สนิม ดาบ และดวงตะวัน
ขณะรอการติดต่อจากวังแห่งเอฟอร์ คุณกับ Abby มาถึงร้านโซลิส และได้พบกับกวีลำนำพเนจรตาบอดนามเนสเตอร์ หลังรู้เรื่องคำเชิญล่าสัตว์ของเอฟอร์ เนสเตอร์จึงเล่าเรื่องราวของ Augusta ก่อนที่เธอจะขึ้นสู่อำนาจให้คุณฟัง
ไปที่ร้านโซลิส
Abby: ท้องฟ้ามืดครึ้ม อากาศก็ชื้นแฉะไปหมด...
Abby: โธ่เอ๊ย! พูดยังไม่ทันขาดคำ!
Abby: บรื๋ออ... หนาวจัง...
ผู้พเนจร:
Abby: จริงด้วย ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว... รีบออกจากรากูนน่ามาตั้งแต่เมื่อวาน เราแทบไม่ได้กินอะไรเลย...
Abby: ฉะ...ฉันฝันไปรึเปล่าเนี่ย นี่มันมื้อใหญ่อลังการ!
Abby: นี่ ผู้พเนจร... เอ่อ... เราเอาเงินมามากพอใช่ไหม ตอนออกจากโรงแรม เราไม่ทันได้คว้าอะไรติดไม้ติดมือมาเลย...
ผู้พเนจร: เรื่องนั้น... ไม่ต้องห่วง เงินไม่ใช่ปัญหา
ผู้พเนจร: Augusta เตรียมทุกอย่างไว้ให้เราแล้ว วังเอฟอร์จะจ่ายค่าอาหารกับที่พักในเซปติมอนต์ให้เราเอง
ผู้พเนจร: แต่ว่า...
ผู้พเนจร: ฉันว่าเจ้าของร้านนี้โอเวอร์ไปหน่อยนะ...
Abby: แหม มันก็ธรรมดา เธอเป็นถึงแชมป์มหาศึกอากอนเชียวนะ!
Abby: ขอแค่มีฉันอยู่บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ถ้าอาหารมาวางตรงหน้า ฉันก็จะซัดเรียบจนไม่เหลือซากเล้ย!
Abby: อื้มมม ง่ำๆ...
Abby: อิ่มจังตังอยู่ครบ! ที่พักก็ฟรี อาหารก็ฟรี... เอฟอร์นี่รู้จักวิธีดูแลแขกดีนะ เราอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยดีไหม
Abby: *ฟุดฟิด*... กลิ่นหอมสุดๆ ไปเลย!
ผู้พเนจร: Abby เธอคิดว่า Imperator อยากให้ฉันหาอะไรเหรอ? ถ้า Cartethyia พูดถูก เบาะแสที่เหลือก็น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ ที่ราบสูงแซงกวิส
ผู้พเนจร: อีกแค่ก้าวเดียวเราก็จะถึงเส้นชัยแล้ว แต่จังหวะของเรากลับช้าลง...
Abby: (สะอึก) ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า เราก็กลับมาอยู่ที่เซปติมอนต์แล้วไง
Abby: ฉันจำได้ว่า Lupa บอกว่าเหนือที่ราบสูงแซงกวิสมี "เมฆกระแสทมิฬ" แปลกๆ ลอยอยู่
Abby: แล้วเวลาที่ถึง "มหาคลื่น" หรืออะไรสักอย่าง เหล่ากลาดิเอเตอร์ก็จะไปที่นั่นเพื่อล่าทาเซ็ตดิสคอร์ด
Abby: เดี๋ยวนะ มหาคลื่นใกล้จะมาถึงแล้วใช่ไหม? คำเชิญของเอฟอร์พูดถึงอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการล่าครั้งใหญ่ด้วย
Abby: อืม... พูดแล้วก็นึกได้ว่า วันนี้เราต้องไปพบเธอไม่ใช่เหรอ?!
ผู้พเนจร: ...เมื่อเช้าทูตส่งสารเพิ่งแจ้งข่าวมาบอกว่า Augusta มีธุระด่วนต้องจัดการ เราเลยเลื่อนนัดออกไป... น่าจะอีกสักพักแหละ
ผู้พเนจร: ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด ดูเหมือนจะทำให้แผนการผิดเพี้ยนจากเดิม... ฉันไม่ค่อยสบายใจเลย
ผู้พเนจร: อีกอย่าง... ทำไม Augusta ต้องเชิญเข้าร่วมการล่าด้วย? ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับมหาศึกอากอนละก็... ทูตส่งสารคนนั้นบอกว่าไม่มีกลาดิเอเตอร์ถูกเชิญเลย นอกจากฉัน
Abby: บางทีเธออาจจะมองเห็นความเก่งกาจของเธอก็ได้ ชาวเซปติมอนต์ชื่นชมคนที่ความสามารถไม่ใช่หรือไง
ผู้พเนจร: งั้นเหรอ...
ผู้พเนจร: ถึงฉันเพิ่งเคยเจอเธอไม่กี่ครั้ง แต่ฉันคิดว่าเธอไม่น่าทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนั้นหรอก
ผู้พเนจร: ...และในฐานะเอฟอร์ เธอจะทำตามใจชอบแบบไม่คิดหน้าคิดหลังจริงๆ เหรอ?
???: แขกจากแดนไกล คุณมีดวงตากระจ่างใสดุจคริสตัล
???: แต่... อะไรกันที่กวนใจคุณ ถึงทำให้ดวงตาที่เคยสดใสราวท้องฟ้าเหนือขุนเขา บัดนี้กลับหม่นมืดด้วยเมฆครึ้ม
???: ...นักรบที่เดินไปบนคมดาบย่อมไม่หวั่นไหวเพราะเรื่องเล็กน้อย
???: หากให้ฉันเดา เมฆครึ้มเหล่านั้นคงก่อตัวมาจากบัลลังก์...
???: ณ ยอดเขาคาปิโตลิเน ภายใต้เงามืดบนกำแพงสีอ่อนของวังแห่งเอฟอร์... ได้ฝังความลับพิศวงเอาไว้มากมาย และสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดก็คือความลับที่เกิดจากการแก่งแย่งอำนาจ
???: ต่อให้เป็นเอฟอร์ผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องมีวิธีจัดการที่เด็ดขาดเช่นกัน
???: ในเซปติมอนต์ นครที่หลอมขึ้นจากโลหะและโลหิต ผู้ที่หมายปองบัลลังก์โดยไม่รู้ว่าจะต้องแลกกับอะไร ก็คงไม่ต่างจากลูกแกะที่เดินเข้าหาคมมีดของคนขายเนื้อ
ผู้พเนจร:
Nestor: ฉันคือ Nestor กวีพเนจร
Nestor: สายฝนแห่งเซปติมอนต์ดูไม่มีทีท่าจะจากไปในฤดูกาลนี้ ดังนั้น...
Nestor: ถ้าคุณอยากรู้เรื่องเอฟอร์... ฉันอยากบอกว่าฉันจะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง หากได้รับใช้แชมป์แห่งมหาศึกอากอนในการนี้
Abby: เอ๋ คุณรู้ได้ไงว่า ผู้พเนจร เป็นแชมป์? ไหนจะเรื่องเกี่ยวกับเอฟอร์ด้วย...
Abby: ...ตาของคุณ... เอ๊ะ... หรือว่าเมื่อกี้เราพูดดังเกินไป?
Nestor: การมองเห็นและการได้ยินเป็นเพียงสองหนทางในการรับรู้ที่มีอยู่มากมาย การเชื่อในประสาทสัมผัสเป็นเพียงความเคยชิน เป็นกลวิธีตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทางเลือกเดียว
Nestor: พูดตามตรง ฉันกำลังรวบรวมแรงบันดาลใจสำหรับมหากาพย์เรื่องต่อไป และตัวเอกก็คือ Augusta เอฟอร์แห่งเซปติมอนต์
Nestor: ด้วยเหตุนี้ฉันจึงพูดถึงเธอด้วยความคุ้นเคย
Nestor: ฉันรู้สึกว่าเรื่องราวของคุณกับเธอกำลังจะได้รับการจารึกไว้ในไม่ช้า และการได้รู้เรื่องของผู้ที่จะเดินเคียงข้างคุณมากขึ้นก็มีแต่จะเกิดประโยชน์
ผู้พเนจร:
Nestor: Augusta...
Nestor: หญิงสาวผู้มีต้นกำเนิดต่ำต้อย เป็นเพียงเรโซเนเตอร์ที่มีพรสวรรค์เพียงเล็กน้อย และเป็นสามัญชนที่ไร้การอุปถัมภ์จากชนชั้นสูง แต่เธอกลับก้าวขึ้นมาจากรังหมาป่านามว่านครเซปติมอนต์ และครองตำแหน่งของตัวเองได้สำเร็จ
Nestor: อย่างที่รู้กันว่าก่อนที่ดาวฤกษ์จะกลายเป็นสุริยันอันเจิดจ้า ครั้งหนึ่งก็เป็นเพียงกลุ่มธุลีที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง
คุยกับเนสเตอร์ และเรียนรู้เรื่องราวของเอฟอร์
Nestor: การทำพลาดหลายครั้งอาจนำไปสู่ความสำเร็จได้ วิธีการที่เบาปัญญา... ควรเรียกมันว่าความทรหด หรือความดื้อรั้นดีล่ะ?
Nestor: หรือบางที สำหรับเด็กสาวที่สูญสิ้นทุกสิ่ง เธออาจไม่มีตัวเลือกอื่น เธอไม่อาจเชื่อใจใครได้นอกจากตัวเอง และเหลือเพียงดาบที่กุมอยู่ในมือเท่านั้น
Nestor: แต่จะว่าไป...
Nestor: ...บทแรกของมหากาพย์ ก็ยังไม่ถือว่าพิเศษอะไร
Nestor: หลังจากยุคสมัยแห่ง "อาดูรการณ์" ฉันก็เคยได้ยินเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนดินแดนโซลาริสอันดุเดือดแห่งนี้
Nestor: ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสำเร็จในยุคสมัยของเรานั้นยิ่งใหญ่มาก แต่ความยิ่งใหญ่เหล่านี้ไม่ได้เริ่มต้นในหน้าแรกของมหากาพย์หรอกนะ
Nestor: ความกล้าหาญ ความรุ่งโรจน์ และเกียรติยศ... สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกจารึกอยู่ในแผ่นจารึกและก้อนหิน และไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน
Nestor: พวกมันเบาหวิวเหมือนเส้นด้าย จับต้องไม่ได้เหมือนสายลม แล้วทะลวงสู่เส้นทางแห่งโชคชะตาอย่างเงียบๆ เกี่ยวพันกับทุกการตัดสินใจที่ "ไม่สำคัญ" ของเรา
Abby: โห...
ผู้พเนจร:
Abby: ก็แค่รู้สึกเหลือเชื่อน่ะ Augusta ที่เขากำลังพูดถึง กับเอฟอร์ที่เราเห็นในสังเวียน... ดูไม่น่าเชื่อมโยงเป็นคนเดียวกันได้
Nestor: เหอะๆ หญิงสาวที่จากบ้านมาไกล มาถึงนครบนเขาคาปิโตลิเน เพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่มีสถานะ ไม่มีทรัพย์สมบัติ...
Nestor: ในตอนนั้นคงไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะมาถึงจุดที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้
ผู้พเนจร:
Nestor: หมายถึง... Cato เหรอ?
Nestor: คุณคิดว่า Cato จงใจมอบชัยชนะครั้งสุดท้ายให้เธอ และถ้อยคำเสียดสีของเขาเป็นแค่การทดสอบความมุ่งมั่นของเธองั้นเหรอ?
ผู้พเนจร:
Nestor: งั้น Cato คงเป็นเจ้าอุดมการณ์ เขาถึงได้ฝากศรัทธาไว้กับเด็กสาวที่ไม่มีอะไรติดตัว
Nestor: เอาละ เรามาเก็บคำถามนี้เอาไว้ก่อน แล้วดูว่าเรื่องราวจะนำพาเราไปทางไหน
Nestor: คุณพร้อมที่จะฟัง "มหากาพย์แห่งสุริยันโชติช่วง" หรือยังล่ะ?
ผู้พเนจร:
คุยกับเนสเตอร์ต่อไป และเรียนรู้เรื่องราวของเอฟอร์
Nestor: ก็แค่ภาพจำลองของมหากาพย์สั้นๆ นี้ นี่คือทั้งหมดที่ฉันบอกได้เกี่ยวกับเอฟอร์
Nestor: เอาละ ในฐานะผู้ฟัง คุณได้อะไรจากเรื่องเล่าของฉันบ้างล่ะ?
ผู้พเนจร:
Nestor: ขอบคุณสำหรับคำชมนะ ท่านผู้ฟัง
Nestor: ฉันก็แค่กวีต่ำต้อยที่เรียงร้อยถ้อยคำและสัมผัส สารัตถะของบทกวีเกิดจากผู้ที่กล้าท้าทายโชคชะตาของตน
Nestor: แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องขอสารภาพ
Nestor: จากคำบอกเล่าของฉัน ความรู้เกี่ยวกับเอฟอร์ที่คุณได้รับมีเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
Nestor: ขอบคุณที่พูดตามตรงนะ ถือว่าเป็นความคิดเห็นที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง
Nestor: หากนิทานเรื่องนี้จืดชืด... แปลว่าจิตใจของฉันอาจยังไม่สอดคล้องกับจิตวิญญาณอันสูงส่งของเธอ
Nestor: ...ขอให้ดวงตะวันนิรันดร์ปัดเป่าความกังขาในใจฉัน และปลุกความคิดอันขุ่นมัวของฉันให้ตื่นจากการหลับใหล
Nestor: แต่นอกจากสำนวนโวหารที่จืดชืดแล้ว ฉันยังมีอีกสิ่งที่ต้องสารภาพ
Nestor: จากคำบอกเล่าของฉัน ความรู้เกี่ยวกับเอฟอร์ที่คุณได้รับมีเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
Nestor: เรื่องนี้คุณพูดถูก
Nestor: บทกวีให้ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของเรื่องจริง ความเป็นจริงเกี่ยวกับผู้คน เหตุการณ์ และสรรพสิ่ง ย่อมเป็นอิสระอยู่เหนืออักษร
Nestor: ฉันไม่ได้เป็นตัวเอกในมหากาพย์นี้ จึงถูกจำกัดอยู่เพียงมุมมองของผู้สังเกตการณ์ ฉันจินตนาการเหตุการณ์และห้วงอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่ไม่อาจสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อย่างแท้จริง
Nestor: นี่เป็นความคิดเห็นของฉัน แม้จะไม่อยากเรียกอย่างนั้นก็ตาม...
Nestor: หากอยากเข้าใจความจริงของเรื่องราว คุณต้องก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง โอกาสนั้นอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว
Nestor: อย่างที่ฉันบอก บทประพันธ์ระหว่างคุณกับ Augusta ฮีโร่แห่งเซปติมอนต์ เพิ่งจะเริ่มต้นในหน้าใหม่เท่านั้น
ผู้พเนจร:
Nestor: ก็ดูไม่ยากนี่ การขับเคลื่อนของโชคชะตาก็เหมือนดวงดาวที่เคลื่อนที่ไปตามวงโคจร ก้าวย่างของเราจะกำหนดจุดหมายของเรา
Nestor: เมฆฝนกำลังจะผ่านไป... ฉันได้ยินเสียงสายพิณแห่งหยาดฝนที่จะไม่ฝืนบรรเลงบนโลกนี้อีกต่อไป อีกไม่นานก็ถึงเวลาบอกลาแล้ว
Nestor: ก่อนที่จะจากไป ฉันขอถามคำถามสุดท้ายได้ไหม?... สิ่งใดที่ทำให้ Augusta ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจได้สำเร็จ และสิ่งใดที่ทำให้เธอได้ขึ้นเป็นผู้ปกครอง?
Abby: อืม... ความแข็งแกร่งมั้ง
Abby: Augusta คงผ่านบททดสอบพวกนั้นไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่ง
Abby: ผู้พเนจร คิดว่าไง?
ผู้พเนจร:
Nestor: เหอะๆ ไม่จำเป็นต้องรีบตอบตอนนี้ก็ได้ เก็บไปคิดระหว่างที่คุณเดินทางต่อไปก็แล้วกัน
Nestor: เมื่อเรื่องราวสิ้นสุดลง ฉันเชื่อว่าคำตอบก็จะเปิดเผยเอง
Nestor: ลาก่อน สหาย เส้นทางของเรามาบรรจบกันได้เพราะโชคชะตาและความบังเอิญ
Nestor: หลังจากการพบกันสั้นๆ นี้ ทุกสิ่งเกี่ยวกับฉันจะหายไปกับสายลม แต่คุณ... มหากาพย์ของคุณจะยังคงดำเนินต่อไป
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน...
ผู้อาวุโสผู้หลักแหลม: ฝ่าบาท ท่านตามใจเธอมากเกินไปแล้ว
ผู้อาวุโสผู้หลักแหลม: ในฐานะ "นักบวชหญิง" Iuno นั้นไร้ระเบียบวินัยทั้งการกระทำและคำพูด นั่นทำให้ตำแหน่งของเธอเสื่อมเสีย
ผู้อาวุโสผู้เคร่งครัด: ใช่ เธอเข้าวังโดยไม่แจ้ง ไม่มีใครเชิญ และไม่มีมารยาท
ผู้อาวุโสผู้เคร่งครัด: นี่เป็นการท้าทายอำนาจของวังอย่างโจ่งแจ้ง
Augusta: หึ... เรื่องเดิมเหมือนทุกที
Augusta: ท่านวุฒิสมาชิก เธอก็แค่ทำผิดกฎเล็กน้อย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอำนาจของเรา และไม่จำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีที่เปราะบางของใคร
Augusta: อย่าลืมสิว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดเกรง ไม่ใช่กำแพงเขาคาปิโตลิเน
Augusta: แต่เป็นเจตจำนงของฉัน ดาบของฉัน และการชิงชัยอย่างไม่ลดละของเรา
Augusta: ฉันรู้ว่าพวกท่านกลัว... กลัวว่าเสียงของนักบวชหญิงจะดังกลบเสียงของพวกท่าน เป็นพวกนอกรีตที่ทำให้กฎของสภาสูงต้องสั่นคลอน
Augusta: แต่ฟังให้ดีนะ อำนาจไม่เคยเมตตาพวกน่าสมเพชที่แสร้งประจบสอพลอ
Augusta: หากต้องการอำนาจ ก็ต้องก้าวออกจากเงามืด เผชิญหน้ากับฉันและพิสูจน์ว่าพวกท่านคู่ควร
Iuno: มาช้าจังนะ Augusta
Augusta: การรับมือกับพวกวุฒิสมาชิกต้องใช้เวลานะ
Augusta: งั้นคราวหน้าฉันจะปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองไปเลยก็ได้ นักบวชหญิงผู้ทรงเกียรติจะได้ไม่ต้องรอนาน
Augusta: ฉันให้โอกาสพวกเขาได้แสดงผลงาน โดยสั่งให้บันทึก "วีรกรรม" เมื่อครู่ของเธอทุกรายละเอียด แล้วเอาไปเล่าให้คุณยาย Lillibet ฟังแบบไม่ตกหล่นสักคำ
Augusta: "นักบวชหญิง Iuno มีพฤติกรรมไร้ระเบียบวินัย ออกจากวิหารเธทรากอนโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุกรุกวังเอฟอร์"
Augusta: ...ก็แอบสงสัยอยู่นะว่าใครจะสติแตกก่อนกัน เธอหรือคุณยาย Lillibet?
Iuno: หึ เอาสิ ปล่อยให้พวกจิ้งจอกเฒ่าไปฟ้องตามสบายเลย
Iuno: ถ้าพวกนั้นก้าวเข้ามาในวิหารเธทรากอนด้วยเท้าซ้ายก่อน ฉันก็จะใช้ธนูจันทรายิงที่เท้าซ้าย แต่ถ้าเท้าขวาก่อน ฉันก็จะยิงที่เท้าขวา
Augusta: เหอะๆ เรื่องนี้ฉันเห็นด้วยนะ
Augusta: เราควรตักเตือนสภาสูงเป็นระยะ ว่าความเมตตาของวิหารเธทรากอน อาจทำให้พวกเขาลืมนึกถึงความเก่งกาจของนักบวชหญิง Iuno
Augusta: ทำไมถึงไม่รอฉันที่วิหารเธทรากอนล่ะ? ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คืนนี้เราจะออกเดินทางไปที่สนามล่ากัน
Augusta: ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ติดต่อฉันผ่านเทอร์มินัลนะ ไม่จำเป็นต้องมาหาฉันถึงที่นี่ก็ได้... ฉันไม่อยากให้เธอต้องรับผิดชอบอะไรมาก จนกว่าวันนั้นจะมาถึง
Iuno: เธอคิดมากไปแล้ว Augusta ฉันมาที่นี่เพื่อพบคนคนนั้นต่างหาก
Iuno: คุณยาย Lillibet บอกว่า โชคชะตาของเขาเป็น "ความว่างเปล่าที่ไม่อาจทราบได้" ฟังดูน่าสนใจพอที่ฉันจะต้องหาเวลามาดูเลยล่ะ
Augusta: ...เหตุผลแค่นี้เองเหรอ น่าเสียดาย เรือจากรากูนน่าจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า และถึงตอนนั้นเราก็จะไปที่สนามล่าแล้ว
Iuno: ...น่าเบื่อชะมัด
Augusta: ใจเย็นๆ น่า Iuno ในเมื่อ ผู้พเนจร ตอบรับคำเชิญแล้ว หลังจบการล่า พวกเธอก็มียังเวลาได้พูดคุยกันนะ
Augusta: มีอะไรอยากพูดอีกไหม?
Iuno: ...
Iuno: ฉันอ่าน"ตำราพยากรณ์"ของคุณยาย Lillibet การล่าและแผนการของเราในครั้งนี้... ไม่มีอะไรจบลงด้วยดีเลย
Iuno: แน่ใจเหรอ... ว่าเราจะเดินหน้าต่อ...
Augusta: ฉันไม่กังวลเรื่องความเสี่ยงหรอก การมีอันตรายหมายความว่าเราแค่ต้องใช้ความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่จะว่าไป เธอเริ่มสนใจเรื่องธรรมเนียมของวิหารตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
Iuno: ...
Iuno: "ผู้ไร้ศรัทธาแห่งเซปติมอนต์ทั้งหลาย เทพเจ้าพิโรธแล้ว หากผู้ปกครองเซปติมอนต์กล้าดูหมิ่นพระประสงค์อีกครั้ง ความหายนะจะเป็นชะตากรรมของพวกเจ้า"
Iuno: พักนี้ฉันได้ยินเรื่องซุบซิบจากพวกขุนนางอีกแล้ว เรื่องคำพยากรณ์โบราณแห่งรากูนน่า...
Augusta: ฉันยอมรับนะว่า คำพูดพวกนี้ของชาวรากูนน่าฟังแล้วรู้สึกน่าหวั่นเกรง
Augusta: น่าเสียดายนะ ตอนที่บรรพบุรุษของเราข้ามน้ำและปีนขึ้นเขานี้ "เทพเจ้า" ของรากูนน่าไม่ได้ขึ้นเรือมาด้วย
Augusta: และนักบวชหญิงต่างพูดว่า คำพยากรณ์นั้นไม่สมบูรณ์...
Augusta: "มีเพียง"ราชาแห่งวีรชน"ผู้มีพลังเหนือธรรมดา ซึ่งผงาดขึ้นจากคลื่นทมิฬเท่านั้น ที่จะนำพานิรันดร์มาสู่เซปติมอนต์ เมื่อนั้นผืนน้ำจะสงบ พายุจะหยุดนิ่ง และความรุ่งโรจน์จะหวนคืนพร้อมสายเลือดแห่งอดีตราชา"
Augusta: อย่าลืมนะ นี่เป็นคำพยากรณ์เก่าแก่ของรากูนน่าที่สืบทอดต่อมา
Augusta: Fabius, Atilius, Valeria... "ราชาแห่งวีรชน" เหล่านี้กอบกู้เซปติมอนต์จากปากเหวครั้งแล้วครั้งเล่า
Augusta: ตราบใดที่ยังมีวีรชน ไม่มีหายนะไหนทำลายนครอันเป็นนิรันดร์นี้ได้
Iuno: แล้วถ้าเกิด... คราวนี้มันต่างออกไปล่ะ? ถ้าการล่มสลายคือชะตากรรมของเราล่ะ
Augusta: ...
Augusta: งั้นฉันก็จะใช้ดาบหั่นชะตากรรมนั้นให้ขาดสะบั้นเอง
Augusta: หุหุ...
Iuno: มีอะไรน่าขำเหรอ?
Augusta: ที่แท้นักบวชหญิง Iuno ผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใดก็กลัวเป็นนี่นา...
Augusta: อืม... แต่ไม่เป็นไรหรอก ถ้ากลัวก็อย่าฝืนตัวเองเลย เรื่องที่จะเกิดฉันจัดการคนเดียวได้
Augusta: นักบวชหญิงที่เคารพ โปรดไปรอฟังสัญญาณแห่งชัยชนะของฉันที่วิหารเธทรากอนเถอะ
Iuno: กลัวเหรอ? ฉันเนี่ยนะ? เธอต่างหากที่พยายามกันฉันออกไปและทำอะไรคนเดียว
Iuno: ก็ได้ เอาเลย ยังไงเธอก็ต้องกลับมาหาฉันอยู่ดี
Augusta: เรื่องนั้นฉันไม่ปฏิเสธ
Iuno: เหอะ นึกแล้วเชียว การล่าครั้งนี้ขาดฉันไม่ได้หรอก
Augusta: ขอบคุณนะ Iuno
Iuno: ...ทำไมจู่ๆ ก็ขอบคุณล่ะ?
Augusta: พายุกำลังจะมา...
Augusta: ไปกันเถอะ Iuno เพื่อนยาก วิธีทักทายพายุที่ดีที่สุด... คือการเดินตรงเข้าไปในพายุที่แผดเสียงคำรามนั้น