทันเลย

Qingxiao: ประตูขุนเขาแห่งเมืองเยวียนห่างจากที่นี่ตั้งไกล อีกอย่างตอนนั้นเธอก็หยุดทำงานไปแล้วนี่

Jadie: เอ่อ อันที่จริงตอนนั้นพลังงานข้าหมด ก็เลยปิดเครื่องไปน่ะ พอตื่นขึ้นมาก็ไปหาพลังงานสำรองจากหุ่นกลตัวอื่น ถึงได้ตามมาทันจนได้

Jadie: ท้องนภาของที่นี่แบ่งออกเป็นหลายชั้นตามระดับความสูง ที่นี่คือ "แดนมนุษย์" ถ้าขึ้นไปอีกก็จะเป็น "แดนพิภพ"

Jadie: ถ้าพวกท่านอยากไปจัดการเจ้าวายร้ายตาเดียวนั่น ก็มุ่งขึ้นไปข้างบนต่อเถอะ!

Qingxiao: ทำไมมิติเสียงสะท้อนแห่งนี้ ถึงแบ่งเป็นหลายชั้นล่ะ?

Jadie: ก็เพราะมันพิเศษไงล่ะ ไม่ต้องกังวลนะ พวกท่านใกล้จะพบต้นตอของเรื่องทั้งหมดแล้ว

ผู้พเนจร: เธอรู้เรื่องทุกอย่าง แต่กลับปิดบังข้อมูลสำคัญมาโดยตลอดงั้นเหรอ

Jadie: ...ถ้าเป็นไปได้ Jadie ก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ

Jadie: แต่มีข่าวร้ายอยู่เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ของเมืองที่อยู่ข้างนอกนั่นกำลังแย่ลง

ผู้พเนจร:

Jadie: เจ้าพวกตัวร้ายกำลังบุกไปที่นั่นเป็นฝูงเลย ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อ ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปทางไหน

Qingxiao: ...

Yangyang: วิหคสานนภาของผู้บัญชาการ Qiuhong ตรวจพบฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดจากยอดเขาทางทิศตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เมืองเสวียนฟาง ทุกคนเตรียมพร้อมด้วย!

Yangyang: ตอนที่ศัตรูบุกมา ฉันจะจัดการตัวที่อันตรายที่สุดเองค่ะ ส่วนแนวหน้าต้องรับมือตามแผนที่จัดไว้อย่างเคร่งครัด ห้ามแยกตัวออกจากกลุ่มเด็ดขาดนะ

เหล่าพลทหาร: รับทราบ! พลอัศวิน Yangyang!

Yangyang: ผู้พเนจร... จอมอัศวิน Qingxiao... เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว...

Yangyang: พวกคุณต้องปลอดภัยนะ

???: Yangyang อย่าลืมฉันสิ

Liangyu: พลอัศวินเงา Liangyuเหลียงอวี่ ได้เวลากลับมาร่วมรบแล้ว

Yangyang: แต่ว่าอาการบาดเจ็บของเธอ...

Liangyu: ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้ถือว่าหายดีแล้วละ ฉันแค่มาพักฟื้นอยู่ในกระทรวงการสงครามตามที่หมอบอกเพื่อให้แน่ใจเท่านั้นเอง

Liangyu: ได้ยินว่าพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดเร่ร่อนเริ่มมุ่งหน้ามาที่เมืองเสวียนฟางแล้ว ฉันจะปล่อยให้เธอแบกรับหน้าที่นี้คนเดียวได้ยังไง

Liangyu: สู้ไปด้วยกันนะ ไตรอัศวินเงารุ่นใหม่ ถึงตอนนี้จะเหลือแค่สองคนก็เถอะ... ฉันจะไม่ทำให้ Qingzhiชิงจื่อ กับ Duzhongตู้จ้ง ผิดหวัง

Yangyang: ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาสู้ไปด้วยกันอีกครั้งนะ

Liangyu: ชาวบ้าน... ปลอดภัยดีใช่ไหม?

Yangyang: ไม่ต้องห่วงหรอก ชาวบ้านกลุ่มสุดท้ายที่กระจัดกระจายตามจุดต่างๆ อพยพไปยังแนวป้องกันอย่างปลอดภัยแล้วละ

Yangyang: เอ๊ะ นี่คือ...

ทหารที่ส่งข่าว: พลอัศวิน Yangyang คะ...

ทหารที่ส่งข่าว: กระทรวงการพัฒนามีรายงานมาว่า ลานกักกันอีกแห่งหนึ่งหยุดทำงานแล้วค่ะ

Yangyang: อย่างนั้นเหรอคะ... เข้าใจแล้วละ

Jadie: Jadie รู้ว่าพวกท่านมาแก้ปัญหาของเมืองนั้น พวกท่านจะไม่เชื่อใจข้าก็ได้ แต่ข้าเชื่อใจพวกท่านนะ

Qingxiao: ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยโกหกเราจริงๆ ด้วย

Jadie: ท่าน Qingxiao ขอร้องล่ะ พวกท่านโปรดเดินหน้าไปกันต่อเถอะนะ

Qingxiao: ฉันจำได้ว่า ฉันไม่เคยบอกชื่อกับเธอนะ

Jadie: ระ...เรื่องนี้... ข้าได้ยินมาจากเจ้าวายร้ายตาเดียวน่ะ อะแฮ่ม พวกท่านต้องระวัง "หมอกวิปลาส" ด้วยนะ

ผู้พเนจร:

Jadie: ก็หมอกที่สูดเข้าไปแล้วจะเวียนหัวพวกนั้นนั่นแหละ เมื่อกี้ก็เห็นแล้วนี่นา

Qingxiao: แล้วเธอไม่ไปกับเราเหรอ?

Jadie: ไม่ดีกว่า ข้าไม่อยากเป็นภาระให้พวกท่าน เดี๋ยวถ้าพร้อมแล้ว ข้าจะไปหาพวกท่านเอง

มุ่งหน้าไปยังเส้นทางประกายแสงที่นำไปยังม่านสู่เมฆินทร์

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": (...ทิ้งไว้แถวนี้ก็แล้วกัน)

ไปข้างหน้าต่อ

ทิ้งเบาะแสไว้ให้คนผู้นั้นเถอะ

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": (ฉันทำได้แค่นี้แหละ ถึงเวลาไปสมทบกับหมอนั่นแล้ว)

???: นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าพวกเขาจะเห็นของที่นายทิ้งไว้

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ลองจะรู้ได้ยังไงล่ะ? อีกอย่าง ฉันก็เคยทำสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งนะ

ไปยังสำเภาเมฆาด้านหน้า

ทะลุผ่าน "ประตูปรภพ"

ไปพบ Muyu

Muyu: หายไปนานจังเลยนะ

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": อุตส่าห์ได้ขึ้นมาบนสำเภาเมฆาที่น่าทึ่งขนาดนี้ ก็ต้องเดินดูรอบๆ เพื่อเปิดหูเปิดตาสักหน่อยสิ

Muyu: ฉันอยากรู้จังว่า ในมุมมองของผู้ท่องปรภพ เสียงกังวานของผู้ล่วงลับคืออะไร?

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": สนใจเรื่องนี้ด้วยเหรอ? มันก็แค่ความยึดติดที่หลงเหลืออยู่บนโลกเท่านั้นแหละ

Muyu: แต่สำหรับฉัน เสียงกังวานคือวัตถุดิบที่นำไปสู่วิถีแห่งอุตรภาพ เป็น "ทรัพยากร" ที่เปลี่ยนรูปได้ง่ายยังไงล่ะ

หุ่นกล?: ...ที่นี่... ที่ไหนกัน?

Muyu: ที่นี่คือสำเภาเมฆาแห่งเมืองเสวียนฟาง แกคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกหน่อย ไปเถอะ

Muyu: ก่อนหน้านี้ที่เมืองเสวียนฟาง ฉันพิสูจน์ได้แล้วว่า เสียงกังวานส่งผลต่อตรรกะการทำงานของหุ่นกล และตอนนี้ฉันก็ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นแล้ว...

Muyu: ใช้เสียงกังวานของผู้ล่วงลับมาขับเคลื่อนหุ่นกล เพื่อให้มันได้ฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้ง

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": คนตายไปแล้ว ยังจะปลุกให้ฟื้นขึ้นมา พวกเขาจะไม่ว่าอะไรเหรอ?

Muyu: ฉันดัดแปลงการรับรู้ของเสียงกังวานเหล่านี้ ตัดความรู้สึกและความปรารถนาที่ไม่จำเป็นทิ้ง

Muyu: พวกมันจะไม่ทุกข์และสุขกับเรื่องไร้สาระ และไม่ใส่ใจเรื่องจุกจิกที่ไม่สำคัญ

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ร่างครึ่งคนครึ่งผีแบบนี้ นี่คือผลลัพธ์ที่นายต้องการงั้นเหรอ?

Muyu: ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน ตอนนี้พวกมันเป็นเพียง "ผลผลิตระหว่างทาง" ของการทดลองเท่านั้น

Muyu: ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย... ช่วยจัดการตัวอย่างเมื่อกี้ให้ทีสิ

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ฉันรับปากเจ้าสำนักว่าจะมาช่วยงานนายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นนะ ไม่ได้บอกว่าจะมาช่วยกำจัดของผุพังให้ซะหน่อย

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ...น่าเบื่อจริงๆ

Muyu: ทำได้ดีมาก นี่คือการสูญเสียที่จำเป็น การคัดทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมดีกว่าการพยายามเก็บทุกอย่างเอาไว้

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": จะว่าไป ผู้พเนจร กับจอมอัศวินรักษ์เสวียนฟางก็เข้ามาในมิติเสียงสะท้อนแล้วนี่ ไม่กลัวบ้างหรือไง?

Muyu: ..."จิ้งจอก" ตัวนั้น ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": หึ ขอให้โชคดีละกันนะ ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาหรอก

Muyu: เหล่าผู้พิทักษ์มักจะหลงผิดอยู่เรื่องหนึ่งว่า... พอจัดการคนที่อยู่เบื้องหลังได้แล้ว ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปเอง

Muyu: แต่อันที่จริง จุดจบมันถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว... ฉันจะเล่นเกมนี้กับพวกเขาต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาอันควร

???: (นี่เจ้าตัวแสบ ให้ฉันเก็บเสียงกังวานในหุ่นกลผุพังนี่ไว้ทำไมกัน? จะพามันไปด้วยหรือไง?)

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": (ทำเหมือนเดิม หาที่ปล่อยไปซะ)

ตรวจสอบความผิดปกติโดยรอบ

Qingxiao: หมอกพวกนี้ก็คือ "หมอกวิปลาส" ที่ Jadie พูดถึงสินะ อย่าอยู่ใกล้มันนานนักละ

ผู้พเนจร: ลองสังเกตดูสิ เหมือนหุ่นกลพวกนี้กำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่เลย

Qingxiao: ดูเหมือนจะไม่มีเจตนาร้ายนะ

สำรวจบริเวณโดยรอบ

Qingxiao: ถึงหมอกจะกัดกร่อนกลไกเหล่านี้ แต่ก็ยังใช้กระบี่เหินเวหาทำลายมันได้นะ

ตรวจสอบซากหุ่นกลบริเวณใกล้เคียง

Qingxiao: รอยดาบบนหุ่นกลตัวนี้เฉียบคมมาก คงจะเพิ่งถูกทำลายได้ไม่นาน

ผู้พเนจร: ความถี่ที่หลงเหลืออยู่ คล้ายกับพลังเรโซแนนซ์ของ "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" เลย อาจจะเป็นฝีมือของเขาก็ได้นะ

ตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ

Qingxiao: เหมือนพวกมัน... จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นปกติเลยนะ

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ขอบคุณ พวกท่านนะ ปลดผนึกได้แล้ว ที่นี่ หมู่บ้านของเรา ข้าคือ ผู้ใหญ่บ้าน

ผู้พเนจร:

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: พวกเรา ไม่มีที่ไป จึงมา รวมตัวกัน ที่นี่

Qingxiao: มันมีกลิ่นอายของเสียงกังวาน คล้ายกับหุ่นกลที่ Muyu ควบคุมในศึกป้องกันเมืองนั่นเลย

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ...ข้ารู้สึกเหมือนจะสื่อสารกับพวกท่านได้เป็นปกติแล้ว

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ข้าลืมไปเกือบหมดแล้ว... แต่ยังจำได้ว่าตัวเองเป็นมนุษย์ และเคยอยู่ในหมู่บ้านเสียนหลิงเมื่อนานมาแล้ว

ผู้พเนจร: ยังจำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อก่อนได้ไหม?

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: พวกเราอาศัยช่วงชุลมุนหนีกลับมาที่หมู่บ้าน แต่กลับมาได้ไม่นานก็ถูกกลไกประหลาดพวกนี้ขังเอาไว้

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนอยู่ข้างนอก หากพวกท่านได้ออกไป... ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วยจะได้ไหม?

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ขอบคุณนะ ข้านึกขึ้นได้ว่า... มีสตรีแปลกหน้านางหนึ่งทิ้งกระบี่ไว้ที่นี่ ฝากให้ข้ามอบให้คนนอกที่เข้ามา

Qingxiao: เธอมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?

ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมิตร?: ขออภัยด้วย ข้าจำหน้าตาของนางไม่ได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะไปเอากระบี่เล่มนั้นมาให้นะ

Qingxiao: ...Muyu ฝังเสียงกังวานของผู้ล่วงลับไว้ในหุ่นกล ทำให้พวกเขา "มีชีวิต" แบบนี้

ผู้พเนจร: นี่คงเป็นหนึ่งในการทดลองบางอย่างของมันสินะ ชั่วร้ายยิ่งกว่าตอนอยู่ในแดนมนุษย์ซะอีก

Qingxiao: ...อึก

Qingxiao: ไปดูกระบี่เล่มนั้นกันเถอะ เราน่าจะเคยเห็นมาก่อน

ผู้พเนจร: คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?

Qingxiao: ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นอุปสรรคต่อเรื่องนี้หรอก

Qingxiao: หมอกหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ความผิดปกติของที่นี่กำลังรุนแรงขึ้น

สำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ

สัมผัสเจตจำนงแห่งกระบี่

Ruoyun ในอดีต: ท่านเซียนกระบี่คะ ข้ามาเพื่อบอกลาท่าน... Lingfangหลิงฟาง เป็นคนบอกให้ข้ามาน่ะค่ะ

Qingxiao ในอดีต: แล้วเจ้าจะไปแห่งใด?

Ruoyun ในอดีต: ข้ายังอยู่ที่เมืองเสวียนฟางนี่แหละค่ะ เมืองสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว เพียงแต่รู้สึกว่า... ควรมากล่าวลาท่านเสียก่อน

Ruoyun ในอดีต: ข้ารักแดนเสวียนฟาง รักผู้คนที่นี่ ข้าจึงอยากจะใช้จักรกลอัตโนมัติ มอบพลังในการปกป้องตนเองให้แก่ทุกคน

Ruoyun ในอดีต: เช่นนี้แล้ว... ก็คงไม่ต้องให้ปักษานิลสวรรค์มารบกวนท่านเซียนกระบี่อีก

Ruoyun ในอดีต: ขอถามท่านสักเรื่องจะได้ไหมคะ? หากรู้ทั้งรู้ว่าเส้นทางเบื้องหน้านั้นยากลำบาก แต่ยังคงมุ่งหน้าไปต่อ จนต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ ไปมากมาย เช่นนั้นแล้ว... มันคุ้มค่าหรือไม่?

Qingxiao ในอดีต: ...คำตอบนั้น ข้าคงให้แทนตัวเจ้าเองไม่ได้หรอก

Ruoyun ในอดีต: ไม่เป็นไรค่ะ ยังมีเวลาอีกมาก เดี๋ยวจะค่อยๆ คิดก็แล้วกันค่ะ

Ruoyun ในอดีต: ลาก่อนนะคะ... ท่าน Qingxiao

Qingxiao: ภาพเมื่อกี้คือเหตุการณ์ตอนที่ Ruoyun มาลาฉัน

ผู้พเนจร: แล้วเธอไปไหนต่อเหรอ?

Qingxiao: ไม่นานหลังจากนั้น ศึกเหวเมฆาก็ปะทุขึ้น เธออยู่ในหน่วยที่รับผิดชอบทำลายเมืองเยวียน

Qingxiao: ต่อมาฉันกลับไปตามหาเธอที่ซากปรักหักพัง... แต่ก็ไม่เจอ

ออกจาก "หมู่บ้านหุ่นกล"

Qingxiao: ...ไปกันเถอะ เราสองคนทำลายผนึกนี้ด้วยกันได้

Qingxiao: ทำได้ดีมาก

ไปข้างหน้าต่อ

ผู้พเนจร: หุ่นกลกำลังโจมตี "ชาวบ้าน" รีบไปช่วยพวกเขากันเถอะ

กำจัดหุ่นกลผิดปกติ และช่วยเหลือ "ชาวบ้าน"

พูดคุยกับ "ชาวบ้าน" ในโลกปรภพ

ทหารที่ใจเย็น?: ขอบคุณพวกท่านมาก... ยังมีสหายบางคนอยู่บนสำเภาเมฆาข้างหน้านั่น

ทหารที่ใจเย็น?: กลไกบนสำเภาเมฆาผิดปกติ หุ่นกลสูญเสียการควบคุม เราต้านทานไม่ได้เลย...

ผู้พเนจร:

ทหารที่ใจเย็น?: พวกท่านเป็นคนนอกสินะ ตอนนี้เมืองเยวียนเป็นอย่างไรบ้าง?

Qingxiao: ...ว่ายังไงนะ?

ทหารที่ใจเย็น?: ข้าจำได้ว่า... ข้าเคยปกป้องเมืองนั้นร่วมกับผู้คนมากมาย แต่พวกทาเซ็ตดิสคอร์ดมีจำนวนมากเกินไป สุดท้ายแล้ว... พวกเราพ่ายแพ้ใช่ไหม?

Qingxiao: ...ผิดแล้ว พวกเธอชนะต่างหาก ความสงบสุขสองร้อยปีของแดนเสวียนฟาง แลกมาด้วยความพยายามของพวกเธอนะ

ทหารที่ใจเย็น?: เช่นนั้นก็ดีแล้ว... ไม่รู้ว่าทำไม ในใจข้ากลับไม่รู้สึกว่างเปล่าเหมือนแต่ก่อนแล้วละ

ไปข้างหน้าต่อ

ผู้พเนจร: พวกหุ่นกลที่โจมตี "ชาวบ้าน" ไม่มีเสียงกังวานเลยนะ

Qingxiao: พวกมันถูก Muyu ควบคุมโดยตรง เหมือนหุ่นกลในแดนมนุษย์นั่นแหละ

เด็กที่ถูกขัง?: ...ทำไมถึงช่วยข้าออกมาล่ะ?

เด็กที่ถูกขัง?: ถึงข้าจะขยับตัวได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อดี...

Qingxiao: อย่าประมาทเด็ดขาด

กำจัดหุ่นกล

ไปข้างหน้าต่อ

ผู้พเนจร: (แถวนี้มีความถี่พิเศษอีกแล้ว ลองใช้จี้เหรียญตรวจดูดีกว่า)

ตรวจสอบหนังสือที่ดูเหมือนจะมีคนทิ้งไว้

สำรวจข้างหน้าต่อ

ไปข้างหน้าต่อ

Qingxiao: ดูเหมือนหุ่นกลข้างหน้ากำลังซ่อมอุปกรณ์กลไกขนาดใหญ่นั่นอยู่

คุยกับหุ่นกลข้างอุปกรณ์กลไก

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: ก่อนที่หุ่นกลวิกลจริตระลอกถัดไปจะมา ข้าต้องรีบซ่อมปืนกลไกเสวียนฟางให้เสร็จ

ผู้พเนจร:

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: นี่คืออาวุธป้องกันที่ล้ำหน้าที่สุดบนสำเภาเมฆา มันติดตามและโจมตีเป้าหมายได้

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: จะเข้าใจว่าเป็นปืนใหญ่อัตโนมัติที่ทรงพลังก็ได้นะ

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: ...อีกนิดเดียวก็จะซ่อมเสร็จแล้วละ

ไปข้างหน้าต่อ

กำจัดหุ่นกลที่ผิดปกติ

กำจัดหุ่นกลผิดปกติที่บุกเข้ามา

ผู้พเนจร: Qingxiao ถ้าเทียบกับกระบี่เหินเวหาของคุณแล้ว ความเร็วของปืนกลไกนี้...

Qingxiao: ...หากอยู่ในระยะร้อยเมตร กระบี่ของฉันเร็วกว่า

สำรวจข้างหน้าต่อ

Qingxiao: อึก...

ผู้พเนจร: Qingxiao อย่าฝืนเลยนะ ไปหาที่พักกันสักหน่อยเถอะ

Qingxiao: ตกลง ขึ้นไปบนสำเภาเมฆาลำใหญ่นั้นก่อนดีกว่า

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: พวกท่านเดินหน้าต่อไปเถอะ ข้าจะอยู่ดูแลปืนกลไกที่นี่เอง

ช่างฝีมือที่ซ่อมกลไก?: ข้าจะไม่ปล่อยให้หุ่นกลวิกลจริตพวกนั้น ข้ามแนวป้องกันนี้ไปได้หรอก

Muyu: ยินดีต้อนรับสู่สำเภาเมฆาที่มีกระทรวงการสงครามเป็นต้นแบบ แต่ว่ามันไม่ต้องการทหารที่เป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว

ผู้พเนจร: Muyu... แกฝังเสียงกังวานเข้าไปในหุ่นกล แล้วยังจะส่งหุ่นกลไปโจมตีพวกเขาอีกงั้นเหรอ?

Muyu: ก็เพราะว่า พวกมันเป็นหนูทดลองที่ล้มเหลวไงล่ะ

Muyu: จิตสำนึกเสื่อมถอย ความทรงจำสูญหาย การตระหนักรู้เลือนราง เคลื่อนไหวอิสระไม่ได้... ถึงเวลาเปลี่ยนตัวอย่างชุดใหม่แล้ว

Qingxiao: แกเหยียบย่ำชีวิตของผู้บริสุทธิ์ แล้วใช้พวกเขาเป็นหนูทดลอง

Muyu: เรียกว่า... "ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า" จะดีกว่านะ

Muyu: พวกนั้นเป็นแค่เสียงกังวานที่กระจัดกระจายอยู่ตามซากเมืองเยวียน ถึงปล่อยไว้ ก็อาจจะวิวัฒน์ไปเป็นทาเซ็ตดิสคอร์ดอยู่ดี

Muyu: แต่ตอนนี้พวกมันกลายเป็นตัวอย่างของการทดลองที่ยิ่งใหญ่... ถ้าเสียงกังวานหลอมรวมเข้ากับร่างหุ่นกลได้ เราก็จะทำลายเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตายได้ แล้วสร้างชีวิตที่เป็นอมตะขึ้นมายังไงล่ะ

Muyu: ร่างกายเสื่อมสลาย ก็แค่เปลี่ยนร่างใหม่ ตราบใดที่ยังมีจิตสำนึก ก็จะคงอยู่ไปตลอดกาล ถึงตอนนั้นชีวิตและความตายก็จะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ผู้ล่วงลับจะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ได้

ผู้พเนจร:

Muyu: อย่าเอาฉันไปเทียบกับหญิงใจแคบคนนั้นสิ ในสายตาของ "หุ่นบุปผา" ก็มีแค่ดินแดนสุขาวดี ที่ดูดีแค่เปลือกนอกอย่างเมืองเมิ่งโจวเท่านั้นแหละ

Muyu: โอ้ ชื่อน่าสนใจดีนี่ ฉันเคยได้ยินชื่อองค์กรเล็กๆ นี้ของจินโจวนะ ทั้งที่ยังไม่เคยสัมผัสแก่นแท้ของวิญญาณ แต่กลับใช้ความทรงจำรังสรรค์ภาพลวงตาตลกๆ ขึ้นมา

Muyu: ช่างทำตุ๊กตา... ก็แค่นักเชิดหุ่นที่ไม่ได้เรื่องเท่านั้นแหละ แค่ชี้แนะไม่กี่คำ ฉันก็เห็นความอ่อนแอที่จมอยู่กับอดีตในดวงตาของเขาแล้วละ

Muyu: มาพูดถึงเรื่องที่พวกเธอสนใจดีกว่า อย่างเช่น... กระทรวงการสงครามในโลกแห่งความเป็นจริง

Muyu: ลองเดาดูสิว่า ถ้าลานกักกันปล่อยทาเซ็ตดิสคอร์ดออกมาอย่างต่อเนื่อง หน่วยพิทักษ์เสวียนฟางจะยืนหยัดได้นานแค่ไหน?

Muyu: แค่หนึ่งแห่งยังพอรับมือไหว แต่ถ้าเพิ่มมาสองแห่ง สามแห่งล่ะ? ต่อให้พวกเขายืนหยัดได้จริง แต่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียมากขนาดไหนกันเชียว

ผู้พเนจร: อย่าดูถูกผู้คนในเมืองเสวียนฟางนะ แกไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าพวกเขาต่อสู้ไปเพื่ออะไร

Muyu: หึ พวกแกเชื่อมั่นในความรู้สึกและเจตจำนงอันเปราะบาง แต่กลับไม่เข้าใจว่า มนุษย์ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ถึงจะกุมชะตาของตัวเองได้

Muyu: อีกไม่นานพวกเขาก็จะถึงคราวพังพินาศ ส่วนสิ่งที่ฉันทำ ก็แค่เร่งให้ลานกักกัน... หยุดทำงานเร็วขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นเอง

Qingxiao: ...ผู้คนในเมืองเสวียนฟางจะต้องรอดมาได้

Muyu: จอมอัศวิน Qingxiao ต่อให้เธอมีอิทธิฤทธิ์มากแค่ไหน ก็ปกป้องทุกคนเอาไว้ไม่ได้หรอกนะ

Muyu: เธอ... ทำอะไรลงไป?

Muyu: ไม่สิ ทำไมความถี่ของเธอถึงอ่อนแอขนาดนี้...

Muyu: ความถี่พิเศษที่สำเภาเมฆาตรวจพบว่าเชื่อมโยงกับโลกภายนอกมาโดยตลอด มาจากเธองั้นเหรอ?

Muyu: เธอกระจายพลังไปให้ใครบ้าง หน่วยพิทักษ์เสวียนฟางและเมืองเสวียนฟางทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?

Muyu: อย่าบอกนะว่า... กระจายไปทั่วทั้งแดนเสวียนฟางเลย

Muyu: ท่านเซียนกระบี่ เธอโง่เขลากว่าที่ฉันคิดซะอีก ถึงตอนนี้จะช่วยพวกเขาได้ แต่เธอปกป้องพวกเขาไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ

Muyu: เธอรู้ดีกว่าใคร ว่าชีวิตของคนธรรมดาเปราะบางแค่ไหน เมื่อเทียบกับเรโซเนเตอร์อย่างพวกเธอ อีกไม่นานเมืองเสวียนฟางก็จะพังทลาย ทุกคนจะต้องตาย

Muyu: เธอเปลี่ยนจุดจบนั้นไม่ได้หรอก... ทุกสิ่งที่เธอทำ ก็แค่สร้างภาระให้ตัวเองแต่สุดท้ายก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี...

Qingxiao: ...หืม?

ผู้พเนจร: การที่ Muyu โผล่ขึ้นมาแบบนี้ แปลว่าเราเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วละ

ผู้พเนจร: ท่าทางคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ เรื่องต่อสู้เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง

Qingxiao: ไม่ต้องห่วงฉันหรอก... จดจ่อกับศัตรูตรงหน้าเถอะ

กำจัดหุ่นกลที่ Muyu ควบคุม

กำจัดหุ่นกลที่บุกเข้ามาต่อ

Qingxiao: อึก... ผู้พเนจร

ผู้พเนจร: มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม?

Qingxiao: ไม่เป็นไร...

ผู้พเนจร: Qingxiao ในฐานะเพื่อนร่วมทาง ฉันต้องรู้เรื่องราวของคุณให้แน่ชัด ความปลอดภัยของคุณก็สำคัญเหมือนกันนะ

Qingxiao: ...หลังจากศึกป้องกันเมืองครั้งก่อน ฉันก็กระจายเจตจำนงแห่งกระบี่มาโดยตลอด ฉันสละพลังเรโซแนนซ์จำนวนมาก เพื่อประคองเจตจำนงแห่งกระบี่เอาไว้

Qingxiao: ตอนนี้ศึกที่เมืองเสวียนฟางกำลังตึงเครียด ฉันเลยต้อง... อาศัยสภาวะโอเวอร์คล็อกผสานเจตจำนงเหล่านั้นไว้ พอสถานการณ์คลี่คลายลง เดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง

ผู้พเนจร: ...อย่าฝืนตัวเองจนเกินไปนะ

Qingxiao: เมื่อคืนคุณบอกฉันว่าให้ "ยืนหยัดในทางเลือกนั้น" นี่แหละคือทางเลือกของฉัน

Qingxiao: ฉันจะไม่ยอมให้แดนเสวียนฟางเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีก นี่คือหนทางเดียวที่จะปกป้องทุกคนเอาไว้ให้ได้

ผู้พเนจร: แต่คุณจะแก้ปัญหาทุกอย่างคนเดียวไม่ได้หรอกนะ

Qingxiao: แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ...

Qingxiao: เจตจำนงแห่งกระบี่เป็นเพียง "เมล็ดพันธุ์" ที่ฉันหว่านลงไป สิ่งที่ทำให้มันหยั่งรากและเติบโตขึ้นจริงๆ คือเจตจำนงของผู้คนต่างหาก

Qingxiao: เพราะมีหัวใจที่อยากปกป้องผู้อื่น กระบี่จึงกลายเป็นอาวุธแห่งจิตของพวกเขา

ผู้พเนจร:

Qingxiao: แค่ก... แค่ก...

ผู้พเนจร: ไปกันเถอะ หาที่หลบหมอกกันดีกว่า

ประคอง Qingxiao ไปยังระเบียง

Qingxiao: ...ผู้พเนจร คุณไล่ตาม Muyu ไปเถอะ

ผู้พเนจร: ไม่ได้หรอกนะ ก็เราเลือกที่จะประคองกันไปแล้วนี่

ผู้พเนจร: คุณเป็นคนถ่ายทอดวิชากระบี่เหินเวหาให้ฉัน และคอยสอนฉันมาตลอดทางไม่ใช่เหรอ?

ผู้พเนจร: เราเลี่ยงสำเภาเมฆาลำนั้นไปกันเถอะ

Qingxiao: ...อึก... อ่า...

ประคอง Qingxiao ต่อไป

Qingxiao: ปล่อยฉันไว้ก่อนเถอะ... คุณจะได้เคลื่อนไหวสะดวก

กำจัดหุ่นกลที่ขวางทาง

Qingxiao: ฉัน... จะใช้กระบี่ช่วยคุณเอง

ผู้พเนจร: ตอนนี้คุณจำเป็นต้องพักผ่อนก่อนนะ

Qingxiao: ...ไม่เป็นไร ฉันจะไม่ฝืนตัวเองหรอก

กำจัดภัยคุกคามในบริเวณใกล้เคียงต่อ

บริเวณโดยรอบปลอดภัยแล้ว กลับไปหา Qingxiao

ผู้พเนจร: เป็นยังไงบ้าง? พวกเราไปที่ห้องพักแถวนี้กันก่อนเถอะ

Qingxiao: อืม... ขอบคุณนะ

ผู้พเนจร: Qingxiao รับปากฉันอย่างหนึ่งสิ ต่อไปอย่าฝืนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอีกนะ

Qingxiao: ...ตกลง

พา Qingxiao เข้าไปในห้องพักประจำสำเภาเมฆา

Qingxiao: ไม่เป็นไร... ขอแค่ได้ดีดกู่ฉินสักพัก ก็คงดีขึ้นเอง

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันอารมณ์ฉุนเฉียวตั้งแต่เด็ก... จึงต้องฝึกกู่ฉินเพื่อขัดเกลาจิตใจและปรับสมดุลร่างกายน่ะ

ผู้พเนจร: ..."อารมณ์ฉุนเฉียว" เหรอ?

Qingxiao: ...ก่อนขึ้นไปฝึกบำเพ็ญบนเขา ฉันมีวิชากระบี่ติดตัว เลยชอบต่อสู้กับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดและสิ่งชั่วร้ายอย่างไม่คิดชีวิต

Qingxiao: ต่อมาอาจารย์เห็นว่าจิตใจของฉันไม่ค่อยนิ่ง... เลยถ่ายทอดวิชากู่ฉินให้ฉัน

Qingxiao: ...จากนี้... รบกวนคุณเฝ้าอยู่ข้างๆ ฉันสักพักนะ ฉันจะรีบฟื้นตัว แล้วออกเดินทางต่อกัน

ผู้พเนจร: ...เสียงกู่ฉินของคุณฟังดูสับสนวุ่นวายมากเลย

Qingxiao: ฉัน... อึก...

Qingxiao: ผู้พเนจร... รับปากฉันเรื่องหนึ่งได้ไหม

Qingxiao: ถ้าหากฉันหันคมกระบี่เข้าหาคุณ... จงปลิดชีพฉัน อย่าได้ลังเล

Qingxiao: อึก...

???: ช่วยข้าด้วย... ท่านเซียนกระบี่...

???: ทาเซ็ตดิสคอร์ด... หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดเลย!

???: ทุกคนตายกันหมดแล้ว... แม้แต่ปักษานิลสวรรค์ก็...

???: ท่านเซียนกระบี่... ท่านหายไปไหนมา? ท่าน... ทอดทิ้งเราไปแล้วเหรอ?

???: ท่านเซียนกระบี่คะ

Qingxiao: ...Ruoyun

Ruoyun?: Qingxiao เจ้าไม่จำเป็นต้องเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้นหรอก ข้ารู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าไม่ได้เย็นชาดังที่ผู้คนเห็น

Ruoyun?: ที่จริงแล้วเจ้าก็ไม่ได้ต่างจากปุถุชนทั่วไปอย่างเราหรอก เจ้าดีใจ เสียใจ โกรธแค้น... และนึกเสียดายเป็นเหมือนกัน

Qingxiao: เจ้าตายไปแล้ว... ตายไปพร้อมกับการล่มสลายของเมืองเยวียนเมื่อสองร้อยปีก่อน

Ruoyun?: ตายไปแล้ว... จะพูดไม่ได้อย่างนั้นหรือ?

Lingfang?: ขอบคุณท่านยิ่งนัก ที่ช่วยดูแลลูกหลานของเรา

Lingfang?: เวลาผ่านมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่ท่านก็ยัง... ปล่อยวางศึกครั้งนั้นไม่ได้สินะ

Qingxiao: ...เธอเป็นแค่ภาพสะท้อนในใจของฉัน เป็นมารในใจที่ฉันยังตัดไม่ขาด

Qingxiao?: หึ... ก็แค่การกอบกู้ที่ไร้ความหมาย แต่เจ้ากลับเอาชีวิตของผู้คน ไปเดิมพันไว้บนกระบี่ของตัวเองอีกครั้ง

Qingxiao?: มาเถิด... การต่อสู้อันยาวนานระหว่างเรา ถึงเวลาต้องปิดฉากลงเสียที

ผู้พเนจร: (ห้องพักประจำสำเภานี้เหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากหมอก... Qingxiao...)

สัมผัสเจตจำนงแห่งกระบี่

???: ชาวบ้านเหล่านั้น เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าหรือ?

Qingxiao ในอดีต: พวกเขาเคยแบ่งปันอาหารให้ข้า

???: เพียงเพราะเหตุนี้ เจ้าจึงยอมเอาชีวิตเข้าแลกกับฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ด เพื่อคนธรรมดาเหล่านั้นงั้นหรือ?

Qingxiao ในอดีต: ร่างกายของข้าอ่อนแอ คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แทนที่จะตายไปอย่างไร้ความหมาย สู้ตายไปพร้อมกับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดยังจะดีกว่า

Jingwei?: ด้วยกระบี่หักเล่มนั้นน่ะหรือ... ข้าชื่อ Jingweiจิ้งเวย เจ้าสนใจมาเป็นศิษย์ของข้า แล้วก้าวสู่วิถีแห่งการฝึกบำเพ็ญหรือไม่?

Jingwei?: พลังเรโซแนนซ์ของเจ้าไม่มั่นคงมาตั้งแต่กำเนิด หากปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป จะต้องฝึกจิตให้นิ่งสงบ

Qingxiao ในอดีต: ศิษย์... ทุกข์ใจทุกครั้งที่เห็นผู้อื่นลำบาก แล้วก็เดือดดาลเมื่อเห็นทาเซ็ตดิสคอร์ดทำร้ายผู้คน

Jingwei?: เช่นนั้นก็จงอย่าทัศนา อย่าสดับฟัง จงถอยตัวออกห่าง ฝึกจิตให้มั่นคงและสงบนิ่ง ปล่อยวางจากโลกมนุษย์ เจ้าก็จะตัดกิเลสได้

Jingwei?: จำไว้ว่า อย่าให้จิตใจสั่นคลอนเพราะสิ่งภายนอก อย่าวางจิตผูกพันกับโลกมนุษย์

Jingwei?: ...แอบลงเขาไปกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดอีกแล้วสินะ

Qingxiao ในอดีต: ศิษย์แค่ไปกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ด ไม่ได้ผูกสัมพันธ์กับผู้คน จิตใจก็ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

Jingwei?: อาดูรการณ์ยังวนเวียนอยู่ เจ้าไปช่วยผู้คน ก็เหมือนพยายามต้านกระแสน้ำที่ไหลบ่า แต่สุดท้ายกระแสน้ำย่อมซัดกลับมาอยู่ดี

Qingxiao ในอดีต: แต่ถ้านิ่งดูดาย ชีวิตอมตะก็คงไม่ต่างอะไรจากก้อนหิน ท่านเอง... ก็ยังช่วยข้าไว้จากพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดไม่ใช่หรือคะ

Jingwei?: ...เช่นนั้นก็บอกข้าหน่อยว่า "วิถี" ของเจ้าคืออะไร?

Qingxiao ในอดีต: ศิษย์... ยังหา "คำตอบ" ไม่เจอค่ะ

สำรวจข้างหน้าต่อ

Jingwei?: อย่าได้รีบร้อนเลย แม้ที่นี่จะผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่โลกภายนอกก็แค่ชั่วพริบตา

ผู้พเนจร: คุณคือ... อาจารย์ของ Qingxiao เหรอ?

Jingwei?: ข้าเป็นเพียงคลื่นความถี่ที่หลงเหลืออยู่ที่นี่ อีกอย่าง Qingxiao เป็นศิษย์ที่มีวิชาติดตัวอยู่แล้ว ข้าเพียงชี้นำหลักแห่งการฝึกบำเพ็ญให้เท่านั้น

ผู้พเนจร: ถ้างั้น "Qingxiao" ที่อยู่รอบๆ นี่... คืออะไรกัน?

Jingwei?: ผู้ฝึกบำเพ็ญอย่างเรา หากอยากบรรลุมรรคา จะต้องละวางกิเลสทางโลก และกำจัดมารแห่งจิตเสียก่อน

Jingwei?: นั่นคือร่องรอยการต่อสู้กับมารแห่งจิตที่นางเคยเผชิญในอดีต แต่คราวนี้ ถึงเวลาต้องปิดฉากมันเสียที

Jingwei?: สหายเอ๋ย ในเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่ ย่อมหมายความว่านางเลือกเจ้าเป็นผู้ถือกระบี่แล้ว

ผู้พเนจร: ผู้ถือกระบี่...?

Jingwei?: หากมารแห่งจิตครอบงำนางได้...

Jingwei?: จงสังหารนางเสีย

ตรวจดูสถานการณ์ของ Qingxiao

Qingxiao?: เหตุใดเจ้าถึงยังติดอยู่ในแดนเสวียนฟางล่ะ? เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่หรือ?

ผู้พเนจร: ...Qingxiao ตื่นสิ?

Qingxiao: เพราะว่า...

มารแห่งจิต: นับตั้งแต่ศึกเหวเมฆา ก็ผ่านพ้นมาสองร้อยปีแล้ว จิตใจของเจ้าไม่เคยกลับมาสงบนิ่งอีกเลย

มารแห่งจิต: ในวันนั้น ปักษานิลสวรรค์บอกว่าหุบเขาแห่งวิญญาณและเมืองเยวียนเกิดสงคราม แล้วเจ้าลงจากเขาไปที่ใดกัน?

Qingxiao: ข้าไปหุบเขาแห่งวิญญาณ

มารแห่งจิต: ในยามนั้น เจ้ามั่นใจเสียเหลือเกิน ว่ากระบี่ของเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะกำจัดต้นตอแห่งอาดูรการณ์ และกอบกู้ทุกสิ่งได้ แต่แล้ว...

มารแห่งจิต: ฝนกลับด้านและคมดาบของเธรโนเดียนก็เหนี่ยวรั้งเจ้าไว้ เมื่อมาถึงแดนเสวียนฟาง เจ้าก็ได้เห็น...

มารแห่งจิต: โศกนาฏกรรมอันน่าอนาถ ในสนามรบแห่งมรณะที่ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด

มุ่งหน้าไปตามมารแห่งจิต

ตรวจสอบสถานการณ์ของผู้คนในอดีต

ทหารที่ใกล้สิ้นใจ: ...ท่านเซียนกระบี่... เมืองเยวียน... ล่มสลายแล้ว...

Qingxiao: ฉันมาแล้ว พวกคุณจะต้องปลอดภัย

Qingxiao: (เขา... เคยให้ปักษานิลสวรรค์มาหาฉัน ขอให้ไปช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่บนโขดหินเพราะน้ำป่าไหลหลาก)

ทหารที่ใกล้สิ้นใจ: อึก... ขอร้องล่ะ... ช่วยพวกเขาด้วย...

Qingxiao: ฉันสัญญา หลับให้สบายเถอะ

มารแห่งจิต: เจ้ากำลังโกหก เจ้ารู้ว่าเขาจะไม่รอด และผู้คนที่นี่ก็ไม่มีทางรอดแล้ว

Qingxiao: (ฉันเคยเจอเขาที่เทศกาลจันทร์เบิกนภาของเมืองเยวียน ตอนนั้นเขากำลังต่อราคาโคมจันทราให้ลูกน้อยวัยสองขวบ)

มารแห่งจิต: แล้วเขาก็สอนให้ลูกเรียกเจ้าด้วยนะ ท่านเซียนกระบี่... ท่านเซียนกระบี่

Qingxiao: (ปักษานิลสวรรค์เคยเล่าความปรารถนาของเธอให้ฉันฟัง เธอหวังว่าพ่อที่หายตัวไปจะกลับมาอย่างปลอดภัย)

มารแห่งจิต: แล้วเจ้าก็พลิกแผ่นดินค้นหา ตามที่นกโง่เง่าตัวนั้นบอก จนไปเจอพ่อของนางที่พลัดตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บ

Qingxiao: ...Lingfang

มารแห่งจิต: เพื่อนวัยเด็กของ Ruoyun หนึ่งในคนกลุ่มแรกที่เจ้าช่วยไว้ตอนมาถึงแดนเสวียนฟาง นางเป็นแค่นักดนตรี แต่กลับเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งในสนามรบ

Lingfang: ...อ๊ะ ท่านเซียนกระบี่มาแล้ว... Ruoyun... ยังอยู่ที่เมืองเยวียน... กำลังรอท่านอยู่ค่ะ...

Qingxiao: เข้าใจแล้ว ฉันจะตามหาเธอให้เจอ

Lingfang: ...ถ้าเช่นนั้น... ข้าขอนอนพักก่อนนะคะ...

มารแห่งจิต: ก็แค่คำปลอบใจที่ไร้ความหมายเหมือนเคย สุดท้ายเจ้าตามหาจนทั่วหลุมลึกที่เกิดจากการระเบิดของเมืองเยวียน แต่ก็ไม่พบผู้รอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว

มุ่งหน้าไปตามมารแห่งจิต

มารแห่งจิต: เมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งเจ้าฝึกบำเพ็ญจนก้าวหน้า ภาพของโศกนาฏกรรมครั้งนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

มารแห่งจิต: สุดท้ายแล้วทุกสิ่งที่เจ้าเคยกอบกู้ในแดนเสวียนฟาง ก็ถูกอาดูรการณ์บดขยี้จนกลายเป็นผุยผง

Qingxiao: ...

มารแห่งจิต: เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเถอะ

สอบถามทหารที่บาดเจ็บสาหัส

ทหารยามที่บาดเจ็บสาหัส: ที่ราบตอนกลางถูกยึดครองแล้ว... ฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดครั้งนี้... มาเร็วเกินไป...

Qingxiao: อดทนไว้นะ ตอนนี้หยุดเลือดได้แล้ว

ทหารยามที่บาดเจ็บสาหัส: ...ขอบคุณท่านมาก... ขอร้องล่ะ... เธรโนเดียน... อยู่ข้างหน้า...

Qingxiao: ได้ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง

มารแห่งจิต: ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเจ้าจะใจดีกับคนที่ตายไปแล้วทำไม? พวกเขาเป็นแค่ความทรงจำ เป็นหลักฐานตอกย้ำว่าความพยายามของเจ้ามันไร้ประโยชน์

มารแห่งจิต: เจ้ากลับมาที่หุบเขาแห่งวิญญาณอีกครั้งแล้วสินะ... สนามรบที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเจ้า สถานที่แห่งความหวาดกลัวและความเสียใจของเจ้า

Qingxiao: ข้าจะกำจัดต้นตอของทาเซ็ตดิสคอร์ดให้ได้

มารแห่งจิต: มาสิ ท่านเซียนกระบี่ ใช้กระบี่พิสูจน์เจตจำนงของเจ้า ตอบรับต่อคำวิงวอนของผู้คน

มารแห่งจิต: ครั้งนี้เจ้าจะกอบกู้โศกนาฏกรรมของศึกเหวเมฆาได้หรือไม่?

กำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ด

มารแห่งจิต: ยอดเยี่ยม ทาเซ็ตดิสคอร์ดพวกนี้ต้านทานคมกระบี่ของเจ้าไม่ได้เลย เจ้ารวดเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเสียอีก

มารแห่งจิต: แต่น่าเสียดายเมืองเยวียนที่เจ้าไม่อาจปกป้องดูแลได้ กำลังมีเหล่าทหารล้มตายลงทีละคน... ทีละหน่วย...

เผชิญหน้ากับคมดาบของเธรโนเดียน

Qingxiao: ...Crownless คมดาบของเธรโนเดียน

มารแห่งจิต: ยามนี้มันกำลังแข็งแกร่งที่สุด แต่เจ้ากลับกระจายเจตจำนงแห่งกระบี่ให้คนธรรมดาเหล่านั้นไปแล้ว

เอาชนะ Crownless ที่แข็งแกร่ง

Qingxiao: อืม ตราบใดที่พลังของเธรโนเดียนยังไม่หมด มันก็จะฟื้นกลับมาเรื่อยๆ

มารแห่งจิต: Ovathrax กำลังเฝ้ามองที่นี่อยู่ มันครอบครองดินแดนอันกว้างใหญ่ และตั้งแต่ถือกำเนิดมา ก็ไม่เคยพ่ายแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

มารแห่งจิต: ต่อให้กระบี่ของเจ้าจะทรงพลังแค่ไหน แต่ก็จะหยุดยั้งสงคราม และสั่นคลอนกองทัพนับแสนที่ถือกำเนิดจากด้านมืดของอารยธรรมไม่ได้หรอก

ตัดขาดพลังแห่งเธรโนเดียน สยบคลื่นแห่งทาเซ็ตดิสคอร์ด

มารแห่งจิต: เหมือนว่าครั้งนี้ เจ้าจะทำลายคมดาบของ Ovathrax และหยุดยั้งต้นตอของฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดไว้ได้แล้ว

มุ่งหน้าไปยังสนามรบฝั่งเมืองเยวียน

รีบรุดไปยังเมืองเยวียน

มารแห่งจิต: เมืองเยวียนยังไม่ล่มสลาย เช่นนี้เจ้าก็ยังไปทัน

มารแห่งจิต: น่าทึ่งจริงๆ ทั้งที่ตอนนั้น เจ้าถูก Crownless รั้งเอาไว้ จนต้องได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นของเมืองเยวียน

มารแห่งจิต: พลังเรโซแนนซ์ของเจ้ากำลังจะหมด... จะฝืนตัวเองไปถึงเมื่อไร?

Qingxiao: ...ฟู่ว... อึก...

มารแห่งจิต: ไปต่อเถอะ... เดินหน้าต่อไป อีกไม่นานเจ้าก็จะเห็นประตูขุนเขาของเมืองเยวียนแล้ว

มารแห่งจิต: กำจัด Crownless แล้วรีบกลับมาถึงแดนเสวียนฟางจนได้ แต่สุดท้าย... ก็ยังสายไปอยู่ดี

มารแห่งจิต: เจ้ารู้ดีว่า ชีวิตของคนธรรมดาก็เป็นแค่ผงธุลี ต่อให้ไม่มีศึกเหวเมฆา ก็ต้องมีศึกสงคราม และอาดูรการณ์ครั้งใหม่มาเผาผลาญทุกสิ่งเป็นเถ้าถ่านอยู่ดี

มารแห่งจิต: ในเมื่อจุดจบมันน่าเศร้าเช่นนี้ เจ้าจะยื่นมือไปช่วยทำไม? ไยต้องทำลายความสงบในจิตใจ แล้วเอาความทุกข์มาซ้ำเติมตัวเองด้วยล่ะ?

มารแห่งจิต: Qingxiao ที่นี่คือแดนแห่งจิตของเจ้า เจ้าสามารถเริ่มใหม่ได้ แต่ทุกครั้ง เจ้าก็จะ...

Qingxiao: ฉันตระหนักถึงความอ่อนแอของตัวเองได้ทุกครั้ง

Qingxiao: เมืองเยวียน หุบเขาแห่งวิญญาณ เมืองเสวียนฟาง... ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน กระบี่ของฉันก็ช่วยทุกคนไว้ไม่ได้

Qingxiao: แต่นี่ก็คือเส้นทางในอดีตของฉัน ฉันต้องไปแล้วละ ...มีคนกำลังรอฉันอยู่

มารแห่งจิต: แปลกเหลือเกิน เจ้าไม่ควรมีท่าทีเช่นนี้สิ

มารแห่งจิต: เจ้าควรต้องโศกเศร้า เจ็บปวด และยึดติด เจ้าต้องพยายามซ้ำๆ จนกว่าจิตใจจะพังทลาย...

มารแห่งจิต: จนกระทั่งเจ้าทนไม่ไหว แล้วมาสู้กับข้า เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาไงเล่า

ผู้พเนจร: ...Qingxiao?

มารแห่งจิต: ...เจ้าไม่ต่อต้านข้าหรือ?

Qingxiao: เฮ้อ... อย่าหนีสิ

มารแห่งจิต: เจ้าคิดจะใช้พลังของข้างั้นหรือ?!

มารแห่งจิต: เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?! ข้าคือด้านมืดที่เจ้าสั่งสมมาจนถึงทุกวันนี้ คือความรู้สึกและความปรารถนาที่เจ้าพยายามตัดทิ้งเพื่อฝึกบำเพ็ญ

มารแห่งจิต: ข้าคือความคิดอันมืดมนในใจเจ้า คือเงาดำที่ทอดลงมาทุกครั้งตอนที่เจ้าฟาดกระบี่ เจ้าไม่ตัดข้าทิ้งเหมือนผู้ฝึกบำเพ็ญคนอื่น แต่กลับกำลังขอความช่วยเหลือจากข้างั้นหรือ?

Qingxiao: ...จิตแห่งกระบี่ของเรา ถึงเวลาหลอมรวมเป็นหนึ่งสักที

มารแห่งจิต: ที่แท้... ที่เจ้าเก็บข้าไว้กว่าสองร้อยปี ใช้อารมณ์ความรู้สึกหล่อเลี้ยงข้า ก็เพื่อรอวันที่จะใช้งานข้า

Qingxiao: เพราะเธอก็เป็น Qingxiao เหมือนกันไง

Qingxiao: การฝึกบำเพ็ญต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ถ้าละทิ้งตัวตนของตนเอง... แล้วจะเรียกว่าซื่อสัตย์ได้ยังไง?

มารแห่งจิต: แล้วเจ้าจะเสียใจ ข้าจะยึดร่างเจ้า ทำให้เจ้ากลายเป็นปีศาจกระบี่ที่บ้าคลั่ง กลายเป็นซากศพเดินได้ แล้วเจ้าก็จะทำร้ายทุกสิ่งที่ตัวเองปกป้องไว้

Qingxiao: ถึงจะเป็นแบบนั้น... ก็ยังมีคนที่จะหยุดฉันได้ ฉันยินดีฝากชีวิตของตัวเองไว้กับเขาคนนั้น

มารแห่งจิต: Qingxiao สิ่งที่เราให้ความสำคัญนั้นแตกต่างกันนัก เจ้าห่วงใยผู้คนทั้งโลก ส่วนข้า...

มารแห่งจิต: ห่วงใยเพียงเส้นทางของเจ้าเท่านั้น

Qingxiao: อืม ฉันรู้ดี

มารแห่งจิต: จากนี้ไปเจ้าจะไม่มีวันตัดขาดจากกิเลสตัณหา และหลุดพ้นจากบ่วงกรรมทางโลก

มารแห่งจิต: ...เจ้าจะร่วมเดินทางกับข้าตลอดไป มิอาจตัดขาดจากโลกมนุษย์ และมิอาจบรรลุสู่มรรคาได้อีกต่อไป

Qingxiao: เดิมทีฉันก็ไม่ใช่เซียนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจ "วิถี" อะไรนั่น อีกอย่างฉันเองก็ได้พบ "คำตอบ" ของตัวเองแล้วละ

Qingxiao: ยึดติดชะมัดเลยนะ... ฉันเธอเนี่ย

Qingxiao: ผู้พเนจร... ฉันกลับมาแล้ว

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันใช้พลังของมารแห่งจิต ชดเชยพลังเรโซแนนซ์บางส่วนที่อ่อนแอ

Qingxiao: ขอโทษนะที่ดึงคุณเข้ามาเสี่ยง เพื่อรับมือตอนที่ฉันคุมสติไม่อยู่

ผู้พเนจร: ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามารแห่งจิตครอบงำคุณจริงๆ ฉันก็มีวิธีทำให้คุณกลับมามีสติได้

Qingxiao: ตอนนี้จิตใจฉันฟุ้งซ่านมากเลย แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องกดข่มความรู้สึกพวกนี้เอาไว้อีกแล้วละ

ผู้พเนจร: แบบนี้มัน... ถือว่าดี หรือไม่ดีล่ะ?

Qingxiao: บอกไม่ได้เหมือนกัน เพราะถึงยังไงมันก็คือความรู้สึกนึกคิดของฉันทั้งนั้น

ผู้พเนจร: ไม่ว่ายังไง คุณก็ยังเป็น Qingxiao ที่ฉันรู้จักนะ

Qingxiao: ฉันเป็นแค่คนธรรมดาที่ทะนงตน มักจะคิดเสมอว่ากระบี่ของฉันปกป้องทุกสิ่งได้ จนแม้แต่ฉันเองก็เกือบลืมไปว่า...

Qingxiao: ตอนแรกที่ฉันเริ่มฝึกบำเพ็ญ ก็เพราะอยากมีชีวิตรอดต่างหาก ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กสาวพเนจรที่ถูกฝูงทาเซ็ตดิสคอร์ดพรากบ้านเกิดไป

Qingxiao: เชือกสีแดงเส้นนี้ คือสิ่งที่ครอบครัวทิ้งไว้ให้ มันคือสายใยเพียงหนึ่งเดียวของ Qingxiao ในวันนี้กับ "Qing เด็กสาวชาวบ้าน" ที่ร่อนเร่เมื่อหลายร้อยปีก่อน

Qingxiao: ฉันสวมมันไว้เพื่อเตือนตัวเองว่ามาจากที่ไหน ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็เมินเฉยต่อความทุกข์ยากของผู้อื่นไม่ได้อยู่ดี

Qingxiao: กำลังของมนุษย์มีขีดจำกัด แค่ทำให้ดีที่สุดก็พอ ถึงการฟาดฟันกระบี่อาจไม่ทำให้เกิดจุดจบที่สวยงามได้ แต่ฉันก็จะไม่ลังเล

ผู้พเนจร: ถึงจะไม่มีจุดจบที่สวยงาม...

ผู้พเนจร: แต่ก็จะมีคนช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพวกเราเสมอ แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน คุณพวกเราไม่ต้องเดินบนเส้นทางนี้เพียงลำพังหรอกนะ

Qingxiao: คุณ... เปลี่ยนไปจากเมื่อสองร้อยปีก่อนมากเลยนะ

Qingxiao: ในช่วงท้ายของศึกเหวเมฆา ตอนที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ฉันได้ยินเสียงมังกรคำรามดังมาจากหุบเขาแห่งวิญญาณ พอเงยหน้าขึ้น...

Qingxiao: ฉันก็เห็นผู้มีดวงตาสีทองกับ "Jué"

Qingxiao: คุณกำจัดต้นตอของหายนะ และทำให้จุดจบของศึกเหวเมฆาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

Qingxiao: หลังศึกครั้งนั้นจบลง ฉันเคยตามหาคุณ แต่ก็หาไม่เจอเลย ตอนนั้นฉันอยากรู้ว่าคนแข็งแกร่งอย่างคุณ จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากพวกนั้นเหมือนกับฉันหรือเปล่า

ผู้พเนจร: ฉันยังไม่แน่ใจในอดีตของตัวเองหรอกนะ แต่ว่าตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาคราวนี้ เรื่องราวมากมายที่ฉันกับทุกคนเผชิญมา มันช่างห่างไกลจากคำว่า "ง่ายดาย" ซะเหลือเกิน

ผู้พเนจร: แต่ทุกครั้ง ถึงไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง เราก็เลือกทำตามหัวใจของตัวเอง และพยายามอย่างเต็มที่

Qingxiao: อืม... ฉันรู้ ผู้พเนจร ที่จริงแล้ว... ฉันเคยโกหกคุณด้วยนะ

Qingxiao: กระทรวงกิจการภายนอกไม่ได้ข่าวไวหรอก ที่ฉันรู้เรื่องราวของคุณ ก็เพราะฉันไปตระเวนถามคนอื่นมาต่างหาก

Qingxiao: ไปกันเถอะ ศิษย์ของฉัน ถึงเวลาไปสะสางเรื่องข้างนอกแล้วละ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ...ในเมื่อฉันสอนวิชากระบี่เหินเวหาให้คุณ ฉันต้องอยากรับคุณเป็นศิษย์อยู่แล้วสิ

Qingxiao: คุณไม่ต้องตกลงก็ได้นะ แต่ฉันจะเรียกคุณแบบนี้แหละ... ถึงเราจะได้ร่วมทางกันแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เถอะ

ออกจากมิติแห่งจิตเมื่อพร้อมแล้ว

Qingxiao: ก่อนจะออกไป คุณอยากจะถามอะไรหรือเปล่า? เวลาที่นี่เร็วกว่าข้างนอก เรายังพอมีเวลาอยู่บ้าง

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ได้ ถามมาสิ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ใช่ ที่นี่คือ "มิติแห่งจิต" ที่จะปรากฏขึ้นมาตอนที่ฉันฝึกบำเพ็ญ มันเป็นภาพสะท้อนของจิตใจฉันเอง

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ...ก่อนหน้านี้ฉันถ่ายทอดเจตน์กระบี่ผูกชะตาไว้ให้คุณ เลยทำให้เราผูกพันกันในระดับหนึ่ง

Qingxiao: เมื่อกี้พลังเรโซแนนซ์อ่อนลง ทำให้มารแห่งจิตปรากฏตัว มิติเริ่มสูญเสียการควบคุม ก็เลยดึงคุณเข้ามาในนี้ด้วย

Qingxiao: แต่ที่จริง นี่ก็เป็นความตั้งใจของฉันด้วย... เพราะถ้าฉันแพ้มัน คุณจะต้องหยุดฉันได้แน่นอน

ออกจากห้องพักประจำสำเภาเมฆา

Qingxiao: เราคงไม่ต้องลงมือเองแล้วละ

ผู้พเนจร: จี้กำลังสั่น... มันนำทางเราไปข้างหน้า

ตามการนำทางของจี้ชิงฝูไป

Qingxiao: ตอนที่เราอยู่ข้างใน มีคนกำลังเฝ้าอยู่ข้างนอกตลอดเลย

ตามการแนะนำของจี้เหรียญไป

???: โฮ่ ผู้พเนจร จอมอัศวิน Qingxiao ปล่อยให้รอซะนานเลยนะ ถ้าช้ากว่านี้อีกหน่อย ฉันคงรับมือไม่ไหวแน่

???: จี้กับบันทึกที่ฉันทิ้งไว้ให้ มีประโยชน์ใช่ไหมล่ะ?

ผู้พเนจร:

"ภูตวิฬาร์เรืองประทีป": ก็เป็นแค่นามแฝงที่เอาไว้รับงานนอกน่ะ งั้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการหน่อยก็แล้วกัน...

"สายลับข้างกาย Muyu": ชื่อฟังดูเชยไปหน่อยนะ ต่อไปเรียกฉันแบบนี้จะดีกว่า...

Jingran: Jingran "ผู้ท่องปรภพ" ที่แฝงตัวอยู่ในสำนักจั๋วจวินมานานสามปี... ตอนอยู่ที่ตำหนักเทพ คุณไม่ออมมือเลยนะ

ผู้พเนจร:

Jingran: ฮ่าๆ ถึงคุณจะชื่อเสียงโด่งดัง ฝีมือฉกาจ แต่ฉันก็อยากลองของดูสักหน่อย

ผู้พเนจร: เหมือนนายจะโดนจับได้แล้วสินะ ว่าเป็นสายลับ

Jingran: ฉันเปิดเผยเองต่างหากล่ะ

Jingran: ก่อนหน้านี้ตอนที่หมอนั่นกำลังพล่ามกับพวกคุณ ฉันฉวยโอกาสฟาดเข้าที่หลังเขาหนึ่งที แต่เขาก็อาศัยพวกหุ่นกลหนีไปซะก่อน

Qingxiao: อย่างนี้นี่เอง... ตอนนั้นเงาของ Muyu ถึงได้หายไปกะทันหัน

Jingran: เข้าเรื่องกันดีกว่า ในเมื่อพวกคุณก็มาจัดการ Muyu เหมือนกัน งั้นเรามาร่วมมือกันดีไหม?

ผู้พเนจร: นายช่วยเราไว้เยอะเลย ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าฉันต้องการข้อมูลในมือนาย แล้วนายล่ะ... ต้องการอะไรจากฉัน?

Jingran: คุยกับคนฉลาดนี่สะดวกดีจริงๆ เลยนะ ที่ฉันอยากร่วมมือกับพวกคุณ ก็เพราะฉันจะได้มีโอกาสชนะมากขึ้น เจ้า Muyu นั่นจะได้ดิ้นไม่หลุดอีกไงละ

Jingran: ฉันไม่มีเหตุผลที่สูงส่งเหมือนพวกคุณหรอก แค่มีบัญชีเก่าเมื่อหลายปีก่อนที่ต้องสะสางกับ Muyu ให้เรียบร้อย

ผู้พเนจร: ไม่มีเงื่อนไขอื่นแล้วเหรอ?

Jingran: อืม... ถ้าเจอสมบัติของตำหนักเทพ หรือสมบัติลับของ Hsin อย่าลืมแบ่งให้ฉันด้วยก็แล้วกัน... เหะๆ ล้อเล่นน่ะ

Jingran: เชื่อฉันเถอะ ไม่มีผู้ท่องปรภพคนไหน ยอมให้ใครมาเล่นกับเสียงกังวานความยึดติดของผู้ล่วงลับหรอกนะ

ผู้พเนจร: ถ้างั้นก็... ยินดีที่ได้ร่วมมือกันนะ

ผู้พเนจร:

Jingran: ยินดีที่ได้ร่วมมือกันนะ

Qingxiao: ตอนนี้ Muyu ตัวจริงซ่อนอยู่ที่ไหนเหรอ?

Jingran: หมอนั่นนั่งสำเภาเมฆาไปยัง "แดนสวรรค์" ชั้นบนสุดของมิติเสียงสะท้อนแห่งนี้แล้ว นั่นคือฐานใหญ่ของเขาละ

Jingran: จากที่เจ้า "นำโชค" บอกมา ในแดนสวรรค์มีเสียงกังวานจำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ ราวกับว่า... รวบรวมเสียงกังวานทั้งแดนเสวียนฟางไว้ที่นั่นเลย

นำโชค?: ให้ตายเถอะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ชื่อนั้น! เจ้าตัวแสบความจำเสื่อม!

Jingran: เหอะ มันคึกคักแบบนี้ตลอดแหละ... นี่คือภูตแมวภูเขาที่ฉันสยบมารับใช้น่ะ พูดจาไม่ค่อยเข้าหู ไม่ต้องสนใจหรอก

Qingxiao: ...แล้ว Muyu คิดจะทำอะไรกันแน่?

Jingran: ในจดหมายลับที่ส่งให้สำนักจั๋วจวิน เขาอ้างว่าตัวเองจะได้ครอบครอง "เทคโนโลยีแห่งเซนติเนล" หรือเรียกอีกอย่างคือความลับของกลไกที่ Hsin ใช้สร้างเมืองนี้ขึ้นมา

Jingran: แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ แค่จะแอบเข้าไปขโมยของในตำหนักเทพ จำเป็นต้องทำเกินเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?

ผู้พเนจร: เขาใช้จักรกลอัตโนมัติมาทำการทดลอง เพื่อทำความเข้าใจการใช้งานของมันก่อน แล้วค่อยทำอะไรบางอย่างต่อ

ผู้พเนจร: ไม่ว่ายังไง เราต้องรีบหาตัวเขาให้เจอ

Qingxiao: ที่นี่คือสำเภาเมฆาลำสุดท้ายแล้ว แต่ไม่เห็นมีเส้นทางประกายแสงที่เชื่อมไปยังม่านสู่เมฆินทร์เลย

ผู้พเนจร: เราไปดูแถวๆ แสงกระบี่ตรงนั้นกันเถอะ

ไปยังบริเวณใกล้กับแสงกระบี่

Jingran: พักนี้ไม่มีศัตรูหน้าใหม่โผล่มาเลย แปลกๆ แฮะ

สัมผัสเจตจำนงแห่งกระบี่บนแสงกระบี่

ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางในสมัยนั้น: ...จะปล่อยให้พวกทาเซ็ตดิสคอร์ดที่หลุดอยู่ข้างนอกบุกเข้าไปในเมิ่งโจวไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...

ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางในสมัยนั้น: ใครยินดีจะไปศูนย์ควบคุมเมืองเยวียนกับข้าบ้าง จงก้าวออกมา!

เสียงของฝูงชน: ข้ายินดี!

ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางในสมัยนั้น: คนที่เหลือต้องฟังคำสั่งของ Guanchuanกวนชวน คุ้มกันชาวบ้านอพยพตามแผนเดิม แล้วถอนกำลังออกจากเมืองเยวียนทันที!

Ruoyun ในอดีต: ให้ข้าไปด้วยเถอะค่ะ ข้ารู้ทางลัดไปศูนย์ควบคุมของเมืองเยวียนดี

ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสวียนฟางในสมัยนั้น: ...แม่นางจากสภาซาวานเทย์ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า จงกลับไปเถอะ

Ruoyun ในอดีต: ผู้บัญชาการคะ ที่นี่คือบ้านเกิดของข้า ข้าเป็นชาวหวงหลง... เป็นคนในแดนเสวียนฟางเช่นกันนะคะ

Ruoyun ในอดีต: ข้าก็ปรารถนาให้ผู้คนได้เห็นแสงอรุณเช่นกัน

Qingxiao: ...นี่คือความรู้สึกและความทรงจำจากอดีต มันเคยเกิดขึ้นก่อนเมืองเยวียนจะล่มสลายน่ะ

Jingran: อาจารย์เคยเล่าเรื่องของเมืองเยวียนให้ฉันฟัง คนกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ ต่างเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ทั้งนั้นเลย

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันไม่เคยลืมพวกเขาเลย

Qingxiao: ...ระวังด้วยนะ มีบางอย่างกำลังพุ่งมาทางเรา

Jingran: คุณยังอยากรู้อะไรอีกสินะ? ถามมาได้เลย ฉันไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว

ผู้พเนจร:

Jingran: หลังจากเจอพวกคุณในตำหนักเทพ ฉันก็อาศัย "ประตูปรภพ" ข้ามมาที่มิติเสียงสะท้อนแห่งนี้ แล้วมาถึงชั้นนี้ก่อน

ผู้พเนจร:

Jingran: มันก็คือประตูที่ฉันเปิดให้พวกคุณในตำหนักเทพนั่นแหละ พออยู่ในที่ที่มีเสียงกังวานหนาแน่น มันจะเปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างสองที่ได้

Jingran: พอมาถึงฉันบังเอิญเจอ Muyu ที่กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ก็เลยเนียน "ร่วมทาง" กับเขา พอถูกจับได้ ฉันก็แย่งสำเภาเมฆาลำหนึ่งมาใช้ เพื่อหลบหนีพวกหุ่นกลที่ไล่ล่า ก่อนจะมาถึงที่นี่น่ะ

Jingran: ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย พวกคุณดันมาถึงพอดี แถมยังพาหุ่นกลมาด้วยตั้งเยอะ เฮ้อ ตอนนั้นเล่นเอาฉันแทบลมจับ

ปกป้องดาดฟ้าของสำเภาเมฆา

Jingran: เหอะ ถึงกับส่งลูกกระจ๊อกตัวใหญ่มาเลยเหรอ ดูท่า Muyu จะจนมุมแล้วสินะ

แกนกลสยบนภา: สถานะ: เปิดใช้งานโหมดโจมตีอัตโนมัติแล้ว เริ่มส่งหน่วยรบ

Qingxiao: ปกป้องสำเภาเมฆาที่เราอยู่ก่อน

ผู้พเนจร: เตรียมสู้กันเถอะ

Jingran: หืม มีพวกคุณอยู่ด้วย ฉันก็อุ่นใจขึ้นเยอะเลย

เข้าไปใกล้ ใช้กระบี่เหินเวหาเพื่อเริ่มใช้งานปืนกลไกเสวียนฟาง

Jadie: นี่ๆ ทุกท่านได้ยินหรือไม่? ข้าเพิ่งเชื่อมต่อกับห้องควบคุมของสำเภาเมฆาได้

Jadie: ปืนกลไกบนดาดฟ้าพร้อมใช้งานแล้ว ใช้ได้เต็มที่เลยนะ!

ผู้พเนจร: Jadie?

Jingran: เดี๋ยวก่อน นั่นใครน่ะ?

Jadie: ระเบิดพวกหุ่นกลตัวร้ายให้เละไปเลย!

ใช้กระบี่เหินเวหาเพื่อเริ่มใช้งานปืนกลไกเสวียนฟาง

ปกป้องปืนกลไกเสวียนฟาง

Jadie: ระวังด้านข้างด้วยนะ ศัตรูบุกเข้ามาอีกแล้ว!

เอาชนะหุ่นกลของศัตรู

Jadie: แย่แล้ว เจ้านั่นทำลายปืนกลไกที่ทรงพลังที่สุดพังแล้ว!

Jingran: หุ่นกลพวกนี้รับมือยากกว่าพวกก่อนหน้านี้ซะอีก

Qingxiao: อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบจัดการให้เร็วที่สุด

ปกป้องสำเภาเมฆาปัจจุบันของคุณ

Jadie: สมอกรงเล็บพวกนี้ทำให้สำเภาเมฆาเสียการทรงตัว... ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงแย่แน่!

ไปยังสำเภาเมฆาของศัตรูร่วมกับ Jingran

Qingxiao: ฉันจะป้องกันที่นี่เอง พวกคุณไปจัดการสำเภาเมฆาพวกนั้นเถอะ

ผู้พเนจร: ได้ Jingran ตามมาทันไหม?

Jingran: ระยะทางแค่นี้เอง อย่าดูถูกผู้ท่องปรภพเชียวนะ

กำจัดหุ่นกลผิดปกติที่บุกเข้ามา

แกนกลสยบนภา: คำเตือน: ตรวจพบผู้บุกรุก กำลังอัปเดตระดับภัยคุกคาม

Jingran: ลูกกระจ๊อก ก็ยังเป็นลูกกระจ๊อกอยู่ดีนั่นแหละ

ทำลายแกนควบคุมของสำเภาเมฆาของศัตรู

Jadie: รีบทำลายแกนกลางของสำเภาเมฆา แล้วจัดการมันเถอะ!

ไปยังสำเภาเมฆาลำที่สอง

แกนกลสยบนภา: คำเตือน: พลังงานขับเคลื่อนไม่เพียงพอ กำลังร่วงสู่พื้นดิน

Jingran: จัดการลำแรกเรียบร้อย ต่อลำที่สองได้เลย

Jingran: ...ให้ตายเถอะ เข้าประตูปรภพกี่ครั้งก็ไม่ชินสักที มึนหัวชะมัด

กำจัดหุ่นกลผิดปกติที่บุกเข้ามา

แกนกลสยบนภา: คำเตือน: พื้นที่แกนกลางถูกคุกคาม ต้องการกำลังเสริมฉุกเฉิน

Jingran: หึ หนวกหูชะมัด

ผู้พเนจร: พอทำลายแกนกลางนี้ได้ ทุกอย่างก็จะจบ

กำจัดหุ่นกลที่เข้ามาขวางบนดาดฟ้า

ทำลายแกนควบคุมของสำเภาเมฆาของศัตรู

Jingran: หึ ผ่านฉลุย สบายๆ

Jingran: ฟู่ว ทางนี้เรียบร้อยแล้วนะ ไม่รู้ว่าทางจอมอัศวิน Qingxiao เป็นยังไงบ้าง...

ดูสถานการณ์ของสนามรบทางฝั่ง Qingxiao

Qingxiao: เรียบร้อยแล้ว

พูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันกับเหล่าเพื่อนร่วมทาง

Jadie: ทุกท่านทำได้ดีมาก สำเภาเมฆาฝ่ายศัตรูล่าถอยไปแล้ว พวกหุ่นกลก็หยุดโจมตีแล้ว!

Jingran: แต่หมอกยังไม่สลายไปเลยนะ ชนะแล้วจริงเหรอเนี่ย

Jingran: สัญชาตญาณของฉันบอกว่า มีอะไรไม่ชอบมาพากล

ผู้พเนจร: มันอาจจะถอยกลับเข้าไปในหมอก แล้วเตรียมจู่โจมระลอกถัดไปก็ได้

Qingxiao: ...เตรียมตัวให้ดีนะ สำเภาเมฆาลำนั้นเข้ามาใกล้เราแล้ว

ต้านทานการโจมตีของหุ่นกลและปกป้องดาดฟ้า

แกนกลสยบนภา: คำสั่ง: โจมตีเต็มกำลัง ส่งหน่วยรบสู่ระดับสูงสุด

เอาชนะหุ่นกลที่บุกเข้ามาเป็นระลอกสุดท้าย

ผู้พเนจร: (ตอนนี้ยังขึ้นไปบนสำเภาเมฆาลำนั้นไม่ได้ จัดการหุ่นกลที่บุกขึ้นมาบนดาดฟ้าก่อนเถอะ)

Qingxiao: ฉันจัดการเอง

Qingxiao: สำเภาเมฆาลำนั้นคือต้นตอของหมอก ต้องจัดการมันให้ได้

ผู้พเนจร: ถ้างั้นก็ขึ้นไปทำลายแกนควบคุมของมันกันเถอะ

Jingran: น่าสนใจดีนี่... "บุกฐานของอีกฝ่าย" งั้นเหรอ? แต่หุ่นกลยังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ถ้าไปกันหมด ที่นี่คงแย่แน่

Jadie: ทุกท่าน... พวกเรามาแล้ว!

Jadie: ถึงเวลาข้าออกโรงบ้างแล้วละ เฮ้อ... กว่าจะซ่อมเสร็จ เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่เลย

Jadie: พวกท่านไปจัดการสำเภาเมฆาลำนั้นเถอะ ทางนี้ข้ากับเหล่าทหารจะดูแลเอง!

Jingran: ไหวแน่นะ? ให้ฉันอยู่ช่วยก่อนดีไหม?

ผู้พเนจร: ได้ งั้นเราจะรีบไปรีบกลับนะ

เอาชนะหุ่นกลตามทาง

แกนกลสยบนภา: คำสั่ง: เปิดใช้งานโหมดป้องกันฉุกเฉิน สกัดกั้นผู้บุกรุกอย่างสุดกำลัง

ผู้พเนจร: มันคิดจะใช้หมอกวิปลาสขัดขวางเรา

Qingxiao: ฉันปลุกเจตจำนงแห่งกระบี่แล้ว คงต้านทานหมอกได้ชั่วคราว

กำจัดหุ่นกลผิดปกติที่ขวางทาง

Jingran: ฉันมาช่วยแล้ว ได้เวลาจัดการมันสักที!

Qingxiao: จัดการพวกมันให้สิ้นซากกันเถอะ

กำจัดหุ่นกลอีลิทตัวสุดท้าย

แกนกลสยบนภา: คำเตือน: แกนหลักถูกคุกคาม โปรดกำจัดสิ่งแปลกปลอมทั้งหมดโดยเร็ว

ผู้พเนจร: พวกมันคงยื้อได้อีกไม่นานแล้วละ

ใช้กระบี่เหินเวหาทำลายกำแพงหมอก ในตำแหน่งที่เหมาะสม

Jingran: ฝีมือดีนี่... เราสองคนเข้าขากันใช้ได้เลยนะ

ปลดแกนควบคุมกลไกที่ผิดปกติทั้งหมดในครั้งเดียว

Qingxiao: ข้างหน้าคืออุปสรรคอย่างสุดท้ายแล้ว

ทำลายแกนควบคุมของสำเภาเมฆาหลัก

Jingran: เจ้าตัวแสบนี่ซ่อนตัวเก่งจริงๆ ปิดฉากสักทีเถอะ!

แกนกลสยบนภา: คำเตือน: แกนหลักเสียหายอย่างรุนแรง... กำลัง... ร่วงหล่น...

คุยกับ Ruoyun

Jadie: เจ้ายักษ์ลำนั้นหายไปสักที เหนื่อยจริงๆ... รู้สึกเหมือนอะไหล่บนตัวจะหลุดออกมาทีละชิ้นเลยแฮะ

ผู้พเนจร:

Jadie: หึๆ พวกมันเป็นผลงานชิ้นเอกของข้าเลยนะ... ไม่สิ เป็นสหายต่างหาก!

Jadie: หุ่นกลเจ้าปัญหาอะไรกัน? ข้าก็พูดจาภาษาคนรู้เรื่องอยู่นะ!

Qingxiao: ทำไมเธอถึงคอยช่วยเราอยู่ตลอดเลยล่ะ?

Jadie: ข้าไม่อยากให้เมืองข้างนอกเกิดเรื่องน่ะสิ ถ้ายังแก้ไขปัญหาที่นี่ไม่ได้ เมืองนั้นก็คงจะเดือดร้อนไปด้วย

Jadie: เดี๋ยวข้าจะพาไปชั้นถัดเอง...

ผู้พเนจร: ปริซึมแห่งชะตา...?

Jingran: โอ้ นี่คือสมบัติลับของ Hsin จิ้งจอกจันทราสินะ ตกมาอยู่ในมือของคุณจริงๆ ด้วย

Qingxiao: Ruoyun?

Ruoyun: ...ค่ะ ท่านเซียนกระบี่... ท่าน Qingxiao ไม่ได้พบกันนานเลยนะ นานมากจริงๆ

ผู้พเนจร:

Ruoyun: เอ่อ... ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าปริซึมแห่งชะตาของท่านเซนติเนลจะทำให้ข้าคืนร่างเดิมได้!

Ruoyun: เอ๊ะ? ปริซึมแห่งชะตา แกนรวมอักขระ ตำหนักเทพ... ผนึกแห่งวิทยาการพวกนี้ถูกคลายออกหมดแล้วเหรอคะ?

Jingran: ครั้งนี้ได้เปิดโลกทัศน์ด้วยแฮะ พวกคุณรู้จักตำนาน "เทวาชน" แห่งแดนเสวียนฟางไหม?

ผู้พเนจร:

Jingran: ถ้างั้นก็ดีเลย เล่าขานกันว่าหลังจากสร้างเมืองเสวียนฟางเสร็จ ช่างฝีมือของสภาซาวานเทย์กลุ่มนั้นไม่ได้หายตัวไป แต่กลายเป็น "เทวาชน" ที่คอยดูแลกลไกของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

Jingran: "เทวาชน" ก็คือกลุ่มช่างฝีมือของสภาซาวานเทย์ที่รับหน้าที่สร้างเมืองในตอนนั้น หลังจากสร้างเมืองเสวียนฟางเสร็จไม่นาน พวกเขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับ

Jingran: ถ้าตำนานเป็นเรื่องจริง พวกเขาก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่กลายเป็น "เทวาชน" ที่คนธรรมดามองไม่เห็น และคอยดูแลกลไกของเมืองมาจนถึงทุกวันนี้

Qingxiao: ตอนเกิดศึกเหวเมฆา ยังสร้างเมืองเสวียนฟางไม่เสร็จเลยนี่ Ruoyun... เธอเป็นใครกันแน่...

Ruoyun: ถูกต้องแล้ว ข้าคือ "เทวาชน" ที่เขาพูดถึง แต่สถานการณ์ของข้า... ค่อนข้างพิเศษน่ะ

Ruoyun: ตอนนั้นข้าเปิดใช้เครื่องมือระเบิดตัวเองที่ใจกลางเมืองเยวียน...

Ruoyun ในอดีต: ...ข้า... ยังมีชีวิตอยู่... สำเร็จแล้ว... ใช่ไหม?

Ruoyun ในอดีต: ...ถ้าแค่นี้ยังไม่พอ... จะทำยังไงดีล่ะ... ทุกคน...

Hsin ในอดีต: เจ้าทำดีมากแล้วนะ

Ruoyun ในอดีต: ...เอ๊ะ... นี่คือ... เสียงของ... ท่านเซนติเนล...?

Hsin ในอดีต: ความรู้สึกและเจตจำนงของเจ้าส่งมาถึงข้าแล้ว ที่เหลือ... คือสิ่งที่ข้าควรทำต่อ

Hsin ในอดีต: Ruoyun อีกไม่นาน เจ้าก็จะสิ้นใจเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่ข้าอยากให้เจ้าได้เลือก...

Hsin ในอดีต: ละทิ้งกายหยาบ แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเสวียนฟาง เฝ้าปกป้องเมืองนี้ไปชั่วนิรันดร์ หรือจะจากไปอย่างสงบ?

Hsin ในอดีต: เจ้าจะเลือกพันธนาการอันยาวนาน หรือจะจบชีวิตลงอย่างสงบ ข้าอยากรู้ว่าสิ่งใดคือทางเลือกที่หัวใจของเจ้าปรารถนา

Ruoyun ในอดีต: ...ข้าเคยรับปากเรื่องเทวาชนไว้นานแล้ว... ข้าอยากจะ... ปกป้องผู้คนต่อไป

Hsin ในอดีต: เส้นทางนี้มิได้ง่ายดายนัก กาลเวลาอาจเปลี่ยนความคิดของเจ้า ในอนาคตถึงเจ้าจะร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนข้าอย่างไร... ก็ไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้วนะ

Ruoyun ในอดีต: ...เรื่องนั้นปล่อยให้... เป็นความกังวลของข้าในอนาคตเถิด...

Hsin ในอดีต: เช่นนั้นจงมอบทุกสิ่งของเจ้าให้แก่ข้าเมืองเสวียนฟางเถิด

Ruoyun: ...การเป็นเทวาชน หมายถึงการยอมรับพันธนาการ ผูกชะตาชีวิตเข้ากับเมืองเสวียนฟาง และห้ามเปิดเผยความลับเหล่านี้แก่ผู้อื่น

Ruoyun: แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอันตรายต่อผู้คนในเมืองเสวียนฟาง ข้าจึงต้องฝากจิตสำนึกไว้ในหุ่นกลที่ยังเคลื่อนไหวได้ แล้วคอยนำทางพวกท่าน

ผู้พเนจร: ที่ตอนนี้สามารถพูดความจริงได้ เป็นเพราะปริซึมแห่งชะตาชิ้นนี้เหรอ? แล้วทำไมมันถึงเพิ่งมามีผลตอนนี้ล่ะ?

Ruoyun: ตอนนี้ผนึกถูกคลายออกชั่วคราว ที่มันมีผลอาจเป็นเพราะเราเข้าใกล้เขตข้อมูลหลัก สายสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเซนติเนลจึงแข็งแกร่งขึ้นน่ะ

ผู้พเนจร: ฉันอยากรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และเกี่ยวข้องอะไรกับเมืองเสวียนฟาง

Ruoyun: ตอนนี้พวกท่านอยู่ใน "แดนเสวียนหยวน" มิติภายในของศูนย์ควบคุมเมืองเสวียนฟาง ที่นี่เก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์จำนวนมหาศาลของแดนเสวียนฟางเอาไว้

Ruoyun: Muyu นำเสียงกังวานจากข้างนอกเข้ามา บิดเบือนตรรกะการทำงานของมัน พยายามควบคุมมิติเสียงสะท้อนแห่งนี้ จนทำให้เกิดความผิดปกติมากมาย

Ruoyun: ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป การกัดกร่อนของเสียงกังวานจะรุนแรงขึ้น ทุกสิ่งที่นี่จะพังทลาย และทำให้... เมืองเสวียนฟางล่มสลาย

เสียงที่ไม่ชัดเจน: ตัวอย่างแรกเริ่มต้นแล้ว...

เสียงที่ไม่ชัดเจน: คำนวณ... เสวียนฟาง... สร้างใหม่... ความเป็นไปได้ในอนาคต ได้มาบรรจบกันแล้ว...

ผู้พเนจร: (เหมือนเคยได้ยินเสียงแบบนี้ใน "แคปซูลอารยธรรม" ที่รินาซิตาเลยแฮะ หากนอกจาก Imperator แล้ว ยังมีเซนติเนลตนอื่นที่ทิ้งแคปซูลอารยธรรมเอาไว้เหมือนกันละก็...)

ผู้พเนจร: ศูนย์ควบคุมของเมืองเสวียนฟางก็คือแคปซูลอารยธรรมสินะ ที่จริงแล้วเราอยู่ในมิติภายในของมันเหรอ?

Ruoyun: เอ่อ... ผนึกส่วนนั้นมีสิทธิ์การเข้าถึงที่เข้มงวด ตอนนี้ยังปลดไม่ได้น่ะค่ะ

Ruoyun: เส้นทางประกายแสงที่พาไปถึงม่านสู่เมฆินทร์เปิดแล้วนะคะ ข้าคงส่งพวกท่านได้แค่นี้แหละ

Ruoyun: Muyu ทำให้หุ่นกลที่ควรปกป้องชาวบ้านกลายเป็นเพชฌฆาต ทำเหมือนผู้ล่วงลับที่บริสุทธิ์เป็นแค่ของเล่น ได้โปรด... หยุดเขาให้ได้นะคะ

Qingxiao: คำขอนั้น ฉันรับเอาไว้แล้วละ เธอเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะ

Ruoyun: ท่าน Qingxiao คะ... จำตอนที่ข้าบอกลาท่านได้ไหม? ตอนนั้นท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลย

Qingxiao: ...มันคุ้มค่านะ

ล่องเวหาไปข้างหน้าและหาจุดลงสู่พื้น

Jingran: ข้างหน้านั่นก็คือสำเภาเมฆาแห่งตำหนักเทพ แล้วก็เป็นฐานของ Muyu ด้วย

Qingxiao: ม่านพลังที่เกิดจากกลไกแปรสภาพพวกนั้น คงฝ่าเข้าไปได้ยาก

ผู้พเนจร: สองจุดนั้นดูเปราะบางนะ เราน่าจะฝ่าผ่านตรงนั้นเข้าไปได้

Jingran: เดี๋ยวก่อน ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น... เห็นสำเภาเมฆาลำนั้นไหม?

Jingran: ฉันจะควบคุมมันพุ่งชนเข้าไปเอง ส่วนพวกคุณก็อาศัยช่วงที่ม่านปราการยังไม่ฟื้นตัว ใช้กระบี่เหินเวหาทะลุผ่านช่องนั้นเข้าไปเลย

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ตรงนั้นอันตรายกว่าม่านสู่เมฆินทร์ก่อนหน้านี้อีกนะ ถึงสำเภาเมฆาจะช่วยรับแรงกระแทกไว้ได้บ้าง แต่ก็ยังอันตรายถึงชีวิตอยู่ดี

Jingran: ตอนสำรวจแดนเร้นลับ ก็ต้องเสี่ยงตายเหมือนกันนั่นแหละ ในเมื่อตอนนี้เจอจุดอ่อนแล้ว ฉันไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปหรอกนะ

ผู้พเนจร: Jingran นายมั่นใจแค่ไหน?

Jingran: ฉันมั่นใจว่าจะส่งพวกคุณเข้าไปได้ ประมาณ 90% ละมั้ง

ผู้พเนจร: ไม่ ฉันหมายถึง... นายมั่นใจแค่ไหนว่าจะรอด?

Jingran: เรื่องบางเรื่อง ถ้าไม่ลองจะรู้ได้ยังไงเล่า? เร็วเข้าเถอะ จุดอ่อนทั้งสองจุดนั่นจะหายไปแล้วนะ

Jingran: ฉันรู้ว่าอายุขัยของฉันไม่ยืนยาว ยังไงก็ต้องตายเร็วกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ฉันรู้ว่าตัวเองจะใช้ชีวิตนี้ยังไง ต่อให้ทวยเทพทั้งสรวงสวรรค์มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ฉันก็จะตัดสินใจเองอยู่ดี

Jingran: รีบไปกอบกู้เสวียนฟางเถอะ วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ฉันไม่คิดจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่หรอกน่า

Jingran: พอเรื่องที่นี่จบลงแล้ว คุณอาจจะได้เจอฉันที่บ้านท่านอาจารย์หญิงในหมู่บ้านเสียนหลิงก็ได้

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่นี้จะไม่ได้ทรงพลัง แต่ถ้าเธอมีจิตใจแน่วแน่ มันก็จะปกป้องเธอได้แน่นอน

Jingran: ผู้พเนจร จอมอัศวิน Qingxiao...

Jingran: ฝากจัดการเจ้า Muyu แทนฉันด้วยนะ!

ไปยังส่วนหน้าของดาดฟ้าเพื่อเริ่มใช้กระบี่เหินเวหา

ไปยังจุดอ่อนบนม่านพลังกลไก

เปลี่ยนเส้นทาง ไปยังจุดอ่อนอีกแห่ง

ผู้พเนจร: เหมือนจะมีคนอยู่ข้างหน้า

Qingxiao: เขาหยุดหายใจแล้ว คราวนี้ไม่ใช่หุ่นเชิด แต่เป็นร่างจริง

ผู้พเนจร:

Qingxiao: แผลบนตัวเป็นแผลฉกรรจ์ น่าจะเป็นฝีมือของ Jingran นะ

ผู้พเนจร: ถ้า Muyu ตายแล้ว งั้นใครควบคุมเสียงกังวานเหล่านี้ล่ะ แถมยังส่งสำเภาเมฆากับหุ่นกลมาขัดขวางเราอีก เรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ แบบนี้นะ

Qingxiao: เสียงกังวานของผู้ล่วงลับ ยังคงหลั่งไหลมารวมกันที่นี่ และทำให้ทุกสิ่งเกิดการแปรสภาพ...

Muyu: ถึงความรู้สึกที่อยู่ในเสียงกังวานเหล่านี้จะอ่อนแอ แต่ก็เป็นเชื้อเพลิงที่นำไปสู่วิถีแห่งอุตรภาพได้

Muyu: ผู้มีสายสัมพันธ์กับเซนติเนล ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงที่นี่จนได้

ผู้พเนจร: Muyu ศพนี้... เป็นลูกไม้อะไรของแกอีก?

Muyu: นี่เป็นร่างของฉันเอง เป็นร่างมนุษย์อันแสนธรรมดาที่ฉันทิ้งไปแล้ว... ฉันไม่ได้โกหกนะ

Qingxiao: แก...

Muyu: วิสัยทัศน์ของเธอเริ่มแคบลงแล้วนะ จอมอัศวิน Qingxiao ฉันนึกว่าผู้สูงส่งอย่างเธอจะเข้าใจวิถีนี้เสียอีก

Muyu: อันที่จริงเราไม่ได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันหรอกนะ แต่คราวนี้... พวกเธอเมืองเสวียนฟางดันมาขวางทางฉัน คนอย่างฉันไม่เคยสนใจหรอกว่าจะปกป้องหรือทำลาย

Muyu: เพื่อทำลายผนึกมากมายที่ยัยจิ้งจอกนั่นร่ายไว้ และเข้าถึงความรู้จริงแท้ ฉันเลยต้องใช้วิธี... ทุบหม้อข้าวตัวเองแบบนี้ไง

Qingxiao: ฉันไม่สนใจแผนการของแกหรอก ฉันมาเพื่อสังหารแกต่างหาก

ผู้พเนจร: รวมถึงครั้งก่อนด้วย แกต้องชดใช้ทุกสิ่งที่แกทำกับเมืองเสวียนฟาง

Muyu: พวกแกน่าจะเป็นหินลับคมที่ไม่เลวเลยนะ

Muyu: ...ฉันอุตส่าห์มาทำความเข้าใจหลักการของเซนติเนลที่นี่ เพื่อกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบเทียบเท่ากัน

Muyu: ตอนนี้ฉันเดินทางมาถึงปลายทางของจักรกลอัตโนมัติแล้ว...

Qingxiao: เขาอยู่บนท้องฟ้า

Muyu: ฉันทิ้งข้อบกพร่องของมนุษย์ไปแล้ว...

Muyu: และกลายเป็นเทวาชนที่สมบูรณ์แบบ

Muyu: ส่วน Qingxiao...

Muyu: ผู้เป็นดั่งเซียน

Muyu: กลับถูกความรู้สึกอันไร้ค่า และสามัญชนต่ำต้อยเหนี่ยวรั้งเอาไว้

Qingxiao: เพราะฉัน... คำนึงถึงผู้คนไงล่ะ

เอาชนะ Calamity Effigy

ผู้พเนจร: "เทวาชน"... แกเลียนแบบช่างฝีมือของสภาซาวานเทย์ โดยการผูกจิตสำนึกเข้ากับหุ่นกลสินะ

Muyu: อย่าเอาพวกทาสรับใช้ของเซนติเนลมาเทียบกับฉันสิ ฉันต่างหากคือเทวาชนผู้ไร้พันธนาการอย่างแท้จริง

Muyu: ฉันใช้สิ่งที่เปราะบางที่สุดในโลกมนุษย์ ปูทางสู่ความสมบูรณ์แบบได้สำเร็จ ฉันมาถึงอนาคตที่พวกแกไม่มีวันคาดถึงแล้ว

Qingxiao: ก็แค่มารนอกรีตที่หาผลประโยชน์จากผู้ล่วงลับเท่านั้นแหละ

Muyu: พวกแกคลุกคลีอยู่กับมนุษย์ คอยปกป้องพวกเขาอย่างไร้ประโยชน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่เคยเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงเปราะบางเช่นนี้

Muyu: การเอาชนะข้อบกพร่องอย่างไม่หยุดยั้ง ละทิ้งทุกสิ่งที่ไร้ประโยชน์ นี่แหละถึงจะทำให้มดปลวกสามารถทัดเทียมกับเทพเจ้าได้

Qingxiao: แกแค่อยากให้คนอื่นกลายเป็นเหมือนแกเท่านั้น

Qingxiao: สรรพสิ่งล้วนมีธรรมชาติในแบบของตน "ความสมบูรณ์แบบ" ของแก ก็แค่ภาพลวงตาที่ไม่เคยมีอยู่จริง

Qingxiao: ฉันจะกวัดแกว่งกระบี่เล่มนี้ เพื่อแสงประทีปแห่งโลกมนุษย์ เพราะพวกเขาแต่ละคนคือสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้

Muyu: ยังไม่จบหรอก วิถีทางของฉันยังไม่ถึงเส้นชัย...

Muyu: อีกแค่นิดเดียว... นิดเดียวเท่านั้น ฉันก็จะหลุดพ้นจากสังขารนี้ และทะยานขึ้นสู่สวรรค์...

ผู้พเนจร: ถึงเวลาปิดฉากละครหุ่นเชิดวิปริตนี้แล้ว

เอาชนะ Calamity Effigy อีกครั้ง

Muyu: ...เสียงกังวานแห่งแดนพิภพที่หลงเหลืออยู่ จงมาสู่ฉันทั้งหมด... ทั้งความโกรธ ความเศร้า ความคับแค้นใจทั้งหมดนั่น...

Muyu: อึก... เธอ...ทำอะไรลงไป?

Qingxiao: ฉันกระจายเจตจำนงแห่งกระบี่ ให้กับหุ่นกลที่ถูกแกใช้ทดลองพวกนั้นยังไงล่ะ

Muyu: ...เธอ... เสียงกู่ฉินในตอนนั้น... เธอฝึกบำเพ็ญจนเสียสติไปแล้วหรือไง? แม้แต่เสียงกังวานของคนตายก็ยังจะปกป้องงั้นเหรอ?

Qingxiao: ถึงจะเป็นแค่เสียงกังวาน ก็ไม่ควรตกเป็นเหยื่อสังเวยของแผนชั่วร้ายและความทะยานอยาก จนถูกพรากการดำรงอยู่ของตัวเองไป

Muyu: ...สมแล้วที่เป็นท่านเซียนกระบี่ จอมอัศวินรักษ์เสวียนฟางที่แสนดี

ผู้พเนจร: Muyu แกแอบเข้ามาในตำหนักเทพ เพื่อขโมย "แคปซูลอารยธรรม" ที่เราอยู่ในตอนนี้ใช่ไหม?

Muyu: อย่าเข้าใจผิดสิ ฉันสนใจแค่ภูมิปัญญาของเซนติเนล ส่วนคนที่ต้องการแคปซูลนี้ คือคู่ปรับเก่าของแกต่างหาก

ผู้พเนจร:

Muyu: แดนเสวียนฟางเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของวังวนเมิ่งโจวเท่านั้น น่าเสียดายที่ฉันไม่สนใจแผนการของ "Balanophora" เลยสักนิด

ผู้พเนจร: แกกำลังพูดถึง "หญิงชุดแดง"... ผู้คุมแห่งแฟรกต์ซิดัสใช่ไหม?

Muyu: มันไม่สำคัญแล้วละ... พวกแกชนะฉันก็จริง แต่นั่นเป็นเพราะพวกแกแข็งแกร่ง ไม่ใช่เพราะฉันเดินผิดเส้นทาง

Qingxiao: วาระสุดท้ายกำลังจะมาถึง ยังไม่สำนึกผิดอีกนะ

Muyu: ฉันยอมรับในสิ่งที่ฉันทำ เพราะถ้ามานึกเสียใจเอาป่านนี้ มันคงจะเป็นการไม่ให้เกียรติเหล่าวัตถุดิบที่อุทิศตนให้กับการทดลองอันยิ่งใหญ่ของฉันน่ะสิ จริงไหม?

Muyu: มองท้องฟ้าม่านปราการที่พยายามขวางกั้นพวกเราสิ... มันดูคล้ายกับทะเลอีเธอริกมากเลยใช่ไหม?

Muyu: เสียงกังวานกำลังจะกัดกร่อนมันให้พังทลาย พวกแกก็คงจะได้กลับไปยังโลกจริง แต่ถึงยังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนจุดจบของเมืองเสวียนฟางได้หรอก

Qingxiao: ...ฉันจะไม่ยอมให้มันจบแบบนั้น

Muyu: เมืองกลไกอันน่าเวทนานี้ สร้างขึ้นจากการแทรกแซงโลกมนุษย์ของเซนติเนล ยิ่งมันช่วยชีวิตผู้คนไว้มากเท่าไหร่ ก็เท่ากับเบิกราคาที่ต้องจ่ายเหตุมามากเท่านั้น

Muyu: ก็เหมือนกับการปกป้องของพวกแกนั่นแหละ มันแค่ยื้อเวลาแห่งหายนะผลออกไปชั่วครู่เท่านั้นเอง

Muyu: สิ่งที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าในตอนนี้ คือซากของพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดและผู้ล่วงลับในศึกเหวเมฆา และเป็นหายนะที่แดนเสวียนฟางต้องเผชิญ

ผู้พเนจร: แกวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ ว่าจะทำลายที่นี่ไปพร้อมกับม่านพลัง แล้วหนีออกไปยังโลกภายนอก

Muyu: ฉันบอกไปแล้วไง ว่าฉันไม่สนใจแคปซูลนั่นหรอก ส่วนเมืองเสวียนฟางจะล่มสลายไปยังไง ฉันยิ่งไม่สนใจเลย...

Muyu: ฉันต้องการจะเปิดเผยภูมิปัญญาของเซนติเนลภายใต้แสงอาทิตย์แห่งโซลาริส... ไม่ว่ามันจะเป็นยากอบกู้โลก หรือเชื้อเพลิงทำลายล้าง มันก็ไม่สำคัญสำหรับฉันหรอก

Muyu: ถ้าต้องมอบมันให้แก่เซนติเนล สู้ให้มนุษย์ ให้ฉันควบคุมเองยังจะดีกว่า

Qingxiao: แรงจูงใจของแก มีแค่ความโลภและความเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจ

Muyu: อย่างน้อยพวกแกก็เข้าใจความบ้าคลั่งของฉัน... ฉันเองก็เล่าเจตนาของตัวเองอย่างหมดเปลือกไปแล้ว

ผู้พเนจร: พูดไปก็ไร้ประโยชน์... จินตนาการเพ้อฝันของแก จะจบลงแค่นี้แหละ

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อ

Qingxiao: พลังเรโซแนนซ์ของฉันกำจัดเจตนาร้ายในเสียงกังวานได้ ตราบใดที่มีคนต้าน "นภาถล่ม" นี้เอาไว้ ที่นี่ก็จะไม่พังทลาย

Qingxiao: อึก... เพราะฉะนั้น...

ผู้พเนจร: ฉันเคยให้สัญญากับ Hsin ไว้ว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเมืองนี้ และฉันก็เคยสัญญากับคุณด้วย ว่าจะก้าวเดินไปด้วยกัน

ผู้พเนจร: จริงไหมล่ะ... ท่านอาจารย์

Qingxiao: ...อืม

ผู้พเนจร: ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะเผชิญไปด้วยกัน

สำรวจลึกเข้าไปในแดนสวรรค์ต่อ

กลับไปยังอุทยานลึกลับ

???: ...ขอบใจพวกเจ้าจริงๆ นะ

Qingxiao: ...Hsin?

Hsin: พวกเจ้าทั้งสองและทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ทำให้การกัดกร่อนของเสียงกังวานภายในศูนย์ควบคุมสลายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนความผิดปกติที่หลงเหลืออยู่ ข้าก็ควบคุมไว้ได้แล้ว

Hsin: เมื่อศูนย์ควบคุมฟื้นฟูแล้ว ลานกักกันและหุ่นกลก็จะกลับมาทำงานตามปกติ แล้วทยอยกักกันพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดทีละส่วน

Hsin: สรุปก็คือ... เมืองเสวียนฟางผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว

Hsin: อ๊ะ... จอมอัศวิน Qingxiao โปรดระงับโทสะด้วย!

Qingxiao: ช่วงที่ผ่านมาเจ้าหายไปไหน?

ผู้พเนจร: แดนเสวียนฟางเผชิญวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เซนติเนลกลับไม่ปรากฏตัวเลย ต่อให้มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า ก็ควรออกมาอธิบายให้ทราบก่อนนะ

Hsin: ย่อมได้ งั้นข้าจะขอเริ่มจากเหตุวุ่นวายที่ Muyu เป็นต้นเหตุก่อนก็แล้วกัน

Hsin: ตอนที่ Muyu แอบบุกรุกตำหนักเทพในตอนนั้น ใช่ว่าข้าจะไม่รู้ตัว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าจึงแทรกแซงหรือส่งข่าวออกไปไม่ได้

Hsin: ในยามคับขันเช่นนั้น ข้าทำได้เพียงขังเขาไว้ใน "แดนเสวียนหยวน" ซึ่งอยู่ภายในศูนย์ควบคุมเท่านั้น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับม่านพลังภายนอก เพื่อไม่ให้เขาหลบหนีออกไปได้

Hsin: เดิมทีข้าคิดว่า เขาแค่ต้องการครอบครองข้อมูลสำคัญของศูนย์ควบคุม แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะใช้เสียงกังวานเพื่อคลายผนึก จนทำให้ศูนย์ควบคุมพังทลาย

ผู้พเนจร: ตอนอยู่ในตำหนักเทพ ปริซึมแห่งชะตาเคยมีปฏิกิริยา เพราะคุณแอบพาเราเข้าไปในแดนเสวียนหยวนงั้นเหรอ?

Hsin: มีเพียงการหยุดยั้งความวุ่นวายที่ Muyu ก่อจากภายใน แล้วใช้อำนาจของข้าเข้าช่วยเท่านั้น จึงจะจำกัดความเสียหายที่จะหลุดออกไปให้เหลือน้อยที่สุดได้

ผู้พเนจร: ฉันอยากรู้อีกเรื่องหนึ่ง ศูนย์ควบคุมของเมืองเสวียนฟางคือ "แคปซูลอารยธรรม" ของเมิ่งโจวใช่ไหม? อย่างน้อย Muyu ก็เชื่อแบบนั้น

Hsin: ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก นั่นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น...

Hsin: สถานการณ์ครั้งนี้เหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ โชคดีที่มีพวกท่านคอยรับมือ เมืองเสวียนฟางจึงไม่ต้องสูญเสียไปมากกว่านี้

Qingxiao: คราวก่อนเจ้าขอให้วิหคสานนภาพาข้าไปที่ตำหนักม่านหมอก แล้วอ้างว่าไปพบเจ้า ที่จริงคืออยากให้ข้าไปพบ ผู้พเนจร ใช่ไหม?

Hsin: เฮ้อ... ถูกจับได้เสียแล้ว

Hsin: ในเมื่อพันธมิตรSuisuiผู้ปราดเปรื่องของข้า ให้ผู้มอบประกาศิตเข้ามาเป็นตัวแปรของหมากกระดานนี้แล้ว เช่นนั้นจอมอัศวิน Qingxiao ก็ย่อมต้องร่วมมือด้วยอย่างแน่นอน

Qingxiao: แล้วเมืองเสวียนฟางที่เราเห็นในแดนเสวียนหยวน...

Hsin: ข้ารู้ว่าเจ้าจะถามอะไร สำเภาเมฆาและกลไกเหล่านั้นมีแบบแปลนที่บันทึกไว้จริง แต่ทำไมถึงไม่นำมาใช้ในศึกเหวเมฆา...

Hsin: Qingxiao... เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะมันไม่ทันการณ์

Qingxiao: ...ไม่ทันการณ์เหรอ

Hsin: ยิ่งไปกว่านั้น จักรกลอัตโนมัติที่ล้ำหน้าเกินไป ก็เป็นทั้งพรและเคราะห์ที่ยากจะคาดเดาสำหรับอารยธรรมของเมิ่งโจว และเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรครอบครอง เพราะมันจะเข้าไปแทรกแซงและเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้คนได้

Hsin: ดั่งเช่น Muyu ที่ถูกชักจูงให้เดินบนเส้นทางนี้จนชีวิตพังพินาศ

ผู้พเนจร: ฉันไม่อยากวิจารณ์การตัดสินใจของคุณหรอกนะ แต่ในเมื่อสถานการณ์บางอย่างของเมืองเสวียนฟางในตอนนี้เกิดขึ้นเพราะเซนติเนล ก็ควรให้เซนติเนลจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

Hsin: ผู้มอบประกาศิต... ข้า...

Hsin: ผู้มอบประกาศิต จอมอัศวิน Qingxiao เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะอธิบายให้พวกท่านและเมืองเสวียนฟางได้รับรู้เอง

Hsin: ถึงตอนนั้น โปรดนำ "ปริซึมแห่งชะตา" มาพบข้าด้วยเถิด...

นักเล่าเรื่อง: ว่ากันว่า... กระบี่นับหมื่นพุ่งทะยานสู่ท้องนภา กวาดล้างเมฆหมอกมืดมนจนสิ้น

นักเล่าเรื่อง: แดนเสวียนฟางกลับคืนสู่ความสงบ กลไกหมุนเวียนอีกครา ทาเซ็ตดิสคอร์ดทั้งมวลถูกกักขัง

นักเล่าเรื่อง: เหนือตำหนักเทพ ราวกับมีทางช้างเผือกเจิดจรัส

นักเล่าเรื่อง: เมื่อควันสงครามสลายไป เหล่าวีรชนยกกระบี่ขึ้นฉลองชัยชนะ

นักเล่าเรื่อง: ทหารแลชาวบ้านต่างชื่นบาน บ้านเมืองกลับมาร่มเย็นเป็นสุข

นักเล่าเรื่อง: แต่ทว่าในยามที่เสียงหัวเราะยังไม่ทันซาลง กลับมีอุทยานแห่งหนึ่งพังทลายไปอย่างไร้สาเหตุ

นักเล่าเรื่อง: เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... โปรดติดตามต่อในตอนหน้า

ไปยังกระทรวงการสงครามเพื่อพบ Yangyang

ผู้พเนจร: (เหมือน Suisui จะมีเรื่องด่วนติดต่อเรา ไปสมทบกับ Yangyang ที่กระทรวงการสงครามก่อนดีกว่า)

Suisui: ...โล่งอกไปทีที่พวกเธอไม่เป็นไร... Yangyang ไหนมาให้พี่ดูหน่อยซิ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?

Yangyang: พี่คะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ... ผู้พเนจร กับจอมอัศวิน Qingxiao ต่างหาก ที่ต้องเข้าไปเจออันตรายในตำหนักเทพน่ะ

ผู้พเนจร:

Yangyang: ผู้พเนจร อย่าชมฉันแบบนี้ต่อหน้าพี่สาวสิคะ...

Suisui: เอาละๆ เลิกอวยกันได้แล้ว จากนี้... ฉันจะพูดในฐานะกรรมการของสมาคมการค้าเจาหมิงแล้วนะ

Suisui: หลังกลับไปเมืองเมิ่งโจว ฉันใช้เส้นสายของสมาคมสืบประวัติของ Muyu แล้วก็ติดต่อกับสาขาหลักของสำนักจั๋วจวินแล้วด้วย

Suisui: Muyu เป็นอัจฉริยะด้านจักรกลอัตโนมัติที่รับผิดชอบการออกแบบเมืองเยวียนเมื่อสองร้อยปีก่อนจริงๆ เขาเป็นสมาชิกอาวุโสของสำนักจั๋วจวิน และเคยร่วมมือกับสถาบันหัวซวีแห่งเมิ่งโจวด้วย

Suisui: เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เดิมทีเขาจะได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนถัดไปต่อจาก "หุ่นบุปผา" แต่เขากลับประกาศถอนตัวออกจากองค์กร จากนั้นก็หายสาบสูญไปเลย

Yangyang: ต่อมา... Muyu น่าจะใช้ชื่อปลอมสำหรับซ่อนตัวอยู่ในแดนเสวียนฟาง เพื่อเตรียมแผนการของเขา

Suisui: ถึงสำนักจั๋วจวินจะแสดงท่าทีว่าตัดขาดกับเขาแล้ว และยินดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Muyu เพื่อช่วยในการสืบสวนของสมาคมการค้า

Suisui: แต่เรารู้ว่า สายของสำนักจั๋วจวินเคยช่วย Muyu อยู่ลับๆ... อ้อ จริงสิ คุณเจอ "ภูตวิฬาร์เรืองประทีป" แล้วหรือยัง?

ผู้พเนจร:

Suisui: ...งั้นเหรอ? หลังจากแยกกันที่ตำหนักเทพก็หายไปเลยสินะ... เขาชอบทำตัวลึกลับอยู่แล้ว วันดีคืนดีอาจจะโผล่มาอีกก็ได้นะ

ผู้พเนจร: ฉันก็เชื่อว่าเขาจะปลอดภัยดี

ผู้พเนจร: เบื้องหลังของ Muyu มีแฟรกต์ซิดัสเข้ามาเกี่ยวข้องไหม? ตอนเจอกัน เขาเคยพูดถึงผู้คุมคนหนึ่งของแฟรกต์ซิดัสด้วย

Suisui: มีแค่ข้อมูลเดียวที่ "หุ่นบุปผา" เจ้าสำนักลึกลับคนนั้นบอกมา... เมื่อก่อน Muyu เคยแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับแฟรกต์ซิดัส แต่ไม่นานก็ขาดการติดต่อกันไป

Suisui: เรายังสรุปแน่ชัดไม่ได้ว่านี่เป็นกลอุบายที่สำนักจั๋วจวินใช้ตัดความสัมพันธ์กับ Muyu หรือเปล่า

Suisui: ช่วงที่ผ่านมา... นอกจากสืบเรื่องสำนักจั๋วจวินแล้ว ฉันยังไปที่ว่าการเมิ่งโจวมาด้วยนะ

ผู้พเนจร:

Suisui: เฮ้อ ครั้งก่อนที่จินโจวยังได้เข้าไปนั่งดื่มชารอนะ แต่ครั้งนี้โดนปิดประตูใส่หน้าเลยละ พวกเขาบอกว่าท่านเจ้าเมืองเมิ่งโจวไม่สะดวกจะพบแขก

Suisui: แดนเสวียนฟางเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่ที่ว่าการเมิ่งโจวกลับเงียบผิดปกติ น่าสงสัยจริงๆ

Yangyang: แต่ที่ว่าการก็ทำตามสัญญานะ อีกไม่นานจะมีกำลังคนกับเสบียงชุดใหม่ส่งมาจากเมืองเมิ่งโจว ส่วนเสบียงชุดใหม่จากจินโจวก็มาถึงแล้วด้วย

Suisui: สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี พวกเธอไม่ต้องกังวลเรื่องที่ว่าการหรอกนะ เดี๋ยวฉันหาทางเอง

ผู้พเนจร: ขอบคุณนะ Suisui

Suisui: ฟังจากน้ำเสียงของคุณ ก็รู้เลยว่าคุณยังมีเรื่องค้างคาใจ ปล่อยวางบ้างก็ได้นะ

ผู้พเนจร: อืม... อย่างน้อยตอนนี้แดนเสวียนฟางก็กลับมาสงบแล้ว

Yangyang: หวังว่าช่วงเวลาแบบนี้ จะคงอยู่ไปนานๆ นะ

Suisui: อีกไม่กี่วันเมิ่งโจวก็จะเริ่มจัดเทศกาลจันทร์เบิกนภาแล้ว เมืองเสวียนฟางก็น่าจะจัดเหมือนกันนะ พวกเธอเองก็จะได้พักผ่อนกันสักที

Suisui: งั้นไว้เจอกันใหม่นะ ผู้พเนจร... แล้วก็อย่าลืม "ครั้งหน้า" ของเราล่ะ~

Yangyang: ผู้พเนจร คะ ที่พี่ Suisui พูดว่า "ครั้งหน้า" น่ะ หมายความว่ายังไงเหรอ...?

ผู้พเนจร: ...ไว้วันหลัง กลับไปเที่ยวจินโจวด้วยกันอีกนะ

Yangyang: ได้สิคะ

อ่านข้อความที่ Qingxiao ส่งมา

ไปยังโรงฝึกยุทธ์ของ Qingxiao บนขุนเขาเสวียนโยว

Qingxiao: มาแล้วเหรอ

ผู้พเนจร: ...นี่คือโรงฝึกยุทธ์ของคุณเหรอ?

Qingxiao: ช่วงแรกที่นี่เป็นแค่บ้านร้างผุพัง แต่หลายปีมานี้ พวกชาวบ้านมาช่วยกันซ่อมแซมให้ฉันน่ะ

Qingxiao: ต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ ถึงผู้ฝึกบำเพ็ญจะไม่ยึดติดกับสิ่งนอกกาย แต่ถ้าจะก่อตั้งสำนัก อย่างน้อยก็ควรมีโรงฝึกยุทธ์สักแห่ง

ผู้พเนจร: ...ก่อตั้งสำนัก?

Qingxiao: ฉันอยากก่อตั้งสำนักถ่ายทอดวิชากระบี่ในแดนเสวียนฟางน่ะ

ผู้พเนจร:

ผู้พเนจร: แล้วทำไปถึงขั้นไหนแล้วล่ะ?

Qingxiao: ...เพิ่งจะเริ่มต้นเอง อยู่ในช่วงเฟ้นหาศิษย์คนแรกน่ะ

Qingxiao: ศิษย์คนแรกเปรียบเสมือนหน้าตาและรากฐานของสำนัก จึงต้องเลือกอย่างรอบคอบหน่อย

ผู้พเนจร: ฉันเพิ่งได้เรียนวิชากระบี่เหินเวหาจากคุณเอง งั้นก็ถือว่าฉัน...

Qingxiao: ตอนอยู่ที่แดนเสวียนหยวน ฉันเคยเรียกคุณว่า "ศิษย์" คุณก็เคยเรียกฉันว่า "อาจารย์" แต่การเดินทางครั้งนั้นจบลงแล้ว

Qingxiao: ฉันไม่ได้ถ่ายทอดวิชาอะไรให้คุณเลย คุณเองก็เก่งวิชากระบี่อยู่แล้ว คงไม่ต้องสอนเพิ่มอีกแล้วละ

Qingxiao: เพราะฉะนั้น... ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณเลย

ผู้พเนจร: Qingxiao ถ้าคุณยินดี... เรามาร่วมเดินทางด้วยกันต่อเถอะนะ

Qingxiao: ...ได้สิ

Qingxiao: ตอนที่อาจารย์รับฉันเป็นศิษย์ มีอยู่สองขั้นตอน นี่เป็นขั้นตอนแรก

ผู้พเนจร: นี่คือ...

Qingxiao: ไม่กี่วันก่อน ฉันแกะสลักยันต์กระบี่ชิ้นนี้ด้วยตัวเอง แล้วใส่เจตน์กระบี่ผูกชะตาเข้าไปด้วย

Qingxiao: ไม่ว่าคุณจะมองมันเป็นของที่ระลึกแห่งมิตรภาพ หรือ... เป็นสิ่งของแทนความผูกพันระหว่างอาจารย์กับศิษย์ ก็โปรดรับไว้เถอะนะ

ผู้พเนจร:

Jingwei ในอดีต: ศิษย์ในสำนักของข้า ต้องตัดขาดเยื่อใยทางโลก รากกิเลสทั้งหก และพันธะของกฎแห่งกรรม

Qingxiao ในอดีต: ถ้าศิษย์ทำไม่ได้ล่ะคะ?

Jingwei ในอดีต: เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าจงค้นหาวิถีของตัวเองให้พบเถอะ

ผู้พเนจร: ต่อไปก็เป็นขั้นตอนที่สองสินะ

Qingxiao: ฉันจะขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงตอบแทนคุณ

Qingxiao: จะเรียกว่างานเลี้ยงต้อนรับก็ได้นะ ตอนที่อาจารย์รับฉันเป็นศิษย์ ท่านก็ได้ละเว้นการถือศีลอดอาหารที่ทำมาอย่างยาวนาน เพื่อมาทานอาหารกับฉันด้วย

Qingxiao: เรียกสหายที่น่ารักของคุณมาด้วยสิ

ผู้พเนจร: "น่ารัก"... หมายถึง Abby น่ะเหรอ?

กลับไปยังโรงฝึกยุทธ์

ควบคุมกระบี่เหินเวหาไปยังเมืองเสวียนฟาง

ไปกินข้าวกับ Qingxiao ที่ร้านสุดห้วงรสตำรับ

ธิดาครัวมัจฉา: ปลาซอสเปรี้ยวเมิ่งโจวมาแล้วจ้า! เพิ่งตกมาจากแม่น้ำเมื่อเช้าเลย สดมากๆ เลยนะ

Abby: งั่มๆ ๆ...

Abby: อึก เปรี้ยวจัง! ปลาบูดหรือเปล่าเนี่ย?!

Qingxiao: นี่คืออาหารขึ้นชื่อของร้าน "สุดห้วงรสตำรับ" ของเมืองเยวียนเชียวนะ ชาวบ้านเคยเชิญให้ฉันไปลองชิม พอชิมไปไม่กี่คำ ฉันก็ลืมไม่ลงเลยละ

Qingxiao: คุณลูกศิษย์ก็ลองชิมดูสิ

Qingxiao: ก่อนหน้านี้ ฉันมักจะมองชาวบ้านเป็นเหมือน... ผู้คนที่ต้องคอยปกป้องอย่างเงียบๆ

Qingxiao: แต่ที่จริงน่ะ พวกเขามีจิตใจเข้มแข็งที่สามารถปกป้องชีวิตของตัวเองได้อยู่แล้ว

Qingxiao: แทนที่จะช่วยพวกเขาแค่ไม่กี่ครั้ง หรือปกป้องไปตลอดชีวิต สู้สอนวิชาให้พวกเขาดีกว่า

ผู้พเนจร: ที่แท้... นี่คือเหตุผลที่คุณอยากตั้งสำนักสินะ

Qingxiao: หลายปีก่อน มีสหายคนหนึ่งพาศิษย์ของตัวเองท่องไปทั่วหวงหลง พอแวะมาถึงแดนเสวียนฟาง จึงขึ้นเขามาเยี่ยมฉัน

Qingxiao: ฉันถึงได้รู้ว่า เขาวางแผนร่วมกับผู้มีดวงตาสีทองคุณที่ภูผาสวรรค์ เพื่อคลี่คลายวิกฤตความปั่นป่วนของกระแสเวลาในอนาคต ทำให้สูญเสียอายุขัยไปเยอะมาก จนเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว

Qingxiao: แต่เขากลับสงบนิ่ง เพราะเขามีศิษย์ผู้ที่จะสืบทอดวิชาของตัวเองแล้ว และยังมีลูกศิษย์อีกมากมายบนโลกนี้

ผู้พเนจร:

Qingxiao: ถึงตนเองจะเดินบนวิถีแห่งการบำเพ็ญหรือจะบันดาลความสงบสุขให้แก่ใต้หล้าไม่ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น... ก็ยังคงมีผู้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป

Qingxiao: นี่ก็เป็นสัจธรรมที่คุณเคยพูดกับฉันเหมือนกัน

ผู้พเนจร: ดูเหมือนว่า ในฐานะศิษย์คนแรกของสำนัก ฉันคงต้องช่วยคุณสอนวิชากระบี่แล้วนะ

Qingxiao: ...คุณเคยสอนไปแล้วละ

Qingxiao: การสอนวิชากระบี่ ก็เหมือนกับการมอบโอกาสให้ผู้คนก้าวสู่เส้นทางแห่งกระบี่ ต่อให้ไม่เข้าใจแก่นแท้ อย่างน้อยก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ผู้พเนจร:

Qingxiao: เอ่อ...

เด็กที่ฮึกเหิม: รู้ไหม? พี่สาวเซียนท่านนี้เก่งสุดยอดไปเลยนะ ได้ยินว่าเป็นเจ้าสำนักฝึกบำเพ็ญอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าเลยแหละ!

เด็กที่สงสัย: ชื่อสำนักอะไรนะ?

เด็กที่ฮึกเหิม: สะ...สำนักเสวียนหยวน! สำนักฝึกบำเพ็ญอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า สำนักเสวียนหยวนยังไงล่ะ!

Qingxiao: ถ้าอย่างนั้น ก็เรียกว่าสำนักเสวียนหยวนก็แล้วกัน

ในชีวิตคนเรา มีพลัดพรากมากกว่าพบพาน เรื่องต่างๆ มักไม่เป็นดั่งหวัง

หวังเพียงมนุษย์ธรรมดาอย่างเรา จะสืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป และก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง

ธิดาครัวมัจฉา: เอ๊ะ? จอมอัศวิน Qingxiao ลืมไว้หรือเปล่านะ?

ธิดาครัวมัจฉา: ... "วิชากระบี่เนตรสุวรรณ" งั้นเหรอ?

อ่านข้อความที่เพิ่งได้รับ