การเดินหน้าอันกึกก้อง
เมื่อคลื่นแห่งภยันตรายได้ล่าถอยไป เมืองจินโจวก็ดูเงียบสงบและมีชีวิตชีวา แต่ทว่านอกชายแดนนั้นเต็มไปด้วยสมรภูมิอันดุเดือดและสิ้นหวัง
พักผ่อนจนกว่าจะถึงเช้าวันรุ่งขึ้น (7:00 - 10:00 น.)
พบกับ Chixia ที่ร้านอาหารพานฮวา
Chixia: คุณ Panhua อรุณสวัสดิ์! ขอบะหมี่เผ็ดมากสามชามเลย!
Chixia: เห็นไหมล่ะ? ไม่มีอะไรสู้บะหมี่เผ็ดร้อนสักชามยามเช้าได้หรอก!
Yangyang: ผู้พเนจร ทานได้ไหมล่ะ?
ผู้พเนจร:
Chixia: ดูท่าทาง Baizhi จะขังตัวเองอยู่ในห้องทดลองอีกแล้วสินะ ตั้งแต่เมื่อวานก็ยังไม่ออกมาเลย เดาว่ากว่าจะได้เจอก็คงต้องรอให้เธอทำวิจัยเสร็จก่อน
Chixia: ไม่สิ เดี๋ยวก่อนนะ ผู้พเนจรอาจเป็นกรณีพิเศษก็ได้ เพราะยังไงก็เป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลตัวอย่าง บางทีอาจถูกมัดไว้ที่หน้าประตูสถาบันวิจัยก็ได้
Chixia: แค่ดึงเชือกนิดเดียว รับรองดึงคนจากสถาบันหัวซวีออกมาเป็นพรวดได้แน่นอน คนข้างหน้าต้องเป็น Baizhi และคำแรกที่พูดคือถามหาผู้พเนจร
ผู้พเนจร:
Chixia: ครั้งหน้าหากมีเหตุฉุกเฉิน! ผู้พเนจร ลุยเลย!
Chixia: โอ๊ะ ฉันเผลออินไปหน่อย ขอโทษทีนะที่เสียมารยาท!
Chixia: ว่าแต่ ตอนนี้พอเราคลี่คลายเรื่องลูกอมไข่มุกกับนาฬิกาแดดได้แล้ว ก็เหลือแค่ใบไม้ประหลาดกับมังคุดธรรมดาๆ นี่ใช่ไหม?
Chixia: ไม่คาดคิดเลยว่าแค่แวะไปที่สถาบันวิจัยก็สามารถจัดการได้ถึงสองเรื่อง จะว่าผู้พเนจรฉลาด หรือไม่ก็ท่านเจ้าเมืองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลำบากกันแน่
Yangyang: ผู้พเนจรจะทำยังไงต่อดี?
ผู้พเนจร:
Chixia: พูดถึงมังคุด ที่ตลาดแถวนี้ก็มีคนขายอยู่นะ อาจจะเจอเบาะแสอะไรที่นั่นก็ได้?
Yangyang: แต่มังคุดไม่ใช่ผลไม้ท้องถิ่นของจินโจวหรอก ส่วนใหญ่จะลำเลียงมาทางเรือ งั้นเราควรเริ่มสืบจากท่าเรือเลยไหม?
ผู้พเนจร:
Yangyang: ผู้พเนจรคิดว่า ของแทนตัวถัดไป จะต้องนำเราออกนอกเมืองเหรอ?
Yangyang: Baizhi บอกว่าใบไม้นี้มีความถี่ย่านเดียวกันกับทาเซ็ตดิสคอร์ด แสดงว่ามันน่าจะมาจากต้นไม้ที่อยู่ใกล้สนามทาเซ็ต
Yangyang: ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องออกไปนอกเมืองเพื่อตามเบาะแสนี้แล้วล่ะ
Yangyang: อืม แบบนั้นก็ได้เหมือนกัน แล้วสองวันนี้คุณมีแผนจะทำอะไรบ้าง ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร:
Yangyang: มหาสมุทรแห่งดวงดาว... เด็กสาวผมดำ... ทะเลอีเธอริกกลับหัว... แล้วก็เรโซแนนซ์คอร์ดที่ไหลออกมาจากสัญลักษณ์ทาเซ็ตที่หลังมือ...
Yangyang: ทิศทางที่ใกล้ที่สุดคือหุบเขาแห่งวิญญาณ และทุ่งร้างนอร์ฟอลล์...
Yangyang: ไม่เคยได้ยินผู้พเนจรเล่าเรื่องนี้ให้ฟังมาก่อนเลย
ผู้พเนจร:
Yangyang: ตามคำบรรยายของผู้พเนจร ทะเลอีเธอริกกับเรโซแนนซ์คอร์ดมีอยู่จริง ดินแดนที่เรโซแนนซ์คอร์ดร่วงลงมานั้นคือหุบเขาแห่งวิญญาณกับทุ่งร้างนอร์ฟอลล์
Yangyang: บางที... มันอาจไม่ใช่แค่ความฝันก็ได้
Yangyang: เด็กสาวคนนั้นอาจเป็นกุญแจที่จะช่วยให้คุณกู้ความทรงจำกลับมาได้ นอกจากข้อมูลที่ท่านเจ้าเมืองให้มาแล้ว ทิศทางหนึ่งของความฝัน ก็มุ่งไปยังทุ่งร้างนอร์ฟอลล์นั่นเอง
Yangyang: ที่นั่นคือสมรภูมิของสงครามเธรโนเดียน และเป็นจุดกำเนิดของการแพร่กระจายของทาเซ็ตดิสคอร์ดทั้งหมด ฐานแนวหน้าของมิดไนท์เรนเจอร์ ก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วย
Yangyang: บัตรผ่านที่คุณได้มาอาจเป็นอีกหนึ่งคำใบ้ก็ได้...
Yangyang: นอกจากที่ว่าการแล้ว ในเมืองก็ไม่มีด่านอะไร ไม่ต้องใช้บัตรผ่าน ใดๆ นอกจากจะต้องออกนอกเมือง
Chixia: ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกเนี่ย เก่งจังเลย Yangyang!
Chixia: จริงอย่างว่า ตั้งแต่มาเมื่อวานก็ใช้แต่สมองตลอด ถึงเวลาขยับร่างกายซะบ้างแล้ว!
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร:
Chixia: โอ้ววว! พิฆาตทาเซ็ตดิสคอร์ด เท่ระเบิด!
Yangyang: ...พอได้แล้วทั้งสองคน
Chixia: ฉันคงไปด้วยไม่ได้ถ้าเธอจะออกนอกเมือง เดี๋ยวฉันต้องเข้างาน ดูแลผู้พเนจรให้ดีนะ แล้วก็ถ้ามีอะไรให้ส่งข่าวมาหาฉันด้วยล่ะ Yangyang
ผู้พเนจร:
Yangyang: โอเค
เตรียมพร้อมที่จะออกจากเมือง
Yangyang: เรโซเนเตอร์อย่างพวกเราสามารถเพิ่มทักษะการต่อสู้ได้ด้วยไอเทมพิเศษ เอคโค่ของเราก็ใช้ได้เหมือนกันนะ
Yangyang: ถ้าคุณสนใจ ก็ลองไปหาครูฝึก Yhan ที่ค่ายฝึกดูสิ จะได้ฝึกเพิ่มแล้วก็รับไอเทมเสริมพวกนี้ด้วยเลย
Chixia: Yangyang เมื่อกี้ได้ยินไหม? นะ-นั่นเสียงคนร้องไห้หรือเปล่า?
Yangyang: นั่นน่าจะเป็นค่ายฝึกของมิดไนท์เรนเจอร์... ไม่ต้องกังวลไปหรอก Chixia
Yangyang: ครูฝึก Yhan เป็นคนดูแลผู้เข้าฝึกใหม่ ได้ยินว่าโหดใช้ได้เลย แต่ฉันว่าผู้พเนจรรับมือไหวแน่นอน
เดินทางมาถึงประตูเมือง
Yangyang: มีการเสริมกำลังการรักษาการณ์ที่ประตูเมือง
Yangyang: ตอนเรากลับมายังไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย...
ทหารที่เฝ้ายาม: ถ้าจะออกไปอีก ก็เป็นนอกเมืองแล้วนะ ต้องมีบัตรผ่านนะ ตอนนี้ทางทุ่งร้างนอร์ฟอลล์ห้ามผ่านแล้ว
ทหารที่เปลี่ยนกะ: ...
ทหารที่เปลี่ยนกะ: นี่คุณนักพรต? ฉันเข้าเวรมาหลายรอบแล้วนะ คุณยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอ?
??: อ๋อ คุณคงเป็นทหารที่เข้าเวรตอนเที่ยงเมื่อวานสินะ ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง
??: ฉันเป็นเรโซเนเตอร์และเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วย ฉันดูแลตัวเองได้แน่นอน แต่ตอนนี้ฉันต้องไปตามหาคน
??: นักพรตน้อยได้ให้สัญญากับปู่ของผู้สูญหายไว้ ว่าจะต้องตามหาตัวเขาให้พบ จึงขอความกรุณาจากนายทหารทั้งสองให้ช่วยผ่อนปรนด้วย
ทหารที่เฝ้ายาม: ถึงคุณจะเป็นเรโซเนเตอร์ แต่ภายใต้สถานการณ์ตอนนี้ ฉันคงให้ผ่านไม่ได้ ขอโทษจริงๆ
??: ในเมืองก็ดูปกติดีนี่นา หรือว่าสถานการณ์ที่แนวหน้ามันเลวร้ายขนาดนั้นเลย?
ทหารที่เปลี่ยนกะ: ก็เพราะแบบนั้นเราถึงต้องคอยระวัง เพื่อให้คนในเมืองใช้ชีวิตได้อย่างสงบไง
ทหารที่เฝ้ายาม: อีกอย่าง แม่ทัพ Jiyan ก็กำลังประจำการอยู่ที่ฐานทุ่งร้างนอร์ฟอลล์ ถึงจะอันตราย แต่ท่านก็คอยดูแลทหารทุกนาย รวมถึงคนที่คุณกำลังตามหาอยู่ด้วย
ทหารที่เปลี่ยนกะ: เราได้ส่งรายงานเรื่องของคุณไปแล้วนะ กลับบ้านไปรอฟังข่าวดีก็ได้ จะยืนรออยู่ตรงนี้ไปทำไมกัน?
??: ขอบคุณนะ แต่ฉันได้ขอความช่วยเหลือจากสถานีหน่วยลาดตระเวนแล้ว และก็พยายามทุกวิธีที่คิดออก ตอนนี้ขอให้ฉันลองอีกครั้งเถอะ ฉันให้สัญญาไว้แล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่
??: ฉันเข้าใจความกังวลของคุณนะ
??: ฉันไม่อยากเป็นภาระ ถ้าฉันซ่อนตัวให้มิดแล้วอยู่ให้ไกลออกไปหน่อยล่ะ? สักห้าไมล์หรือร้อยไมล์ดี? ถ้าเป็นพันไมล์ก็คงไกลไปหน่อย ฉันคงมองพวกคุณไม่เห็นแล้วล่ะ...
ทหารที่เปลี่ยนกะ: ฟังนะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าทหารจะกลับมาเมื่อไหร่ แล้วถึงกลับมา คุณก็อาจจะไม่เจอคนที่ตามหาก็ได้
ทหารที่เปลี่ยนกะ: แถมเส้นทางไปแนวหน้าก็อันตรายมาก แถมคุณยังไม่มีบัตรผ่านอีก...
ทหารที่เปลี่ยนกะ: ตรวจสอบบัตรผ่านถูกต้อง...
ทหารที่เฝ้ายาม: แค่สองคนเหรอ?
ผู้พเนจร:
??: สวัสดีท่านทั้งสอง ฉันคือ Jianxin มีเรื่องอยากรบกวนหน่อยได้ไหม?
Jianxin: ฉันอยากออกไปหาคนๆ หนึ่งนอกเมือง แต่ไม่มีบัตรผ่าน เลยคิดว่า... พอจะให้ฉันตามไปด้วยได้ไหม?
ผู้พเนจร:
Jianxin: ท่านมีน้ำใจยิ่ง ข้าน้อยขอขอบคุณมาก!
Jianxin: ฉันทำได้สารพัดอย่างเลย ไม่ว่าจะรำไท้เก๊ก ทำอาหาร ชงชา ขุดแร่ หาของป่า วิ่งส่งของ ซ่อมของใช้ แล้วก็ดูแลสัตว์ ถ้ามีงานอย่างอื่นก็ยินดีจะเรียนรู้เพิ่มเสมอ
ผู้พเนจร:
Jianxin: ฉันมีแป้งขนมกัวคุยอยู่สามแผ่น 34 เหรียญเชลล์ แล้วก็มีคันฉ่องส่องกระจ่าง พวกนี้ฉันยกให้หมดเลย
ผู้พเนจร:
Jianxin: คุณพูดถูก ฉันควรพูดตรงๆ ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องโกหกให้ทหารลำบากใจเพิ่มไปอีก
??: ขอบคุณท่านทั้งสอง! ฉันซึ้งใจจริงๆ!
Jianxin: ฉันตั้งใจจะออกจากเมืองไปกับพวกเขา แล้วพวกเขาก็ตกลงแล้ว แบบนี้ยังจะเป็นปัญหากับพวกคุณอีกไหม?
ทหารที่เปลี่ยนกะ: ฉัน เอ่อ...
ผู้พเนจร:
ทหารที่เฝ้ายาม: ดูจากบัตรผ่านแล้ว คุณมีสิทธิ์ระดับสูงสุด เพราะอย่างนั้นขั้นตอนก็ไม่มีปัญหาอะไร
ทหารที่เปลี่ยนกะ: (พูดตามตรง แค่มีบัตรผ่านนี้ เขาก็สามารถพาทหารทั้งกองออกไปจากเมืองได้โดยไม่มีใครกล้าทักสักคำด้วยซ้ำ...)
ผู้พเนจร:
Jianxin: รับทราบ!
Jianxin อธิบายเหตุผลที่อยากออกจากเมือง พร้อมเล่าเรื่องของคนที่เธอกำลังตามหาให้ฟัง
Yangyang: งั้นสรุปคือคุณกำลังตามญาติของทหารผ่านศึก แล้วคิดว่าเขาอยู่ที่ค่ายของมิดไนต์เรนเจอร์บนที่ราบสูงเดโซร็อกใช่ไหม?
Jianxin: คุณ Yangyang พูดถูกแล้ว
ผู้พเนจร:
Jianxin: เขาชื่อ Zhiyuan ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อนหรอก ตอนที่ฉันลงเขามา ฉันเจอกับคุณปู่ของเขาที่กำลังออกตามหาหลานชายตามลำพัง แล้วก็ดันหลงทางเสียด้วย
Jianxin: ฉันปล่อยให้คนแก่อยู่แบบนั้นคนเดียวไม่ลงหรอก ก็เลยตัดสินใจพาเขามายังเมืองใกล้ที่สุดก่อน แล้วค่อยหาทางกันต่อเมื่อปลอดภัยแล้ว
Yangyang: ขนาดไม่รู้จักกันแท้ๆ คุณยังเต็มใจช่วยเหลือขนาดนี้...
Yangyang: คุณช่างมีเมตตาจริงๆ เลย
Jianxin: ต้องขอบคุณน้ำใจจากผู้คนมากกว่า ถ้าไม่มีพวกเขา ฉันกับคุณปู่ Zongye คงมาไม่ถึงจินโจวหรอก
Jianxin: คุณปู่ Zongye ดูจะสับสนอยู่มากเลย เขาผ่านเรื่องหนักหนามาเยอะในการตามหาหลานที่เป็นทหาร การยื่นมือช่วยสักหน่อย สำหรับฉันมันก็แค่เรื่องเล็กๆ น่ะ
Jianxin: ฉันแจ้งเรื่องของเขากับสถานีหน่วยลาดตระเวนแล้ว แต่พอแนวหน้าเริ่มวุ่นวาย คุณปู่เขาก็ยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของหลานมากขึ้น... แอบหนีออกไปตามหาเองอยู่หลายครั้งเลย ฉันก็เลยยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่
Jianxin: มังคุดลูกนี้เหรอ?
Jianxin: ใบยังดูสด เปลือกก็อ่อนนุ่ม แถมด้านในมีแปดกลีบเนื้อแน่นสุกพอดี ดูยังไงก็เป็นลูกที่น่ากิน
ผู้พเนจร:
Jianxin: อ้อ ลืมบอกอีกอย่าง ด้านล่างมีรอยช้ำอยู่นิดหน่อย ถ้าไม่รีบกิน ตรงนั้นจะเน่าเอานะ
Jianxin: ฉันเติบโตในสำนักบนเขา ใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกฝนกับอาจารย์
Jianxin: วันหนึ่งท่านบอกว่า แค่การฝึกฝนโดยสันโดษอย่างเดียวไม่พอ ฉันต้องออกไปเจอโลกกว้างเพื่อขัดเกลาตัวเองให้ยิ่งกว่านี้
Jianxin: ฉันก็เลยเริ่มเดินทางฝึกฝนด้วยตัวเอง ได้เรียนรู้อะไรดีๆ มากมายจากหลายเมือง แต่ก็ยังมีอีกเยอะที่ต้องศึกษาอยู่ดี
Jianxin: ...จากที่ฉันรวบรวมข้อมูลมา หลานชายของคุณปู่ Zongye น่าจะอยู่ที่ที่ราบสูงเดโซร็อก
Jianxin: เพราะมีพวกคุณช่วย ฉันถึงได้มีโอกาสออกจากเมืองไปตามหาเขา ขอบคุณจริงๆ นะ
ผู้พเนจร:
Jianxin: แน่นอน
ไปยังฐานเรียร์การ์ด
ถามทหารเกี่ยวกับ Zhiyuan
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: พวกคุณดูไม่เหมือนทหารเลย มาที่นี่ทำไมกัน? ข้างหน้าคือแนวหน้านะ
Yangyang: ฉัน Yangyang สังกัดหน่วยเอาท์ไรเดอร์ของมิดไนท์เรนเจอร์
Yangyang ชูตราประจำมิดไนท์เรนเจอร์ให้ดู ขณะที่ Jianxin อาศัยจังหวะถามถึง Zhiyuan
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: คนหาย... Zhiyuan งั้นเหรอ...
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: คนที่พวกคุณกำลังตามหา เขาเป็นคนธรรมดาใช่ไหม? ไม่ใช่เรโซเนเตอร์สินะ?
Jianxin: ใช่ คุณเคยเห็นเขาบ้างไหม? เขาปลอดภัยดีหรือเปล่า?
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: ฉันเคยเจอครั้งหนึ่ง เขาไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางการ แต่ดูมุ่งมั่นจะมาร่วมทัพมาก ตั้งแต่ปีที่แล้วก็แอบติดตามกองของพวกเราอยู่เรื่อย
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: เท่าที่ทราบ มีเจ้าหน้าที่เสบียงของหน่วยพิทักษ์คลื่นพาเขาออกไป ถ้าอย่างนั้นถ้าเขาไม่อยู่ในเมือง…
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: ก็คงอยู่ที่ค่ายพิทักษ์คลื่นแน่ นั่นแหละ ไปที่อื่นไม่ได้หรอก ข้างหน้านั่นคือแนวหน้าจริงๆ แล้ว มิดไนต์เรนเจอร์ไม่มีทางปล่อยให้พลเรือนไปเสี่ยงถึงตรงนั้นเด็ดขาด
ผู้พเนจร:
Jianxin: ขอบคุณมาก!
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: ในเมื่อพวกคุณจะไปทางนั้นอยู่แล้ว ฉันมีเรื่องจะขอร้องหน่อยนะ สหายเอาท์ไรเดอร์
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: ระหว่างทางคุณจะเจอเสาสัญญาณตรวจจับอยู่สองจุด พอดีตอนนี้สัญญาณดับไปทั้งคู่ ช่วยแวะตรวจให้หน่อยได้ไหม?
Yangyang: ได้เลย เดี๋ยวพวกเราจัดการให้
มิดไนท์เรนเจอร์ที่ผ่านไป: เยี่ยม งั้นเดี๋ยวฉันส่งพิกัดเข้าเทอร์มินัลของคุณเลย
ใช้เซนเซอร์เพื่อเผยเส้นทางการลาดตระเวน
ไปตามเส้นทางการลาดตระเวนเพื่อหาเสาสัญญาณตรวจจับ
Jianxin: นั่นคือเสาสัญญาณตรวจจับใช่ไหม? แล้วทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้กัน?
Yangyang: พวกนั้นดูไม่เหมือนทหารเลยนะ...
Jianxin: สวัสดี มาทำอะไรแถวนี้เหรอ? ที่นี่อันตรายนะ
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: อ๋อ พวกเรา... เอ่อ... ไม่มีอะไรหรอก กำลังจะลงใต้เข้าตัวเมืองเฉยๆ
ผู้พเนจร:
Yangyang: ขอโทษนะ เรื่องเสาสัญญาณตรวจจับตรงนี้...
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: หนีเร็ว ทุกคน!
ผู้พเนจร:
ชาวบ้านขี้ขลาด?: ฉะ...ฉันขยับไม่ไหวแล้ว... หิวจนหมดแรง...
ชาวบ้านที่ดูลุกลี้ลุกลน?: ยะ...อย่าจับพวกเราเลยนะ! พวกเราจำเป็นจริงๆ!
Jianxin: เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ต้องการความช่วยเหลือไหม?
ชาวบ้านขี้ขลาด?: ทางเหนือสู้กันหนักขึ้นทุกวัน พวกเราอยู่ต่อไม่ไหว ก็เลยคิดจะกลับเข้าเมืองน่ะ
ชาวบ้านขี้ขลาด?: พวกเราไม่ได้กินอะไรมานาน แถมเงินก็ไม่มี หลายคนเดินแทบไม่ไหวเพราะหิวจนตาลาย
ชาวบ้านขี้ขลาด?: แล้วก็มาเจอของมีค่าบางอย่างแถวนี้... ตอนนี้ทหารออกไปรบกันอยู่ ไม่มีใครใช้ของพวกนี้ เราเลยคิดว่าเอาไปขายคงพอได้ตังค์สักหน่อย...
Yangyang: ถ้าเสาสัญญาณตรวจจับเสียหาย อาจทำให้ทาเซ็ตดิสคอร์ดบุกเข้ามาจากทิศนี่เลยก็ได้นะ
Yangyang: เคยคิดบ้างไหม หากเกิดเรื่องขึ้นจริง เหล่าทหารแนวหน้าจะต้องตกอยู่ในสภาพถูกศัตรูโจมตีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ชาวบ้านที่ดูลุกลี้ลุกลน?: พวกเราไม่มีเวลาคิดขนาดนั้นหรอก! ไม่ขโมยก็อดตายก่อนทาเซ็ตดิสคอร์ดจะฆ่าเอาน่ะสิ!
Jianxin: ของหลวงไม่ควรลักขโมยนะ ช่วยคืนชิ้นส่วนพวกนั้นมาก่อนเถอะ
Jianxin: จากตรงนี้ไปจินโจวยังอีกไกล แล้วก็นี่ แฟลตเบรดยัดไส้ของฉัน เอาไปทานสิ
Jianxin: แล้วก็นี่ เงินเล็กน้อย น่าจะพอให้พวกคุณเดินทางถึงในเมืองจินโจวได้
ชาวบ้านขี้ขลาด?: คุณให้พวกเรา... ทั้งหมดนี่เลยเหรอ? ขอบคุณ ขอบคุณมาก!
ชาวบ้านที่ดูลุกลี้ลุกลน?: เฮ้! พวกนาย! มาขอบคุณให้เรียบร้อยก่อนค่อยกิน!
Jianxin: ไม่เป็นไร อาจารย์เคยสอนฉันไว้ว่า ปราชญ์ย่อมโอบอุ้มผู้คนทั้งปวง ไม่ทอดทิ้งผู้ใด
ผู้พเนจร: ระวัง!
พิชิตผู้ถูกเนรเทศ
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: ฮึ่ม... ฝีมือไม่เบาเลยนะ
Jianxin: ฉันเพิ่งช่วยพวกคุณไปแท้ๆ ทำไมถึงหันมาทำร้ายกันล่ะ?
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: ขนมปังกับเศษเงินนั่น ไม่พอกับพวกเราหรอก เอาของมีค่าแล้วก็เสบียงออกมาดีๆ ไม่งั้นเจอดีแน่
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: เราไม่อยากทำร้ายเด็กๆ ทำตามที่สั่งซะ!
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: อย่าเรื่องมาก ไม่งั้นกลับไปแบบไม่ครบสามสิบสองแน่
Jianxin: ฉันไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมหรอกนะ
Jianxin: ผู้พเนจร Yangyang ช่วยถอยไปก่อน ฉันจะจัดการเอง
ชาวบ้านที่ดูแปลกๆ?: ก็ได้! หาเรื่องใส่ตัวเองนะ!
ชาวบ้านที่ดูลุกลี้ลุกลน?: พวกเราขอร้องล่ะ หยุดเถอะ! ยอมแล้ว จับพวกเราไปก็ได้!
Jianxin: ฉันเพิ่งให้ทั้งอาหารทั้งเงินไปแท้ๆ ทำไมถึงหันมาทำร้ายพวกเราอีก?
Jianxin: หรือว่านอกจากคนพวกนี้ ยังมีอีกเหรอ?
Yangyang: ท่าทางผ่านการฝึกมา... พวกนี้ไม่ใช่พลเรือนธรรมดาแน่
ผู้พเนจร:
ผู้ถูกเนรเทศชรา: ก... ก็ชาวบ้านธรรมดานั่นแหละ! แค่เอ่อ... เพิ่งถูกเนรเทศมาไม่นาน
ผู้ถูกเนรเทศชรา: เดิมทีจะออกจากเมืองเพื่อหลบหนีการจับกุม แต่ใครจะไปคิดว่าทางเหนือสู้กันเดือดขนาดนั้น หัวหน้าใหม่ก็เสบียงหมดก่อนตั้งค่ายได้อีก เลยคิดว่า กลับเข้าเมืองไปให้ถูกจับยังจะดีกว่า...
ผู้ถูกเนรเทศขี้ขลาด: ระหว่างทางก็หมดทั้งของกินทั้งเงิน เลยต้องหันไปขโมยของ
ผู้ถูกเนรเทศขี้ขลาด: พวกเราไม่กล้าปล้นทหารหรอก แต่เห็นของพวกนี้วางทิ้งไว้เฉยๆ ก็เลยหยิบไปขายหน่อยนึงน่ะ
ผู้ถูกเนรเทศขี้ขลาด: ไหนๆ คุณก็ใจดีแล้ว ขอเงินเพิ่มให้เราอีกหน่อยได้ไหม? เรามีกันหลายคน บางคนยังเจ็บด้วย ของรอบแรกไม่พอเอาตัวรอดหรอก
ผู้พเนจร:
Jianxin: เดี๋ยวก่อน ของที่ฉันให้ไปมากพอให้คุณเดินทางถึงจินโจวแล้วนะ
Jianxin: เดี๋ยวก่อน ของที่ฉันให้ไปมากพอให้คุณเดินทางถึงจินโจวแล้วนะ ต่อให้มีหลายคนก็เถอะ
Jianxin: ฉันเคยเดินทางลำพังหลังจากลาอาจารย์มา ฉันรู้ดีว่าคนหนึ่งคนต้องใช้เสบียงแค่ไหนถึงจะอยู่รอด
ผู้ถูกเนรเทศชรา: เฮ้! เป็นอะไรของหล่อนเนี่ย? แบ่งมาอีกหน่อยจะเป็นไร!
Jianxin: ควรรู้จักพอ ของที่ให้ไป ก็เพื่อประคองให้ไปถึงเมืองเท่านั้น
ผู้ถูกเนรเทศขี้ขลาด: เธอไม่เข้าใจหรอกยัยหนู ช่วงเวลาแบบนี้หาเงินยาก ถ้าเข้าเมืองแล้วหางานไม่ได้ ก็อดอยากอีกอยู่ดี
Jianxin: ฉันก็มาจากบนป่าเขา ต้องเริ่มเรียนรู้โลกกว้าง มันยากก็จริง แต่ฉันยังเลี้ยงตัวเองได้ด้วยสองมือ
Jianxin: ถ้าสุดท้ายหางานไม่ได้จริงๆ มาที่ร้านน้ำชาลิ่วเซี่ยน แล้วถามหา Jianxin ฉันยินดีช่วยหางาน และยินดีลงมือช่วยคุณทำด้วย
ผู้ถูกเนรเทศชรา: เชอะ... ก็ได้ๆ ไม่เอาแล้วก็ได้!
ผู้ถูกเนรเทศชรา: เร็วเข้า ไปกันได้แล้ว! รีบไปจากที่นี่สักที ฉันไม่อยากฟังเทศน์อีกแล้ว!
Jianxin: ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ... เดี๋ยวก่อน วางชิ้นส่วนนั่นลงก่อน
ผู้ถูกเนรเทศชรา: เชอะ ตาไวไม่เบานี่ เอ้า! เอาคืนไปก็ได้!
Yangyang: เสาตรวจจับสัญญาณมีแค่ที่เดียวที่ขโมยของไปใช่ไหม?
ผู้ถูกเนรเทศชรา: ใช่สิ! เพิ่งจะงัดชิ้นแรก พวกเอ็งก็โผล่มาซะก่อน
Yangyang: จริงเหรอ แล้วทำไมฝั่งโน้นถึงดูเสียอยู่เหมือนกันล่ะ?
ผู้ถูกเนรเทศชรา: ไม่เกี่ยวกับพวกเราสักหน่อย! มันพังอยู่อย่างนั้นตั้งนานแล้ว อีกอย่าง กอหนามแน่นขนาดนั้น เราจะเข้าไปได้ยังไงกัน
Yangyang: เข้าใจแล้ว พวกแกไปได้
Yangyang: ฐานทหารอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เราแวะซ่อมเสาสัญญาณให้เรียบร้อยก่อนดีไหม?
ผู้พเนจร:
ซ่อมเสาสัญญาณตรวจจับ
ตรวจสอบเสาสัญญาณตรวจจับอันอื่น
Yangyang: ระวัง! ฉันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่อยู่ทางนั้น...
ใช้เลวิเทเตอร์เพื่อเผาทำลายหนามด้วยประจุระเบิด
Jianxin: มีหนามขวางทางอยู่แฮะ แปลกจัง เราต้องกำจัดทิ้งก่อนถึงจะไปที่เสาสัญญาณได้
Jianxin: ระวังหน่อยนะ ดูแหลมคมพอสมควรเลย ลองดูรอบๆ เผื่อมีอะไรใช้ได้
ซ่อมเสาสัญญาณตรวจจับ
เดินทางมาถึงค่ายพิทักษ์คลื่น
Yangyang: คุณ Jianxin ไม่เป็นไรใช่ไหม?
Jianxin: นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยู่บนสนามรบ ความรู้สึกที่นี่มันแตกต่างจากตอนอยู่ในเมืองจริงๆ...
ถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
Xiulan: ฉันรู้ว่ามีเสบียงมาถึงอีกล็อตแล้วนะ ฉันเช็กแล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี เราต้องติดต่อไปที่เมืองอีกที แล้วบอกให้ส่งมาเพิ่มเดี๋ยวนี้เลย
ผู้ลำเลียงทหาร: แต่ขั้นตอนอนุมัติมันต้อง...
Xiulan: บอกพวกเขาไปว่านี่เรื่องด่วน เราทำงานแข่งกับเวลา ช้าหน่อยเดียวก็อาจพังทั้งแนวป้องกันแล้ว พวกเขาไม่เข้าใจรึไง? เอ้านี่ รายการของที่ต้องใช้
Xiulan: ถ้าคุณทำให้พวกเขายอมไม่ได้ ฉันจะไปคุยเอง! เอ้า ไปๆ ๆ!
Xiulan: เร็วเข้า! อะไรกัน? ทำไมเรายังแจกของพวกนี้ไม่เสร็จอีก?
ผู้พเนจร:
Xiulan: เพิ่งมาที่นี่เหรอ? มาเป็นกำลังเสริมใช่ไหม?
Xiulan: เดี๋ยวนะ พวกคุณไม่ใช่มิดไนท์เรนเจอร์หรอกนะ?...
Yangyang: ฉัน Yangyang เป็นเอาท์ไรเดอร์ของมิดไนท์เรนเจอร์ ส่วนพวกเขาคือ...
Yangyang ยื่นตราประจำมิดไนท์เรนเจอร์ให้ดู
Xiulan: ขอโทษนะ ขอเวลาสักครู่
Xiulan: ระวังหน่อย! หีบนี้มีเวชภัณฑ์สำคัญ ถ้าทหารบาดเจ็บกลับมาแล้วไม่มียาใช้ ความผิดตกอยู่ที่คุณเลยนะ ถือให้ดีๆ หน่อย!
Xiulan: เอาท์ไรเดอร์งั้นเหรอ? แสดงว่าคุณก็เป็นกองหนุนสินะ? ดีเลย กำลังมีทหารบาดเจ็บกลับมา คุณมาช่วยได้ทันพอดี
Xiulan: ขอโทษนะ ต้องรับสายนี้ก่อน
Xiulan: ใช่ มีอะไรรึเปล่า?
Xiulan: เรโซเนเตอร์โอเวอร์คล็อกงั้นเหรอ? เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันไปเดี๋ยวนี้เลย
Xiulan: ขอโทษนะ... เอ่อ ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?
Xiulan: ทหารบาดเจ็บกำลังถูกส่งกลับจากแนวหน้า พวกเขาต้องการคนไปรับช่วงต่อแต่ฉันต้องไปจัดการเรโซเนเตอร์ที่กำลังโอเวอร์คล็อก คุณช่วยดูแลพวกเขาแทนได้ไหม?
Jianxin: ต้องการให้พวกเราทำอะไรบ้างล่ะ?
Xiulan: แค่ให้พวกเขาปลอดภัยก็พอ เรื่องรักษาให้แพทย์จัดการเอง
ผู้พเนจร:
Xiulan: ขอบคุณนะ
Jianxin: ที่นี่วุ่นวายจริงๆ... เหมือนพวกเขาแทบไม่มีเวลาหายใจเลย
Yangyang: เสบียง การรักษาพยาบาล การซ่อมแซม เจ้าหน้าที่ แล้วก็งานขนส่ง... ก็เพราะพวกเขาสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างมีระเบียบแม้ในยามเร่งรีบ ถึงทำให้แนวหน้ามีกำลังยืนหยัดต่อไปได้
Jianxin: แบบนี้สินะที่เรียกว่าสงครามจริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่าจะหนักขนาดนี้
Yangyang: ปกติคนทั่วไปไม่มีโอกาสได้เห็นหรอก เพราะงั้นคุณไม่รู้ก็ไม่แปลก
Yangyang: ฉันว่ามันก็เป็นสิ่งที่กองทัพอยากเห็น เพื่อให้ประชาชนมีสันติสุขและความปลอดภัย ไม่ให้ใครต้องอยู่กับความหวาดกลัวไงล่ะ
ผู้พเนจร:
ดูแลทหารบาดเจ็บที่ไม่ยอมแพ้
Suihe: บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร! ไม่ต้องมารักษาฉันหรอก! ปล่อยไปเถอะ!
Jianxin: ใจเย็นก่อน แผลคุณยังเลือดไหลอยู่เลยนะ
Suihe: แค่แผลถลอกน่ะ! ต่อให้แขนขาดไปข้างก็หยุดฉันไม่ได้หรอก!
ผู้พเนจร:
Suihe: นี่ไม่ใช่อวดเก่ง! แผลฉันหายเองได้ นี่เป็นความสามารถของเรโซแนนซ์ฉัน ให้แพทย์ไปดูแลคนที่ต้องการจริงๆ ดีกว่า!
เจ้าหน้าที่การแพทย์: เลิกดิ้นสักทีได้ไหม? พวกเรามานี่ก็เพราะคุณต้องการความช่วยเหลือนะ อยู่นิ่งๆ แล้วใจเย็นลงหน่อย!
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ช่วยจับเขาไว้หน่อยได้ไหม
Jianxin: ได้...
หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่สักพัก คุณก็ช่วยให้แพทย์สามารถรักษาแผลได้
ดูแลทหารบาดเจ็บที่อ่อนแอ
Xinyu: แฮ่ก... แฮ่ก...
Jianxin: คุณไม่เป็นไรนะ?
Xinyu: ฉันโอเค... แค่... เหนื่อยนิดหน่อย...
ผู้พเนจร:
Xinyu: ไม่เป็นไร... ฉันไหว...
Jianxin: เดี๋ยวฉันไปหาแพทย์มาให้
คุณพาแพทย์มาดูแลผู้บาดเจ็บทันที
คุยกับแพทย์
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ขอบคุณที่ช่วยนะ คุณคงเหนื่อยแล้วล่ะ พักสักหน่อยเถอะ
Jianxin: พวกเขาดูบาดเจ็บหนักมาก...
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องแล้ว เดี๋ยวก็หาย ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพ Jiyan สถานการณ์ผู้บาดเจ็บลดลงอย่างมาก
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ฉันเคยได้ยินจากทหารผ่านศึกนะว่า แต่ก่อนทหารของเราก็เป็นแค่คนธรรมดา ไม่ใช่เรโซเนเตอร์แบบทุกวันนี้ ตอนนั้นการสู้รบโหดร้ายกว่านี้เยอะเลย กลิ่นเลือดยังลอยคละคลุ้งแม้ฝนจะตก
เจ้าหน้าที่การแพทย์: แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้วล่ะ
เจ้าหน้าที่การแพทย์: แผลแต่ละแผลนี่น่ะ คือหลักฐานว่าทหารกล้าของเรากำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดไปไม่รู้กี่ตัวแล้ว
เจ้าหน้าที่การแพทย์: เรโซเนเตอร์ในมิดไนท์เรนเจอร์นี่สุดยอดนักรบจริงๆ ถ้าสู้จนบาดเจ็บขนาดนี้ได้ ต้องรับมือกับศัตรูมาไม่ต่ำกว่าร้อยแล้วล่ะ
ผู้พเนจร:
Jianxin: พวกเขานั่นแหละที่คอยปกป้องผู้คนของเรา สิ่งที่ฉันทำน่ะ เทียบกับพวกเขาแล้วไม่ต้องพูดถึงเลยก็ได้
เจ้าหน้าที่การแพทย์: อย่าพูดแบบนั้นสิ ถ้าไม่มีคุณช่วย พวกเราคงดูแลทหารบาดเจ็บได้ไม่มากขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ หรอก
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยกันหมดแล้ว หากพวกคุณมีธุระ ก็ไปจัดการธุระก่อนได้เลย
Jianxin: ขอบคุณมาก แล้วขอถามหน่อยได้ไหมว่าเจ้าหน้าที่เสบียงอยู่ที่ไหน?
เจ้าหน้าที่การแพทย์: ตอนนี้เขาไม่อยู่ที่นี่ เขากำลังคุมงานแจกจ่ายเสบียงอยู่อยู่ชั้นบน ขึ้นลิฟต์ไปก็น่าจะเจอเลย
Yangyang: ผู้พเนจร... ต่อไปเราจะไปไหนกันดี
ผู้พเนจร:
Jianxin: นี่เป็นตำรับทำอาหารเสริมบำรุงร่างกายจากสำนักของฉัน อาจช่วยให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนะ
เจ้าหน้าที่การแพทย์: อ้อ ดีเลย ขอบคุณมากนะ
ใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบน
ใช้งาน
รอลิฟต์
ใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นไปชั้นบน
ไปถึงชั้นบน
ถามเจ้าหน้าที่เสบียงเกี่ยวกับสถานการณ์
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ยืนยันสต็อกแล้วหรือยัง? รายการอะไหล่ล่ะ? รีบจัดการวัสดุสิ้นเปลืองให้เรียบร้อยด้วยนะ แล้วก็ตรวจสายสื่อสารให้เสร็จด้วย...
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: Yue เอารายการนี้ไปส่งให้ Ase หน่อย อ้าว คุณไม่ใช่ Yue นี่นา แล้วเธอไปไหน? พวกคุณมีธุระอะไรเหรอ?
Yangyang: ขอโทษที่รบกวน ฉันเป็นเอาท์ไรเดอร์ของหน่วยมิดไนท์เรนเจอร์ คนนี้คือผู้พเนจรแล้วก็อาจารย์ Jianxin ซึ่งมาที่นี่เพื่อตามหาคนน่ะ
ผู้พเนจร:
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: จินโจวคือประตูสู่หวงหลง ส่วนที่ราบสูงเดโซร็อกก็คือประตูสู่จินโจวเหมือนกัน แค่พลาดให้มีช่องโหว่เพียงครั้งเดียว ผลมันอาจร้ายแรงมหาศาลได้ เราต้องยืนหยัดป้องกันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ทาเซ็ตดิสคอร์ดไม่ใช่มนุษย์ พวกมันไม่รู้จักคำว่าพักรบหรือสงบศึก ตราบใดที่พวกมันยังมีอยู่ สงครามนี้ก็จะไม่มีวันจบ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: เสบียงคือเส้นเลือดใหญ่ของกองทัพ และหน้าที่ของฉันคือทำให้มันไหลเวียนได้ตลอด แต่ตอนนี้เรากำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอยู่
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ฉันเห็นพวกคุณช่วยจัดการเรื่องทหารบาดเจ็บเมื่อกี้ Xiulan น่าจะต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณมากกว่าฉันนะ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ขอบคุณมาก แต่ฉันต้องอยู่คุมเสบียงสำคัญของกองทัพต่อไป
Jianxin ถามเจ้าหน้าที่เสบียงเกี่ยวกับตำแหน่งของ Zhiyuan
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: Zhiyuan...
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: หมายความว่าเขาไม่เคยส่งจดหมายกลับบ้านเลยเหรอ สักครั้งก็ไม่มี?
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ช่วงนี้มิดไนท์เรนเจอร์ไม่รับคนที่ไม่ใช่เรโซเนเตอร์แล้ว แต่ Zhiyuan เป็นเด็กหัวแข็ง ปีที่แล้ว ตอนที่การรบยังไม่หนักเท่าไหร่ เขามักจะตามพวกเราพิทักษ์คลื่นอยู่ตลอด อยากขึ้นไปแนวหน้าจนออกนอกหน้า
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: เราส่งเขากลับเมืองกี่ครั้ง เขาก็หาทางกลับมาได้ทุกที สุดท้ายฉันก็ใจอ่อน รับเขาไว้ช่วยงานที่ฐานนี่แหละ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: แต่ตอนนี้การรบมันหนักขึ้นเรื่อยๆ จนอันตรายเกินไปสำหรับเขาแล้ว ฉันก็ไม่คิดจะให้เขาอยู่ต่อแล้วเหมือนกัน ก็เลยกำลังจะให้ฝ่ายขนเสบียงพาเขากลับเมืองอยู่พอดี แล้วพวกคุณก็โผล่มานี่แหละ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: อ้อ นึกออกแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ชั้นบนนะ
Jianxin: ได้เลย งั้นขอตัวก่อน เดี๋ยวจะตามไปสมทบทีหลังนะ
ผู้พเนจร:
Jianxin ทำความเคารพสั้นๆ แล้วก็เดินจากไป
ผู้พเนจร:
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: เดี๋ยว... คุณทำอะไรน่ะ!
ผู้พเนจร:
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: อ๋อ... ขอโทษที นึกว่าเป็นระเบิด... นี่มัน... มังคุดเหรอ
ผู้พเนจร:
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: มันเป็นระเบิดรุ่นเก่าน่ะ ตอนเกิดอาดูรการณ์ โลกก็ถอยหลังทางเทคโนโลยี แถมทรัพยากรก็ขาดแคลน
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ตอนเริ่มพัฒนาอาวุธทาเซไทต์น่ะ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เรื่องมันมากนัก เลยมีการสร้างอุปกรณ์แบบแก้ขัด ที่ผสมทั้งเทคโนโลยีเก่าและใหม่ขึ้นมา
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ระเบิดก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้อาวุธทาเซไทต์มีความก้าวหน้าอย่างมาก และกองทัพมีการปรับให้มีมาตรฐานมากขึ้น จึงไม่ค่อยได้เห็นอาวุธแบบนี้แล้ว
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: จริงๆ แล้ว... มังคุดนี่ไม่ใช่ผลไม้ท้องถิ่นนะ ต้องนำเข้าอย่างเดียว ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าทางเรือ แต่พอเกิดการแพร่กระจายของทาเซ็ตดิสคอร์ดเราก็ต้องเอาทรัพยากรไปจัดหาแค่ของจำเป็นก่อน จะกลับมานำเข้าเพิ่มก็ตอนที่ท่านแม่ทัพ Jiyan กลับมาพร้อมชัยชนะนั่นแหละ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: ตอนนี้มีเส้นทางน้ำเปิดอยู่เส้นเดียว คือจากท่าเรือกุ่นเฉา ทางตอนใต้ของเมือง พวกเรียร์การ์ดก็จะไปคุ้มกันสินค้าที่นั่นกันเป็นประจำ
เจ้าหน้าที่ค่ายพิทักษ์คลื่น: อืม... ว่ากันตามตรง... เหตุผลที่ทหารไม่ค่อยซื้อผลไม้นี่เป็นเสบียงก็เพราะมันเก็บได้ไม่นาน แล้วรูปร่างมันก็ดันเหมือนระเบิดมือเกินไป อาจจะทำให้มีปัญหาได้
ถาม Jianxin ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
Yangyang: คุณ Jianxin เจอคนที่ตามหาแล้วหรือยัง?
Jianxin: เจอแล้ว Zhiyuan จะกลับเมืองไปพร้อมทีมขนเสบียง เราจะไปแจ้งคุณปู่ Zongye ให้สบายใจว่าเขาปลอดภัยแล้ว
ผู้พเนจร:
Jianxin: Zhiyuan เป็นคนกล้าหาญมาก โตมากับเรื่องเล่าของคุณปู่ที่เป็นทหารผ่านศึก ก็เลยอยากเข้ากองทัพ ช่วยมนุษยชาติสู้กับทาเซ็ตดิสคอร์ด
Jianxin: ฉันร่วมเดินทางมากับพวกคุณ ได้เห็นอะไรมามากมายตลอดทาง เส้นทางข้างหน้าที่ใกล้ๆ นี้ ก็น่าจะยากลำบากและดุเดือดยิ่งกว่าสิ่งที่เราเห็นมาตลอดเส้นทางนี้อีก
Jianxin: สงครามนี้พรากชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน...
Jianxin: อาจารย์ Rongfu เคยบอกไว้ว่า จอมปราชญ์รู้แจ้งได้ในสนามรบ ปราชญ์สามัญรู้แจ้งในเมืองอันพลุกพล่าน ส่วนปราชญ์ขาดพรสวรรค์กว่าจะรู้แจ้งก็เมื่อได้อยู่อย่างสันโดษ
Jianxin: ฉันก็เข้าใจความรู้สึกของ Zhiyuan ดีเหมือนกัน
Jianxin: แต่ Zhiyuan ไม่เห็นด้วยกับการฝึกหนักๆ กับการทดสอบเพื่อเข้ากองทัพนะ เขามองว่าคนธรรมดากับเรโซเนเตอร์ก็เป็นคนเหมือนกัน แล้วก็เชื่อว่าต่อให้ช่วยได้แค่นิดเดียว เขาก็ยังอยากลงสนามไปทำส่วนของตัวเองอยู่ดี
ผู้พเนจร:
Jianxin: ฉันเองก็ว่าที่ Zhiyuan พูดก็พอฟังขึ้นอยู่บ้าง พูดเกลี้ยกล่อมเท่าไหร่ก็เปลี่ยนใจเขาไม่ได้ ฉันเลยลองคิดแบบที่อาจารย์ทำ คือการซ้อมประลองกัน ถ้าฉันชนะ เขาก็จะยอมให้ฉันจัดการตามที่เห็นสมควร
ผู้พเนจร:
Jianxin: ไม่ได้ตั้งใจจะไปซัดใครเล่นๆ หรอก อาจารย์ฉันสอนบทเรียนสำคัญผ่านการประลองเสมอ แล้วฉันก็ได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างจากการสู้แบบนั้น ทีนี้... เดาดูซิว่าใครชนะ
ผู้พเนจร:
Jianxin: "รูปร่างเปลี่ยนไป แต่แก่นแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งเคลื่อนไหวก็ยิ่งผ่อนตาม รู้ให้มากคิดให้น้อย ตัดทอนจนเห็นเด่นชัด"
Jianxin: ใช่แล้ว ฉันแกล้งแพ้ แต่ Zhiyuan มองออก
Jianxin: หลังจากนั้น เขายอมรับเองว่าเห็นช่องว่างระหว่างเรโซเนเตอร์กับคนธรรมดาชัดเจนขึ้น เขาเหมือนเริ่มรู้ตัวว่า ยังห่างไกลจากการไปสู้กับทาเซ็ตดิสคอร์ดจริงๆ
Jianxin: เขาบอกว่า ที่พยายามยืนกรานอยู่ ก็เพราะไม่อยากยอมรับข้อจำกัดของตัวเองมากกว่า การรบบนสมรภูมิต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจ ซึ่งตอนนี้เขายังไม่พร้อม
Jianxin: "คลี่ปมให้หมดสิ้น ดับแสงจ้าให้พอดี ปัดธุลีให้เรียบราบ ดั่งผืนน้ำลึกที่ไม่เคยเหือดแห้ง" ประโยคนี้ช่างจริงแท้! ตอนนี้ฉันเข้าใจมันมากขึ้นแล้วล่ะ
Jianxin: ฉันสัญญาไว้ด้วยว่าจะไม่ใช้พลังพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้น Zhiyuan ก็ยังรับการโจมตีของฉันไม่ไหวอยู่ดี
Jianxin: พอแพ้ เขาก็ยอมรับตรงๆ ว่า ตัวเองยังอ่อนแอเกินไป จะพูดเรื่องเผชิญหน้ากับทาเซ็ตดิสคอร์ดบนสนามรบก็เป็นแค่ลมปาก เขาบอกว่า เขาแค่พยายามพูดปลอบใจตัวเอง เพราะไม่อยากมองเห็นข้อจำกัดของตัวเองก็เท่านั้น
Jianxin: ได้ยินว่าพวกคุณยังมีธุระต้องไปจัดการกันอยู่ ไว้มีเวลาค่อยมาคุยกันต่อที่ร้านน้ำชา Liuxian นะ
Jianxin: ได้พบพวกคุณเป็นเกียรติของฉันจริงๆ
ผู้พเนจร:
หารือแผนกับ Yangyang
Yangyang: ที่เราได้เจอ Jianxin แบบนั้น น่าจะเป็นเหตุบังเอิญมากกว่านะ แล้วถ้ามังคุดมันกำลังสื่อถึงเรื่องสงครามอยู่จริงๆ... ท่านเจ้าเมืองกำลังอยากบอกอะไรเรากันแน่?
ผู้พเนจร:
Yangyang: นึกอะไรออกบ้างไหม ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร: ฉันว่า...
ผู้พเนจร:
Yangyang: ถ้าอย่างนั้น ท่านเจ้าเมืองกำลังจะบอกเราเรื่องการแพร่กระจายของทาเซ็ตดิสคอร์ดผ่านมังคุดงั้นเหรอ?
Yangyang: ถ้าทาเซ็ตดิสคอร์ดทะลวงแนวป้องกันเราได้ล่ะก็ ไม่ใช่แค่หวงหลงนะ แต่มนุษยชาติทั้งโลกจะเดือดร้อนเลย...
Yangyang: หรือว่าท่านเจ้าเมืองกำลังชี้ให้เราดูเส้นทางขนส่งของมังคุดกันแน่?
Yangyang: เจ้าหน้าที่เสบียงคนนั้นบอกว่า มังคุดถูกขนมาทางเรือจากทางตอนใต้
Yangyang: แล้วท่านเจ้าเมืองอยากให้เรารู้เรื่องท่านแม่ทัพ Jiyan หรือเรื่องการทำสงครามกับทาเซ็ตดิสคอร์ดกันแน่?
Yangyang: เรายังไปไม่ถึงแนวหน้าหรอก แต่ฉันก็ได้กลิ่นคาวเหล็กลอยอยู่ในอากาศแล้ว... บรรยากาศมันตึงๆ ยังไงก็ไม่รู้ หวังว่าทหารของเราตามชายแดนจะปลอดภัยกันนะ...
ยืดหยัดต่อสู้ พิชิตทาเซ็ตดิสคอร์ดทั้งหมด
Yangyang: เกิดอะไรขึ้น ไม่เป็นไรใช่ไหม?
ผู้พเนจร:
Yangyang: ฉันตกใจเลยนะ... เมื่อกี้คุณยืนเหม่อ เรียกก็ไม่ตอบ แล้วคุณเห็นอะไรบ้างล่ะ?
ผู้พเนจร: มันเหมือนฉันกำลังมองผ่านตาของทาเซ็ตดิสคอร์ดน่ะ ฉันว่า... ฉันเห็นเหตุการณ์ที่ทุ่งร้างนอร์ฟอลล์นะ
ผู้พเนจร:
Yangyang: นักรบที่ดูน่าเกรงขาม ใช้พลังของมังกรครามชิงหลง... ชิงหลงเป็นตราสัญลักษณ์ของมิดไนท์เรนเจอร์ แล้วก็เป็นสัญลักษณ์ของท่านแม่ทัพ Jiyan ผู้นำของพวกเราด้วย
Yangyang: แนวหน้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เอง แม่ทัพ Jiyan น่าจะกำลังสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารอยู่ เพื่อกันไม่ให้ทาเซ็ตดิสคอร์ดบุกทะลวงเข้ามา
ผู้พเนจร:
Yangyang: บังเอิญขนาดนั้นเหรอ? เรามาถึงใกล้สนามรบพอดี ในจังหวะที่ทัพรักษาการณ์ กำลังนำทัพจู่โจมพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดพอดีเลย
Yangyang: ผู้หญิงชุดแดงที่ควบคุมพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดได้เหรอ...
Yangyang: แฟรกต์ซิดัส...
Yangyang: คุณก้าวข้ามมิติกาลอวกาศ ได้เห็นภาพสนามรบที่อยู่ไม่ไกล
ผู้พเนจร:
Yangyang: แค่ศึกครั้งนี้ก็บอกชัดแล้วล่ะว่ามีอะไรไม่ปกติ
Yangyang: กระแสพลังที่มาจากทางทุ่งร้างนอร์ฟอลล์ มันรู้กดดันและอึดอัดกว่าปกติจริงๆ
Yangyang: ผู้พเนจร... ต้องมีอะไรบางอย่างบนสนามรบที่ เชื่อมกับคุณอยู่แน่ๆ เลย ถึงเราจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็เถอะ
ผู้พเนจร:
Yangyang: มีการสื่อจิตกับทาเซ็ตดิสคอร์ดงั้นเหรอ...?
ผู้พเนจร:
Yangyang: ผู้พเนจร?
ผู้พเนจร: ก่อนหน้านี้ Baizhi เคยบอกไว้ว่า ใบไม้นี่มีร่องรอยคลื่นความถี่ของพวกทาเซ็ตดิสคอร์ดอยู่
ผู้พเนจร: ของแทนตัวชิ้นสุดท้าย ที่ใบไม้ชี้ไป อยู่นั่นเอง
Yangyang: และนั่นก็คือ... หมู่บ้านฉีฉือในที่ราบตอนกลาง
Yangyang: พอฉันเริ่มทบทวนเป้าหมายกับแผนของตัวเอง เสียงในกระแสลมก็ค่อยๆ ชัดขึ้น ทุกอย่างเริ่มดูมีความหมายขึ้นมาทีละนิด
Yangyang: ผู้พเนจรลองบ้างไหม?