ดวงดารานำทางสุดขอบฟ้า
หนังแนวโรดทริปได้ดำเนินมาถึงจุดจบแล้ว การเดินทางของเธอไปกับคุณในครั้งนี้ ทำให้เธอรู้สึกเติมเต็มและมีความสุขได้จริงๆ
อ่านข้อความของระบบวิชาการ
ผู้พเนจร: (ถึงแม้อาการความถี่รั่วไหลจะหยุดลงแล้วชั่วคราว แต่ฉันยังหาเจ้าตัวการที่ทำให้เกิดอาการนั่นในลาไฮรอยไม่เจอ)
ผู้พเนจร: (ตอนนี้สิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ... ก็คือ Exostrider ที่ตั้งอยู่ในทุ่งน้ำแข็ง)
ผู้พเนจร: (ตำนานตรียุคของชาวโรญา... น่าจะเกี่ยวข้องกับ Exostrider ไม่มากก็น้อย ลองไปฟังดูก่อนดีกว่า)
ไปยังห้องเรียน
Lucilla: ต่อไป เราจะมาพูดถึงยุคที่สองในตำนานตรียุคของชาวโรญา นั่นก็คือ "ยุคปฏิกรณ์ศักดิ์สิทธิ์"
Lucilla: บนทุ่งน้ำแข็ง หลังจากที่ Baldur ร่างอวตารของสุริยะ ได้ผนึก Hvedrungr เทพผู้มาจากต่างโลกแล้ว ก็ตกอยู่ในห้วงฝันนิรันดร์นับตั้งแต่นั้นมา... เอาละ ผู้ช่วยสอน Nivora เธอช่วยบรรยายในส่วนนี้หน่อยนะ
Nivora: ได้...ได้ค่ะ! เนื้อหาส่วนนี้ก็คือ... เรื่องที่ Exostrider ใช้ดาบผนึกเธรโนเดียนไว้ในสไตรเดอร์เกต
Nivora: ในตอนนั้น Exostrider และเธรโนเดียนได้มายังโลกใบนี้พร้อมๆ กันผ่านสไตรเดอร์เกตที่อยู่ในส่วนลึกของลาไฮรอย แล้วเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด
Nivora: บันทึกในเผ่ายังกล่าวถึงอีกว่า เวลานั้น Exostrider ได้ใช้พลังจนหมดสิ้นในคราวเดียว และพ่ายแพ้ให้กับเธรโนเดียน
Nivora: แต่ในสถานการณ์คับขันที่สุดนั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ แกนปฏิกรณ์ของ Exostrider ก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมาอีกครั้ง...
???: ...จากนั้น Exostrider ก็ชูดาบขึ้นและผนึกเธรโนเดียนได้สำเร็จ ลาไฮรอยในอนาคตนั้นจึงรอดพ้นวิกฤต โลกได้รับการกอบกู้เอาไว้ ช่างน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง!
Aemeath: สวัสดีจ้ะ~ ฉันคือ Aemeath จากวิทยาลัยราเบลล์เหมือนกับคุณ
Aemeath: เพิ่งเห็นคุณมาเข้าเรียนครั้งแรกเลยนะเนี่ย จากนี้ไปจะเรียนให้ครบหน่วยกิตทั้งสี่ภาควิชาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย... ยินดีต้อนรับสู่วังวนแห่งการศึกษานะจ๊ะ
ผู้พเนจร: เธอนี่เอง! ก่อนหน้านี้ฉันพยายามตามหาเธอ แต่ไม่เจอเลย
ผู้พเนจร: ...ยังไม่ทันได้ขอบคุณเธอเลยนะ Aemeath
Aemeath: ขอบคุณเหรอ?
ผู้พเนจร: ในห้วงมิติที่มีเธรโนเดียนเนตรยักษ์อยู่ เธอเป็นคนขับไล่มันไปและช่วยฉันเอาไว้
Aemeath: งั้นเหรอ? ขอโทษทีนะ ฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ
ผู้พเนจร: (สีหน้าของเธอดูไม่เหมือนคนที่กำลังโกหก แต่ว่า...)
Aemeath: นักเรียนซิงโครนิสต์... ผู้พเนจร... ฮ่าๆ ๆ!
ผู้พเนจร: เธอหัวเราะอะไรเหรอ?
Aemeath: ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่... แค่เห็นคุณแบบนี้แล้วไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะ
Aemeath: รู้สึกเหมือนยังขาดอะไรไปน่ะ... อ้อ จริงด้วย ชุดนักเรียนไงล่ะ!
Aemeath: สถาบันทำงานช้าชะมัดเลยนะ ป่านนี้แล้วยังไม่ส่งชุดให้คุณอีก...
ผู้พเนจร: Aemeath?
Aemeath: ฉันต้องไปแล้วละ
Aemeath: อาจารย์ ขออนุญาตลานะคะ!
Lucilla: ผู้พเนจร เวลาเรียนต้องตั้งใจฟังด้วยสิ เลิกเรียนแล้วมาหาครูหน่อยนะ~
Lucilla: ผู้ช่วยสอน Nivora พูดเรื่องฤดูหนาวอันเป็นนิรันดร์ของ "ยุคสนธยา" ต่อเลยค่ะ
Nivora: Sigrika ไปห้องสมุดกับฉันหน่อยได้ไหมจ๊ะ?
Sigrika: ได้เลย จริงสิ... เมื่อกี้คนคนนั้นน่ะ เอาแต่นั่งพูดอยู่คนเดียวตลอดคาบเลย
Nivora: เอ๋...
Lucilla: ผู้พเนจร เมื่อกี้ตอนที่เรียนอยู่ มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?
ผู้พเนจร:
Lucilla: ...มีนักเรียนหญิงที่ชื่อว่า Aemeath ออกไปจากชั้นเรียนกะทันหันงั้นเหรอ?
Lucilla: หึ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะได้ยินชื่อนี้อีกครั้งจากเรื่องแบบนี้...
Lucilla: ไม่แน่นะ เธออาจจะเจอกับวิญญาณเข้าแล้วล่ะ
Lucilla: เพราะว่า... ในบรรดาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีแค่เธอคนเดียวที่บอกว่ามองเห็นผู้หญิงคนนั้น
ผู้พเนจร: ...อธิการบดี Lucilla คุณรู้เกี่ยวกับชื่อนี้มากน้อยแค่ไหนเหรอ?
Lucilla: พออยู่ที่วิทยาลัยราเบลล์ได้สักพักใหญ่ เธอก็จะรู้จักชื่อนี้เอง... ถึงมันจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ตาม
Lucilla: ในอดีตสถาบันมีซิงโครนิสต์ของ Exostrider ที่ชื่อว่า Aemeath อยู่จริง เธอมีผลการเรียนดีเยี่ยม มนุษยสัมพันธ์ก็ดี ศาสตราจารย์จำนวนไม่น้อยคาดหวังในตัวเธอมาก
Lucilla: แต่ครั้งหนึ่งในระหว่างคาบเรียนจำลองการควบคุม เธอได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
Lucilla: Aemeath และนักเรียนคนอื่นๆ เข้าไปในห้องจำลองการควบคุมพร้อมกัน แต่เมื่อห้องควบคุมเปิดออกอีกครั้ง ด้านในนั้นกลับว่างเปล่า
Lucilla: สนใจงั้นเหรอ? อยากลองตามหาเธอใช่ไหมล่ะ?
ผู้พเนจร:
Lucilla: ถ้าเป็น Aemeath ละก็ ฉันคิดว่าเธอจะต้องสนใจแน่ๆ
Lucilla: เคยช่วยเธอเหรอ... หึๆ ดูเหมือนปริศนาที่เกี่ยวข้องกับ Aemeath จะเพิ่มขึ้นอีกแล้วสินะ
Lucilla: การมองเห็นคนที่หายสาบสูญไปหลายปี ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในสถาบันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด... นี่เป็นอาการเพ้อหรือว่ามีเรื่องอื่นซ่อนอยู่เบื้องหลังกันแน่นะ? ฉันล่ะอยากรู้คำตอบจัง
Lucilla: Aemeath หายตัวไปใน "สนามฝึกปฏิบัติการโลกเสมือน" ห้องควบคุมที่เธอหายไปก็ยังอยู่ที่นั่น
Lucilla: ถ้าสนใจก็ลองไปดูสิ ปีนั้นทางสถาบันเองก็ทุ่มเทความพยายามไปไม่น้อยเพื่อค้นหาเธอ น่าเสียดายที่คว้าน้ำเหลว
Lucilla: ฉันหวังว่า... เธอจะสร้างความประหลาดใจให้เราได้อีกเหมือนที่ผ่านมานะ
ออกจากห้องเรียน
ตาม Soliskin ไป
ผู้พเนจร: (Soliskin เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?)
ผู้พเนจร: (Soliskin ตัวเมื่อกี้นี่นา มันวิ่งเข้าไปในสนามฝึกปฏิบัติการโลกเสมือนแล้ว)
ตรวจสอบห้องควบคุม
ผู้พเนจร: (คลื่นความถี่ของฉัน... จู่ๆ ก็ลดฮวบอย่างรวดเร็ว!)
Aemeath: เฮ้อ~ ยังไม่เสถียรจริงๆ สินะ ว่าแต่คุณรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?
ผู้พเนจร: ...ยังโอเคดี... พอหุ่นรบนั่นบินหนีไป การรั่วไหลก็ช้าลงแล้วละ
ผู้พเนจร: (ความถี่บนตัวหุ่นรบนั่น คล้ายกับกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากในรอยแยกของเมืองโฮนามิตอนนั้นมากเลย)
ผู้พเนจร: Aemeath ตอนที่มันสู้กับเธอ พอมันเห็นเธอชัดๆ มันก็เลือกที่จะหนีไปเลย
ผู้พเนจร: เธอช่วยฉันไว้สองครั้งแล้ว แต่ปริศนาเกี่ยวกับตัวเธอกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลย คนที่สถาบันบอกว่าเธอเป็นซิงโครนิสต์ของ Exostrider แต่หายสาบสูญไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ผู้พเนจร: แล้วก็ เมื่อกี้มือของเธอ...
Aemeath: ฉันเนี่ยนะ? ตอนนี้ฉันไม่ใช่ซิงโครนิสต์ของ Exostrider หรอก
Aemeath: ฉันเป็นเรโซเนเตอร์ของมันต่างหาก
Aemeath: เพียงแต่ว่า... ตายไปนานแล้ว จนกลายเป็นภูตดิจิทัลนี่ไง~
Aemeath: สิบกว่าปีก่อน ผนึกบางส่วนที่อยู่ใต้ดินถูกทำลายโดยไม่รู้สาเหตุ เธรโนเดียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสไตรเดอร์เกตเตรียมที่จะขึ้นไปดูดกลืนลาไฮรอย
Aemeath: ตอนนั้นฉันก็ยังเป็นแค่นักเรียนนี่แหละ อัตราซิงโครไนซ์กับ Exostrider ยังไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ
Aemeath: แต่พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ฉันก็ไม่มีทางอื่นแล้ว Exostrider หลับใหลไปนานขนาดนั้น ฉันก็เลยต้องลองใช้วิธีที่อยู่นอกกฎกติกาดูซะหน่อย
ผู้พเนจร: เธอก็เลย... เลือกที่จะโอเวอร์คล็อกตัวเองเพื่อลองสั่นพ้องดูงั้นเหรอ?
Aemeath: ถูกเผง แจ๋วไปเลยใช่ไหมล่ะ? ฉันปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาได้ตั้งแป๊บนึงแน่ะ!
Aemeath: ผนึกกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แล้วเรื่องก็จบลง เหล่าผู้คนที่ฉันรู้จักก็รอดจากวิกฤตนั้นไปได้
Aemeath: เพียงแต่ว่า เรื่องนี้มันก็ยังเกินขีดจำกัดที่ฉันทนรับไหว ร่างกายของฉันเลยฉีกออกเป็นชิ้นๆ ในตอนนั้นนั่นแหละ
Aemeath: ฉันตายไปแล้ว แต่ยังมีตัวตนอยู่... มันก็แค่มีตัวตนอยู่แหละนะ ไม่มีใครมองเห็นฉันอีกต่อไปแล้ว ยกเว้นคุณในตอนนี้
ผู้พเนจร:
Aemeath: ที่ตอนนี้คุณมองเห็นฉันได้ ก็เพราะ... สิ่งนี้
Aemeath: แกนปฏิกรณ์หลักของ Exostrider ไงล่ะ สำหรับฉันที่ตอนนี้ต้องพึ่งพา Exostrider เพื่อให้มีตัวตนอยู่ สิ่งนี้เปรียบเสมือนเป็นหัวใจของฉันเลย
Aemeath: พอกลายเป็นภูตดิจิทัลแล้ว ฉันก็ไม่คิดที่จะเลิกล้มความพยายามในการตามหา "ตัวตน" เพื่อกลับไปสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้งหรอกนะ
Aemeath: ฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำ ฉันจะต้องเป็นเรโซเนเตอร์ของ Exostrider โดยสมบูรณ์ให้ได้
Aemeath: แต่ว่า... ในเมื่อฉันเริ่มสั่นพ้องด้วยสถานะที่ผิดปกติ ทำให้พลังที่ได้รับมาขาดหายไปและไม่เสถียร
Aemeath: หลายปีมานี้ ฉันใช้แกนหลักนี้เสริมพลังของตัวเองมาตลอด พวก Soliskin ก็คอยช่วยเหลือฉันด้วย
Aemeath: แต่เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งนี้ก็ไปตกอยู่ในมือคุณ แล้วพอคุณมีมันอยู่ ก็เลยมองเห็นฉันได้ไงล่ะ
ผู้พเนจร: ไม่นานมานี้... หมายถึงตอนที่แกนปฏิกรณ์ตกลงมางั้นเหรอ?
Aemeath: ใช่แล้วล่ะ~ ตั้งแต่นั้นมา แกนชิ้นนี้ก็ถูกกักเก็บอยู่ในตัวคุณในรูปแบบของพลังงาน ฉันเองก็เพิ่งเคยลองทำให้มันปรากฏออกมาเป็นครั้งแรก กว่าจะหาวิธีได้ ก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย...
ผู้พเนจร: เด็กสาวที่ช่วย Mornye เอาไว้ในตอนนั้น คือเธอเองใช่ไหม?
Aemeath: เมื่อก่อนคุณกับรุ่นน้องคนนี้ก็สนิทกันดีนี่นา ต่อมาฉันเองก็ได้ร่วมงานกับเธอที่สถาบันตั้งหลายครั้ง อะไรที่ช่วยได้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว
ผู้พเนจร: (รุ่นน้อง? นึกแล้วเชียว ฉันรู้จัก Mornye มาก่อนจริงๆ ด้วย...)
Aemeath: อ้อ เมื่อกี้ไม่ทันได้บอก... ตอนที่คุณเข้าไปช่วยศาสตราจารย์ Mornye ด้วยความกล้าหาญนั่นน่ะ เท่สุดๆ ไปเลยนะ!
ผู้พเนจร:
Aemeath: เอาน่า ไม่แซวแล้วก็ได้ แต่ฉันพูดจากใจจริงเลยนะ... ไม่ว่าสถานการณ์ไหน คุณก็เลือกที่จะไปช่วยกอบกู้เสมอเลย
Aemeath: สำหรับฉันแล้ว การกอบกู้อะไรทำนองนี้เนี่ย มันทั้งเท่แล้วก็วิเศษสุดๆ ไปเลยล่ะ
Aemeath: กลับมาพูดถึงแกนปฏิกรณ์หลักกันดีกว่า~ เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับ "Sigillum"... หรือก็คือหุ่นรบที่จู่โจมคุณเมื่อกี้นั่นแหละ
Aemeath: มันคล้ายกับ Voidworm ที่คุณเคยเจอ เป็นสิ่งประดิษฐ์เชิงจักรกลที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน Exostrider ซะส่วนใหญ่ แต่ก็โดนสสารสุญตาของเธรโนเดียนปนเปื้อนไป
Aemeath: ก่อนหน้านี้ฉันเคย... ถูกมันแย่งชิงพลังไปส่วนหนึ่ง การตามหา "ตัวตน" กลับมาก็เลยหยุดชะงักไป แต่ตอนนี้แกนชิ้นนี้กลายเป็นเป้าหมายที่มันจ้องจะแย่งชิงซะแล้ว
Aemeath: ถ้ามีพลังของ Exostrider อยู่ ตราบใดที่ฉันกับ Exostrider ยังไม่สูญสลายไป ก็จะไม่มีใครจัดการ Sigillum ได้อย่างสมบูรณ์... มีแต่ฉัน ซึ่งมีต้นกำเนิดเดียวกับพลังนี้เท่านั้นที่จะทำได้
Aemeath: ในเมื่อคุณแตะมันทีไรก็จะเริ่มสูญเสียความถี่ไม่หยุด งั้นการจัดการกับ Sigillum ก็น่าจะทำให้คุณกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม
Aemeath: ส่วนฉันเอง ก็จะได้เอาพลังที่ควรเป็นของฉันกลับคืนมา
Aemeath: ดูสิ เป็นเพราะเจ้านั่นแท้ๆ ขนาดคุณมีแกนอยู่ ฉันก็ยังไม่เสถียรอยู่ดี บางครั้งแตะตัวคุณได้ บางครั้งก็ไม่ได้ น่ารำคาญสุดๆ...
Aemeath: คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม? ตอนนี้แกนหลักอยู่ในมือคุณ ส่วนแกนปฏิกรณ์ก็ตกลงมาแล้ว ฉันคงไม่มีปัญญาลงมือเองคนเดียวแล้วละนะ
Aemeath: แถมฉันยังสังเกตเห็นว่า... พออยู่ในมือคุณแล้ว มันหมุนไวขึ้นด้วยนะเนี่ย!
ผู้พเนจร: Aemeath ฉันรู้สึกได้ว่า เธอเลือกที่จะพูดกับฉันเฉพาะสิ่งที่อยากพูดเท่านั้น
ผู้พเนจร: แต่เธอได้ช่วยฉันเอาไว้ แถมยังช่วยชาวลาไฮรอยไว้มากมาย ดังนั้นฉันก็ยินดีที่จะเชื่อเธอ และช่วยเธอนะ ว่าแต่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ?
Aemeath: "ตัวตน" ก็คือร่องรอยที่บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ให้คนจดจำ พูดถึง และมองเห็น...
Aemeath: ฉันได้ทิ้งร่องรอยแบบนั้นไว้ในที่ที่เคยไปตอนยังมีชีวิตอยู่ แกนปฏิกรณ์กำลังหมุนเพื่อบันทึกและเสาะหาความถี่พวกนี้กลับมาให้ฉัน
Aemeath: เจ้าตัวน้อยทั้งหลายเคยช่วยเรื่องนี้มาก่อน ต่อไปพวกมันก็จะคอยนำทางให้เราเหมือนกัน
Aemeath: คุณกับฉันก็แค่พกแกนไว้ แล้วก็ตาม Soliskin ไปในสถานที่ต่างๆ ก็พอ ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ?
ผู้พเนจร: โอเค
Aemeath: งั้นก็... ขอบคุณล่วงหน้านะ เพื่อนร่วมชั้นผู้แสนดี
Aemeath: Soliskin ไปทางด้านล่างของลิฟต์แล้ว ตามไปกันเถอะ
ผู้พเนจร: ก่อนออกเดินทาง ฉันต้องติดต่อ Mornye ก่อน
ผู้พเนจร: แกนปฏิกรณ์เคยเป็น "ดวงอาทิตย์" ของลาไฮรอยมาก่อน ถ้าฉันต้องใช้แกนชิ้นนี้ คนของสถาบันควรจะรับรู้ไว้
Aemeath: ไม่มีปัญหา! เชิญเลย~
ไปยังลิฟต์
ไปยังลิฟต์และติดต่อ Mornye
ผู้พเนจร: (คำบอกเล่าของ Aemeath เมื่อกี้นี้ เธอจงใจปกปิดและตัดทอนบางส่วนออกไป)
ผู้พเนจร: (อย่างเช่น การพบกันของเราก่อนหน้านี้ สิ่งที่เธอทำอยู่หลังกลายเป็นภูตดิจิทัล แล้วก็... ทำไมเธอถึงถูก Sigillum ช่วงชิงพลังไป)
ผู้พเนจร: (ขนาดเจอเหตุการณ์ร้ายแรงจนต้องกลายเป็น "วิญญาณ" มานานหลายปี แต่ยังประคับประคองสภาพจิตใจเอาไว้ได้ขนาดนี้ เธอต้องเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง และจะไม่ปริปากพูดอะไรออกมาง่ายๆ แน่)
ผู้พเนจร: (ไว้ค่อยหาโอกาสถามใหม่ระหว่างทางก็แล้วกัน)
Mornye: เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? รุ่นพี่
ผู้พเนจร:
Mornye: หืม หลังจากแกนปฏิกรณ์ของ Exostrider ตกลงมา ยังเหลือแกนหลักไว้ชิ้นหนึ่งงั้นเหรอ?
Mornye: ของที่สำคัญต่อการซ่อมแซมตัวเองของ Exostrider แบบนี้ ทางที่ดีที่สุดก็คือส่งคืนมันไปค่ะ อีกอย่างนี่ก็เป็นความเห็นพ้องระหว่างสถาบันสตาร์ทอร์ชกับชาวโรญามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย
Mornye: แต่ก็อย่างที่รุ่นพี่ว่า สถาบันวิจัยต้องสนใจมันแน่นอนอยู่แล้ว...
ผู้พเนจร: Mornye?
Lucilla: หึๆ ไม่เจอกันแค่แป๊บเดียว เธอก็ก่อความวุ่นวายในสนามฝึกปฏิบัติการได้ใหญ่โตขนาดนี้เชียวเหรอ ฉันนี่อึ้งไปเลย
Lucilla: เรื่องเมื่อกี้ฉันจะหาคนมาจัดการให้เอง ส่วนเธอก็ทำตามแผนของตัวเองไปเถอะนะ
ผู้พเนจร: ...นี่คุณดักฟังการสนทนาอยู่งั้นเหรอ
Lucilla: เธอเป็นเป้าหมายที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ พวกเราต้องใส่ใจความเคลื่อนไหวของเธออยู่แล้ว
ผู้พเนจร: "พวกคุณ" งั้นเหรอ?
Lucilla: "พวกเรา" ก็หมายถึงสหพันธ์สเปซเทรคไงล่ะ คิดซะว่าเป็นพวก "ผู้ใหญ่จอมวุ่นวาย" ที่อยู่ในสถาบันซึ่งเต็มไปด้วยความสดใสของวัยเยาว์ก็แล้วกันนะ
Lucilla: ฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องการหารือระหว่างสถาบันวิจัยกับทางโรงเรียน เกี่ยวกับการจัดการแกนหลักนี้เอง พวกเขาต้องแยกแยะให้ออกว่าเรื่องไหนสำคัญ ยังไงพวกเขาก็ต้องฟังฉัน
Lucilla: พอจัดการเรื่องของเธอเสร็จแล้ว ก็ส่งแกนหลักคืนให้กับ Exostrider เถอะนะ ผู้พเนจร
Lucilla: ถึงเธอจะไม่ได้บอกกับ Mornye แต่ฉันเดาว่า... ที่เธอได้ของนี้มา น่าจะเกี่ยวข้องกับ Aemeath ที่เราเพิ่งคุยกันไปสินะ?
ผู้พเนจร: อธิการบดี Lucilla คุณชักจะถามเยอะเกินไปหน่อยแล้วนะ... โดยเฉพาะการเปิดฉากซักไซ้ไล่เลียงด้วยวิธีดักฟังเนี่ย ฉันไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
Lucilla: แหะๆ ขอโทษที เพราะมันเกี่ยวข้องกับ Exostrider น่ะ ฉันเป็นผู้รับผิดชอบของสถาบัน ก็เลยกังวลจนสติแตกไปหน่อย
Lucilla: แถมก่อนหน้านี้ยังมีเรื่องของ Warren โผล่มาอีก เรากำลังยกระดับมาตรการความปลอดภัยของระบบสื่อสารสาธารณะ ต่อไปจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้วละนะ
Lucilla: เพื่อเป็นการชดใช้ ฉันได้เปิดสิทธิ์การเข้าถึงทั้งหมดที่น่าจะจำเป็นสำหรับปฏิบัติการนี้ให้กับเธอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปกลับเส้นทางสตาร์เวิร์ด การเข้าถึงคลังข้อมูลภายใน แล้วก็การใช้ยุทโธปกรณ์ของสถาบันด้วย
Lucilla: เรื่องรบกวนสายสนทนาของพวกเธอ ฉันเองก็จะไปแสดงความขอโทษต่อศาสตราจารย์ Mornye ด้วยเหมือนกัน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัย เพื่อเป็นการชดเชยด้วย
Lucilla: เป็นไง แบบนี้เธอรู้สึกพอใจขึ้นมาบ้างหรือยัง? ผู้พเนจร
ผู้พเนจร: ...ทำไมสหพันธ์สเปซเทรคถึงอยากส่งเสริมเรื่องนี้นัก?
Lucilla: เธอเองน่าจะรู้แล้วว่า ตัวเองในอดีตเคยเคลื่อนไหวในลาไฮรอยมาก่อน และมีความสัมพันธ์บางอย่างกับ Exostrider ด้วย
Lucilla: "ยุคสนธยา" กาลอวสานแห่งฤดูหนาวนิรันดร์ที่กล่าวไว้ในตำนานชาวโรญา... ภัยคุกคามของเธรโนเดียน Aleph-1 กำลังรุนแรงขึ้น เราต้องการให้ Exostrider ตื่นขึ้นมาโดยเร็วที่สุด การส่งคืนแกนปฏิกรณ์หลักจะเป็นผลดีต่อเรื่องนี้
Lucilla: เราเชื่อมาตลอดว่าเธอยืนอยู่ข้างพวกเรา ข้างมนุษยชาติ
Lucilla: ถ้ามีอะไรจำเป็นค่อยติดต่อฉันมาก็แล้วกัน คุณนักเรียน ผู้พเนจร... ต่อให้เป็นแค่การพูดคุยปรับทุกข์ ฉันก็ยินดีเสมอนะ
เรียกลิฟต์
รอให้ลิฟต์มาถึง
ใช้ลิฟต์
Aemeath: Soliskin ชี้ทางให้เราไปยังหอประชุมเป็นที่แรกสินะ
Aemeath: อีกไม่นานก็จะถึงงานฉลองสุริยะใหม่ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกิจกรรมอะไรใหม่ๆ ในหอประชุมบ้าง
Aemeath: ตอนนั้นก็น่าจะสอบเสร็จแล้ว ตรงกับวันหยุดยาวพอดีเลย
Aemeath: อาา~ วันหยุด ช่วงเวลาอันแสนวิเศษ
คุยกับเหล่านักเรียนที่หน้าประตูหอประชุม
แฟนคลับที่ขี้อาย: สวัสดีจ้ะ... เอ่อ เธอจะมาร่วมกิจกรรมงานแฟนมีตของ "Fleet Snowfluff" ใช่ไหม? เรายังเตรียมงานในหอประชุมกันอยู่เลย ไว้ถึงเวลาแล้วมาสนุกด้วยกันนะ
ผู้พเนจร:
แฟนคลับที่ร่าเริง: นักร้องไง! นักร้องประจำสถาบันของลาไฮรอย! ถึงแม้จะโพสต์เพลงแค่ในโลกออนไลน์ แต่ก็ดังพลุแตกเลยนะ!
แฟนคลับที่ขี้อาย: เพียงแต่ว่า... เว็บไซต์ไม่ได้อัปเดตมาหลายสิบปีแล้วละ พอ "Fleet Snowfluff" ทิ้งเดโม่เพลงสุดท้ายไว้บนเว็บไซต์ส่วนตัวของเธอ ก็ไม่เคยตอบกลับอีกเลย
แฟนคลับที่ร่าเริง: เอาน่า~ ทำไมต้องมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นด้วยเล่า ไม่แน่เธออาจจะแค่เรียนจบ แล้วไปเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่อื่นก็ได้นี่นา
แฟนคลับที่ร่าเริง: ที่เธอไม่เปิดเผยหน้าตาเพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแฟนคลับมากไปละมั้ง แค่ชอบเพลงของเธอก็เพียงพอแล้วแหละ!
แฟนคลับที่ร่าเริง: มาสิ! ถึงจะไม่ได้มาร่วมงานแฟนมีต แต่ก็ลองฟังดูได้ ฉันเองก็เป็นนักเรียนใหม่เหมือนกัน ฟังปุ๊บก็หลงรักเสียงร้องของเธอปั๊บเลย!
สมาชิกงานแฟนมีตผู้ร่าเริงยัดโปสเตอร์แผ่นหนึ่งใส่ในมือคุณ...
Aemeath: หืม~ โปสเตอร์ที่ระลึกแผ่นนี้ทำมาซะสวยจึ้งเชียว
Aemeath: งานแฟนมีต... ก็นะ ถ้าทุกคนมีความสุข ก็ดีแล้วแหละ
Aemeath: ไปเถอะ เราตาม Soliskin ไปดูในหอประชุมกันนะ
เข้าสู่หอประชุม
สำรวจหอประชุม
Aemeath: มีอะไรเหรอ?
ผู้พเนจร:
Aemeath: อ๋อ~ แค่ความเคยชินส่วนตัวน่ะ การทักทายทุกคน พูดคุย เข้าเรียน ทำกิจกรรมชมรม... มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองยังมีชีวิตอยู่
Aemeath: ถ้าไม่ทำแบบนี้ เดี๋ยวจะลืมจุดยืนที่เคยเป็นมนุษย์ไปง่ายๆ ถือว่าเป็น... การเตือนตัวเองอย่างนึงละนะ
ผู้พเนจร: ..."Fleet Snowfluff" เหรอ?
Aemeath: ใช่ ฉันเองแหละ แหม อย่าเรียกชื่อออนไลน์ของฉันสิ มันจั๊กจี้นะ...
ผู้พเนจร: ที่แท้นอกจากเป็นซิงโครนิสต์แล้ว เธอยังมีตัวตนอื่นในสถาบันด้วยเหรอเนี่ย
Aemeath: ก็แค่งานอดิเรกอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง ฉันยังชอบถ่ายภาพ เล่นเกม แล้วก็ชอบไปดูหนังกับเพื่อนๆ ด้วยนะ...
Aemeath: ตอนนั้นฉันคิดว่า ชีวิตนักเรียนมีแค่ไม่กี่ปีเอง แถมไม่ได้มุ่งหวังด้านงานวิจัยอะไรอยู่แล้วด้วย ก็เลยต้องใช้ชีวิตในรั้วสถาบันให้เต็มที่
Aemeath: ลองทำกิจกรรมที่ชอบหลายๆ อย่าง อะไรที่สนุกก็ลองสัมผัสดูสักครั้ง! ใช้ชีวิตแบบปล่อยจอยให้สุดแล้วหยุดที่ความแฮปปี้!
Aemeath: นึกไม่ถึงเลยว่าขนาดกลายเป็นวิญญาณแล้ว ยังต้องมาเป็นนักเรียนอยู่แบบนี้อีกตั้งสิบกว่าปี... คิดแล้วมันแย่ชะมัด! ชาตินี้คงไม่มีวันได้เรียนจบแล้วมั้งเนี่ย?
ผู้พเนจร:
Aemeath: ขอให้เป็นแบบนั้นนะ~ คนเราก็ต้องการอะไรไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่แล้วนี่นา มีความหวังไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
Aemeath: ฮ่าๆ ๆ! ฉันเข้าใจๆ ชีวิตในโรงเรียนมันใสสะอาดกว่าโลกข้างนอกนิดนึงแหละ
Aemeath: แต่ว่านะ ขนาดผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว ก็ยังมีคนพูดถึงเพลงของฉันอยู่เลย น่าซึ้งใจจัง
Aemeath: เพลงพวกนี้ฉันแต่งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดความเป็นตัวเองเฉยๆ ตอนที่แต่งก็ไม่ได้คิดเลยว่าจะมีคนอยากฟังมากขนาดนี้
Aemeath: แต่ว่า... ถ้ามีใครอินไปกับบทเพลง รู้สึกอบอุ่นหรือเจ็บแปลบไปพร้อมกับเพลงได้ ฉันก็ดีใจมากเหมือนกัน!
Aemeath: ลองฟังสิ เพลงที่เปิดอยู่ในหอประชุมตอนนี้ เป็นเพลงบนเว็บไซต์ส่วนตัวของฉันที่ยังแต่งไม่เสร็จนั่นแหละ
Aemeath: เสียดายจัง... รู้งี้น่าจะแต่งให้เสร็จแล้วโพสต์ออกไปก่อนการฝึกครั้งนั้น เผลอแป๊บเดียวดันกลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายไปซะแล้ว ฮ่าๆ
ผู้พเนจร: ...
Aemeath: ไปกันเถอะ Soliskin กำลังเรียกพวกเราอยู่นะ
นักเรียนที่ประหลาดใจในอดีต: ผู้หญิงคนนั้นเป็นตัวแทนนักเรียนวิทยาลัยราเบลล์เหรอ? เนื้อหาสุนทรพจน์ของเธอเนี่ย นับว่าใจกล้ามากเลยนะ...
นักเรียนที่พูดหยอกล้อในอดีต: ฮ่าๆ ๆ! ทำไมหล่อนถึงพูดสุนทรพจน์นักเรียนใหม่อย่างกับหาคนเข้าชมรมผจญภัยอวกาศแบบนั้นละเนี่ย? ศาสตราจารย์โมโหจนหน้าเขียวหมดแล้ว
นักเรียนที่อ่อนโยนในอดีต: แต่ก็พูดได้กินใจมากเลยนะ เพราะพวกเรามีแรงปรารถนาและความทะเยอทะยานที่แรงกล้ายิ่งกว่าใครๆ ไม่ใช่เหรอ ถึงได้ใฝ่ฝันจะขึ้นไปเหยียบเหนือม่านฟ้าอีกครั้งน่ะ?
อาจารย์ที่เอ่ยชมเชยในอดีต: ชื่อ Aemeath สินะ... ฉันจำได้ว่าผลการทดสอบอัตราซิงโครไนซ์ของเธอสูงมาก นักเรียนรุ่นนี้อาจจะมีผู้ควบคุม Exostrider ตัวจริงถือกำเนิดขึ้นมาก็ได้นะ
อาจารย์ที่เคร่งขรึมในอดีต: ก็ไม่แน่หรอก คุณเคยได้ยินวีรกรรมก่อนหน้านี้ของเด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า? พูดแบบน่าฟังหน่อยก็คืองานอดิเรกล้นหลาม พูดแบบไม่น่าฟังก็คือไม่ใส่ใจอะไรเลย
อาจารย์ที่ครุ่นคิดในอดีต: แต่เธอก็เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมมากไม่ใช่เหรอ? แค่ต้องมีใคร... ให้คำชี้แนะนิดหน่อย
Aemeath ในอดีต: ...ขอให้สักวันหนึ่ง พวกเราจะได้ท่องไปในดาราจักร สัมผัสจักรวาลอันเย็นเยียบ จริงแท้ และงดงามหาใดเปรียบ ด้วยมือของเราเอง
Aemeath ในอดีต: เอาเป็นว่า ดิฉันขอพูดแต่เพียงเท่านี้นะคะ ขืนยังพูดต่อไป สงสัยคะแนนหน่วยกิตในปีนี้ไม่รอดแน่~
Aemeath ในอดีต: ดิฉันดีใจมากนะคะที่ได้เข้ามาเรียนในสถาบันสตาร์ทอร์ช และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สำรวจดินแดนนอกโลกไปพร้อมกับทุกคนในอนาคต ในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง ดิฉันมีความคาดหวังเต็มเปี่ยมต่อชีวิตในสถาบันที่กำลังจะมาถึง
Aemeath ในอดีต: มีเรื่องที่น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว... ก็คือการที่คนในครอบครัวของดิฉัน มาฟังสุนทรพจน์ที่นี่ไม่ได้
Aemeath ในอดีต: ดิฉันอยากบอกเขาว่า... ตอนนี้ฉันใช้ชีวิตอย่างดี แล้วก็มีความสุขมากด้วย! ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหวังไว้ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะคะ
Aemeath: พอได้เห็นแบบนี้ ก็คิดถึงวันเวลาในตอนนั้นเหมือนกันนะ
Aemeath: สถาบันสตาร์ทอร์ชเป็นสถานที่ที่ดีเลยละ ถึงฉันจะก่อเรื่องวุ่นวายอยู่บ่อยๆ แต่พวกศาสตราจารย์ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นจะไล่ฉันออกจริงๆ
ผู้พเนจร: แต่ไม่มีใครรู้ว่าเธอช่วยกอบกู้ลาไฮรอยเอาไว้ สิ่งที่เธอต้องแลกไปเพราะเรื่องนี้ มันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ Aemeath เธอ...
ผู้พเนจร:
Aemeath: ก็น่าจะมีบ้างล่ะมั้ง? แต่ไม่เป็นไรหรอก ความเหงาไม่ทำให้ถึงตายสักหน่อย แล้วก็... ฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะเลย!
Aemeath: จะเป็นไปได้ยังไง? ถ้าตอนนั้นฉันไม่ทำแบบนี้ ผู้คนมากมายก็ต้องตาย แล้วอีกอย่าง... รสชาติของการกอบกู้โลกมันวิเศษมากเลยนะ!
Aemeath: ...ก็แค่เสียดายนิดหน่อย ที่ไม่ได้กอดกับเพื่อนๆ ในพิธีจบการศึกษา และอวยพรให้พวกเธอสมความปรารถนาในอนาคต
Aemeath: Soliskin วิ่งออกไปข้างนอกอีกแล้ว ตามไปกันเถอะ!
Aemeath: ถ้าจะออกนอกสถาบัน ก็น่าจะไปที่ทุ่งน้ำแข็งโรญา... อืม งั้นเราก็ต้องไปที่เส้นทางสตาร์เวิร์ด
ผู้พเนจร: คือด้านบนของดาบนั้นเหรอ?
Aemeath: ถูกต้อง ที่ราบกว้างขาวโพลนอันหนาวเหน็บ เงียบสงัด หิมะโปรยปรายตลอดทั้งวัน... และยังเป็นที่หลับใหลสุดท้ายของ Exostrider ด้วย
คุยกับ Aemeath
Aemeath: ต่อไปเราจะไปที่เส้นทางสตาร์เวิร์ดกันแล้ว พร้อมออกเดินทางหรือยังล่ะ?
ผู้พเนจร:
ไปยังชานชาลา
Aemeath: ตอนเด็กๆ ฉันเคยแอบเข้าไปซ่อนอยู่ในเส้นทางสตาร์เวิร์ด แล้วไปที่ทุ่งน้ำแข็งคนเดียวด้วยแหละ
ผู้พเนจร: เธอใจกล้าขนาดนี้ตั้งแต่เด็กเลยเหรอ...
Aemeath: ฮี่ๆ
นั่งรอรถไฟมาถึง
ไปถึงทุ่งน้ำแข็ง
Aemeath: รู้สึกหนาวไหม?
ผู้พเนจร: ก็พอไหว เธอล่ะ?
Aemeath: แอบบอกอะไรให้นะ วิญญาณน่ะไม่รับรู้อุณหภูมิหรอก
Aemeath: หิมะ... ช่างสวยงามเหลือเกิน
Luuk Herssen: บังเอิญจริงนะ ไม่นึกว่าจะได้เจอกันที่นี่ ผู้พเนจร ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีนะ
Aemeath: อ๋า... คุณหมอ Luuk เวลาคุยกับเขาก็ถือซะว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้ละกัน ไม่งั้นคุณจะดูเป็นคนประหลาดที่พูดกับอากาศเอานะ
Aemeath: เธอก็ไปซ่อนตัวเถอะ นี่เป็นการเดินทางลับๆ ของพวกเรานะ~
ผู้พเนจร: เธอรู้จักเขาด้วยเหรอ?
Aemeath: เขาเป็นหมอประจำโรงเรียนนี่นา นักเรียนรู้จักแทบทุกคนแหละ ฉันกับเขาไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่หรอก แต่หมอ Luuk มารับตำแหน่งที่ลาไฮรอยนานมากแล้ว เป็นคนที่... คุณเชื่อใจได้คนหนึ่ง
Luuk Herssen: ที่คุณออกจากสถาบันมาที่ทุ่งน้ำแข็ง เพราะอยากไปดู Exostrider เหรอ?
Luuk Herssen: เข้าใจแล้ว ฉันกำลังจะไปตรวจสุขภาพนักวิจัยที่อยู่สำรวจระยะยาวบนทุ่งน้ำแข็งพอดี น่าจะไปทางเดียวกันนะ
Luuk Herssen: มีไกด์นำทางสักคนน่าจะสะดวกกว่านะ คิดว่าไงล่ะ?
Luuk Herssen: มอเตอร์ไบค์คันนั้นน่ะ เดี๋ยวฉันจะดัดแปลงให้แล้วกันนะ บนทุ่งน้ำแข็งมีพื้นที่แหล่งน้ำอยู่หลายแห่ง ฟังก์ชันของมันในตอนนี้ไม่น่าจะไหว
ผู้พเนจร: นี่คุณดัดแปลงมอเตอร์ไบค์เป็นด้วยเหรอ?
Luuk Herssen: ได้ไปๆ มาๆ ทุ่งน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พอจะมีทักษะอยู่บ้างน่ะ
Aemeath: สมัยเรียนฉันก็ชอบมอเตอร์ไบค์มากเลย เพื่อนๆ เรียกฉันว่าราชินีนักซิ่งนะจะบอกให้! ถึงตอนที่ซิ่งอยู่จะเข่าอ่อนจนตะโกนออกมาซะดังลั่นก็เถอะ ฮ่าๆ
Luuk Herssen: ผู้พเนจร ดูทุ่งน้ำแข็งตรงหน้าสิ เมื่อหลายปีก่อน ที่นี่ยังเป็นป่าทึบอันเขียวชอุ่มอยู่เลย
Luuk Herssen: ชาวโรญาเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว พวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของลาไฮรอย และเป็นผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติมาตลอด
ผู้พเนจร: การที่ผืนป่ากลายเป็นทุ่งน้ำแข็ง... ก็เพราะอาดูรการณ์งั้นเหรอ?
Luuk Herssen: ถูกต้อง อาดูรการณ์ในครั้งนั้นทำให้ขั้วแม่เหล็กเกิดการเคลื่อนตัว ลาไฮรอยจึงกลายเป็นขั้วโลกจุดใหม่ตั้งแต่นั้นมา
Luuk Herssen: แต่นอกจากอาดูรการณ์แล้ว ในตอนนั้นยังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกอย่าง
Luuk Herssen: ในอดีต พวกเรายังสัมผัสถึงท้องฟ้าพร่างดาวด้วยตัวเองได้ แต่หลังจากนั้นมา ทะเลอีเธอริกเริ่มขยายวงกว้างโดยไม่รู้สาเหตุ จนปกคลุมทั้งโซลาริส
Luuk Herssen: ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...
Aemeath: ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จักรวาลก็ปฏิเสธพวกเรา เราถึงกับพิสูจน์ไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าท้องฟ้าเหนือศีรษะนั้นเป็นของจริงหรือเป็นเงาสะท้อนกันแน่
Luuk Herssen: เพราะเหตุนี้เอง ยานอวกาศนับไม่ถ้วนจึงตกลงมา โครงการสำรวจโลกภายนอกจำนวนมากต้องหยุดชะงักไป ดำเนินการต่อไม่ได้อีก
Luuk Herssen: ตั้งแต่สถาบันสตาร์ทอร์ชก่อตั้งขึ้นมา ก็พยายามที่จะผลักดันการสำรวจโลกภายนอกอีกครั้งด้วย Exostrider... ไม่ว่าจะผ่านทะเลอีเธอริกหรือ สไตรเดอร์เกต
ผู้พเนจร: ทะเลอีเธอริก อันนี้เข้าใจได้นะ แต่... สไตรเดอร์เกตนี่คือ?
Luuk Herssen: คุณน่าจะเคยได้ยินประวัติศาสตร์ของลาไฮรอยมาบ้างแล้ว ทั้ง Exostrider และเธรโนเดียนต่างก็มาถึงโซลาริสผ่านทางสไตรเดอร์เกต
Luuk Herssen: สถาบันมีสมมติฐานมากมายเกี่ยวกับพวกมัน ฉันจะยกมาแค่สองประเด็นที่คุณน่าจะสนใจนะ สไตรเดอร์เกตเป็นทางเชื่อมไปสู่ห้วงอวกาศนอกโลก และเธรโนเดียน Aleph-1 เป็นเธรโนเดียนที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากโซลาริส
ผู้พเนจร:
Luuk Herssen: ในเมื่อประตูบานนั้นยังคงอยู่ มนุษย์ย่อมต้องอยากเปิดอยู่แล้ว แต่จะผ่านประตูบานนั้นไปได้ ก็ต้องปลุก Exostrider ให้ตื่นขึ้น เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของ Aleph-1
Luuk Herssen: ฉันคิดมาตลอดว่า นอกเหนือจากพายุสุญตาและ Voidworm แล้ว Aleph-1 ต้องอันตรายกว่าที่มันแสดงให้เห็นในตอนนี้แน่
Luuk Herssen: เราพอจะคาดเดาคุณสมบัติบางส่วนของเธรโนเดียนที่มีอยู่ในปัจจุบันได้จากแหล่งกำเนิดและอารยธรรมที่มีอยู่ แต่ Aleph-1 นี่สิ... ความเข้าใจของเราในด้านนี้ยังคงว่างเปล่า
Luuk Herssen: ผู้คนนับไม่ถ้วนปรารถนาที่จะเป็นนักท่องดาราจักรผู้หวนคืน และเป็นคนแรกที่เดินทางไปถึงจักรวาลอีกครั้ง แต่หลายปีมานี้ยังไม่มีใครทำสำเร็จเลยสักคน
Luuk Herssen: ทะเลอีเธอริกแปรสภาพ... ความฝันทั้งหมดที่เกี่ยวกับสิ่งนอกโลก ล้วนเกิดขึ้นจากช่วงเวลานั้น
Luuk Herssen: ความฝันนี้ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยนไป
ผู้พเนจร: หมอ Luuk...
Luuk Herssen: เรียกฉันว่า Luuk ก็พอ ฟังดูเป็นกันเองกว่านะ จริงไหม?
ผู้พเนจร: Luuk เมื่อกี้คุณถามฉันว่ารู้สึกยังไงกับสถาบัน แล้วคุณล่ะ คุณมารับตำแหน่งที่สถาบันสตาร์ทอร์ชนานแค่ไหนแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?
Luuk Herssen: ประมาณ 20 ปีได้ ก่อนจะมาสถาบัน ฉันกำลังท่องเที่ยวไปทั่วโซลาริสและทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เพราะเพื่อนไหว้วาน ฉันเลยมาเฝ้าดูลาไฮรอยให้เขาน่ะ
Luuk Herssen: การได้อยู่กับเด็กๆ ก็สนุกดี ชีวิตที่กำลังเติบโตมักจะน่ารักเสมอ พวกเขาอยากระบายความในใจ ส่วนฉันก็ชอบรับฟัง นี่เป็นงานที่เหมาะกับฉันมากเลยละ
ขี่มอเตอร์ไบค์มุ่งหน้าลึกเข้าไปในทุ่งน้ำแข็ง
สำรวจทุ่งน้ำแข็งโรญาต่อ
ขี่มอเตอร์ไบค์เข้าสู่ทุ่งน้ำแข็ง
ขี่มอเตอร์ไบค์มุ่งหน้าลึกเข้าไปในทุ่งน้ำแข็ง
สำรวจทุ่งน้ำแข็งโรญาต่อ
Nivora: เอ๋? คะ...คุณคือคนที่พูดพึมพำคนเดียวในชั้นเรียนนี่นา...
Aemeath: แหะๆ...
Nivora: แล้วก็คุณหมอ Herssen ด้วย! หืม ทั้งสองคนเดินทางมาด้วยกัน เพราะสถาบันมีโครงการสำรวจทุ่งน้ำแข็งอะไรใหม่ๆ เหรอคะ?
Luuk Herssen: ฉันจะไปตรวจพวกนักวิจัยตามกำหนดน่ะ ส่วน ผู้พเนจร มีธุระอย่างอื่น แต่ไปทางเดียวกัน
Luuk Herssen: แล้วเธอล่ะ คราวนี้ก็มาหาสิ่งร่วงหล่นอีกแล้วเหรอ?
Nivora: ใช่ค่ะ คือหนูได้ยินมาว่าในทุ่งน้ำแข็งมีสถานที่บางแห่งเกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ที่ปล่อยเฮลิออสได้สำเร็จ... หนูก็เลยคิดว่าอาจจะเจอสิ่งร่วงหล่นใหม่ๆ อีกก็ได้น่ะค่ะ
ผู้พเนจร: สิ่งร่วงหล่นเหรอ?
Nivora: ก็พวกอุปกรณ์อวกาศที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเมื่อนานมาแล้วน่ะ! อย่างพวกเครื่องตรวจจับ ดาวเทียม หรือสถานีอวกาศ...
Nivora: ก่อนหน้านี้เราได้เจอข้อมูลที่ขาดตอนและสูญหายไปเพราะอาดูรการณ์หลายอย่างจากเศษซากสิ่งร่วงหล่นที่ขุดค้นมาได้
Nivora: แล้วยังมีรูปภาพของดาวดวงอื่นๆ ที่ถ่ายจากอวกาศอีกด้วย! สวยบรรเจิดเลยล่ะ...!!
Nivora: แฮ่ก... แฮ่ก... อ่า... ฉัน ฉันตื่นเต้นไปหน่อยน่ะ...
ผู้พเนจร:
Nivora: ขอบคุณนะ... แต่ว่า... บางครั้งฉันก็อดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องพวกนี้กับคนอื่นตลอดเลย ความจริงก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...
Nivora: บนจักรวาล... นอกเหนือจากดวงดาวมากมายที่ไร้ขอบเขตแล้ว ยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกกันแน่นะ?
Nivora: ฉัน... อยากรู้จริงๆ
Nivora: อ้อ ครั้งนี้ที่ฉันมาทุ่งน้ำแข็ง ก็เพราะอยากจะมาลองค้นหาดูอีกสักหน่อยน่ะ
Nivora: ข้อมูลที่แสดงบนเครื่องวัดสำรวจ บอกว่าเป็นไปได้มากที่บริเวณนี้จะมี... อ๊ะ
Luuk Herssen: วิ่ง!
หลบหนีจากหิมะถล่ม
Nivora: นึกแล้วเชียว... ฉันว่าแล้ว! แถวนี้มีสิ่งร่วงหล่นที่ไม่เคยมีใครค้นพบจริงด้วย!
Nivora: ต้องเป็นเพราะมันถูกแช่แข็งไว้ในผนังน้ำแข็งมาตลอดแน่ๆ เลย...
ผู้พเนจร: Luuk Nivora ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?
Aemeath: โอ๊ย ฉันไม่เป็นไรหรอกจ้า~ ก็เป็นวิญญาณนี่นา ยังไงก็ไม่โดนอยู่แล้ว
Nivora: อ๊ะ...! ขอโทษนะคะ ขอโทษ ขอโทษ... ฉันผิดเอง เลยทำให้ทุกคนต้องมาตกอยู่ในอันตราย...
ผู้พเนจร: ผนังน้ำแข็งถล่มเป็นเรื่องอุบัติเหตุต่างหาก พวกเราไม่เป็นอะไร ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก
ผู้พเนจร: เพียงแต่ว่า ทางเดินด้านหลังปิดตายโดยสมบูรณ์แล้วน่ะสิ
Luuk Herssen: ปีนผนังน้ำแข็ง... นั่นสูงเกินไป มีความเสี่ยง อย่าให้นักเรียนมาเสี่ยงกับพวกเราจะดีที่สุด
Luuk Herssen: ฉันติดต่อไปทางสถาบันแล้ว พวกเขาจะส่งคนมาช่วยเหลือ รอให้ Nivora กลับถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัยก่อน พวกเราค่อยออกเดินทางอีกครั้งก็แล้วกัน
Nivora: เอ่อ...
Aemeath: มันบอกว่าเป้าหมายต่อไปของเราอยู่ในส่วนลึกของชั้นน้ำแข็ง ด้านล่างสุดของสถานีอวกาศนี้มีเส้นทางที่น่าจะเชื่อมไปที่นั่นได้ จะลองไปดูไหม?
ผู้พเนจร: ลองเข้าไปดูในสถานีอวกาศนี้ดีไหม? ตรงนี้อุณหภูมิต่ำมาก แล้วยังมีความเสี่ยงที่จะถล่มซ้ำด้วย เข้าไปรอคนของสถาบันข้างในน่าจะดีกว่านะ
Nivora: ฉัน...ฉันก็คิดว่าแบบนี้ดีกว่า! ฉันอยากจะเห็นข้างในน่ะ...
Luuk Herssen: มี ผู้พเนจร อยู่ทั้งคน อยากไปสำรวจสักหน่อยก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ตามใจพวกเธอเลย
Aemeath: นี่ ฉันถามหน่อยสิ ก่อนจะมาลาไฮรอย คุณก็ทำอะไรแบบนี้อยู่บ่อยๆ ใช่ไหม?
ผู้พเนจร: เธอหมายถึงอะไร?
Aemeath: แบบว่า... เดินๆ หยุดๆ ไปกับใครบางคน ชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย มีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
Aemeath: ประมาณหนังแนวโรดทริปสุดคลาสสิกไง ความรู้สึกประมาณนี้ใช่ไหม?
ผู้พเนจร:
Aemeath: งั้นก็ดีเลย เพราะฉันชอบหนังแนวโรดทริปมาก~
Aemeath: เป็นหนังแอ็กชันหรอกเหรอ? อืม ก็สมเหตุสมผลอยู่นะ เพราะโซลาริสก็อันตรายมากเลยนี่นา
Aemeath: คราวนี้ก็ถึงตาฉันแสดงในหนังของคุณบ้างแล้ว ดีจังเลย ไปกันต่อเถอะ
Nivora: ตรงนั้นมีทางเข้าที่เสียหายอยู่ แต่มีอะไรไม่รู้ขวางไว้... น่าจะเป็นสิ่งกีดขวางที่เกิดขึ้นเพราะความถี่ไม่เสถียร
Luuk Herssen: ที่ทุ่งน้ำแข็งโรญาซึ่ง Exostrider หลับใหลอยู่นั้น ความเคลื่อนไหวของพายุสุญตาจะทำให้ความถี่บางส่วนในพื้นที่ผิดปกติ และตกอยู่ในสภาวะสสารสุญตาไม่เสถียร
Luuk Herssen: พอดีเลย ผู้พเนจร ฉันจะเปิดสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องจัดโครงสร้างโมดูลให้... เอ๋? เปิดแล้วนี่นา
ผู้พเนจร: (สิทธิ์การเข้าถึง?... น่าจะเป็นสิทธิ์ที่ Lucilla เปิดให้ก่อนหน้านี้)
Luuk Herssen: ไปเถอะ เราไปหาที่ที่สัญญาณดีๆ กัน มันจะได้ปล่อยสัญญาณได้
มุ่งหน้าไปยังที่สูง เพื่อรับสัญญาณที่ดีขึ้น
เก็บเครื่องจัดโครงสร้างโมดูล
Luuk Herssen: นี่คือเครื่องจัดโครงสร้างโมดูลที่สถาบันสตาร์ทอร์ชจัดหาให้กับเจ้าหน้าที่ประจำทุ่งน้ำแข็งโดยเฉพาะ มันจะช่วยให้โต้ตอบกับความถี่ที่อยู่ในสภาวะสสารสุญตาไม่เสถียรได้
Luuk Herssen: ลองดูสิ ต่อไปคุณจะได้ใช้มันในทุ่งหิมะนี่แน่นอน
ไปยังทางเข้าสถานีอวกาศ
สำรวจโซนถูกระงับ
Nivora: ...เอ๊ะ?
Nivora: อึ้ก! เจ็บจังเลย...
ผู้พเนจร: Nivora!
Aemeath: ความหนาแน่นของสสารสุญตาสูงเกินไป ระบบสกายอาร์กกำลังจะเสียการควบคุมแล้ว... ฉันจะเข้าไปควบคุมจากภายในระบบก่อน!
Luuk Herssen: พายุสุญตากลืนกินทุกอย่างที่นี่ไปหมดแล้ว รวมถึง... มันด้วย
Luuk Herssen: ในฐานะแพทย์ ฉันขอสรุปว่า... การหลุดพ้นจากสสารสุญตา คือการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับมันในตอนนี้
เอาชนะ Nameless Explorer
Nameless Explorer: ...พวกเรา... ตกลงมาจากดาราจักร...
Nameless Explorer: อันตราย... ออก... ไป... จากที่นี่...
ผู้พเนจร: (คนที่เห็นในวิดีโอ... คือฉันในอดีตงั้นเหรอ?)
ผู้พเนจร: (ภาพในวิดีโอน่าจะเป็นเหตุการณ์ตอนที่สถานีอวกาศตกลงมา ช่วงเวลาน่าจะตรงกับที่ Luuk บอกว่าเกิด "ทะเลอีเธอริกแปรสภาพ" มันขยายตัวปกคลุมโซลาริส)
ผู้พเนจร: (แต่ในวิดีโอยังมีหยดของเหลวนั่นลอยอยู่ด้วย... นั่นคือฝนกลับด้าน บางทีนี่อาจเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่นานกว่านั้น ไม่ใช่ตอนที่ทะเลอีเธอริกแปรสภาพ)
ผู้พเนจร: (แต่ทำไมฉันถึงร่วงลงมาจากทะเลอีเธอริกล่ะ? ท่าทางเหมือนมาจากอีกฝั่งหนึ่งยังไงยังงั้น... ศาสตราจารย์ Junxi เคยบอกว่าหยดของเหลวชนิดนี้เป็นตัวกลางพิเศษ และมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นทางเชื่อมต่อ)
ผู้พเนจร: (ตัวฉันในตอนนั้น หรือว่า...)
ผู้พเนจร: Aemeath?
Aemeath: ...หืม? มีอะไรเหรอ?
ผู้พเนจร:
Aemeath: ฮ่าๆ! เปล่าหรอก
Aemeath: ไม่มีอะไรหรอก ผู้พเนจร
Luuk Herssen: วิดีโอนี้ เก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเองดีกว่านะ... อย่าทิ้งไว้ให้คนจากสถาบันสตาร์ทอร์ชเห็นเลย
Luuk Herssen: ยังจำที่เราคุยกันระหว่างทางได้ไหม? ในสถาบันนี้มีหลายกลุ่มอำนาจเข้ามาพัวพัน อะไรที่เกี่ยวข้องกับอดีตของคุณ ระวังไว้หน่อยจะดีกว่า
Luuk Herssen: ว่ายังไงล่ะ? ผู้นำแห่ง... แบล็กชอร์
ผู้พเนจร: (...คนที่รู้เรื่องนี้มีน้อยมาก)
ผู้พเนจร: Luuk พูดให้ชัดเจนมาเลยดีกว่า
ผู้พเนจร: ฉันรู้ว่าคุณต้องรู้จักฉันในอดีตแน่นอน แต่ตัวตนของฉันส่วนใหญ่คือ "ผู้ครองผกา"
ผู้พเนจร: คุณกับฉัน เราเป็นอะไรกันแน่?
Luuk Herssen: อืม... เพื่อนล่ะมั้ง? แต่ถ้าอ้างคำพูดของหวงหลง "มิตรภาพของผู้ประเสริฐ จืดจางดั่งน้ำแต่ยั่งยืน" เราไม่ใช่เพื่อนคู่ซี้ที่ตัวติดกันทุกวันหรอกนะ
Luuk Herssen: แค่มีเหตุให้ได้รู้จักกัน แล้วก็เพราะเหตุบางอย่าง คุณถึงได้มอบหมายงานที่ยาวนานให้ฉันทำ
Luuk Herssen: จะว่ายังไงดีล่ะ... เพื่อนที่เจอกันโดยบังเอิญแต่กลับเชื่อใจกันได้อย่างสนิทใจ คุณคิดว่านิยามนี้เป็นยังไง?
ผู้พเนจร:
Luuk Herssen: ไม่เป็นไร งานของคุณที่ลาไฮรอยคงไม่จบเร็วนักหรอก เราน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก
Luuk Herssen: ฮ่าๆ ขอโทษนะ แต่ฉันพูดเรื่องจริง ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่สัญชาตญาณกลับบอกว่าเราเข้ากันได้ดี
Luuk Herssen: กลุ่มมีอำนาจแทรกซึมอยู่ตามฝ่ายต่างๆ ในสถาบันสตาร์ทอร์ช ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป คงต้องตามแก้ปัญหากันยุ่งยากน่าดู
Luuk Herssen: คราวก่อนคุณเล่นหายตัวไปดื้อๆ รู้ไหมว่ามีคนไม่น้อยเลยนะที่พยายามจะขุดคุ้ยอดีตของคุณน่ะ? ดาราคิวทองแห่งโซลาริส
ผู้พเนจร:
Luuk Herssen: หึ... คุณดูไม่เหมือนตอนที่เรารู้จักกันครั้งก่อนเลย แต่เรื่องรำลึกความหลังไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะ
Luuk Herssen: Nivora ได้รับบาดเจ็บ ถึงจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปแล้ว แต่ในฐานะแพทย์ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลเธอก่อน
Luuk Herssen: ทางข้างหน้านี้ คุณต้องเดินไปเองแล้วนะ ส่วนฉันกับ Nivora จะรอคนจากสถาบันมารับที่นี่
ผู้พเนจร: ได้ ไว้เจอกันที่ห้องพยาบาลของคุณนะ
ผู้พเนจร: Luuk ฉันอยากรู้ว่า ที่คุณพูดว่า "ไม่เหมือนเดิม" หมายถึงอะไรเหรอ?
Luuk Herssen: มันก็แค่ความเห็นส่วนตัวของฉันน่ะ อาจจะไม่ถูกก็ได้ แต่ถ้าจะให้พูดละก็... คุณดูสบายใจขึ้นละมั้ง
Luuk Herssen: ดูมีความหวัง และมีความสุขมากขึ้น
Luuk Herssen: ฉันคิดว่า... มันไม่ใช่เรื่องแย่นะ ผู้พเนจร
ออกจากสถานีอวกาศ
Aemeath: สุดท้ายทีมสี่คนก็เหลือแค่สองคนสินะ~ อ๊ะ... ถ้าไม่นับฉันด้วย ตอนนี้ก็กลายเป็นทีมเดี่ยวเลยสิ
Aemeath: ฉันเคยยื่นขอไปทำงานที่สถานีสำรวจในทุ่งน้ำแข็งอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้เส้นทางนี้
ผู้พเนจร: น่าแปลกเหมือนกันนะ... ฉันนึกว่าเธอจะชอบทำเรื่องที่ตัวเองสนใจนอกหลักสูตรมากกว่า ไม่น่ามาสมัครออกภาคสนามเองแบบนี้
Aemeath: ตอนนั้นฉันสนใจพายุสุญตาน่ะ แบบนี้ก็ถือว่าทำเรื่องที่ตัวเองสนใจเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
ใช้ลิฟต์
มุ่งหน้าผ่านถ้ำน้ำแข็ง
Aemeath: จากตรงนี้ เราตามแสงนั้นไปก็พอแล้ว~
ผู้พเนจร: (ทางข้างหน้ายังอีกไกลเลย ขี่มอเตอร์ไบค์ไปดีกว่า)
สำรวจข้างหน้า
Aemeath: ที่นี่เองสินะ
ผู้พเนจร: ที่นี่คือสถานีสำรวจที่เธอพูดถึงเมื่อกี้ใช่ไหม?
Aemeath: นี่เป็นหนึ่งในนั้นน่ะ ตอนนั้นฉันเคยทำงานอยู่หลายสถานี แต่ที่นี่ไม่ได้โชคดีเหมือนที่อื่น จากร่องรอยที่เห็น คงจะเจอพายุสุญตาอย่างฉับพลัน แล้วก็ไม่มีใครรอดเลย
Aemeath: หลังจากนั้น ฉันถึงไม่เคยได้เจอพวกเขาในสถาบันอีกเลย
Aemeath: ฉันนึกว่าแค่คลาดกันไปเฉยๆ
ผู้พเนจร: Aemeath...
Aemeath: สสารที่ถูกพายุสุญตาดูดกลืน จะค่อยๆ สูญเสีย "ตัวตน" ของตัวเองไป จนสุดท้ายก็ถูกทุกคนลืมเลือน
Aemeath: ถ้าส่งตลับเทปกลับมา อย่างน้อยก็ยังมีบันทึกหลงเหลืออยู่ แต่ถ้าแม้กระทั่งสิ่งนี้ยังสลายไปด้วย แม้แต่ความตายเองก็จะถูกลืมไปเหมือนกัน
Aemeath: ใช้แกนหลักดูเถอะ ผู้พเนจร
Aemeath: ฉันอยากเห็นพวกเขาอีกครั้ง
นักวิจัยที่สติหลุดในอดีต: Aemeath เธอเก่งมากเลยนะ ถ้าไม่ได้เธอ เมื่อกี้เราคงโดนเจ้า Glommoth เหยียบจนเละไปแล้ว
นักวิจัยที่สติหลุดในอดีต: ฉันยังผวาไม่หายเลย แต่เธอกลับตั้งสติได้เร็วมาก... ซิงโครนิสต์ของวิทยาลัยราเบลล์จิตใจแข็งแกร่งแบบนี้ทุกคนเลยหรือไงเนี่ย?
ชาวโรญาที่ร่าเริงในอดีต: ถ้าอยากขอบคุณเค้า ก็ไปคุยเรื่องพายุสุญตากับเค้าเยอะๆ สิ! Aemeath ของเรามาที่ทุ่งน้ำแข็งก็เพราะสนใจเรื่องนี้แหละ เอางานวิจัยที่เขียนค้างไว้เป็นปีแต่ไม่เสร็จสักทีออกมาโชว์ให้เธอดูสิ!
นักวิจัยที่พิถีพิถันในอดีต: Aemeath เธอคิดว่าตลับเทปคือกุญแจสำคัญงั้นเหรอ?
นักวิจัยที่พิถีพิถันในอดีต: อืม... ตอนนี้มันเป็นแค่ไฟล์บันทึกอย่างหนึ่งเท่านั้น ส่วนการถ่ายโอน... นั่นฟังดูเพ้อฝันไปหน่อย
ชาวโรญาที่อ่อนโยนในอดีต: ลองหาแรงบันดาลใจจาก Exoswarm ดูก็ได้นะ ในลาไฮรอยมีแค่สิ่งเดียวเท่านั้นแหละที่ต้านทานพายุสุญตาได้ นั่นก็คือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Exostrider
Aemeath ในอดีต: ฮ่าๆ! งานวิจัยก็ได้ หรือหม้อตุ๋นฝีมือนายก็ดี ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว~
Aemeath ในอดีต: ส่วนเรื่องพายุสุญตา... ฉันจะลองทำตามที่พวกเธอแนะนำนะ ตอนนี้ปัญหาใหญ่สุดก็คือ เรายังไม่เข้าใจพายุสุญตามากพอ
Aemeath ในอดีต: โดยเฉพาะในส่วนลึกของพายุสุญตาความหนาแน่นสูง ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องตรวจวัดที่ช่วยให้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย งานวิจัยก็หยุดนิ่งมาตลอด ฉันรู้สึกว่า...
Aemeath: ตอนฉันยังเด็ก พ่อแม่ก็หายไปเพราะถูกพายุสุญตาดูดกลืน ไม่นานหลังจากนั้น ฉันก็ลืมใบหน้าของพวกเขาไปหมด
Aemeath: เห็นไหมล่ะ ความตายไม่ได้เอาแต่เรื่องแย่ๆ มาให้ฉันเสมอไปหรอกนะ!
Aemeath: พอกลายเป็นภูตดิจิทัลแล้ว สสารสุญตาก็ไม่มีผลกับฉันอีกเลย ต่อให้คนทั้งโลกจะลืมเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของฉัน แต่ฉันก็ยังจำพวกเขาทุกคนได้แม่นเลย
ผู้พเนจร: Aemeath
Aemeath: หืม?
ผู้พเนจร: ยิ้มตลอดเวลามันเหนื่อยนะ
Aemeath: ...อะไรเนี่ย
Aemeath: ฉันมีความสุขจริงๆ นะ นี่คือวิถีชีวิตที่ฉันเลือกเอง คุณต่างหากที่จริงจัง คิดมากเกินไปแล้ว ถึงได้ทำหน้าเคร่งตลอด
Aemeath: คุณคงไม่เข้าใจหรอก ว่าสำหรับฉันน่ะ ตอนนี้มีความสุขขนาดไหน
Aemeath: ไปเถอะ ฉันจะพาไปดูยักษ์ใหญ่ที่หลับใหลอยู่บนทุ่งน้ำแข็ง... Exostrider แห่งลาไฮรอย
ขี่มอเตอร์ไบค์
เดินทางไปกับ Aemeath
Aemeath: หลังจากกลายเป็นวิญญาณมาสิบกว่าปี ฉันก็ยังอยู่ที่ลาไฮรอย ไปไหนไกลจาก Exostrider ไม่ได้
Aemeath: คุณเคยไปมาหลายที่เลยใช่ไหม? เล่าให้ฉันฟังบ้างสิ
ผู้พเนจร: ขอคิดก่อนนะ...
มุ่งหน้าผ่านถ้ำน้ำแข็ง
ผู้พเนจร: มันไม่ได้ราบรื่นไปทุกอย่างหรอก มีวิกฤตอันตรายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเยอะพอตัวเลย
Aemeath: แต่ฟังแล้วเจ๋งมากเลยนะ คุณเองก็น่าจะชอบผู้คนที่ได้พบเจอระหว่างทางมากเลยถูกไหม
Aemeath: ผู้พเนจร ในการเดินทางหลังจากสูญเสียความทรงจำ คุณมีความสุขหรือเปล่า?
ผู้พเนจร: อื้ม
Aemeath: งั้นก็ดีแล้ว
เหินผ่านหน้าผา
ไปข้างหน้าต่อ
สำรวจข้างหน้า
Aemeath: เฮ้อ... ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าเราต้องมาที่นี่กันต่อ
ผู้พเนจร:
Aemeath: บ้านพักข้างหน้านั่น ฉันเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวมาก่อน ฉัน...
Aemeath: ...
Aemeath: ไม่ไหว ขอทำใจหน่อยนะ ตอนนี้ยังไม่พร้อมน่ะ
ผู้พเนจร: (อย่างที่คิดไว้เลย พอมันโผล่มา ฉันก็เริ่มเสียความถี่อย่างรวดเร็ว)
ผู้พเนจร: (Aemeath บอกว่ามันเหมือน Voidworm เป็นสิ่งที่กำเนิดจากเธรโนเดียน ความถี่คล้ายกันก็จริง แต่ฉันรู้สึกว่า... มันไม่ธรรมดา)
Sigillum: กลับบ้าน...
Aemeath: ...!
Abby: เธอเป็นอะไรไปน่ะ!
Abby: ก่อนหน้านี้ ความถี่เริ่มรั่วออกมาไม่หยุดเลย ฉันคอยสกัดอยู่ข้างในตลอด แต่ทำยังไงก็สกัดไม่อยู่...
Abby: เฮ้อ... ไม่ได้ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องโชว์ฝีมือซะแล้ว!
Abby: ยะ... หยุดได้แล้ว... แค่ชั่วคราวนะ ฉะ... ฉันต้อง... พักก่อนแล้ว...
ผู้พเนจร: ขอบคุณมากนะ Abby... เธอพักก่อนเถอะ
Aemeath: ครั้งหน้า อย่ากระโดดลงไปช่วยฉันแบบนี้อีกนะ
Aemeath: ความหนาแน่นของสสารสุญตาที่ก้นทะเลสาบสูงเกินไป ถ้าจมลึกลงไปถึง "มิติสุญตา"... แม้แต่คุณ ก็จะถูกดูดกลืนหายไป
ผู้พเนจร:
Aemeath: คุณเนี่ย ชอบให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ
Aemeath: ที่ลาไฮรอยเคยมีคนตั้งสมมติฐานอย่างหนึ่งว่า เธรโนเดียน Aleph-1 ที่ดูดกลืนการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งนั้น มันมีคุณสมบัติคือ "ความว่างเปล่า" ซึ่งจะลบทุกอย่างให้สลายหายไป
Aemeath: และรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมัน ก็คล้ายกับ... หลุมดำ
Aemeath: สมมติฐานนี้ถูกต้อง ฉันได้พิสูจน์มันด้วยตัวเองแล้ว
Aemeath: จนถึงตอนนี้ มีแค่ฉันเท่านั้นที่เคยไปถึงที่นั่น นั่นเพราะฉันตายไปแล้ว ส่วนคนเป็นๆ ไม่มีทางอยู่ที่นั่นได้เลย
ผู้พเนจร: เธอเคยเข้าไปใน... เธรโนเดียนแล้วงั้นเหรอ?
Aemeath: ใช่ พายุสุญตาที่มีความหนาแน่นสูงเป็นทั้งสิ่งที่เห็นได้ภายนอก และยังเป็นทางเข้ามิติสุญตาอีกด้วย ที่นั่นมืดสนิท แต่กลับเป็นจักรวาลหลายมิติที่ดูเหมือนกล้องคาไลโดสโคป
Aemeath: ที่นั่น แม้แต่เวลาและอวกาศก็ไม่ต่อเนื่องกัน จนกลายเป็นความปั่นป่วน
Aemeath: สิ่งที่เธรโนเดียนดูดกลืนเข้าไปในช่วงเวลาต่างกัน กลับกลายเป็นว่ามาอยู่ในเวลาเดียวกันได้
Aemeath: ฉันรู้ว่าคุณเคยต่อสู้กับเธรโนเดียนมาเยอะแล้ว แต่ Aleph-1 ไม่เหมือนพวกนั้นหรอกนะ... มันเคยทำสำเร็จมาแล้ว...
Aemeath: ตอนที่ฉันท่องไปในมิติสุญตา ฉันได้เห็นสารพัดสิ่ง... ซากอารยธรรมจำนวนนับไม่ถ้วนที่มันดูดกลืนเข้าไป
Aemeath: พลังของเธรโนเดียนที่ลาไฮรอยน่ะ เป็นแค่เศษเสี้ยวของร่างจริงเท่านั้น มันพยายามจะทำลายผนึกบนสไตรเดอร์เกตมาโดยตลอด เพื่อจะออกมาดูดกลืนโซลาริส
Aemeath: เพราะงั้น... ผู้พเนจร ถ้า Exostrider ยังไม่ตื่นขึ้นมา อย่าเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังอีกเลยนะ
ตาม Aemeath ไปยังบ้านพัก
Aemeath: มาเถอะ~ เราไปพักเหนื่อยในบ้านกันก่อนนะ
ไปยังบ้านพัก
Aemeath: ฉันจะออกไปเฝ้าข้างนอกเอง เพื่อให้แน่ใจว่า Sigillum จะไม่บุกมาอีก ส่วนคุณก็พักผ่อนไปก่อนนะ อย่าไปเล่นซนที่ไหนล่ะ
ไปพักผ่อนที่โซฟา
คุณนั่งลง การสูญเสียความถี่มากเกินไปทำให้คุณอ่อนแรงมาก คุณเคยเผชิญอันตรายมามากมาย แต่กลับไม่เคยเจอความอ่อนล้าราวกับป่วยหนักเรื้อรังแบบนี้มาก่อน
ความมืดโอบกอดคุณอย่างอ่อนโยน หลังจากงีบพักไปครู่หนึ่ง คุณก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ภายในห้องว่างเปล่า Aemeath ยังไม่กลับมา
ผู้พเนจร: (ภาพที่นึกขึ้นได้ที่ทะเลสาบก่อนหน้านี้... ลองสำรวจในบ้านหลังนี้ก่อนที่เธอจะกลับมาดีกว่า)
ผู้พเนจร: (เครื่องเล่นเกม มีจอยสองอัน หน้าจอมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ น่าจะไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว)
ผู้พเนจร: (Space Fantasy: Katya VI, Split Stars... ส่วนใหญ่เป็นเกมแนวสวมบทบาท กับเกมแบบเล่นคู่กันสองคน)
ผู้พเนจร: (ภาพวาดของเด็ก เหมือนกำลังเล่าเรื่องผู้กอบกู้โลกในรูปแบบต่างๆ...)
ผู้พเนจร: (อืม สไตล์การวาดดุดันเอาเรื่องเลยแฮะ)
ผู้พเนจร: (ตุ๊กตาผ้านุ่ม แมวตัวใหญ่กับแมวตัวเล็กคู่กัน ดูเหมือนจะใช้งานบ่อยมาก)
ผู้พเนจร: (นุ่มนิ่มดี เหมาะที่จะใช้กอดนอนนะเนี่ย)
ผู้พเนจร: (Soliskin วิ่งไปทางโซฟาแล้ว...)
ไปยังจุดที่ Soliskin อยู่
ผู้พเนจร: (Aemeath ยังไม่กลับมา แต่ถ้าฉันเดาไม่ผิดละก็...)
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath วันนี้แอบไปแกล้งพวก Snowfluff Seal อีกแล้วใช่ไหม? เดี๋ยวนี้พอพวกมันเห็นหน้าเธอ ก็รีบเผ่นหัวซุกหัวซุนเลย
ผู้พเนจร ในอดีต: ถ้ายังทำแบบนี้อีก เธอต้องกลายเป็นเจ้าแม่คุมถิ่นประจำทุ่งน้ำแข็งแน่ๆ...
ผู้พเนจร ในอดีต: ทำแบบฝึกหัดเสร็จหรือยัง? อายุเธอใกล้จะถึงเกณฑ์ที่เข้าเรียนได้แล้วนะ แบ่งเวลาเล่นเกมมาเรียนบ้างสิ
Aemeath ในอดีต: ฮี่ๆ พวกมันชอบเล่นกับหนูจะตาย~ ไม่งั้นก่อนที่มันจะเผ่นหนี จะคลานเข้ามาเล่นด้วยกันก่อนทำไมเล่า
Aemeath ในอดีต: บะ... แบบฝึกหัด... อะแฮ่ม พี่ ผู้พเนจร คราวก่อนรับปากกันแล้วนะ ว่าจะเล่น Split Stars คู่กันอีกรอบ ห้ามเบี้ยวสิ!
Aemeath ในอดีต: แต่ว่า... วันนี้หนูอยากเรียนพับอันนั้น ที่พี่พับเมื่อวันก่อน ได้รึเปล่าคะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: อันนั้นเมื่อวันก่อน... หมายถึงเครื่องบินกระดาษเหรอ?
Aemeath ในอดีต: ใช่ค่ะ! อันที่หนูพับน่ะ บินได้แป๊บเดียวก็ร่วงแล้ว ทำไมของพี่ถึงบินได้ไกลขนาดนั้นล่ะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: ฮ่าๆ ของงี้ก็ต้องมีเทคนิคอยู่แล้ว
ผู้พเนจร ในอดีต: อยากให้ฉันสอนก็ได้นะ แต่เธอต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อน แล้วเราค่อยพับด้วยกัน ดีไหม?
Aemeath ในอดีต: ...อื้ม งั้นก็ได้ สัญญาแล้วนะ
ผู้พเนจร ในอดีต: สัญญา ไม่คืนคำแน่นอน
Aemeath: ฉันคิดอยู่นานว่าจะบอกเรื่องนี้ยังไงดี แต่สุดท้าย...
ผู้พเนจร:
Aemeath: ตอนเด็กๆ มีอยู่วันหนึ่งฉันตื่นนอนขึ้นมา แล้วก็พบว่าตัวเองจำเสียงหัวเราะของพ่อแม่ไม่ได้แล้ว
Aemeath: ทั้งน้ำเสียง ใบหน้า ไออุ่น ทุกสิ่งที่พวกเขามีอยู่ในโลกใบนี้ ถูกพายุสุญตาดูดกลืนไปหมดแล้ว
Aemeath: และหลังจากนั้น แม้แต่เรื่องที่ฉันลืมพวกเขาไป ก็ค่อยๆ เลือนหายออกจากความทรงจำของฉัน
Aemeath: มันทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัว... สุดชีวิต
Aemeath: ฉันไม่รู้จะต่อต้านมันยังไง รู้แค่ว่ามือเท้าเย็นเฉียบ และต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดอาการสั่นกลัวให้ได้
Aemeath: ฉันก็เลยหนีออกมาจากป่าบียาร์เตอร์เพียงลำพัง ซ่อนตัวอยู่ในเส้นทางสตาร์เวิร์ด ค่อยๆ เดินทางมาจนถึงทุ่งน้ำแข็ง
Aemeath: พ่อแม่ของฉันคือนักวิจัยต่างถิ่นและชาวโรญาที่แต่งงานกัน พวกเขาทั้งคู่ประจำอยู่ที่ทุ่งน้ำแข็งเป็นเวลานาน เพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับพายุสุญตา
Aemeath: ฉันอยากกลับไปที่ที่ฉันเคยอยู่กับพ่อแม่ แต่ก็จำทางไม่ได้เลย ฉันเดินโซซัดโซเซอยู่นาน จนสุดท้ายก็หลงมาถึงบริเวณใกล้ทะเลสาบกินนุงกาเมียร์
ผู้พเนจร: ฉันเคยช่วยเธอไว้ในอดีต...
Aemeath: ในตอนนั้น ฉันรู้สึกแค่ว่าตัวเองกำลังจมลงไปใต้ก้นทะเลสาบ ตอนที่สติเริ่มเลือนหายเพราะขาดอากาศ ก็มีมืออุ่นๆ คู่หนึ่งเข้ามาโอบกอดฉันไว้
Aemeath: มือคู่นั้นพยายามดึงฉันขึ้นไปที่ผิวน้ำอย่างสุดแรง... พอฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นคุณอยู่ตรงหน้า
Aemeath: และตอนนั้นเอง ฉันถึงรู้ว่าเครื่องรางที่พ่อแม่ให้ไว้หายไปแล้ว มันคงจมอยู่ก้นทะเลสาบนั่นแหละ เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันเสียใจมาก
Aemeath: ฉันปล่อยโฮซะดังลั่น จนคุณต้องปลอบใจอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วพาฉันไปหลบหนาวในบ้านพัก
Aemeath: หลังจากนั้น ก็อย่างที่คุณคาดไว้นั่นแหละ เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ระยะหนึ่ง จนถึงวันที่คุณไปจากลาไฮรอย
ผู้พเนจร: แล้วก่อนหน้านี้ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ?
Aemeath: ก็มันแปลกนี่นา~
Aemeath: อยู่ๆ ก็มีคนที่คุณจำไม่ได้วิ่งเข้ามาบอกว่า "หวัดดี คุณเคยดูแลฉันมาก่อนนะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย!"... ฮ่าๆ
Aemeath: แล้วจะพูดอะไรต่อดีล่ะ? "ไปนั่งเล่นที่บ้านเก่าของเราหน่อยไหม" "ฉันตั้งใจเรียนตามที่คุณบอกด้วยนะ" "โทษทีนะ พอดีฉันเผลอตายไปก่อน~"...
Aemeath: ขืนพูดแบบนั้นออกไป ก็มีแต่จะทำให้เราทั้งคู่ต้องแบกรับแรงกดดันและความรับผิดชอบ จะพูดเยอะให้เจ็บคอทำไมเล่า
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: ตลอดการเดินทางตั้งแต่ตื่นขึ้นที่หุบเขาแห่งวิญญาณ ผู้คนจากอดีตที่ฉันได้พบเจอ ต่างก็ทำให้ฉันเข้าใจตัวเองมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเลย
ผู้พเนจร: ฉันจะตัดสินใจด้วยตัวเอง เธอควรเชื่อใจฉันมากกว่านี้นะ Aemeath
Aemeath: ...อย่างงั้นเหรอ
Aemeath: งั้นฉันขอบ่นหน่อยเถอะ ไม่ว่าจะเป็นสุนทรพจน์ต้อนรับนักเรียนใหม่ของฉัน ตอนเปิดตัวเพลงแรก หรือตอนที่ได้อัตราซิงโครไนซ์สูงเป็นประวัติการณ์ คุณก็ไม่อยู่เลยสักครั้ง!
Aemeath: ...แต่ฉันก็รู้แหละว่าคุณยุ่งมาก
Aemeath: คุณวิ่งวุ่นเพื่อโซลาริสที่ถูกอาดูรการณ์คุกคาม นั่นคือสิ่งที่คุณอยากทำ ฉันคิดว่ามันเป็นตัวอย่างที่ดีมากเลย
Aemeath: ฉันก็เลยไปทำบ้าง! ดูสิ ตอนที่คุณไม่อยู่ ฉันก็ปกป้องลาไฮรอยอย่างดีเลยนะ
Aemeath: ถึงจะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน แต่ฉันว่าตัวเองทำงานสายผู้กอบกู้ได้ไม่เลวเลยเนอะ?
ผู้พเนจร:
Aemeath: ยิ่งอยากช่วยคนให้มากเท่าไหร่ สิ่งแลกเปลี่ยนก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้ฉันรู้มานานแล้ว แต่บางเรื่องมันก็ต้องยอมแลกแหละน่า
Aemeath: งั้นเหรอ? ผู้กอบกู้รุ่นพี่เอ่ยปากชมซะขนาดนี้ ฉันปลื้มปริ่มสุดๆ เลยนะเนี่ย
ผู้พเนจร: ...
ผู้พเนจร:
Aemeath: หลังจากที่คุณไม่อยู่น่ะเหรอ? ก็ไม่มีอะไรพิเศษนะ เรียนหนังสือตามปกติ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข... อย่างที่คุณอยากให้ฉันทำไง
Aemeath: แต่พอกลายเป็นวิญญาณ ก็ได้แต่... ล่องลอยไปมาระหว่างสถาบันกับมิติสุญตา
Aemeath: เพราะฉันตายไปแล้ว เลยมีสิทธิพิเศษเข้าไปในนั้นได้โดยไม่ถูกดูดกลืน ก็เลยสนองต่อมอยากรู้อยากเห็นของตัวเองดูบ้าง คงไม่แปลกหรอกเนอะ~
ผู้พเนจร:
Aemeath: เคยเจอคุณเหรอ? หมายถึงที่ถามฉันในห้องเรียน เรื่องที่ช่วยจัดการเธรโนเดียนเนตรยักษ์ใช่หรือเปล่า?
Aemeath: ไม่เคยนะ ฉันจำไม่ได้เลย แต่ถ้าตรงนั้นมีเธรโนเดียนเนตรยักษ์อยู่ละก็... มันน่าจะเป็นมิติสุญตามั้ง
Aemeath: ...สรุปคือฉันก็ไม่แน่ใจ เธรโนเดียนมีพลังแปลกๆ อยู่แล้ว นั่นอาจจะเป็นภาพหลอนของคุณก็ได้มั้ง?
ผู้พเนจร:
Aemeath: คืนนี้พักที่นี่ก่อนเถอะ รอให้คุณดีขึ้นอีกหน่อย พรุ่งนี้เราค่อยออกเดินทาง
Aemeath: ตอนนี้ฉันฟื้นฟู "ตัวตน" ได้พอสมควรแล้ว พอไปถึง Exostrider ค่อยใช้แกนเติมพลังอีกหน่อย แค่นี้ก็จัดการเจ้า Sigillum ได้แล้วล่ะ
Aemeath: ฉันจะรีบจัดการปัญหานี้ให้คุณเอง
ผู้พเนจร: เรามาจัดการด้วยกันนะ Aemeath
Aemeath: ได้เลย~ งั้นคุณไปนอนห้องเดิมของคุณนะ ฉันก็จะกลับห้องของฉัน
Aemeath: คิดถึงจังเลยนะ คิดถึงวันที่เราบอกฝันดีแล้วต่างคนต่างเข้านอนแบบนี้
ผู้พเนจร:
Aemeath: ...ฝันดีนะ!
Aemeath วัยเด็ก: ...อือ เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะเนี่ย...
Aemeath วัยเด็ก: เครื่องบินกระดาษที่พับไว้... ต้องเอาไปให้พี่ ผู้พเนจร ดู...
Aemeath วัยเด็ก: (แย่แล้ว! ตานั้นยังไม่ได้เซฟเลย! ให้ตายสิ นั่นมันสถิติใหม่ที่เพิ่งทำได้เลยนะ...)
Aemeath วัยเด็ก: (คราวหน้า ฉันจะต้องทำคะแนนแซงพี่ ผู้พเนจร ให้ได้เลย คอยดูเถอะ)
Aemeath วัยเด็ก: (หนูวาดฉากเรื่องที่ชอบไว้ด้วย ผู้กล้าปราบมังกร! นักรบเดียวดายปะทะจักรวรรดิอวกาศผู้ชั่วร้าย!)
Aemeath วัยเด็ก: (เฮ้อ ระบายสีเสื้อผ้าไม่สวยเลย... ไว้คราวหน้าให้พี่ ผู้พเนจร สอนวาดดีกว่า!)
Aemeath วัยเด็ก: พี่ (ผู้พเนจร ให้ตุ๊กตาแมวขนนุ่มตัวนี้มา กอดนอนแล้วอุ๊นอุ่น หายกลัวทุกอย่างเลย)
Aemeath วัยเด็ก: (เวลานั่งพิงเจ้านี่ ก็เหมือนมีพี่อยู่ข้างๆ ด้วย)
Aemeath วัยเด็ก: (พี่ ผู้พเนจร กลับมาครั้งนี้จะอยู่นานแค่ไหนนะ? ไม่อยากให้ไปยุ่งกับคนน่ารำคาญพวกนั้นเลย...)
Aemeath วัยเด็ก: (ต้องทำเรื่องอะไรพวกนี้ทุกวัน เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว)
Aemeath วัยเด็ก: (...ช่างเถอะ พูดไปคนคนนั้นก็คงไม่ฟังหรอก หาเวลาคุยกับพี่เยอะๆ ดีกว่า)
Aemeath วัยเด็ก: (ดึกมากแล้ว ถ้าออกไปตอนนี้ พี่ ผู้พเนจร ต้องเป็นห่วงแน่)
ไปตามหาคนคนนั้น
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath... มีอะไรรึเปล่า? นอนไม่หลับเหรอ?
Aemeath วัยเด็ก: พี่อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: เปล่า แค่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
Aemeath วัยเด็ก: ฮึ คุณกำลังเสียใจอยู่ต่างหาก อย่ามาโกหกกันสิ
ผู้พเนจร ในอดีต: ยัยตัวแสบ ฉันไม่ได้เสียใจซะหน่อย ก็แค่...
ผู้พเนจร ในอดีต: ...ถ้าพูดแบบพวกเธอ ก็คงเรียกว่าคิดถึงบ้านเกิดล่ะมั้ง
Aemeath วัยเด็ก: งั้น... พี่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านหรือเปล่าคะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: กลับไปไม่ได้แล้วล่ะ
Aemeath วัยเด็ก: ทำไมล่ะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: ...
Aemeath วัยเด็ก: ...พี่ ผู้พเนจร หนูจะเล่าอะไรให้ฟังนะ! หลังจากที่พ่อแม่หายไป หนูก็รู้สึกแน่นหน้าอกอยู่เรื่อย
Aemeath วัยเด็ก: ตอนคนในเผ่าคุยกับหนู เสียงของพวกเขาเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ เบามาก ฟังไม่ชัดเลย
Aemeath วัยเด็ก: แต่หลังจากวันที่หนูร้องไห้ต่อหน้าพี่ที่ริมทะเลสาบ หนูก็รู้สึกดีขึ้น ไม่แน่นหน้าอก ไม่ทรมานขนาดนั้นแล้ว
Aemeath วัยเด็ก: หนูรู้ว่า พี่พูดเรื่องพวกนี้กับคนรอบตัวไม่ได้ เพราะทุกคนคิดว่าพี่เก่งมากใช่ไหมล่ะ
Aemeath วัยเด็ก: แต่หนูเป็นเด็กนะ หนูไม่ได้คิดว่าพี่เก่งขนาดนั้น! ถึงพี่จะร้องไห้ต่อหน้าหนู หนูก็ไม่เอาไปบอกใครหรอก
Aemeath วัยเด็ก: เพราะงั้น... อย่าเศร้าอยู่คนเดียวเลยนะ
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath บ้านเกิดของฉันอยู่ไกลมาก
ผู้พเนจร ในอดีต: ฉันมาที่นี่ก็เพราะภารกิจที่บ้านเกิดมอบหมายให้
Aemeath วัยเด็ก: เอ่อ ภารกิจอะไรเหรอ? ถึงต้องเดินทางมาไกลขนาดนั้น
ผู้พเนจร ในอดีต: มันซับซ้อนมากน่ะ เด็กอย่าง Aemeath ยังไม่เข้าใจหรอก
Aemeath วัยเด็ก: งั้นอธิบายง่ายๆ ก็ได้ค่ะ!... หนูจะตั้งใจฟังนะ
ผู้พเนจร ในอดีต: ง่ายๆ เหรอ...
ผู้พเนจร ในอดีต: ถ้าอธิบายตามเกม "Space Fantasy Katya" ที่เธอชอบ ก็คงจะเป็นการกอบกู้โลกละมั้ง
ผู้พเนจร ในอดีต: ลงมือทำเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการเท่านั้น ขอแค่บรรลุภารกิจ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ไม่สำคัญ
ผู้พเนจร ในอดีต: แบบนี้ถูกต้องหรือเปล่า?
ผู้พเนจร ในอดีต: พอเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ฉันก็ตระหนักว่าตัวเองกลับไปไม่ได้แล้ว
ผู้พเนจร ในอดีต: ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มคิดถึงดินแดนที่แสนไกลนั้นบ่อยขึ้น
ผู้พเนจร ในอดีต: แม้แต่เวลานอนหลับที่พวกเธอเรียกกันว่าความฝัน ฉันก็มักจะกลับไปที่นั่น และยืนมองบ้านเกิดของฉันเงียบๆ
ผู้พเนจร ในอดีต: ทั้งที่รู้ว่าทำไปก็ไร้ความหมาย แล้วก็ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ
Aemeath วัยเด็ก: ...อื้ม หนูเข้าใจแล้ว!
Aemeath วัยเด็ก: พี่ ผู้พเนจร คิดถึงบ้านล่ะสิ
ผู้พเนจร ในอดีต: คงงั้นมั้ง
ผู้พเนจร ในอดีต: แต่ว่า... ไม่เป็นไรหรอกนะ พอได้เล่าให้เธอฟัง ฉันก็รู้สึกดีขึ้น ไม่ทรมานขนาดนั้นแล้ว
ผู้พเนจร ในอดีต: บนโลกนี้ยังมีเรื่องอีกมากที่ฉันต้องทำ ฉันจะไม่ยอมให้ความรู้สึกพวกนี้มารั้งให้ฉันหยุดเดินหรอก อย่ากังวลไปเลยนะ Aemeath
ผู้พเนจร ในอดีต: หืม?
Aemeath วัยเด็ก: ตอนนี้หนูก็เป็นครอบครัวของพี่เหมือนกัน ก่อนที่พี่จะได้พบครอบครัวของตัวเองแล้วก็กลับไปบ้านเกิด หนูจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เองนะคะ!
ผู้พเนจร ในอดีต: ได้สิ
ผู้พเนจร ในอดีต: ขอบคุณนะ Aemeath
Aemeath: ฝันถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว...
Aemeath: บ้านเกิด...
ออกจากบ้านพัก
Aemeath: อรุณสวัสดิ์จ้า~ ได้เวลาไปหา Exostrider กันแล้วนะ
ไปยังชายฝั่ง
ผู้พเนจร: (ทางข้างหน้ายังอีกไกลเลย ขี่มอเตอร์ไบค์ไปดีกว่า)
Aemeath: แถวที่ Exostrider อยู่น่ะเป็นเขตทะเล ลองใช้มอเตอร์ไบค์คันใหม่ที่หมอ Luuk ช่วยดัดแปลงให้เราดีกว่านะ!
คุยกับ Aemeath ที่ข้างชายฝั่ง
Aemeath: ผู้พเนจร พร้อมจะมุ่งไปสู่เส้นชัยหรือยัง?
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: Aemeath ถ้าฟื้นฟูพลังได้สมบูรณ์แล้ว คนอื่นก็จะมองเห็นเธออีกครั้งใช่ไหม?
Aemeath: ไม่แน่ใจนะ เพราะไม่เคยมีกรณีตัวอย่างมาก่อน มีแค่ความเป็นไปได้น่ะ
ผู้พเนจร: ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... เธอมีเรื่องอะไรที่อยากทำหรือเปล่า?
Aemeath: ยังนึกไม่ออกเลย~ แต่ฉันจะกลับไปเดินเล่นทั่วสถาบันให้หนำใจอีกรอบแน่นอน!
Aemeath: ถึงตอนนั้น เราไปด้วยกันนะ?
Aemeath: ดูสิ มันหลับอยู่
Aemeath: ดูสิ เรามาถึงตรงเท้าของ Exostrider แล้ว
Aemeath: ถ้าตามหาตัวตนบางส่วนจากที่นั่นกลับมาได้ พลังของฉันก็เพียงพอที่จะรับมือกับ Sigillum แล้วล่ะ...
Aemeath: พอจัดการเจ้านั่นได้ หนังโรดทริปก็จะปิดฉากอย่างสวยงาม! เราออกเดินทาง แล้วเร่งเครื่องพุ่งสู่ตอนจบกันเถอะ!
Sigillum: ส่งมา
Sigillum: สิทธิ์ควบคุม
Aemeath: อึก! ผู้พเนจร...
ผู้พเนจร: Aemeath!
ผู้พเนจร: (มันกำลังไปที่ Exostrider ต้องตาม Sigillum ไปให้ทัน ช่วย Aemeath กลับมาให้ได้!)
ไล่ตาม Sigillum
ไล่ตามต่อไป
Sigillum: ...สมบูรณ์...
ผู้พเนจร: (มันกำลังสร้างสิ่งกีดขวางไม่หยุด เพื่อไม่ให้ฉันเดินหน้าต่อได้)
ทำลายสิ่งกีดขวาง
ไล่ตาม Sigillum
กระโจนเข้าหา Sigillum
Sigillum: เติมเต็ม ยังไม่พอ
ผู้พเนจร: Aemeath!
Aemeath: ถ้าการกำจัดแกเป็นหนทางเดียว ที่จะทำให้แกเลิกตอแย ผู้พเนจร ได้....
Aemeath: ฉันก็จะทำ
ไปยังที่ที่ Exostrider อยู่
ไปข้างหน้าต่อ
ข้ามผ่านเส้นทางที่ขาด
Aemeath: บ้าเอ๊ย ฝืนใช้งานจนเกินกำลังไปงั้นเหรอ...!
Sigillum: เปิด สไตรเดอร์เกต
Aemeath: ฉันอยู่นี่ทั้งคน แกฝันไปเถอะ
ผู้พเนจร: (ดูเหมือน Aemeath จะยังควบคุม Exostrider ได้ไม่เต็มที่... ต้องรีบไปช่วยเธอ)
ทำลายสิ่งกีดขวาง
ผู้พเนจร: (รู้สึกว่า Aemeath พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ Sigillum มายุ่งกับฉันอย่างสุดความสามารถ)
ผู้พเนจร: (แล้วก็สไตรเดอร์เกต... ในนั้นน่าจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน)
ไปข้างหน้าต่อ
ไต่ขึ้นน้ำตก
ไปยังด้านบนของน้ำตก
Aemeath: มันพูดจาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ... จะปล่อยให้มันชิงเอาความถี่ของ ผู้พเนจร ไปอีกไม่ได้
Aemeath: ต้องลากมันเข้าไปด้านใน แล้วขยี้ให้แหลก!
ไปยังแดนหลับใหลแห่ง Exostrider
กลับไปยังสถาบัน
Luuk Herssen: สวัสดีดาราคิวทอง ฉันได้ยิน Lucilla บอกว่า Exostrider บนทุ่งน้ำแข็งเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ใช่ฝีมือคุณหรือเปล่า?
ผู้พเนจร: ฝีมือ Aemeath ต่างหาก ถ้าคุณรู้จักฉัน ก็น่าจะรู้จักเธอด้วยสิ
Luuk Herssen: ...คุณตามหาเธอเจอแล้วเหรอ?
ผู้พเนจร: เธอกลับมาที่สถาบันพร้อมกับฉันแล้ว เกิดเรื่องขึ้นเยอะมาก ไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะ
Luuk Herssen: โอเค แต่ฉันต้องถามแทน Lucilla หน่อย... เรื่องแกนหลักเป็นยังไงบ้าง?
ผู้พเนจร: คืนให้ Exostrider ไปแล้ว
Luuk Herssen: มิน่า เมื่อกี้สถาบันวิจัยถึงได้ส่งข่าวมาว่า ความหนาแน่นของสสารสุญตาในลาไฮรอยเพิ่มสูงขึ้น พายุสุญตาก็เข้าสู่ช่วงปะทุรุนแรง...
Luuk Herssen: ก่อนหน้านี้ตอนที่แกนปฏิกรณ์แขวนลอยอยู่บนฟ้า ทุกปีที่มันทำการตรวจสอบตัวเอง ดาบของ Exostrider ที่ปักเธรโนเดียนอยู่จะอ่อนแรงลง
Luuk Herssen: คราวนี้ Exostrider ก็คงต้องดำเนินการขั้นตอนนี้เพื่อรวบรวมสิ่งที่คุณส่งกลับไป ช่วงนี้พยายามอย่าออกจากสถาบันก็แล้วกันนะ รอให้ช่วงปะทุรุนแรงผ่านไปก่อน
ผู้พเนจร: ตกลง ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น
Luuk Herssen: ไว้ถ้าคุณมาห้องพยาบาลเมื่อไหร่ เราค่อยคุยกันเรื่องแผนในอดีตของคุณ... เกี่ยวกับ Exostrider กับสไตรเดอร์เกต แล้วก็เธรโนเดียนด้วย
Luuk Herssen: แต่... นี่ไม่ใช่เรื่องด่วน คุณไปอยู่เป็นเพื่อน Aemeath ก่อนเถอะ ได้ยินว่าเธอกลับมาอย่างปลอดภัย ฉันก็ดีใจกับคุณด้วยเหมือนกัน
Luuk Herssen: เหนื่อยมาตลอดทางแล้ว ผู้พเนจร พักผ่อนหน่อยนะ
ผู้พเนจร: (รู้สึกว่า Aemeath จะไปที่หอประชุม... เธอดูอะไรอยู่นะ?)
คุยกับ Aemeath
Aemeath: รู้อะไรไหม? เมื่อกี้ฉันมีไอเดียสนุกๆ ด้วยแหละ~
ผู้พเนจร: ...ทำไมเวลาเธอทำน้ำเสียงแบบนี้ทีไร ฉันสังหรณ์ว่าต้องมีใครซวยทุกทีเลย
Aemeath: อะไรกัน! ภาพจำของฉันในหัวคุณเนี่ย มีแค่ช่วงที่เล่นกับ Snowfluff Seal ตอนเด็กๆ หรือไงเนี่ย!
Aemeath: ฉันแค่นึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้คนอื่นมองเห็นฉันแล้ว งั้น... ฉันก็ไปร่วมงานแฟนมีตของตัวเองได้แล้วน่ะสิ
Aemeath: "เพลงที่ยังแต่งไม่จบและสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!" ฟังดูน่าสนุกดีออกเนอะ?
ผู้พเนจร:
Aemeath: ฉันก็ว่างั้นแหละ คุณก็มาด้วยกันสิ
Aemeath: คุณต้องมาชมการแสดงของฉันนะ ผู้พเนจร! เอาเรื่องวุ่นวายพวกนั้นออกจากหัวบ้าง แล้วมาสัมผัสบรรยากาศวัยรุ่นของสถาบันสตาร์ทอร์ชดูหน่อยเถอะ!
ต่อแถวเข้าสู่หอประชุม
Aemeath: สิบกว่าปีที่ผ่านมา เว็บไซต์ที่ฉันทำไว้ลงเพลงเล่นๆ ยังได้รับข้อความอยู่เรื่อยๆ เลย
Aemeath: ผู้คนเล่าถึงความรู้สึกที่ชอบเพลงเหล่านั้น บางคนก็เขียนเล่าเรื่องยากลำบากในชีวิตของตัวเอง และต่อมาพวกเขาก็เริ่มติดต่อกันเอง
Aemeath: ที่จริงฉันไม่ได้คิดว่าเพลงพวกนั้นเพราะนักหนาหรอกนะ ก็แค่เขียนไปตามอารมณ์ ฉันเองก็ไม่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจัง
Aemeath: แต่พอนานวันเข้า เพลงพวกนั้นก็ไม่ใช่ของฉันแค่คนเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นท่วงทำนองที่เชื่อมความผูกพันของผู้คนเอาไว้
Aemeath: ในเมื่อพวกเขาอยากฟังต่อ... ฉันก็อยากจะร้องต่อไปเพื่อพวกเขา แล้วก็ร้องให้ตัวเองด้วย
ผู้พเนจร: Aemeath ที่จริงเธอชอบผู้คนที่ลาไฮรอยมากเลยสินะ?
Aemeath: คงงั้นมั้ง~ ถึงตอนแรกจะไม่คิดแบบนั้นก็เถอะ
Aemeath: พูดตามตรง ฉันไม่เคยมีสิ่งที่อยากทำเป็นพิเศษเลย แค่ใช้ชีวิตสบายๆ มีความสุข แล้วก็ลองสัมผัสทุกอย่างไปเรื่อยๆ นั่นคือความคิดของฉันก่อนจะกลายเป็นภูตดิจิทัล
Aemeath: แม้แต่ความคิดที่อยากเป็นผู้กอบกู้... เอาเข้าจริง ก็แค่เลียนแบบคุณเท่านั้นแหละ
Aemeath: แต่พอตายไปแล้ว ฉันก็มีเวลามากกว่าเมื่อก่อน ได้เห็นผู้คนและเรื่องราวมากมายที่ไม่เคยสังเกตในลาไฮรอย
Aemeath: คนทั้งลาไฮรอยต่างก็อยากจะเปล่งประกายเหมือนดวงดาว แต่ฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลย
Aemeath: ฉันกลับรู้สึกว่า การเป็นคนที่เฝ้ามองดวงดาวและพิทักษ์รักษาไว้ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากเลย
ผู้พเนจร: งั้นเหรอ? แต่ฉันกลับรู้สึกว่า...
ผู้พเนจร:
ผู้พเนจร: ไปร้องเพลงเถอะ Aemeath ฉันก็อยากฟังเพลงของเธอเหมือนกัน
Aemeath: คุณต้องฟังอยู่แล้ว วันนี้คุณคือผู้ฟังคนสำคัญที่สุดของฉันเลยนะ
Aemeath: แต่ก่อนอื่นเลย... อืม ฉันว่าคุณควรเปลี่ยนชุดใหม่ ให้เข้ากับบรรยากาศของงานหน่อย
Aemeath: ชุดนี้เพื่อคุณ! จำได้ว่าเมื่อก่อนคุณชอบใส่ชุดนี้บ่อยๆ เลยสร้างมันขึ้นมาตามความทรงจำน่ะ จ๊าบไม่เบาเลยใช่ไหมล่ะ? สถานที่ใหม่ รูปลักษณ์ใหม่ มันต้องเป็นแบบนี้สิ
Aemeath: ว้าาา คิดถึงจัง... นึกถึงวันเก่าๆ ขึ้นมาเลย
Aemeath: เมื่อก่อนตอนที่คุณใส่ชุดนี้เดินอยู่ในสถาบัน ฮอตเกินต้านจนตกคนได้เป็นกองเลยน้า~ "ผู้กอบกู้แห่งโซลาริส"!
ผู้พเนจร:
Aemeath: ฮ่าๆ ๆ! เขินเหรอ มีเสน่ห์ไม่ดีตรงไหนเล่า?
Aemeath: นี่ คุณไปนั่งตรงนั้นสิ ฉันเคยแอบงีบตอนฟังอาจารย์บรรยาย จำได้ว่าตรงนั้นมุมดีที่สุด
Aemeath: ส่วนฉัน... ต้องขึ้นเวทีแล้วละ
สังเกตผู้คนที่ครึกครื้น
กลับไปยังที่นั่งแล้วรอ Aemeath
ผู้พเนจร: (บ้านเกิดของฉัน... เซนติเนล... Exostrider...)
ผู้พเนจร: (ในเมื่อ Exostrider มีไว้เพื่อส่งเซนติเนล งั้นที่ยังพบซากหลงเหลืออยู่ในมิติสุญตา ก็แปลว่าเซนติเนลบางส่วนไม่ได้ถูกส่งไปตามปกติ)
ผู้พเนจร: (ซาก Exostrider ที่ Aemeath เห็น กับ Exostrider แห่งลาไฮรอยที่ถูกเธรโนเดียนโจมตีจนหลับใหล... ถ้ามีหน้าที่เดียวกัน ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่น่าจะต่างกันมากนัก)
ผู้พเนจร: (แล้วทำไมตัวหนึ่งถูกดูดกลืนจนเสียหาย แต่อีกตัวหนึ่งกลับขัดขวางเธรโนเดียนได้ แถมใช้ดาบผนึกสไตรเดอร์เกตได้? พลังของมันมาจากไหนกันแน่?)
ผู้พเนจร: (รู้สึกแปลกๆ แฮะ เหมือนพลาดข้อมูลอะไรไปสักอย่าง...)
Aemeath: เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ
ผู้พเนจร:
Aemeath: เมื่อก่อนฉันก็เป็นพิธีกรงานชุมนุมใหญ่ของสถาบันตั้งหลายครั้ง นี่แค่งานแฟนมีตเล็กๆ เอง สบายมาก~
ผู้พเนจร: อยากไปไหนต่อล่ะ?
Aemeath: ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าจะไปเดินเล่นในสถาบันด้วยกัน... ไปเดินกินลมชมวิวกันเถอะ!
Aemeath: เยี่ยมไปเลย... มีคนอยู่เป็นเพื่อนมันสนุกแบบนี้นี่เอง ตอนเป็นวิญญาณน่าเบื่อชะมัด~
Aemeath: ไปรับลมที่ดาดฟ้ากันไหม?
ผู้พเนจร:
Aemeath: ดีจัง อื้ม... ใจฟูสุดๆ
Aemeath: ทั้งที่เป็นแค่ท้องฟ้าเสมือน แต่ก็สวยได้ขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย
หา Aemeath ให้พบ
ผู้พเนจร: (ที่นี่คือ... ทำไมฉันถึงกำลังควบคุมร่างของ Sigillum?)
ผู้พเนจร: (เพราะฉันหลอมรวมกับความถี่นั้นเหรอ...)
Aemeath: Sigillum เหรอ เมื่อกี้ฆ่าแกไม่ตาย เลยกลับมาอีกงั้นเหรอ?
Aemeath: หึ ไหนๆ ฉันก็ฆ่าแกไม่สำเร็จ แล้วแกก็โดนฉันถล่มจนเละขนาดนี้ งั้นก็มาฟังฉันพูดเพ้อเจ้อหน่อยแล้วกัน!
Aemeath: ...ยังไงซะ นอกจากแกแล้วก็ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่ฉันพูด
ผู้พเนจร: (พูดไม่ได้ ยกมือไม่ได้... เพราะตอนนั้น Sigillum ยังไม่มีฟังก์ชันภาษางั้นเหรอ?)
Aemeath: รู้ไหม? ฉันเจอของน่าสนใจในแกนปฏิกรณ์ของ Exostrider ด้วยนะ
Aemeath: เป็นข้อความ... ที่ตัวฉันในอนาคตทิ้งเอาไว้
Aemeath: หลายปีก่อน Exostrider ที่เดินทางข้ามดาราจักรมาที่โซลาริส ถูกเธรโนเดียน Aleph-1 เหลือบไปเห็นเข้า
Aemeath: พวกมันทะยานออกมาจากสไตรเดอร์เกต แล้วเข้าปะทะกันในโพรงลึกใต้ชั้นธรณี
Aemeath: ถึง Exostrider จะมีฟังก์ชันต่อสู้ แต่ก็ต้านทาน Aleph-1 ไม่ได้
Aemeath: ร่างของมันพังทลาย พลังงานใกล้หมดสิ้น สสารสุญตาก็ไหลทะลักออกมาจากสไตรเดอร์เกตไม่หยุด Aleph-1 พยายามคืบคลาน เพื่อแทรกร่างเข้ามาในโลกแห่งนี้...
Aemeath: เดิมทีมันเกือบจะทำสำเร็จแล้ว โลกกำลังจะพังพินาศ
Aemeath: ในตอนนั้นเอง คนที่ชื่อว่า Aemeath ปรากฏตัวออกมาจากภายในเธรโนเดียน เหมือนผู้กอบกู้เลยใช่ไหมล่ะ? โผล่มาแบบเท่ๆ ในเวลาคับขัน!
Aemeath: Exostrider เห็นเธอแตะดาบที่ปักไว้ภายในเธรโนเดียน พลังงานได้หลั่งไหลเข้าสู่แกนปฏิกรณ์ในตัวมันตามการสั่นพ้อง
Aemeath: มันเหวี่ยงดาบยักษ์ในมือ ซัดเธรโนเดียนให้กระเด็นกลับไปหลังสไตรเดอร์เกต แล้วตอกผนึกปิดลงทันที
Aemeath: ส่วนมนุษย์ที่สั่นพ้องกับมัน กลับถูกเธรโนเดียนนำร่างลากข้ามไปยังอีกฝั่งของสไตรเดอร์เกต และหายไปจากโซลาริสอย่างสิ้นเชิง
ผู้พเนจร: (ในอดีต Aemeath เป็นคนช่วย Exostrider ผนึกเธรโนเดียนงั้นเหรอ...?)
Aemeath: ตอนแรกฉันก็ตกใจนะ แต่หลังจากเข้าไปในมิติสุญตาแล้ว ฉันก็เข้าใจทุกอย่าง
Aemeath: ห้วงลึกคล้ายหลุมดำที่กาลเวลาและมิติปั่นป่วนแห่งนี้ ปรากฏขึ้นที่โซลาริสพร้อมกับเธรโนเดียนในตอนนั้น
Aemeath: สิ่งที่ตกลงไปในนั้น อาจอยู่ซ้อนกันในช่วงเวลาเดียว และสิ่งที่อยู่ในนั้นก็อาจไปอยู่ในจุดเวลาที่ไม่เคยมีมาก่อนได้
Aemeath: แต่ฉันสามารถเข้าออกในนั้นได้ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสสารสุญตาเลย!
Aemeath: ฮ่าๆ รู้ไหมว่านั่นหมายความว่าอะไร?
ผู้พเนจร: (Aemeath... เธอคิดจะทำอะไร...)
Aemeath: นั่นหมายความว่า... ฉันสามารถใช้มันย้อนอดีต กลับไปยังจุดเริ่มต้นตอนที่ Aleph-1 ปรากฏตัวไงล่ะ!
Aemeath: เวลา เหตุและผล เชื่อมโยงกันเป็นวัฏจักร แต่การมาพบกันของฉันกับ ผู้พเนจร... กลับมีผลก่อนแล้วค่อยมีเหตุ
Aemeath: ฉันต้องเป็นซิงโครนิสต์ที่สั่นพ้องกับ Exostrider แล้วสิ้นชีพเมื่อสิบปีก่อนเท่านั้น จึงจะเป็นเรโซเนเตอร์ของ Exostrider อย่างสมบูรณ์ในรูปแบบของภูตดิจิทัลได้
Aemeath: มีแค่คนที่มีตัวตนพิเศษแบบฉันเท่านั้น ที่จะข้ามผ่านมิติสุญตา ย้อนอดีตกลับไปจ่ายพลังงานให้ Exostrider และกอบกู้ลาไฮรอยในตอนนั้นได้
Aemeath: แล้วลาไฮรอยในเวลานั้นก็จะต้องปลอดภัย ผู้พเนจร ถึงจะเดินทางมาที่นี่ และช่วยฉันในวัยเด็กเอาไว้ ให้ฉันเติบโตในลาไฮรอย จนเป็นซิงโครนิสต์ของ Exostrider
ผู้พเนจร: (ไม่ได้ ต้องรีบควมคุมร่างของ Sigillum ต้องหยุด...)
Aemeath: มีแค่ฉันที่ทำแบบนี้ได้ แต่ฉันก็ควรจะทำอยู่แล้วละนะ เหมือนกับ ผู้พเนจร ไงล่ะ มันคือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
Aemeath: แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง อีกแค่เรื่องเดียวเท่านั้น
Aemeath: ฉันยังอยากจะ...
ผู้พเนจร: (Aemeath...)
ไปยังดาดฟ้า
Aemeath: หลังจากนี้คุณจะทำอะไรต่อเหรอ? ตอนนี้ความถี่ไม่สูญหายแล้ว จะอยู่ที่ลาไฮรอยต่อหรือเปล่า?
ผู้พเนจร: อย่างน้อยก็ต้องจัดการปัญหาเธรโนเดียนของที่นี่ให้เรียบร้อยก่อน
Aemeath: ฮ่าๆ บ้างานชะมัดเลย นึกแล้วเชียวว่าคุณจะพูดแบบนี้
Aemeath: Aleph-1... จะจัดการปัญหาของมันคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณนะ ฉันมั่นใจว่าคุณจะหาทางออกได้เสมอ~
Aemeath: แล้วหลังจากนั้นล่ะ? คุณคิดจะออกเดินทางต่อไหม? อยากไปที่ไหนเหรอ
ผู้พเนจร:
Aemeath: อื้ม ไม่ต้องรีบหรอก
Aemeath: โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ คุณจะไปที่ไหนก็ได้บนโลกที่คุณเลือกไว้
Aemeath วัยเด็ก: พี่จะไปแล้วเหรอคะ?
ผู้พเนจร ในอดีต: ใช่ ฉันต้องไปแล้วละ มีธุระต้องทำน่ะ
ผู้พเนจร ในอดีต: ต่อไปคนในสถาบันจะดูแลเธอ หรือว่าเธอจะกลับไปใช้ชีวิตในป่าบียาร์เตอร์ก็ได้นะ
Aemeath วัยเด็ก: แล้ว... จะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?
ผู้พเนจร ในอดีต: ...ขอโทษนะ Aemeath ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
ผู้พเนจร ในอดีต: แต่ฉันสัญญาเลยนะ ถ้ามีโอกาสฉันจะกลับมาหาเธอ
Aemeath วัยเด็ก: จริงเหรอ?
ผู้พเนจร ในอดีต: จริงสิ
Aemeath วัยเด็ก: งั้น... หนูจะรอพี่อยู่ที่ลาไฮรอยนะ
ผู้พเนจร ในอดีต: ถ้าเธออยากไปที่อื่นก็ไม่เป็นไรนะ โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ อย่าให้ฉันหรือลาไฮรอยมารั้งเธอไว้เลย
Aemeath วัยเด็ก: แต่... พี่มีชีวิตอยู่ได้นานมากเลยใช่ไหม? ถ้าพี่กลับมา แต่หนูตายไปแล้ว...
Aemeath วัยเด็ก: ...ขอโทษนะคะ หนูไม่ควรพูดจาเอาแต่ใจแบบนี้ พี่ไปเถอะค่ะ
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath
Aemeath วัยเด็ก: รีบไปสิคะ!
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath เธอเป็นห่วงฉันมากเลยเหรอ?
Aemeath วัยเด็ก: ...ก็มัน...ไม่ยุติธรรมเลยนี่นา ทำไมพี่ต้องเป็นผู้กอบกู้โลกด้วยล่ะ... พี่ดูเหนื่อย ดูทุกข์ใจอยู่ตลอดเลย
ผู้พเนจร ในอดีต: Aemeath ดูสิ
ผู้พเนจร ในอดีต: ฉันเดินทางผ่านดินแดนมากมายที่ถูกอาดูรการณ์กลืนกิน น้ำตาทุกหยดหนักอึ้งไม่ต่างกับหินผา เสียงร่ำไห้ของทุกชีวิตทรมานดั่งไฟแผดเผา
ผู้พเนจร ในอดีต: ความทุกข์ของฉันไม่ต่างจากความทุกข์ของพวกเขาเลย ความสุขก็เช่นกัน
ผู้พเนจร ในอดีต: เพราะฉะนั้น อะไรที่ฉันพอทำได้ ฉันก็จะทำ
Aemeath วัยเด็ก: ถ้างั้น... วันข้างหน้า หนูจะปกป้องพี่เองนะ
ผู้พเนจร ในอดีต: เธอจะปกป้องฉันเหรอ?
Aemeath วัยเด็ก: เพราะพี่ก็ไม่ใช่ผู้วิเศษนี่นา! พี่บาดเจ็บได้ เหนื่อยได้ เศร้าได้ ร้องไห้ได้... ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในโลกใบนี้เลย
Aemeath วัยเด็ก: หนูจะปกป้องพี่เอง
Aemeath วัยเด็ก: ถ้ามีใครคิดจะทำร้ายพี่ หนูจะไล่พวกมันไปให้หมดเลย! เหมือนใน "Space Fantasy Katya" ไง!
Aemeath วัยเด็ก: หนูจะเป็นผู้กอบกู้เหมือนพี่!
ผู้พเนจร ในอดีต: ฮ่าๆ...
Aemeath วัยเด็ก: ห้ามหัวเราะ! หนูพูดจริงนะ!
ผู้พเนจร ในอดีต: โอเคๆ ไม่หัวเราะแล้ว ฉันรู้ว่า Aemeath พูดจริง ฉันจะจำให้ขึ้นใจเลย
ผู้พเนจร ในอดีต: ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ Aemeath
Aemeath: ง่วงเหรอ?
ผู้พเนจร: ความถี่ที่ถูก Sigillum แย่งไปกำลังกลับคืนมา รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวน่ะ... Abby เองก็คอยช่วยฉันผ่านสัญลักษณ์ทาเซ็ต เดี๋ยวก็คงหายเป็นปกติ
Aemeath: งั้นก็หลับเถอะ คุณเหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนหน่อยดีกว่า
ผู้พเนจร:
Aemeath: ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองนะ...
หา Aemeath ให้พบ
ผู้พเนจร: (...ดูเหมือนห้วงจิตใจของ Aemeath จะผิดปกติมากกว่าเดิม)
คุยกับ Aemeath
ออกจากห้องเรียน
คุยกับ Aemeath
Aemeath: ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีอยู่เรื่องเดียวที่ฉันพยายามทำมาโดยตลอด
Aemeath: เพราะพลังยังไม่สมบูรณ์ เมื่อพยายามย้อนกลับไปช่วงที่พายุสุญตาเริ่มเคลื่อนไหวจากการที่แกนปฏิกรณ์ตรวจสอบตัวเอง ก็ต้องล้มเหลวทุกครั้ง
Aemeath: ในมิติเวลาที่ห่างออกไปอีก ปลายทางของมิติสุญตาเริ่มพังทลาย... ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธรโนเดียนถึงเปลี่ยนแปลงไป แต่ฉันรู้ว่าจะไม่มีโอกาสครั้งต่อไปแล้ว
Aemeath: เมื่อถึงช่วงปะทุรุนแรงครั้งนี้ และมิติสุญตายังเสถียรอยู่ ฉันจึงต้องย้อนกลับไป
Aemeath: ฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็กที่ต้องให้ใครคอยปกป้องอีกต่อไปแล้ว ผู้ใหญ่ต้องมีความรับผิดชอบ และลาไฮรอยก็คือความรับผิดชอบของฉัน
Aemeath: ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันทำได้
Aemeath: แต่ฉันก็ยัง... อยากเจอหน้าเขาอีกครั้งก่อนจากไป มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ฉันอยากเห็นแก่ตัว
Aemeath: ฉันอยากคุยกับเขา อยากรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวอีกสักหน่อย
Aemeath: ฉันเคยกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขารู้ความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองแล้ว... เขาจะโดดเดี่ยวเกินไป
Aemeath: แต่ตอนนี้... ไม่เป็นไรแล้ว
Aemeath: เขาเล่าเรื่องการเดินทางหลังจากลบความทรงจำให้ฉันฟัง มันน่าสนใจมากเลย
Aemeath: เขาได้ไปเยือนที่ต่างๆ ทำความรู้จักกับผู้คนมากมาย ผู้คนเหล่านั้นต่างก็ห่วงใยเขา คิดถึงเขา และผูกพันกับเขา
Aemeath: ต่อให้ตอนนี้ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับบ้านเกิดแล้ว เขาก็ยังใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข
Aemeath: ฉันเองก็วางใจได้ซะที แล้วก็คง... จากไปได้แล้ว
Aemeath: ทำไมกัน...
ผู้พเนจร: Aemeath! อย่าตัดสินใจเองโดยไม่บอกไม่กล่าวสิ!
Aemeath: ...คุณเคยพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าความทุกข์ของเราไม่ต่างจากของคนอื่น ฉันละทิ้งหน้าที่ของตัวเองไม่ได้หรอก
Aemeath: ยกโทษให้ฉันด้วยนะ ผู้พเนจร
นั่งพักผ่อนบนเก้าอี้
ผู้พเนจร: Aemeath!
ผู้พเนจร: (เธอไปแล้วเหรอ?... เข้าใจแล้ว Luuk เคยบอกว่าเมื่อแกนปฏิกรณ์หลักเริ่มตรวจสอบตัวเอง พายุสุญตาจะเข้าสู่ช่วงปะทุรุนแรง)
ผู้พเนจร: (ตั้งแต่ตอนที่คืนแกนหลักกลับไป Aemeath คงคิดเรื่องนี้ไว้อยู่แล้วสินะ เธอรอมาตลอด รอช่วงเวลาที่เหมาะจะย้อนเวลาที่สุด...)
ผู้พเนจร: (จริงสิ ทะเลสาบกินนุงกาเมียร์ที่ทุ่งน้ำแข็งนั่น! ฉันจำได้ว่าความหนาแน่นของสสารสุญตาใต้ก้นทะเลสาบสูงมาก ถ้าไปที่นั่น เราอาจเข้าไปในห้วงลึกของมิติสุญตาได้)
ผู้พเนจร: (ถ้าออกเดินทางตอนนี้ อาจจะยังทัน...!)
ไปยังทะเลสาบกินนุงกาเมียร์
ดำสู่ทะเลสาบกินนุงกาเมียร์
ผู้พเนจร: อย่าไปนะ
ผู้พเนจร: อาจจะมีวิธีอื่นอีกก็ได้...
Aemeath: มีแค่ฉันเท่านั้น ที่ข้ามผ่านไปได้โดยไม่โดนผลกระทบจากสสารสุญตา
Aemeath: อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเลยนะ
Aemeath: ครั้งนี้ขอให้เชื่อใจฉันเถอะ
ผู้พเนจร: ไม่ได้! ถ้าทำแบบนั้นเธอจะกลับมาไม่ได้... เธอจะถูกเนรเทศไปอีกฝั่งของสไตรเดอร์เกตตลอดกาล!
Aemeath: แต่ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น
Aemeath: วัฏจักรแห่งเหตุและผลถึงจะเชื่อมโยงกัน และลาไฮรอยจะปลอดภัย...
ผู้พเนจร: Aemeath!
Aemeath: ...คุณกับฉันถึงได้พบกันท่ามกลางหิมะ
Aemeath: ขอให้สนุกกับการเดินทางนะ
Aemeath: หวังว่าฉันจะทำให้คุณภูมิใจ แล้วก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังนะ
Aemeath: (เจ็บไปทั้งตัวเลย...)
Aemeath: (เหอะ ต้องพึ่งโอเวอร์คล็อกถึงจะฝ่ามาได้... ยากอย่างที่คิดจริงๆ...)
บินไปสู่จุดเริ่มต้น
ผู้พเนจร: (กระโดดลงไปในทะเลสาบ... จากตรงนั้นเลย)
ดำสู่ทะเลสาบกินนุงกาเมียร์
มุ่งหน้าต่อไปท่ามกลางพายุหิมะ
ผู้พเนจร: (Aemeath เคยเล่าว่าตอนเด็กเธอตกลงไปในทะเลสาบ มีใครบางคนดึงเธอขึ้นมา แล้วเครื่องรางก็หายไปตอนนั้น)
ผู้พเนจร: (ที่แท้คนคนนั้นไม่ใช่ฉันในอดีต... แต่เป็นฉันในตอนนี้)
ผู้พเนจร: (แม้แต่เรื่องที่ฉันช่วย Aemeath ไว้ไม่ได้ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เหตุและผล ที่ทำให้ลาไฮรอยดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบันแล้วงั้นเหรอ?)
ผู้พเนจร: (ยังมีทางออก จะยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้)
ตาม Soliskin ไปข้างหน้า
ผู้พเนจร: (ในเมื่อ Aemeath ถูกดึงไปอีกฝั่งของสไตรเดอร์เกต งั้นฉันก็จะข้ามผ่านประตูนั้นไป แล้วพาเธอกลับมา)
ผู้พเนจร: (ยังไงก็ต้องมีใครสักคนควบคุม Exostrider ให้เปิดสไตรเดอร์เกต และกำจัดภัยจากเธรโนเดียนอยู่แล้ว)
ผู้พเนจร: (ฉันจะทำเรื่องนี้เอง)
ผู้พเนจร: (ถึงโอกาสสำเร็จจะน้อยมาก แต่ใช่ว่าไม่มีเลย)
ผู้พเนจร: (มันแตะเครื่องรางแล้วก็วิ่งออกไป อยากพาฉันไปไหนกันนะ?)
ผู้พเนจร: (ทางนั้น... คือสนามฝึกปฏิบัติการโลกเสมือน)
นักเรียนผู้อยากรู้อยากเห็น: ห้องจำลองการควบคุมเปิดไม่ได้กะทันหันงั้นเหรอ?
นักเรียนที่ครุ่นคิด: เหมือนจะใช่นะ เมื่อกี้อยู่ๆ ก็แจ้งเตือนข้อผิดพลาดฉุกเฉินแล้วก็ล็อกตายไปเลย ตอนนี้กำลังเรียกช่างมาซ่อม
นักเรียนที่ประหลาดใจ: แต่ข้างใน... ขึ้นว่ามีคนกำลังใช้งานอยู่นะ? ทั้งที่เพิ่งเริ่มคาบเรียน ยังไม่มีใครเข้าไปเลย!
ผู้พเนจร: Aemeath...?
อ่านข้อความจาก Luuk
ไปยังสถานี
"Aemeath": ...
ผู้พเนจร: นี่มัน... เครื่องบินกระดาษของ Aemeath
"Aemeath": ...
ผู้พเนจร: ถ้าเธออยากได้ก็เก็บไว้เถอะ
ผู้พเนจร: ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่ Aemeath แต่เป็นเพียง "ตัวตน" ที่ยังหลงเหลือในโลกนี้ เพราะเครื่องรางชิ้นนั้น
ผู้พเนจร: แต่ถ้าเธอยังอยู่ ก็แปลว่า Aemeath ยังไม่ตาย ใช่ไหม?
ผู้พเนจร: ถ้าสูญสลายไปจนหมดสิ้น ต่อให้เป็น Soliskin ก็ประกอบเธอขึ้นมาไม่ได้หรอก
ผู้พเนจร: เพราะงั้น... ทุกอย่างไม่ได้ไร้ความหมาย ถ้าตอนนั้นฉันไม่ไปหา Aemeath แม้แต่เครื่องรางก็คงหาไม่เจอ
ผู้พเนจร: และเธอก็คงไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้
ผู้พเนจร: Luuk บอกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของ Aemeath เป็นไปได้ที่จะเป็นสายใยที่เชื่อม Aemeath กับโลกใบนี้
ผู้พเนจร: ถ้าฉันออกตามหา Aemeath อาจจะตามสายใยนี้ไปจนเจอตำแหน่งของเธอก็ได้
"Aemeath": ...
ผู้พเนจร: ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดแบบนั้นเพื่อปลอบใจฉันหรือพูดความจริงกันแน่ ไม่มีใครเคยไปถึงอีกฝั่งหนึ่งของสไตรเดอร์เกต ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดา
ผู้พเนจร: Aemeath ถูกดึงเข้าไปหลังประตูนั้น เธออยู่ในห้วงมิติที่ปั่นป่วนนั้นนานแค่ไหนแล้วนะ...
ผู้พเนจร: เธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า? ถ้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วเธอจะทนไหวไหม?
ผู้พเนจร: ...ฉันไม่รู้หรอก
ผู้พเนจร: แต่ฉันจะยังมีความหวังต่อไป
ผู้พเนจร: เพราะโลกที่เธอคอยปกป้อง ยังเต็มไปด้วยความหวัง งดงาม และเงียบสงบ
"Aemeath": ...
ผู้พเนจร: ...เห็น "Aemeath" เงียบเชียบไม่พูดไม่จาแบบนี้ ฉันไม่ค่อยชินเลยจริงๆ
ผู้พเนจร: ฉันจะพาเธอกลับมาจากอีกฝั่งของสไตรเดอร์เกต
ผู้พเนจร: รอฉันนะ Aemeath
"Aemeath": ...อย่า... เศร้าใจ... เลย...
สายลมอ่อนโยน พัดพาฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว